เรื่อง มหาศึกสัตว์ซาตาน โกลาหลปฐพี
ความร้อนาแสงพระอาทิตย์ ดูท่า่ามันะเพิ่มขึ้นัุ่ขณะ าุตออกเดินมาได้สักพัก แต่ยังไม่เห็นวี่แวว่าะใกล้ถึงจุดหมาย มันไกลก่าที่เขาคิดเอาไว้ ก่อนอื่นเลย สิ่งแรกที่าุตะต้องทำนั้นก็คือ เขาะต้องเดินเข้าไปยังใจกลางเมือง เดินตัดผ่าถนนเส้นหลักตรงดิ่งไปทางทิศใต้ ะปรากฏเห็นเส้นทางของรถลากเกวียน โดยถนนเส้นนั้นะมีจุดสิ้นสุด ณ ผืนป่ามรกตโดยตรง ตามคำแนะนำของพรานวิโรจน์ก่อนที่าุตะออกเดินทางมา
และเมื่อเดินต่อมาได้อีกสักพักดูเหมือน่าเส้นทางะย่นลงมาแล้ว ในที่สุดาุตก็เริ่มพบเห็นความเปลี่ยนแปลง เริ่มที่ะเห็นรถเกวียนขนสินค้าแล่นผ่านไปมา เห็นเหล่าผู้คนที่ช่วยกันแบกหามข้าวของไปยังจุดโน้นทีจุดนี้ที หรือะเป็นเหล่านายทหารม้าที่กำลังออกตรวจตราตามสถานที่ต่างๆ พอเดินถลำลึกเข้ามาเรื่อย ๆ าุตก็รู้ได้ทันที่านี่แหละคือใจกลางเมือง
แม้แต่ในยามที่แสงแดดร้อนระอุ ยังมีผู้คนมากมายเดินสวนทางกันไปมาพลุกพล่าน มีแผงค้าขายของเหล่าพ่อค้าแม่ค้าตั้งเรียงรายเต็มไปตลอดสองฝั่งทาง าุตรู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้เห็นกับบรรยากาศใหม่ๆ เขากล้าที่ะเดินเข้าไปขอขนมหวานกับคุณยายคนหนึ่ง ขณะที่ท่านกำลังนั่งขายอยู่บริเวณนั้น ซึ่งท่านก็ใจดีให้กับเขาเสียด้วย คุณยายยื่นเอาขนมเปียกปูนสามห่อให้กับาุตด้วยรอยยิ้มที่ไม่เห็นฟัน
“ขอบใจคุณยายมากนะขอรับ”
ระห่างที่าุตเดินไปกินไปอย่างมูมมาม เขาก็ได้ยินเสียงคนเอะอะโวยวายมาาทางด้านหน้า
“รำคาญ! ขวางหูขวางตาะไปไหนก็ไป!”
เสียงตะคอกดังอยู่เบื้องหน้าไม่ไกลนัก จนาุตเดินเข้ามาใกล้พอที่ะเห็นเหตุการณ์ ข้าวของถูกโยนทิ้งกระจัดกระจายเกลื่อนถนน มองเห็นชายรูปร่างอ้วนท้วมกำลังไล่ตะเพิดคุณตาคนหนึ่ง แต่สิ่งที่ดูะแปลกไปเอามากๆ นั้นก็คือ ผู้คนที่อยู่บริเวณนั้นไม่ได้ให้ความสนใจกับเหตุการณ์นี้เลย พวกเขาพากันเดินไปเดินมาอย่างปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น คุณตาเนื้อตัวมอมแมม สวมใส่เสื้อผ้าที่ขาดหลุดลุ่ยเลอะเปรอะเปื้อน ค่อยๆ ก้มเก็บตะกร้าใส่ของทีละใบ ยกขึ้นใส่ในรถเข็นของตัวเองท่าทีเศร้าสร้อย
“เกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ” าุตถามอย่างไร้เดียงสา ปากก็เคี้ยวขนมเปียกปูนอยู่หมุบหมับ
หญิงวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้างกันจึงบ่นพึมพำออกมา่า “เป็นแบบนี้ประจำ สี่วันก่อนคืนพระจันทร์เต็มดวงตาเทียนะออกมาเรี่ยไรข้าวของ ทำให้ผู้คนแถวนี้เดือดร้อน” สีหน้าของนางบูดบึ้ง บ่นไปส่ายหัวไป
“ทำไมคุณตาเขาถึงทำอย่างนั้นล่ะขอรับ” าุตถามต่ออย่างนึกสงสัย
“ก็เพราะ่าเขาเป็นคนบ้าน่ะสิ นำข้าวของไปบวงสรวงที่ป่าร้าง งมงายคิด่าป่าผืนนั้นยังคงประเสริฐอยู่ ช่างไร้สาระเสียจริงๆ” นางเอ่ยอย่างฉุนเฉียว
าุตทำหน้าตางงงวยเมื่อได้ฟัง “บวงสรวงป่าร้าง” เขาทวนเสียงแผ่วเบาสายตาครุ่นคิด ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ยินสิ่งที่เขาทวน และนางก็เดินส่ายหน้าเบื่อหน่ายใจาาุตไป
จนถึงตอนนี้ก็ไม่มีใครที่ะเข้าไปช่วยคุณตาเก็บของ ไม่มีแม้แต่คนแลมอง ส่วนคนที่หันมองต่างก็ส่งสายตาจงเกลียดจงชัง มีเพียงแต่าุตที่ค่อยๆ เดินเข้าไปหาโดยไม่มีใครแถวนั้นสนใจ ดวงตาของชายแก่สาดแสงเปล่งประกาย เมื่อเห็นาุตเดินมาอยู่ตรงหน้า เข่าคุณตาทรุดลงราวกับ่าพบเห็นผู้มีพระคุณ
“ได้โปรดบริจาคของให้ข้าด้วย” เสียงแหบพร่าของคุณตาเอ่ยขึ้นพร้อมกับสายตาออดอ้อนวิงวอน มือทั้งสองข้างจับอยู่ตรงหน้าขาของาุตแทบะเป็นการก้มลงกราบ าุตยืนนิ่งตัวแข็งทื่อ เขาตั้งตัวไม่ทัน ตะกุกตะกักรีบพยุงร่างของคุณตาขึ้นยืน
เขาถูกขอร้องาคุณตาคนนี้อยู่หลายต่อหลายครั้ง แต่าุตก็ไม่รู้่าตนะให้อะไรกับคุณตาได้ เพราะ่าเขาเองก็ไม่มีอะไรเลยเฉกเช่นเดียวกัน ทำได้แค่เพียงล้วงมือลงไปในย่าม หยิบเอาขนมเปียกปูนที่เหลือห่อสุดท้ายยื่นให้ ชายแก่ไม่ปฏิเสธเอื้อมมือออกมารับขนมใบตองห่อนั้น ซึ่งผลลัพธ์มันกลับเกินคาด คุณตามีท่าทีดีอกดีใจแม้่าเขาะได้มาแค่ขนมเปียกปูนเพียงห่อเดียวก็ตาม าุตต้องน้อมรับคำขอบคุณาคุณตา-่าใหญ่ราวกับฝนฟ้ากระหน่ำ ก่อนที่คุณตาะหันไปเก็บตะกร้าที่ถูกทิ้งเกลื่อนถนนอย่างเร่งรีบ ราวกับ่ามีอะไรกระตุกจิตกระตุกใจขึ้นมา
“ะต้องไปขอที่อื่นต่อ เดี๋ยวะไม่ทันคืนพระจันทร์เต็มดวง เย็นนี้ต้องออกเดินทาง” ชายแก่กล่าวพึมพำ จู่ ๆ ท่านก็มีท่าทีร้อนรนขึ้นมาซะอย่างนั้น แล้วรีบเข็นเอารถเข็นที่แสนะเก่าทรุดโทรมเดินอุ้ยอ้ายาไป
ส่วนาุตที่เขายังคงรู้สึกเอะใจกับอะไรบางอย่าง เอะใจกับคำพูดของผู้หญิงวัยกลางคนคนนั้น กับคำพูดของนางที่่า “บวงสรวงป่าร้าง” ความสงสัยมันเกิดขึ้นอยู่ในหัวของาุต ถึงแม้่าเขาะเดาคำตอบเอาไว้แล้วก็ตาม าุตจึงตัดสินใจรีบเดินตามคุณตาไป
เพียงแค่เขาเร่งฝีเท้าไม่กี่ก้าวก็ไล่ตามชายแก่ที่เดินอุ้ยอ้ายชักช้าได้ทัน าุตเข้าไปเดินแทรกขนาบข้างกับคุณตาด้วยท่าทางเป็นมิตร
“คุณตากำลังะไปที่ไหน งั้นหรือขอรับ” าุตเปิดฉากเอ่ยถามหลังานี้มันอาจะฟังดูน่าเหลือเชื่อ แต่ดูเหมือน่าคุณตาะลืมาุตไปเสียแล้ว ลืมคนที่ให้ของบริจาคกับเขาเป็นชิ้นแรก ทั้ง ๆ ที่ตะกี้ยังยืนอยู่ด้วยกันอยู่แหม๊บ ๆ เพราะคุณตามีท่าทางดูงงงวย เมื่อเห็นเด็กชายที่ไหนก็ไม่รู้เดินเข้ามาถาม แต่ดูเหมือน่ามันะไม่สำคัญอะไรอีกแล้ว คุณตาแสดงถึงท่าทางที่อยากะตอบคำถามนี้แบบสุดๆ ในตาของชายสูงวัยมีแสงเจิดจรัสเปล่งประกายออกมาอย่างเห็นได้ชัด
“ข้ากำลังะเดินทางไปยังดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ เพื่อบวงสรวงเหล่าทวยเทพและเทวดา” คุณตาตอบด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ พลางผายมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือหัว เสมือนเป็นการสักการบูชาอะไรทำนองนั้น
“ป่ามรกตอย่างนั้นหรือขอรับ” าุตเอ่ยถามเข้าตรงประเด็นในสิ่งที่เขาอยากรู้
โดยที่คุณตายังคงเข็นรถเข็นไปข้างหน้าท่าทางงุ่มง่ามอุ้ยอ้ายเหมือนอย่างเคย (แม้่าในใจอยากะพุ่งไปให้เร็วสักแค่ไหนก็ตาม) โดยมีเด็กชายอย่างาุตเดินขนาบข้างกันมาติดๆ ทั้งคู่ไม่ได้สนใจกับสายตาที่ไม่เป็นมิตรของเหล่าผู้คน ที่กำลังจ้องมองมาอย่างเบื่อหน่ายมาทางพวกเขาเลย าุตและคุณตาเดินผ่านไปอย่างไม่แยแสเสียงกล่าวซุบซิบนินทา
“ท่านกำลังะไปป่ามรกตอย่างนั้นหรือขอรับ” าุตเอ่ยถามอีกครั้ง เหมือน่าคุณตาะไม่ได้ยินในสิ่งที่เขาถามไปก่อนหน้านี้ และแล้วล้อของรถเข็นคันเก่าทรุดโทรมก็เริ่มชะลอตัว มันแทบะหยุดนิ่งอยู่กับที่ ชายแก่หันหน้ามาหาาุตดวงตาของเขาเบิกกว้าง
“ใช่” คุณตาเอ่ยด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจอีกครั้ง
“ดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ ป่ามรกตเป็นสถานที่เดียวในทั่วทั้งแผ่นดิน ที่ให้กำเนิดสัตว์วิเศษของเทพพระเจ้า พระพรหมคือเทพผู้สรรค์สร้างทรงดลบันดาลสัตว์ประเสริฐเหล่านี้มาให้พวกเรา” ชายแก่ตะเบ็งเสียงออกมา มันแสดงให้เห็นถึงศรัทธาแรงกล้าที่เขามีต่อสถานที่แห่งนั้น
แต่ท่าผู้คนที่อยู่บริเวณนั้นเหมือนะไม่มีใครรู้สึกคล้อยตาม พวกเขาต่างมองกลับมาด้วยสายตาและใบหน้าสะอิดสะเอียนเบื่อหน่าย ะเว้นก็แต่าุตที่ยืนขนาบข้างกันอยู่ไม่ห่าง
“ข้าก็ะไปที่นั่น เช่นเดียวกันขอรับ” าุตเอ่ย ชายแก่ยิ้มแป้น ในปากไม่เหลือฟันแม้แต่ซี่เดียว
“แน่นอน ไม่่าใครต่อใครก็เดินทางไปที่นั่น ก่อนคืนที่พระจันทร์ะเต็มดวง แล้วไหนล่ะของบวงสรวงเทพเจ้าของเจ้า” คุณตาเอ่ยสายตามองไปที่กระเป๋าย่ามสีดำที่าุตสะพายอยู่บนหัวไหล่ขวา ซึ่งมันเหี่ยวแฟบเหมือนไม่มีอะไรอยู่ข้างใน
“ข้าไม่ได้ะไปบวงสรวงอะไรหรอกขอรับ ข้าะไปตามหาสัตว์ซาตาน” าุตตอบถึงเจตนาของตนแบบไม่ปิดบัง
ส่วนคุณตาเองก็ไม่ได้มีท่าทีตกอกตกใจหรือเกิดข้อสงสัยในสิ่งที่าุตกล่าวออกมา ท่านไม่ได้บอก่ามันไม่มีอีกแล้ว หรือมันสูญพันธุ์ไปแล้ว เหมือนกับกลุ่มนายพรานวิโรจน์ที่าุตพบเจอเมื่อก่อนหน้านี้
“นั่นแหละ เจ้ายิ่งะต้องบวงสรวง เทพเจ้าสูงสุดมีด้วยกันอยู่สามพระองค์ พระศิวะ พระวิษณุ พระพรหม เจ้าะต้องบวงสรวงพระพรหม พระพรหมคือเทพผู้สรรค์สร้าง พระองค์ะบันดาลทุกอย่างตามที่เจ้าต้องการ” คุณตาเอ่ยร่ายยาว
ส่วนาุตก็สงบนิ่งไม่มีโอกาสได้พูดแทรก
“เอาอย่างนี้ เจ้าออกเดินทางไปพร้อมกับข้า เดี๋ยวข้าะพาเจ้าทำพิธีเอง” คุณตาเอ่ยชักชวน
ซึ่งอะไรก็ไม่รู้ที่ทำให้าุตไม่ตอบปฏิเสธ เขาเองก็ไม่รู้ถึงเหตุผลนั้น แถมยังตกปากรับคำ่าะร่วมเดินทางครั้งนี้ไปกับคุณตาอีกด้วย ไปยังป่ามรกตพร้อมกันกับชายแก่สูงวัยที่ผู้คนต่างตราหน้า่าเขาเป็นคนบ้า
*** OTOP: จับพลัดจับผลูยังไงละเนี่ยพระเอกของเรา จู่ๆ าุตก็ะได้เดินทางไปยังป่ามรกตกับคุณตาเทียน ที่พร่ำเพ้อพรรณนาถึงเหล่าทวยเทพที่าุตไม่เคยะได้ยินเลยด้วยซ้ำ เพื่อนๆ มีความคิดเห็นยังไงกันครับ คุณตาะพาาุตไปถึงจุดหมายหรือเปล่า าุตะได้เจอกับสิ่งที่เขาอยากเจอไหม พิมพ์พูดคุยกันได้เลยครับผม ผมรออ่าน Comment อยู่นะครับ ***
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??