เรื่อง เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส
“ เพิ่มผู้ช่วยร้านได้อีก 1 เหรอ แบบนี้ก็ดีน่ะสิ ”
หากเขาต้องการออกล่าสามารถปล่อยมังกรดูแลเป่าเป้ยได้ แล้วยังสามารถพาผู้ช่วยร้านอีกตัวออกไปล่า แม้จะยังไม่รู้ว่าผู้ช่วยตัวที่สองจะเป็นอะไร เขากลับตั้งเป้าเอาไว้ว่าจะจับตัวที่เหมือนมังกรมาอีกสักตัว เขาไม่จับมนุษย์แน่นอนเพราะมอนสเตอร์เป็นเพื่อนเล่นกับเป่าเป้ยได้ดีกว่า
ทว่าเขากลับสงสัย 2 อย่างที่เพิ่มเข้ามา ภารกิจประจำวันดูเหมือนว่าจะเป็นภารกิจที่บังคับให้เขาต้องทำมันทุกๆวันเพื่อเพิ่มค่าประสบการณ์ให้กับการอัพเลเวลของร้าน
ทันทีที่เฉินห่าวเห็นคำอธิบายดวงตาของเขาถึงขั้นเบิกกว้าง ภารกิจประจำวันที่ดูแสนจะธรรมดาเพราะมันให้เขาวิ่งวันละ 20 กิโลเมตรกลับมีบทลงโทษที่โหดร้าย หากเขาทำไม่สำเร็จในวันนั้นจะต้องถูกหักคะแนนมากถึง 10,000 คะแนน
“ ระบบ นี่แกกำลังช่วยให้ฉันอัพเลเวลร้านได้ง่ายขึ้น หรือแกต้องการจะขูดเลือดเอาคะแนนจากฉันกันแน่เนี่ย ”
เฉิน-่าวอดไม่ได้ต้องบ่นให้ระบบ จากนั้นเขาจึงเข้าไปดูฟังก์ชันใหม่ที่เพิ่มเข้ามา เขาไม่รู้ว่าการเพิ่มระยะปลอดภัย 100 กิโลเมตรดีต่อเขาเช่นไร
เมื่อเขาอ่านคำอธิบายเฉินห่าวถึงขั้นตกใจ ภายในระยะ 100 กิโลเมตรรอบตัวตึกมานาของเขาจะไร้ขีดจำกัด แม้จะไม่สามารถเพิ่มพลังให้ตนเองและลบพลังของศัตรูได้เหมือนตอนที่อยู่ภายในร้านก็ตาม การที่เขามีมานาไม่จำกัดทำให้ต่อสู้ได้ดียิ่งขึ้น
แต่เมื่อเขาอ่านคำอธิบายต่อท้ายอีก 1 บรรทัด ดวงตาของเฉินห่าวถึงขั้นเบิกกว้างไม่คิดว่าจะมีของแบบนี้โผล่ออกมา นอกจากเพิ่มมานาไม่จำกัดแล้วเขายังเป็นอมตะเมื่ออยู่ในรัศมี 100 กิโลเมตรรอบตัวร้าน
“ โอ้แม้เจ้า ว่าแต่ระบบ ในอนาคตระยะของมันจะเพิ่มขึ้นอีกไหม ”
[ ระบบไม่สามารถบอกระยะที่แน่นอนได้ค่ะ แต่ทางระบบยืนยันว่าระยะปลอดภัยจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ]
หัวใจของเฉินห่าวพองโตเมื่อรู้ว่าเขาไม่จำเป็นต้องกลัวใครอีกต่อไปแล้ว แม้ระยะการทำงานของอาณาเขตจะยังไม่ครอบคลุมเขต X แต่มันก็คลุมพื้นที่ส่วนสำคัญๆทั้งหมดของเขต X แล้ว ขอเพียงแค่เขาไม่เดินทางไปยังรอบๆตัวเขต เขาก็จะไม่ตกอยู่ในอันตราย
อวี้หลงลอบมองเจ้าของร้านที่นั่งทำตาเป็นประกายคนเดียวราวกับคนบ้า เขาไม่รู้ว่าเจ้าของร้านเผลอเสพอะไรก่อนจะกลับมาถึงร้านหรือเปล่าจึงมองเพดานแล้วยิ้มหวานแบบนั้น ทันใดนั้นเองเขากลับถูกมองจากดวงตาทั้งสองของเจ้าของร้าน ดวงตาที่มองมาเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นเขาจึงนั่งตัวตรงรอฟัง
“ อวี้หลงเราจะย่นระยะเวลาการฝึกให้ลดน้อยที่สุด ต่อจากนี้นายไม่จำเป็นต้องมาที่นี่อีก ”
“ มีอะไรหรือเจ้าของตึก ? ”
“ ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่เลเวล 20 แล้วได้สกิลใหม่มา ถ้าเป็นไปตามที่ฉันคิด นายน่าจะฝึกทักษะได้เร็วขึ้น เอาล่ะ มาเริ่มกันใหม่ทั้งหมด แสดงทุกอย่างที่นายทำได้ให้ฉันดูหน่อยเร็ว ”
เฉินห่าวตบมือเรียกให้อวี้หลงลุกขึ้นยืน ทำราวกับว่าเขาเป็นโค้ชที่กำลังปลุกใจนักกีฬาที่กำลังลงแข่ง
อวี้หลงเกือบตามไม่ทันอารมณ์ของเฉินห่าว หลังจากลุกขึ้นมาแล้วเขาจึงเริ่มใช้ทักษะให้เจ้าของตึกดู ทักษะแต่ละอย่างเป็นของใหม่ทั้งหมดเพราะทักษะเดิมของเขาเป็นการลักจำมาจากฮันเตอร์ที่เคยร่วมปาร์ตี้อีกที
จนกระทั่งผ่านไป 10 นาที ทักษะของเขาก็ใช้ออกมาทั้งหมด ไม่เหลือสิ่งใดให้ใช้อีกต่อไป
“ ยืนนิ่งๆ ”
เฉินห่าวบอกให้อวี้หลงยืนให้นิ่งที่สุด ตอนนี้รอบตัวของอวี้หลงเต็มไปด้วยเส้นแสงสีแดงรอให้เขากดจิ้ม มันคือเส้นทางการเคลื่อนไหวที่ถูกต้อง เมื่อเฉินห่าวแตะเส้นพลังงานทั้งหมด อวี้หลงถึงขั้นตกใจเพราะร่างกายของเขาขยับเคลื่อนไหวไปเองจนใช้ทักษะทุกอย่างออกมาโดยไม่ต้องควบคุม
การเคลื่อนไหวในครั้งนี้กลับต่างจากเดิมไม่น้อย มันแม่นยำมากยิ่งขึ้นราวกับเขาเป็นคนละคน นอกจากนั้นแล้วเขายังมีความรู้สึกคุ้นชินกับท่วงท่าที่ใช้ออกราวกับว่าฝึกมาเป็นสิบๆปี จนกระทั่งผ่านไป 10 นาทีทุกกระบวนท่าที่ใช้ออกก็จบลง
“ ใช้มันให้ฉันดูอีกหน่อยเร็ว ”
อวี้หลงพยักหน้าอย่างเชื่อฟังแล้วทำตาม ทุกการฟาดฟันเผยให้เห็นความตกใจบนใบหน้าของอวี้หลง เมื่อครู่เขาฟาดฟันด้วยท่าทางเก้กังแต่ตอนนี้ใช้งานมันได้ราวกับฝึกมายาวนาน จนสุดท้ายทักษะทุกอย่างที่ใช้งานก็ออกมาสมบูรณ์แบบและจบลงโดยที่ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง
เฉินห่าวกลัวว่าทักษะของอวี้หลงจะไม่เพียงพอให้เอาชีวิตรอด เขาจึงสอนทักษะระดับเดียวกันกับกลุ่มของอ้ายเสินให้ไปจนสุดท้ายก็ไม่มีสิ่งใดจะสอนอีก
“ เอาล่ะ ฉันช่วยนายตามตกลงแล้ว ที่เหลือนายต้องหาทางจัดการกับตระกูลเกาด้วยตนเอง ”
ปึง!
เฉินห่าวมองไปยังอวี้หลงที่กำลังก้มตัวโขกศีรษะลงไปที่พื้น การคำนับนี้มาจากใจจริง แต่เขายังไม่สามารถให้อวี้หลงออกไปได้เพราะพึ่งฆ่ามือสังหารตระกูลเกาไป พวกมันคงกำลังตามร่องรอยคนที่ลงมืออย่างแน่นอน อย่างไรร้านก็มีคนเข้าออกน้อย รอให้เรื่องสงบก่อนแล้วค่อยออกไป
การปล่อยอวี้หลงในครั้งนี้ เฉินห่าวไม่กังวลเลย ต่อให้จะถูกมือสังหารกลุ่มเดิมไล่ล่า แม้เลเวลจะสูงแค่ 45 ค่าสถานะ 20 หน่วยที่เขาให้ไปจะทำให้อวี้หลงโต้กลับอีกฝ่ายได้ และอาจถึงขั้นฆ่ามือสังหารไปได้ครึ่งหนึ่งก่อนจะวิ่งหนี
[ แจ้งเตือน เหลือเวลาอีก 2 ชั่วโมง 20 นาที โปรดทำภารกิจประจำวันให้เสร็จสิ้นก่อนจะหมดเวลา ]
“ ระบบ ฉันวิ่งบนลู่วิ่งได้ไหม ”
[ ระบบไม่สามารถนับระยะทางบนลู่วิ่งได้ค่ะ โฮสต์จำเป็นต้องวิ่งนอกพื้นที่ด้วยตนเอง ]
“ ให้ตายสิ หวังว่าตระกูลเกาจะไม่พุ่งเป้ามาที่ฉันนะ ”
เฉินห่าวยกมือกุมหน้าผาก ภารกิจใหม่เริ่มนับตั้งแต่วันนี้ อีก 2 ชั่วโมง 20 นาทีจะถึงเที่ยงคืน เขาจึงฝากมังกรให้ดูแลเป่าเป้ยน้อยรอไปก่อน
ทันทีที่ออกมานอกร้านเขาก็เปิดใช้งานวรยุทธ์ก้าวย่างเงาพันเซียนเพื่อวิ่งให้เร็วที่สุด ทว่าตัวเลขระยะทางข้างหางตากลับไม่เคลื่อนไหว เขาจึงสอบถามระบบก่อนจะพบว่ามันบังคับให้เขาวิ่งด้วยพละกำลังไม่ผ่านทักษะใดๆ
“ ไอ้ระบบบ้าเอ้ย คนยิ่งรีบๆอยู่ นี่แกจะหักแต้ม 10,000 ให้ได้เลยใช่ไหม งั้นวิ่งก็วิ่ง ”
เฉินห่าวยกเลิกทักษะแล้ววิ่งด้วยเท้าโดยอาศัยการวิ่งรอบๆระแวกบ้าน เขากลัวว่าถ้าวิ่งไปไกลกว่านี้จะเกิดปัญหา การที่ประชาชนลดน้อยลงไปฮันเตอร์ในคราบโจรเริ่มออกอาละวาด เขายังไม่อยากฆ่าใครเพิ่มอีก
ทันใดนั้นเองเขาก็พบว่าตนเองกำลังเหนื่อยหอบ ความเร็วเริ่มตกลง ถึงแม้เขาจะวิ่งให้ครบ 20 กิโลเมตรได้ภายใน 2 ชั่วโมง เป่าเป้ยน้อยอาจจะตื่นกลางดึกเอาได้เขาจึงโคจรมานาไปตามร่างกายเพื่อฟื้นฟูอาการเมื่อยล้าจนทำให้วิ่งเต็มฝีเท้าได้เช่นเดิม ภายในพื้นที่ปลอดภัยเขามีมานาไม่จำกัดจึงทำให้สามารถเร่งความเร็วได้สูงสุดโดยไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องใด
---------------------------------------------------------------
“ คุณชาย บอดี้การ์ดของคุณชายขาดการติดต่อทั้งกลุ่ม ”
ชายสวมสูทสีดำดึงบุหรี่ออกจากปาก กลางหน้าผากปรากฎรอยหยักจากรายงานที่ได้ยินเมื่อครู่ ภายในเขต X ไม่ควรจะมีใครสังหารบอดี้การ์ดของมันยกกลุ่มได้ในเวลารวดเร็วแบบนี้
“ เรายังไม่สามารถหาคนลงมือได้ครับ ”
“ พวกเขาตายยังไง ”
“ ในจุดที่ขาดการติดต่อ เราพบเศษเถ้าคาดว่าพวกเขาน่าจะถูกเปลวไฟความร้อนสูงมากๆเผาตายในครั้งเดียว ”
เป้าหมายเป็นเพียงเลเวล 45 การจะใช้ไฟที่มีความร้อนสูงขนาดเผาร่างเลเวล 60 และ 70 จนหายกลายเป็นฝุ่นได้จะต้องมีเลเวลไม่ต่ำกว่าร้อย
เมื่อรู้ว่าคนที่เคยเป็นศัตรูมีเลเวลสูงหนุนหลัง บนใบหน้าของมันก็เผยให้เห็นความไม่พอใจในทันที ดูท่าเรื่องวุ่นวายกำลังจะเกิดขึ้นกับมันอีกครั้ง
“ ให้คนตามหามันให้ดี ฉันไม่อยากให้มันรอดไปได้ ”
“ ครับคุณชาย ”
---------------------------------------------------------------
“ พี่ชายครับ ผมมีบางอย่างอยากจะบอก ”
เด็กชายที่ลงสมัครคอร์สพิเศษรายอาทิตย์และลงสมัครเรียนทักษะเดินมาพูดกับเฉินห่าวด้วยใบหน้าเสียใจ
“ มีอะไรเหรอ ”
“ อีกอาทิตย์ก็จะสอบแล้ว ครอบครัวผมเลยจะพาออกจากเขต X เพราะดูแล้วสงครามไม่น่าจะจบ วันนี้จึงเป็นวันสุดท้ายของผม ”
“ อ้าวเหรอ น่าเสียดายแย่ ฉันกำลังจะติดตั้งอุปกรณ์ที่ทำให้เพิ่มค่าสถานะไปถึง 20 หน่วยให้สมาชิก นายกลับต้องไปแล้วเหรอแย่จริงๆ ”
เฉินห่าวยิ้มให้เด็กน้อย เขารู้ว่าวันนี้จะต้องมาถึงแต่ก็ไม่ลืมทิ้งเรื่องที่คาใจเด็กเอาไว้ด้วย
“ เอาน่า มีพบก็มีจาก ถ้าหากรู้สึกว่าความแข็งแกร่งไม่พอให้แวะมาก็แล้วกัน วันนี้วันสุดท้ายใช่ไหม ฉันมีทางลัดนะ อยากฝึกให้ถึงขั้นสูงสุดได้ในเวลา 1 วันหรือเปล่า ”
เด็กชายที่กำลังจะจากไปพยักหน้า บนแววตาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและดีใจที่เจ้าของร้านงัดไม้เด็ดออกมา
“ แต่ต้องสัญญาก่อนว่านายจะต้องติดสติกเกอร์นี้บนเสื้อในวันสอบเพื่อโปรโมทร้านของฉัน โอเคไหม ”
เฉินห่าวนำสติกเกอร์ออกมาแสดง เด็กน้อยกลับเบิกตาโตเพราะไม่เคยเห็นสติเกอร์ชิ้นใหญ่ขนาดนี้มาก่อน มันน่าจะปิดได้ทั้งแผ่นหลัง
“ พี่ชายแน่ใจนะว่ามันคือสติกเกอร์ ”
“ ฉันสั่งทำพิเศษเลยนะ คนจะได้เห็นถนัดตา เอาล่ะ เข้าไปในร้านเลย ฉันว่าจะสอนคนอื่นๆให้จบในวันนี้เหมือนกัน ”
เฉินห่าวตัดสินใจสอนทักษะให้จบๆ เพราะดูแล้วคงไม่มีลูกค้าคนไหนเข้าร้าน นับต่อจากนี้คนจะยิ่งน้อยลงไปอีก จนสุดท้ายประชาชนภายในเมือง X จะเหลือไม่ถึง 10 %
[ ท่านผู้ชมคะ เราได้รับรายงานมาว่ากำแพงชั้นที่ 1 ของเขต X ถูกทำลายลงแล้ว กองทัพมอนสเตอร์กำลังบุกถล่มกำแพงชั้นที่ 2 อย่างดุเดือด คาดว่ากำแพงชั้นนี้จะป้องกันได้อีกเพียง 1 อาทิตย์เท่านั้นค่ะ ]
เฉินห่าวมองดูข่าว กำแพงเขต X ทางฝั่งที่กำลังเกิดสงครามมีด้วยกัน 3 ชั้น หากพวกมันทั้ง 3 ถูกทำลายหมายความว่ามอนสเตอร์จะบุกเข้ามาในเขตได้อย่างสมบูรณ์
ทันใดนั้นกลุ่มของอ้ายเสินก็เดินทางมาถึง ทว่าใบหน้าของพวกเขากลับเผยให้เห็นความกังวลใจ
“ เจ้าของร้าน ดูเหมือนว่าเราจะต้องไปแนวหน้าแล้วล่ะ ”
“ มีอะไรเหรอ ”
“ กองทัพส่งหนังสือเชิญมาแล้ว ”
“ ไม่ไปไม่ได้เหรอ ยังเหลือเวลาให้อพยพอยู่หนิ ”
“ มันเป็นข้อตกลงที่เหล่าฮันเตอร์ทำกับรัฐบาล ถ้าเราปฎิเสธคำเชิญสุดท้ายแล้วเราจะถูกเล่นงานทางภาษีที่สูงเอามากๆ แทบจะโงหัวไม่ขึ้นเลย ”
ในการซื้อขายไอเทมจากมอนสเตอร์ ทางรัฐบาลได้เข้ามากำกับเรื่องภาษี ถ้าพวกเขาไม่ช่วยเหลือทางรัฐบาลจะต้องจ่ายภาษีมากกว่าเดิม เหล่าฮันเตอร์จึงไม่มีใครอยากจะจ่ายเงินเยอะกว่าเดิมจึงต้องช่วยเหลือทางกองทัพ
“ แล้วจะต้องไปวันไหน ”
“ พวกเขาให้เวลา 7 วัน ”
เฉินห่าวลูบคางพลางวางแผนว่าจะทำอย่างไรดี เขาให้เพียงเหมยลี่และอวี้เฉินเข้าใช้งานเครื่องพายเรือ ยังไม่ได้ให้คนอื่นใช้
แต่ดูเหมือนว่าเวลา 7 วันจะไม่เพียงพอที่จะทำให้กลุ่มของอ้ายเสินที่มีมากถึง 25 เพิ่มค่าสถานะอีกคนละ 10 หน่วย เขาจึงเข้าไปในร้านค้าออนไลน์เพื่อดูราคาวัสดุที่ต้องใช้ อย่างน้อยเขาสามารถสร้างอุปกรณ์เลเวล 2 เพิ่มได้อีก 5 เครื่องด้วยแต้มที่มี แต่ปัญหาในตอนนี้คือวัสดุบางชิ้นหาไม่ได้
“ ต่อให้จะกินโปรตีนก็ไม่ทัน อย่างน้อยต้องมีสัก 5 เครื่อง ทำไงดีนะ ”
ทุกคนเห็นสีหน้ากังวลของเจ้าของร้านจึงรู้ว่าเรื่องการเดินทางไปแนวหน้าเป็นเรื่องสำคัญ อย่างไรก็ตามกลุ่มของอ้ายเสินยังคงเดินเข้าไปในร้านเพื่อทำความสะอาดและต้อนรับลูกค้าเช่นเดิม
ขณะที่กำลังคิดหาทางออก เฉินห่าวกลับยิ้มกว้างเมื่อพบว่าด้านหน้าตึกมีรถหรู 3 คันวิ่งเข้ามาจอด เขาจึงรู้แล้วว่าตัวเองจะหาวัสดุที่ขาดหายได้จากที่ไหน
“ ในที่สุดก็มาสักที ให้รอตั้งนาน ”
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??