เรื่อง Living a Worthless Cultivator Life with a Flattering System(ใช้ชีวิตเซียนแสนไร้ค่ากับระบบขี้ประจบ)

ติดตาม
ตอนที่ 19
ตอนที่ 19
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

เช้าวันใหม่…


ตะวันยังไม่ทันโผล่พ้นขอบฟ้า มีเพียงแสงจาง ๆ ที่พอให้มองเห็นรอบด้าน


หลินเทียนลุกขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังมืด ขอบตาดำคล้ำอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะค่อย ๆ ย่องออกจากห้องอย่างเงียบเชียบ


“เมื่อคืน…ทำเอาข้าแทบไม่ได้นอน…”


เขาพึมพำเบา ๆ พลางขยับไหล่


“พวกนางดิ้นกันยิ่งกว่าปลาติดเบ็ดอีก…”


พูดจบก็ส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะเดินไปทางที่พัก๰๬๹จินซี


แต่ยังไม่ทันถึง—


สายตาเขาก็สะดุดเข้ากับเงาร่างหนึ่งที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ใต้แสงรุ่งอรุณ


ชายหนุ่มถือกระบี่ ฟัน แทง ปัด วาดเป็นจังหวะต่อเนื่อง ราวกับซ้อมซ้ำ ๆ มานับไม่ถ้วน


เมื่อมองให้ชัด…


นั่นคือจินซี


เขาลุกขึ้นมาฝึกตั้งแต่เช้ามืดโดยไม่หยุดพักแม้แต่น้อย


ใกล้กันนั้น ใต้ต้นไม้ใหญ่ มีม้านั่งยาวตัวหนึ่ง


เฉินเฟิงกับหานซือนั่งอยู่เงียบ ๆ เฝ้ามองการฝึก๰๬๹จินซีโดยไม่เอ่ยคำ


หลินเทียนเดินเข้าไปช้า ๆ


“เตรียมตัวตั้งแต่เช้าเลยงั้นรึ…ถือว่าเป็นนิสัยที่ดี”


เสียง๰๬๹เขาดังขึ้นเรียบ ๆ


จินซีหยุดมือทันที หันมาคำนับ


“คารวะท่านอาจารย์”


เฉินเฟิงกับหานซือเองก็รีบลุกขึ้น


“คารวะท่านเจ้าสำนัก”


หลินเทียนยกมือห้าม


“พอแล้ว ไม่ต้องมากพิธีนัก นั่งเถอะ”


พูดจบก็เดินไปนั่งบนม้านั่งเดียวกับเฉินเฟิง


“ฟู้ว…”


เขาถอนหายใจยาว มองแสงอาทิตย์ที่เริ่มไต่ขึ้นจากขอบฟ้าอย่างช้า ๆ


จินซีลังเลเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามขึ้น


“ท่านอาจารย์…ท่านคิดว่าข้าจะสามารถชนะการประลองครั้งนี้ได้หรือไม่ขอรับ”


หลินเทียนไม่ตอบทันที


เพียงเหลือบตามองเขา ก่อนจะยิ้มมุมปากเล็กน้อย


“คงยากหน่อย…”


คำตอบสั้น ๆ ทำให้จินซีชะงัก


“จากที่ข้าดู…คู่ต่อสู้๰๬๹เจ้า ‘เฉียนหนาน’ เป็นคนที่ใจเย็น ลึก และอ่านการเคลื่อนไหว๰๬๹ผู้อื่นได้ทะลุปรุโปร่ง”


เขาพูดต่อด้วยน้ำเสียงนิ่ง


“และที่สำคัญ…เขาเริ่มสร้าง ‘เจตจำนง’ ๰๬๹ตัวเองได้แล้ว ทั้งที่อายุยังเท่านี้…ถือว่าหาได้ยากยิ่ง”


หานซือพยักหน้าเล็กน้อย


“ท่านเองก็เห็นเช่นนั้นงั้นรึ…เจตจำนง๰๬๹เขาน่ะ”


หลินเทียนพยักหน้าตอบ


แต่จินซีและเฉินเฟิงกลับทำสีหน้ามึนงง


สุดท้ายจินซีอดถามไม่ได้


“เอ่อ…แล้ว ‘เจตจำนง’ คืออะไรหรือขอรับท่านอาจารย์”


หลินเทียนยังไม่ทันตอบ


หานซือก็เอ่ยขึ้นแทน


“มันคือสิ่งที่ผู้ฝึกตนเข้าใจในเส้นทาง๰๬๹ตนเองอย่างลึกซึ้ง…จนหยั่งรู้ได้ด้วยตนเอง”


“เมื่อถึงจุดนั้น…เจ้าจะสร้างเจตจำนง๰๬๹ตนขึ้นมาได้”


เสียง๰๬๹เขาเบาลงเล็กน้อยในตอนท้าย


“แต่…แม้แต่ข้าเองก็ยังทำไม่ได้…”


บรรยากาศเงียบลงเล็กน้อย


หลินเทียนจึงเอ่ยต่อ


“ใช่…เหมือนที่ผู้อาวุโสหานซือพูด”


“แต่ข้าจะยกตัวอย่างให้เข้าใจง่ายขึ้น”


เขายกมือขึ้นช้า ๆ


“หากเจ้าเลือกเดินบนวิถีแห่งกระบี่…จงสลักปณิธาน๰๬๹เจ้าลงไปในคมกระบี่นั้น”


“อย่ามีความลังเลแม้แต่น้อยในยามวาดออก เพราะเมื่อจิตใจเจ้าสั่นคลอน…คมกระบี่ก็จะทื่อด้าน”


เสียงเขาเรียบ แต่หนักแน่น


“อย่ามองมันเป็นเพียงเหล็กเย็นชืด…แต่จงหลอมรวมตนเองให้เป็นหนึ่งเดียวกับมัน”


“เมื่อถึงตอนนั้น…ต่อให้ในมือเจ้ามีเพียงกิ่งไม้แห้ง หากเจตจำนง๰๬๹เจ้าแข็งแกร่งพอ เจ้าก็สามารถสยบศัตรูที่เหนือกว่าได้”


พูดจบ—


เขาใช้นิ้วขีดไปในอากาศเบา ๆ


ฟึ่บ—


ใบไม้ที่ปลิวลงมาตามแรงลมถูก “บางสิ่ง” ฟันผ่านในพริบตา


จากหนึ่งใบ…กลายเป็นหลายสิบใบ


จากหลายสิบใบ…แตกละเอียดเป็นฝุ่นผง ก่อนจะสลายไปกับลม


เงียบ…


ไม่มีใครพูดอะไรออกมา


ทุกคนตกอยู่ในภวังค์๰๬๹สิ่งที่เห็น


หลินเทียนจึงพูดขึ้นอีกครั้ง


๰๬๹แบบนี้…ไม่ใช่แค่ฟังแล้วจะเข้าใจ”


“พวกเจ้าต้องสัมผัสมันเอง สร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเอง ผ่านการต่อสู้”


หานซือถอนหายใจเบา ๆ


“ท่านเจ้าสำนัก…ท่านช่างเข้าใจถึงแก่นแท้จริง ๆ”


หลินเทียนโบกมือเล็กน้อย


“พอเถอะ ฟ้าสว่างแล้ว ไปเตรียมตัวกันเถอะ”


เขาหันไปทางจินซี


“แล้วก็…อย่าฝืนตัวเองจนเกินไป เดี๋ยวน้องสาวเจ้าจะเป็นห่วงเอา”


จินซีพยักหน้ารับ ก่อนจะรีบไปเตรียมตัว


ไม่นาน…


เขาก็กลับมา พร้อมกับไป๋ซีที่เดินตามมาด้วย


“ท่านอาจารย์…ข้าห้ามนางแล้ว แต่นางจะไปด้วยให้ได้”


จินซีพูดพลางชี้ไปทางน้องสาว


ไป๋ซีทำตาปริบ ๆ อย่างไร้เดียงสา


“พวกเราเองก็ขอไปด้วย”


หานซือกับเฉินเฟิงเอ่ยขึ้น


หลินเทียนไม่ได้ห้าม


เพียงพยักหน้าเบา ๆ


“งั้นก็ไปกันเถอะ”


แสงอาทิตย์ยามเช้าส่องลงมาเต็มที่แล้ว


เงา๰๬๹พวกเขาทอดยาวไปตามพื้น


ไม่นานนัก ทั้งหมดก็มาถึงลานประลอง


บรรยากาศยังคงคึกคักไม่ต่างจากวันก่อน แม้วันนี้จะเหลือเพียงคู่เดียว…แต่กลับเป็น “คู่ตัดสิน”


ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาจนแน่นขนัด


เสียงพูดคุยคล้ายคลื่นน้ำที่ซัดกระทบกันไม่หยุด


ในมือ๰๬๹หลินเทียนเต็มไปด้วยผลไม้หลากชนิดที่แวะซื้อมาระหว่างทาง เขาเดินเคี้ยวไปพลาง ก่อนจะพาพวกจินซีขึ้นไปนั่งยังที่นั่งชั้นบน


ไม่นาน…ช่วงสายก็มาถึง


ผู้คนมากันแทบครบ แม้แต่ท่านเจ้าเมืองยังมานั่งรออยู่ก่อนแล้ว


เสียงประกาศดังขึ้นก้องสนาม


“วันนี้จะเป็นการประลองคู่สุดท้าย๰๬๹งาน!”


“ผู้ใดจะได้อันดับหนึ่ง…ล้วนขึ้นอยู่กับฝีมือและวาสนา๰๬๹ตน!”


“เชิญ—เฉียนหนานแห่งสำนักฌาน และจินซีแห่งสำนักวิถีสวรรค์—ก้าวออกมา!”


สิ้นเสียง—


ทั้งสองก้าวขึ้นลานประลองอย่างสง่างาม


ยืนประจันหน้ากันอย่างสงบนิ่ง…ไร้ความหวาดหวั่น


“เริ่มได้!”


เฉียนหนานยกมือคำนับก่อน


“ข้าเฉียนหนานแห่งสำนักฌาน ระดับหลอมรวมลมปราณขั้น 1 เชิญศิษย์น้อง”


จินซีคำนับตอบ


“ข้าจินซีแห่งสำนักวิถีสวรรค์ ระดับสร้างรากฐานขั้น 7 ขอศิษย์พี่โปรดออมมือ”


ฟึ่บ!


ยังไม่ทันสิ้นเสียง—


ร่าง๰๬๹ทั้งสองก็พุ่งเข้าหากันทันที


จินซีเปิดฉากก่อน หมัดพุ่งตรงราวกับค้อนเหล็ก


แต่เฉียนหนานเพียงเบี่ยงตัวเล็กน้อย มือทั้งสองรับหมัดไว้ ก่อนจะ “ผัน” แรงออกไปอย่างนุ่มนวล


ปึก!


จินซีกระเด็นถอยไปหลายก้าว ฝ่าเท้าครูดพื้นเกิดเสียงเสียดสี


แต่เขาไม่หยุด—


พุ่งเข้าไปอีกครั้ง!


ปึก! ปัก! ปึก!


หมัด เท้า ปะทะกันอย่างต่อเนื่อง


คลื่นพลังปราณกระจายออกเป็นระลอก


เฉียนหนานเริ่มขยับ


เขาประสานมุทรา—


หมัดหนึ่งพุ่งออก


ตูม!


พลังปราณสีทองอบอุ่นแต่หนักแน่นพุ่งตรงเข้าใส่


จินซีรีบชักกระบี่


เคร้ง!


ปัดรับไว้ได้ ก่อนจะสวนกลับด้วยกระบี่ฟันต่อเนื่องราวสายฝน


แต่เฉียนหนานยังคงสงบนิ่ง


มือเขาขยับช้า ๆ ปัด เบี่ยง รับ—ราวกับลมพัดผ่านผิวน้ำ


แล้ว—


กระบี่สีทองก็ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นจากพลังปราณข้างกายเขา


มันเคลื่อนไหวด้วยตัวเอง


รับและสวนการโจมตี๰๬๹จินซีอย่างต่อเนื่อง


จินซีหรี่ตา ก่อนจะเร่งพลัง


วูบ!


สายน้ำหลายสายพุ่งออกจากกระบี่ เข้าปะทะเฉียนหนานจากทุกทิศ


แต่—


เฉียนหนานยกมือขึ้นอีกครั้ง


ครืนน…


ระฆังทองขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น


ครอบร่างเขาไว้แน่นหนา


ตูม! ตูม! ตูม!


สายน้ำกระแทกใส่ระฆัง


เสียงกังวานสะท้อนก้องไปทั่วสนาม


แต่ระฆัง…ไม่แม้แต่จะสั่นคลอน


ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน


ทั้งสองถอยออกมาตั้งหลัก


บรรยากาศเริ่มหนักแน่นขึ้น


เฉียนหนานประสานมืออีกครั้ง—


ทันใดนั้น แขนพลังปราณก็แตกแขนงออกจากร่างเขา


หนึ่ง…สอง…สี่…แปด…


รวมกับแขนจริง กลายเป็นสิบแขน!


พลังปราณไหลเวียนราวกับแม่น้ำ


“นั่นมัน…วิชาพุทธสยบมาร๰๬๹สำนักฌาน!”


เสียงผู้ชมดังขึ้นอย่างตื่นตะลึง


แขนแต่ละข้างถืออาวุธแตกต่างกัน


ราวกับเทพพุทธลงมายืนอยู่กลางสนาม


จินซีจ้องเขม็ง


แล้วค่อย ๆ หลับตา—


ลมหายใจนิ่งลง


ฟึ่บ…


กระบี่จากจิตปรากฏขึ้นรอบตัวเขา


หนึ่ง…สอง…จนเพิ่มขึ้นเป็นหลายเล่ม ลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ


แล้ว—


ทั้งสองพุ่งเข้าหากันอีกครั้ง!


เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!


เสียงกระบี่ปะทะดังรัวราวกับ-่าฝน


คลื่นกระแทกกระจายไปทั่วสนาม


พื้นหินเริ่มแตก


รอยกระบี่ลึกเป็นร่องยาว


ผู้ชมเงียบกริบ…ไม่มีใครกล้ากะพริบตา


ตูม!!


เสียงระเบิดดังสนั่น


ร่างหนึ่งกระเด็นออกมา—


จินซี


เขาถอยหลายก้าว เลือดไหลจากแผลข้างลำตัวหยดลงพื้น


ไป๋ซีลุกพรวดขึ้นทันที


“พี่…!”


นางเดินวนไปมาอย่างกระวนกระวาย


กลางสนาม—


จินซียืนหอบ


กระบี่ในมือสั่นเล็กน้อย


“ท่านแข็งแกร่งจริง…”


“ข้าไม่ใช่คู่ต่อสู้๰๬๹ท่านเลย…ศิษย์พี่หนาน”


เฉียนหนานมองเขา สีหน้าอ่อนโยน


“เจ้าเองก็เช่นกัน”


“แข็งแกร่งถึงเพียงนี้…ข้านับถือเจ้ายิ่ง”


แม้เขาจะไม่บาดเจ็บ


แต่ลมหายใจก็เริ่มถี่ขึ้น


ด้านบน—


ไป๋เยว่ดึงไป๋ซีให้นั่งลง


“ใจเย็นก่อน…”


ชิงชิงลูบหัวนางเบา ๆ


“ไม่เป็นไรหรอก ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น…อาจารย์๰๬๹เจ้าจะไม่ปล่อยให้เป็นอะไรแน่นอน”


หลินเทียนยังคงนั่งอยู่ที่เดิม


กัดผลไม้คำหนึ่ง


เคี้ยวช้า ๆ


สายตามองลงไปยังสนามอย่างนิ่งสงบ


กลางสนามที่แตกร้าว จินซียืนหอบ เลือดซึมจากบาดแผล แต่สายตายังแน่นิ่งไม่ถอย เขามองเฉียนหนานเพียงครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ เก็บกระบี่เข้าฝัก เสียงโลหะ “เคร้ง…” เบา ๆ


ดังขึ้นชัดเจน๡่า๣๷๧า๫ความเงียบ พลังปราณที่แผ่ออกก่อนหน้านี้ค่อย ๆ ไหลย้อนกลับเข้าสู่ร่าง๰๬๹เขาอย่างช้าแต่มั่นคง บรรยากาศรอบตัวนิ่งสนิทราวกับถูกหยุดเวลา แม้แต่สายลมยังไม่กล้าพัดผ่าน


ผู้ชมบางส่วนเริ่มพึมพำขึ้นเบา ๆ เพราะจำท่านี้ได้จากก่อนหน้า เฉียนหนานหรี่ตาลงเล็กน้อย เขาไม่ขยับถอย แต่กลับรวบรวมพลังปราณสีทองให้หนาแน่นยิ่งกว่าเดิม แขนพลังปราณค่อย ๆ รวมพลังเข้าหากันจนเกิดแรงกดดันมหาศาลแผ่ออกมา


“ถ้าเช่นนั้น…ข้าก็จะรับให้ถึงที่สุด”


ขอ เขากล่าวเสียงเรียบ ก่อนจะก้าวออกมาเพียงก้าวเดียว พื้นหินใต้เท้าแตกกระจายทันที


จินซียังคงยืนนิ่ง ราวกับรูปสลัก ลมหายใจแผ่วจนแทบไร้ตัวตน ก่อนจะเอ่ยขึ้นเบา ๆ


“กระบี่ผ่าสวรรค์…กระบวนท่าที่หนึ่ง”


ฟึ่บ—


เขาชักกระบี่ออกอย่างช้า ๆ แต่ในสายตาผู้ชมกลับรวดเร็วดั่งสายฟ้า เฉียนหนานพุ่งเข้าใส่ทันที พลังสีทองรวมตัวเป็นระฆังขนาดใหญ่ครอบร่างเขาไว้แน่นหนา แขนพลังปราณฟาดอาวุธออกพร้อมกัน คลื่นพลังถาโถมราวกับพายุ


ตูมมม!!!


กระบี่๰๬๹จินซีฟาดลง—เป็นเส้นเดียว เรียบง่าย แต่หนักแน่นถึงขีดสุด


ฉับ!


เสียงนั้นไม่ดัง…แต่กลับชัดเจนจนเสียวสันหลัง คลื่นพลังสีทองถูกผ่าแยกออกทันที ระฆังทองที่แข็งแกร่งสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ก่อนจะถูก “ผ่าออกเป็นสองส่วน” ตามแนวกระบี่ราวกับกระดาษ!


แรงปะทะยังไม่หยุด—คมกระบี่พาดผ่านเข้าถึงตัวเฉียนหนานโดยตรง


ฉัวะ!


เลือดสาดออกจากแขนข้างหนึ่ง๰๬๹เขา ร่างสะดุดถอยทันที โชคดีที่เขาหลบทันในเสี้ยววินาที ไม่เช่นนั้นแขนคงถูกตัดขาดไปแล้ว


ตูม!!!


แรงระเบิดตามมาทีหลัง คลื่นลมกระแทกแผ่กระจายไปทั่วสนาม พื้นหินแตกร้าวเป็นทางยาว เมฆบนฟ้าถูกแหวกเป็นร่องตรง


ฝุ่นควันปกคลุมทั่วบริเวณ



เมื่อทุกอย่างจางลง ทั้งสองยังคงยืนอยู่


จินซีถือกระบี่ไว้ในมือ ร่างสั่นเล็กน้อย เลือดไหลจากมุมปาก ส่วนเฉียนหนานยืนโอนเอน แขนที่ถูกฟันยังมีเลือดไหลไม่หยุด ลมหายใจ๰๬๹เขาหนักหน่วงอย่างเห็นได้ชัด


ทั้งสองหอบหายใจ…แต่ไม่มีใครล้ม


ไม่มีใครถอย


สายตาปะทะกันกลางสนามอีกครั้ง—เงียบงัน แต่เต็มไปด้วยแรงกดดัน


“ยัง…ไม่จบ…” จินซีเอ่ยเสียงแผ่ว


เฉียนหนานยิ้มบาง แม้ใบหน้าจะซีดลงเล็กน้อย


“แน่นอน…”


ทั้งสองยกอาวุธขึ้นอีกครั้ง แม้ร่างกายจะใกล้ถึงขีดจำกัด แต่จิตใจยังไม่ยอมแพ้


ฝุ่นยังไม่ทันจางดี ทั้งสองก็พุ่งเข้าหากันอีกครั้ง


ไม่มีวิชาอันซับซ้อนอีกต่อไป


ไม่มีแขนพลังปราณ


ไม่มีระฆังทอง


เหลือเพียง—กระบี่สองเล่ม และร่างกายที่ใกล้ถึงขีดจำกัด


เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!


เสียงโลหะปะทะกันดังถี่รัว


คมกระบี่ฟาด ฟัน แทง สลับกันอย่างดุดัน


จินซีเป็นฝ่ายรับมากขึ้น


ทุกการฟัน๰๬๹เฉียนหนานหนักแน่นและแม่นยำยิ่งกว่าเดิม ราวกับอ่านจังหวะ๰๬๹อีกฝ่ายได้ล่วงหน้า


ฉับ!


คมกระบี่เฉียดผ่านไหล่๰๬๹จินซี เลือดกระเซ็นออกมา


เขากัดฟัน ฝืนยกกระบี่ขึ้นรับอีกครั้ง


เคร้ง!


แรงปะทะทำให้แขนเขาสั่นจนชา


ฝ่าเท้าครูดพื้นถอยไปหลายก้าว


แต่เขายังไม่ล้ม


ยังไม่หยุด


เฉียนหนานก้าวตามเข้าไปทันที


จังหวะรุก๰๬๹เขาแน่นหนา ราวกับคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไม่หยุด


ฟึ่บ! ฉับ! เคร้ง!


การปะทะยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ


ทั้งสองพุ่งไปมารอบสนาม ราวกับเงาสองสายที่ฟาดฟันกันไม่หยุด


ผู้ชมเงียบกริบ


มีเพียงเสียงกระบี่…และลมหายใจหนักหน่วง๰๬๹ทั้งสอง


“เขา…เหนือกว่าเจ้าหนุ่มจินซี…”


เสียงใครบางคนพึมพำ


“แต่เด็กคนนั้นยังไม่ยอมแพ้เลย…”


อีกเสียงตอบเบา ๆ


ด้านบน—ไป๋ซีกำมือแน่นจนสั่น


สายตาจับจ้องไม่กะพริบ


กลางสนาม—


จินซีเริ่มช้าลง


ร่างกายร้องเตือนทุกจุด


แขนหนักอึ้งเหมือนแบกภูเขา


แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น—


บางอย่าง…พลันชัดเจนขึ้น


ภาพ๰๬๹กระบี่


เสียง๰๬๹อาจารย์


คำพูดเมื่อเช้า—


“จงหลอมรวมตนเองให้เป็นหนึ่งเดียวกับมัน…”


ลมหายใจ๰๬๹เขานิ่งลง


สายตาเปลี่ยนไป


คมกระบี่ในมือ…เหมือนไม่ใช่แค่เหล็กอีกต่อไป


แต่เป็น “ตัวเขาเอง”


ฟึ่บ—


จังหวะการเคลื่อนไหว๰๬๹จินซีเปลี่ยนไปทันที


ไม่ฝืน


ไม่เร่ง


แต่แม่นยำ…และนิ่งลึก


เฉียนหนานหรี่ตาเล็กน้อย


“นี่มัน…”


ผู้ชมเริ่มฮือฮา


“เจตจำนงค์! เขากำลังสร้างเจตจำนงค์๰๬๹ตัวเอง!”


เสียงกระซิบดังขึ้นเป็นระลอก


ความตื่นเต้นพุ่งขึ้นจนแทบกลั้นไม่อยู่


เคร้ง!


กระบี่๰๬๹ทั้งสองปะทะกันอีกครั้ง


ครั้งนี้—จินซีไม่ถอย


เขาสวนกลับทันที


คมกระบี่พาดผ่านอากาศอย่างเรียบง่าย แต่แฝงด้วยแรงกดดันที่ต่างจากก่อนหน้า


เฉียนหนานยิ้มบาง


“ดี! ดีมากจินซีสร้างมันออกมาเจตจำนงค์๰๬๹เจ้า!”


ทั้งสองพุ่งเข้าหากันอีกครั้ง—ครั้งสุดท้าย


ฟึ่บ!


ร่างทั้งสองไขว้ผ่านกันในพริบตา


ฉับ!


เสียงคมกระบี่เฉือนอากาศดังเพียงครั้งเดียว


แล้ว—


เงียบ



ทั้งสองยืนหันหลังให้กัน


ไม่มีใครขยับ


ลมหายใจหนักหน่วงดังแผ่วเบา


เวลาราวกับหยุดนิ่ง



จู่ ๆ


กระบี่ในมือ๰๬๹จินซีสั่นเล็กน้อย


ร่าง๰๬๹เขา…ค่อย ๆ ทรุดลง


ปึก!


เขาคุกเข่ากระแทกพื้น เลือดหยดลงทีละหยด


“ผู้ชนะคือ—”


เสียงประกาศกำลังจะดังขึ้น


แต่—


“เดี๋ยวก่อน…”


เสียง๰๬๹เฉียนหนานดังแทรกขึ้น


เขายืนหันหลังอยู่เช่นเดิม


ก่อนจะเอ่ยช้า ๆ


“ข้า…ขอยอมแพ้”


ทั้งสนามเงียบงัน


“อะไรนะ!?”


เสียงผู้คนแตกฮือทันที


เฉียนหนานค่อย ๆ หันกลับมา


ใบหน้าซีดขาว แต่ยังคงยิ้ม


“กระบี่เมื่อครู่…เจ้าชนะแล้ว”


สิ้นคำ—


ร่าง๰๬๹เขาก็โอนเอน


แล้วล้มลงกับพื้น


ปึก!


ความเงียบปกคลุมทั้งสนามอีกครั้ง


ก่อนที่เสียงประกาศจะดังขึ้นในที่สุด


“ผู้ชนะ…จินซีแห่งสำนักวิถีสวรรค์!”


เสียงโห่ร้องระเบิดขึ้นราวพายุ


แต่บนสนาม—


มีเพียงสองร่างที่ล้มลง


๡่า๣๷๧า๫ร่องรอย๰๬๹การต่อสู้

ตอนต่อไป
ตอนที่ 20

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา