เรื่อง ช่างมนตราผ่าโลกเวทมนต์
ประตูัเวทีเปิดออก กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยคลุ้งออกมาทันที ทั้งที่ยังไม่เห็นตัวสิ่งของ ไม่นานนักรถเข็นคันสุดท้ายก็ถูกเข็นออกมาโดยโกเลมเหล็ก เนื่องจากไอเวทมนตร์ของมันเป็นอันตรายเกินกว่าที่มนุษย์จะเข้าใกล้ได้
บนรถเข็นนั้นมีตู้กระจกนิรภัยหนา 5 ชั้น ที่ลงอักขระเวทมนตร์กักขังไว้อย่างแน่นหนา
ภายในตู้... มีก้อนผลึกสีแดงเข้มขนาดเท่ากำปั้นวางอยู่บนภาชนะคล้ายอ่างน้ำ
ผิวมันเลื่อมระยับตา และที่น่าสยดสยองคือ... มีของเหลวสีแดงสดไหลซึมออกมาจากผิวผลึกตลอดเวลา ราวกับมันกำลังร้องไห้เป็นสายเลือด หยดลงจากอ่างจนเจิ่งนองพื้นตู้
ตึก... ตึก...
จู่ๆ คนทั้งฮอลล์ก็รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงหัวใจเต้น... ไม่ใช่เสียงที่ดังเข้าหู แต่เป็นความรู้สึกที่สะเทือนมาจากข้างในอกของตัวเอง
ความกดดันขุมหนึ่งแผ่ปกคลุมไปทั่ว แต่สำหรับภัทรแล้ว... เขากลับรู้สึกถึงบางสิ่งที่พิเศษกว่าใคร
ฟู่...
ล็อกเกตของมิรินที่ห้อยอยู่บนอกของเขา... จู่ๆ ก็ร้อนจี๋ขึ้นมาราวกับถ่านไฟ!
ความร้อนนั้นแผดเผาผิวหนังจนภัทรสะดุ้ง เขารีบตะปบมือลงบนหน้าอก ความรู้สึกใจคอไม่ดีเริ่มก่อตัวขึ้น
“นี่คือสิ่งที่หน่วยสำรวจของเราพบในห้องเครื่องยนต์ชั้นในสุดของเรือ ยู.เอส.แอล. กาบาติกัส...” หยาดพิรุณประกาศเสียงก้อง
เราต้องเสียสละผู้วิเศษระดับสามไปถึง 10 คน และผู้วิเศษระดับสี่อีกหนึ่งคน เพื่อฝ่าดงกับดัก ฝูงสัตว์อสูรทะเลลึก และ... ร่างของอดีตลูกเรือที่กาเป็นีิเฝ้าั์ เพื่อนำสิ่งนี้ออกมา”
“เราตั้งชื่อมันว่า ‘ศิลาอาบโลหิต’ เนื่องจากมันจะปล่อยของเหลวสีแดงออกมาตลอดเวลา มันไม่สามารถวางบนโลหะใดๆ ได้จึงต้องใช้แร่คริสตัลบริสุทธิ์ในการบรรจุมัน และแม้ว่าจะไม่สามารถสัมผัสมันโดยตรงได้..."
เขาชี้ไปที่ของเหลวสีแดงที่นองอยู่ก้นตู้ "แต่ทว่า น้ำสีแดงที่ไหลออกมานั้น เมื่อสกัดสิ่งปนเปื้อนออกแล้ว มันกลับมีพลังงานเวทมนตร์เข้มข้นพอๆ กับหินเวทมนตร์ระดับกลาง และมันไหลออกมาไม่ขาดสาย นั่นหมายความว่า... พลังงานในตัวมัน ‘ไร้ขีดจำกัด’ ครับ!"
"นอกจากนี้ เราได้พิสูจน์แล้วว่ามันไม่ได้มีพลังที่เกี่ยวข้องกับสิ่งต้องสาปหรือพลังงานชั่วร้ายใดๆ ดังนั้นจึงไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะเกิดอันตรายเมื่อทำการดูดซับพลังของมัน"
คำพูดนี้ภัทรไม่เชื่ออย่างแน่นอน เนื่องจากจี้ของมิรินร้อนเป็นเตาเผาขนาดนี้ เป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่เกี่ยวข้องกับพวกคนนอกรีต แต่การที่สมาคมกลับไม่สามารถตรวจสอบพบความผิดปกติใดๆ ได้นั้น สร้างความประหลาดใจแก่เขาอย่างมาก
หยาดพิรุณพูดต่อไป “นักวิจัยของเราพยายามจะนำมันไปสร้างเป็นแกนกลางพลังงาน... แต่มันปฏิเสธทุกวัสดุ โลหะเวทมนตร์ที่สัมผัสมันจะผุกร่อนกาเป็นสนิมในไม่กี่วินาที และมนุษย์ที่กล้าใช้มือเปล่าจับมัน... ร่างกายจะแห้งเหี่ยวเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก เพราะถูกสูบเลือดจนหมดตัวในพริบตาเดียว”
“หากใครสามารถหาวิธีควบคุมมันได้... ท่านจะมีแหล่งพลังงานที่เทียบเท่ากับ ‘หัวใจมังกร’ หรือ ‘เตาปฏิกรณ์เวทมนตร์’ อยู่ในกำมือ!”
เสียงฮือฮาดังระงมด้วยความหวาดกลัว แต่ในขณะเดียวกัน แววตาของเหล่าผู้มีอำนาจกลับลุกวาวด้วยความโลภ
“ด้วยความอันตรายที่สูงลิ่ว และความหายากที่ไม่เคยพบมาก่อน... โรงประมูลตำลึงทองขอเปิดประมูลเริ่มต้นที่... 500 เหรียญทอง!”
การประมูลศิลาอาบโลหิตนั้นเกินกำลังของคนทั่วไปจะเอื้อมถึง มันได้กาเป็นสนามรบของเหล่าผู้ทรงอิทธิพลในห้องวีไอพีด้านบนทั้ง 4 ห้อง แม้แต่ห้องของแม่สาวน้อยที่ประมูลกระต่ายไปก่อนหน้านี้ก็ยังเข้าร่วมวงด้วย แต่คราวนี้ผู้ขานราคาเปลี่ยนเป็นเสียงของหญิงชราที่ฟังดูทรงอำนาจแทน ทำให้รู้ว่าเด็กคนนี้มีเบื้องัที่แข็งแกร่งแค่ไหน ในตอนที่มูลค่าการประมูลพุ่งทะยานไปแตะที่ 800 เหรียญทองนั้นเอง...
ตูม!!!
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวมาจากด้านัประตูทางเข้าใหญ่ เศษไม้และฝุ่นควันฟุ้งกระจายไปทั่ว ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องตกใจของผู้คนในฮอลล์ ภัทรหันขวับไปมองกลุ่มควันที่ค่อยๆ จางลง พบร่างของคนหาสิบคนก้าวข้ามผ่านซากประตูที่พังยับเยินเข้ามา
นำทีมโดยชายหนุ่มที่เขาคุ้นหน้า... แต่วันนี้อีกฝ่ายไม่ได้มาในมาดคุณชายชุดหรูเหมือนครั้งแรก ภาคินอยู่ในชุดเครื่องแบบเจ้าหน้าที่หน่วยปราบปรามสีดำขลิบทองแดงเต็มยศ สวมเกราะอ่อนสีทองเหลืองที่หน้าอก และปลอกแขนโลหะฝังผลึกเวทมนตร์ที่ดูทรงพลัง
สิ่งเดียวที่ยังเหมือนเดิมคือดวงตาสีขี้เถ้าที่ฉายแววเบื่อหน่ายโลก และผมสีเทาเข้มตัดสั้นที่โคนผมเรืองแสงสีแดงเพลิงตลอดเวลา ซึ่งดูโดดเด่นและน่าเกรงขามกว่าเดิมเมื่ออยู่ในเงามืด
ภาคินก้าวเข้ามาท่ามกลางซากประตู เขาไม่ได้ตะโกนโหวกเหวก แต่ใช้น้ำเสียงที่เสริมด้วยเวทขยายเสียงให้กังวานก้องไปทั่วฮอลล์
“ช่างไร้ระเบียบ...”
เขากวาดตามองความวุ่นวายในงานประมูลด้วยสายตาตำหนิ
“ผมคือ ภาคิน สุริยคราส จากหน่วยปราบปรามพิเศษ... สถานที่แห่งนี้อยู่นอกเหนือการควบคุมของกฎหมาย และเต็มไปด้วยสิ่งผิดกฎหมาย ผมขอใช้อำนาจตามมาตรา 44 แห่งกฎอัยการศึกเวทมนตร์...”
เขาเว้นจังหวะ ยกมือขึ้นทำสัญญาณ
“ยึดทุกอย่าง... และจับกุมทุกคน ใครขัดขืน อนุญาตให้ใช้ความรุนแรงระดับสูงได้”
คำประกาศนั้นเหมือนการราดน้ำมันลงบนกองไฟ คนในฮอลล์ส่วนใหญ่ที่เป็นทั้งพ่อค้าตลาดมืดและอาชญากรต่างรู้ดีว่าถ้าถูกจับได้นั่นคือจุดจบในชีวิตของพวกเขา
“ฆ่ามัน! อย่าให้มันจับได้!” เสียงตะโกนหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับปาไม้กายสิทธิ์นับร้อยที่ชี้ไปยังกลุ่มของภาคิน เสียงร่ายเวทมนตร์ดังระงม แสงสีตระการตาพุ่งเข้าใส่ผู้บุกรุกราวกับ-่าฝน
แต่ภาคินเพียงแค่ยืนกอดอกนิ่ง ลูกน้องของเขาสองคนก้าวออกมาข้างหน้าพร้อมชู ‘โล่เวทมนตร์หกเหลี่ยม’ ซึ่งเป็นสิ่งประดิษฐ์ระดับสูงขึ้นมา
วิ้ง!
ม่านพลังงานโปร่งแสงกางออกคลุมกลุ่มเจ้าหน้าที่ไว้ทั้งหมด รับการโจมตีได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่มีรอยขีดข่วน หยาดพิรุณที่อยู่บนเวทีรีบตั้งสติและตะโกนสั่งการ
“ทุกคนครับ! โรงประมูลตำลึงทองจะรับมือทางนี้เอง ขอให้แขกทุกท่านออกไปทางทางออกฉุกเฉินด้านข้างเดี๋ยวนี้! โปรดไว้ใจเรา!”
ฝูงชนแตกฮือวิ่งเบียดเสียดกันไปที่ทางออก ภัทรรีบสะกิดชีตาห์แล้วแทรกตัวหนีไปพร้อมกับคนอื่นๆ ทว่าพวกภาคินไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ พวกเขาเริ่มร่ายเวทตาข่ายและโซ่ตรวนเข้าใส่กลุ่มคนที่กำลังหนี รวมถึงคนที่โดนลูกหลงจากการกราดร่ายเวทมนตร์
ในจังหวะนั้นเอง ชายชราร่างผอมแห้งในชุดคลุมสีเทาที่เดินตามมาทีัอย่างเชื่องช้าก็ขยับตัว เขาค่อยๆ ยกไม้เท้าหัวพยัคฆ์ทองเหลืองที่สลักเสลาอย่างงดงามขึ้นมา แล้วกระแทกลงกับพื้นเบาๆ
ตึง!
แรงสั่นสะเทือนมหาศาลแผ่พุ่งไปทั่วพื้นดินราวกับแผ่นดินไหวเฉพาะจุด พื้นหินอ่อนแตกร้าวเป็นทางยาวพุ่งตรงไปยังกลุ่มคนที่กำลังจะหนีออกประตู ทำให้ทุกคนล้มระเนระนาดรวมถึงภัทรและชีตาห์ที่เกือบจะหน้าทิ่มดิน
สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดเมื่อประตูห้องวีไอพีทั้ง 4 ห้องด้านบนเปิดออกพร้อมกัน แรงกดดันมหาศาลจากจอมเวทระดับสูงแผ่ซ่านลงมา ทั้งไอร้อนจากตระกูลธำรงอัคคี จิตสังหารจากตระกูลโลหกุญชร และพลังลึกลับอื่นๆ จนบรรยากาศหนักอึ้ง
ชายชราเจ้าของไม้เท้าหัวพยัคฆ์หรี่ตามองขึ้นไปด้านบน เขารู้ดีว่าการปะทะในที่แคบแบบนี้ฝ่ายเขาจะเสียเปรียบ
“พอแค่นั้นแหละ คุณชายภาคิน... ปล่อยพวกมันไป...”
ภาคินหันขวับมามองประสาน คิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดคำสั่ง
“คุณประสาน... ผมกำลังจะคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมด คุณคิดจะปล่อยอาชญากรพวกนี้ไปงั้นเหรอ? นี่มันขัดกับหลักการของผม”
“อย่าโผงผาง...” ประสานเตือนสติ “ดูข้างบนนั่น... ถ้าปะทะกันตรงนี้ เราจะได้ไม่คุ้มเสีย ทรัพยากรของเรามีจำกัด การปล่อยมดปลวกหนีไปบ้างแลกกับชัยชนะในสงครามใหญ่... คุ้มค่ากว่านะครับ”
ภาคินกัดฟันกรอด สมองของเขาประมวลผลอย่างรวดเร็ว แล้วรู้ว่าชายชราพูดถูก เขาคาหมัดออก แล้วสะบัดหน้าอย่างหงุดหงิดที่ต้องยอมถอย
“...เข้าใจแล้ว สั่งลูกน้องเปิดทาง! แต่ส่งหน่วยสอดแนมตามประกบพวกนอกกฎหมายไว้ อย่าให้คลาดสายตา!”
ขณะที่ฝูงชนกำลังทะลักออกไป สายตาของภาคินที่คอยสอดส่องความเรียบร้อยก็เหลือบไปเห็นภัทรในหน้ากากจิ้งจอก แต่เขากลับจำได้ทันทีว่าเป็นคนที่เคยมายุ่งเรื่องของเขากับรินธิรา
“นั่นมัน... ไอ้สวะเมื่อตอนกลางวัน?” มุมปากเขากระตุกเล็กน้อย ไม่ใช่รอยยิ้ม แต่เป็นความสมเพช
“ใส่หน้ากากแล้วคิดว่าจะรอดสายตาฉันไปได้งั้นเหรอ?” ภาคินยกมือขึ้นเล็งไปที่แผ่นัของภัทรทันที หินเวทมนตร์สีเทาเรืองแสงจางๆ
“เวทแรงโน้มถ่วง พสุธาบดขยี้!”
ภัทรรู้สึกได้ถึงสายตาของภาคิน จู่ๆ อากาศรอบตัวภัทรก็บิดเบี้ยว แรงกดดันมหาศาลเริ่มกดทับลงมา แต่ด้วยประสบการณ์ที่เคยโดนมาก่อน ภัทรรู้ทันทีว่าต้องทำอย่างไร
‘เวทมนตร์แรงโน้มถ่วง... ต้องใช้สายตาล็อกเป้า!’
“พี่ชีตาห์! เวทมนตร์ควัน! เดี๋ยวนี้!”
ชีตาห์เห็นเหตุการณ์พอดีจึงไม่รอช้า ร่ายคาถาออกมาทันที “ฟูมุส (Fumus)!”
ปุ้ง!
กลุ่มควันสีดำขุ่นหนาทึบฟุ้งกระจายขึ้นบดบังร่างของทั้งสองคน ภาคินสบถลั่นเมื่อเป้าหมายหายไปจากสายตา ทำให้เวทมนตร์ของเขาเสียศูนย์และกระแทกเข้ากับพื้นหินอ่อนข้างๆ จนแตกเป็นหลุมลึกแทน
ควันสีดำจางหายไป เหลือไว้เพียงความว่างเปล่าและหลุมลึกที่พื้น ภาคินยืนนิ่ง จ้องมองไปยังจุดที่ภัทรเคยยืนอยู่ด้วยแววตาที่น่ากลัวกว่าเดิม
“หนีไปได้งั้นรึ...”
เขาปัดฝุ่นออกจากเสื้อเกราะเบาๆ แล้วจัดระเบียบเครื่องแต่งกายให้เรียบร้อย “ก็ดี... การบี้มดที่เอาแต่หนีหัวซุกหัวซุน... มันก็น่าสนุกไปอีกแบบ”
ชายชราประสานมองภาคินแล้วยิ้มมุมปาก “ดูเหมือนคุณชายจะเจอของเล่นที่ถูกใจนะครับ”
“ไม่ใช่ของเล่น คุณประสาน...” ภาคินตอบเสียงเย็นเยียบขณะหันัเดินกลับ
“แต่มันคือ ‘จุดด่างพร้อย’ ที่ต้องลบออกต่างหาก”
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??