เรื่อง (จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร
ในเวลานั้น าาภายใต้ห้วงกาลอวกาศพลันจมลงสู่ความเงียบงันอันน่าประหลาด
สายลมระหว่างดวงดาวพัดผ่านอย่างไร้เสียง ราวกับทั้งผืนจักรวาลกำลังหยุดนิ่งเพื่อเฝ้ามองการเผชิญหน้าระหว่างทั้งสาม
หลงเหม่ยเหม่ยยืนอยู่เบื้องหน้า ดวงตาของนางคล้ายมีเปลวไฟกำลังลุกโชนอยู่ภายใน ความหงุดหงิด ความคาดหวัง และความตื่นเต้นปะปนกันจนยากแยกแยะได้ชัดเจนว่ายามนี้นางกำลังโกรธ โมโห หรือกระวนกระวายเพราะหวาดหวั่นต่อสิ่งที่อาจหลุดลอยไปจากมือ
ส่วนหวงเยี่ยกลับไม่ได้รีบร้อนตอบคำถามของนาง
ตัวของเขาเพียงหันไปมองซื่อจื่อผู้ยืนอยู่ข้างกายด้วยรอยยิ้ม ทำให้ซื่อจื่อพอเห็นท่าทางเช่นนั้นก็ยกมือขึ้นปิดริมฝีปาก ก่อนหัวเราะาเบาๆ ดวงตาคู่งามโค้งลงเล็กน้อย และยังแฝงความเจ้าเล่ห์เอาไว้อีกด้วย
“เอาตามที่ท่านสามีสบายใจเถิดเจ้าค่ะ”
“ไม่ว่าท่านจะขาย จะแลกเปลี่ยน หรือจะกลั่นแกล้งนางเล็กน้อย.. ข้าก็ล้วนอยู่ข้างท่านทั้งนั้น!”
หวงเยี่ยเลิกคิ้วเล็กน้อย
“เจ้าพูดเช่นนี้เหมือนกำลังยุให้ข้าก่อเรื่องใหญ่กว่าเดิมนะ?”
ขณะที่หลงเหม่ยเหม่ยซึ่งอยู่ตรงข้ามกลับกัดฟันแน่นจนแทบแตกละเอียด
นางรู้สึกเหมือนตนเองถูกคนทั้งสองมองเป็นเรื่องสนุก
โดยเฉพาะท่าทีผ่อนคลายของหวงเยี่ย ยิ่งทำให้หัวใจของนางร้อนรุ่มจนแทบระเบิดา
“หวงเยี่ย! เจ้าจะขายหรือไม่ขายก็รีบพูดมา! อย่ามัวเสียเวลาหยอกล้อกันต่อหน้าข้า!”
เมื่อได้รับฟัง หวงเยี่ยจึงค่อยๆหันกลับมามองเทพมังกรจุติฟ้าดินผู้เลอโฉมตรงเบื้องหน้า
แววตาของเขานิ่งสงบ ทว่าภายใต้ความนิ่งนั้นกลับแฝงประกายลึกล้ำยากหยั่งถึง
“ไม่ขาย! ไม่แลกเปลี่ยน! และไม่คิดจะทำสิ่งใดตามที่เจ้าต้องการทั้งสิ้น!”
คำตอบของเขาเรียบง่ายอย่างยิ่ง แต่กลับหนักแน่นเหมือนค้อนยักษ์ที่ทุบลงกลางหัวใจของหลงเหม่ยเหม่ย
ใบหน้าของนางพลันแข็งค้าง
ทว่ายังไม่ทันที่นางจะได้กล่าวอะไร หวงเยี่ยก็เอ่ยต่อด้วยท่าทีที่สงบนิ่งไม่ต่างจากเดิม
“ในทางกลับกัน.. เจ้าขายแผ่นหินสีดำทั้งสองชิ้นที่อยู่ภายในแหวนมิติของเจ้ามาให้ข้าจะดีกว่า!”
เพียงประโยคเดียว ความเงียบทั้งหมดก็แตกสลายในพริบตา
หัวใจของหลงเหม่ยเหม่ยบีบรัดอย่างรุนแรง นัยน์ตาคู่งามเบิกกว้างขึ้นโดยไม่อาจควบคุม ใบหน้าอันงดงามปรากฏความตื่นตระหนกอย่างชัดเจน แม้นางจะพยายามเก็บซ่อนมันเอาไว้ ทว่าความเปลี่ยนแปลงในเสี้ยววินาทีนั้นย่อมไม่อาจรอดพ้นสายตาของหวงเยี่ยไปได้
“จะ.. เจ้า!”
“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้ามีแผ่นหินสีดำอีกสองชิ้น?!”
นี่คือสิ่งที่หลงเหม่ยเหม่ยไม่อยากได้ยินจากปากของหวงเยี่ยมากที่สุด
เพราะสำหรับนางแล้ว
เจ็ดเศษเสี้ยวของวิชามหาวิถีเจ็ดเทพมังกรมายาถือเป็นความลับสูงสุด เป็นโชควาสนาที่นางเฝ้ารักษาไว้ราวกับชีวิตของตนเอง นางเชื่อมาโดยตลอดว่าในจักรวาลดั้งเดิมแห่งนี้ อาจมีเพียงนางคนเดียวเท่านั้นที่รับรู้ถึงความจริงซึ่งซ่อนอยู่ภายในแผ่นหินสีดำเหล่านั้น
ทว่าบัดนี้ หวงเยี่ยไม่เพียงเอ่ยถึงแผ่นหินอีกสองชิ้นที่นางครอบครองอยู่
ตัวของเขายังกล่าวมันา เหมือนกำลังมองทะลุความลับทั้งหมดที่นางพยายามปกปิดมาตลอด
ข้อสันนิษฐานเดิมของนางพังทลายลงในทันที
สายตาของหลงเหม่ยเหม่ยค่อยๆเย็นเยียบลง ประกายสังหารวาบผ่านดวงตาราวกับคมดาบที่ถูกชักออกจากฝัก
“เจ้า..”
“เจ้ารับรู้ความลับของมัน!”
“เจ้ารู้ว่ามันคืออะไรจริงๆ!”
นางหรี่ตาลงจนเรียวเล็ก ใบหน้าอันงดงามที่เคยเต็มไปด้วยความหงุดหงิดพลันแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาอย่างถึงที่สุด
ดวงตาคู่นั้นจ้องหวงเยี่ยเหมือนต้องการฉีกเขาออกเป็นชิ้นๆ เพื่อขุดความลับทั้งหมดาจากวิญญาณของเขา ซึ่งหวงเยี่ยก็สบตานางโดยไม่หลบเลี่ยงเลยซักนิด ริมฝีปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มคล้ายเยาะเย้ย คล้ายหยอกล้อ และคล้ายตั้งใจยั่วยุนางโดยเฉพาะ
“มหาวิถีเจ็ดเทพมังกรมายา!”
คำกล่าวเพียงประโยคเดียว กลับทำให้สติของหลงเหม่ยเหม่ยขาดสะบั้นลงในทันที
พลังมังกรอันบ้าคลั่งระเบิดออกจากร่างของนาง คลื่นอำนาจแผ่กระจายไปทั่วห้วงกาลอวกาศ
เกล็ดมังกรศักดิ์สิทธิ์ปรากฏขึ้นตามแขน ไหล่ และลำคออย่างรวดเร็ว ดวงตาของนางเปลี่ยนเป็นม่านตาแนวตั้งอันน่าเกรงขาม เขามังกรคู่เปล่งประกายเหนือศีรษะพร้อมสาดแสงศักดิ์สิทธิ์ที่ลุกโชนราวกับเปลวเพลิงแห่งสวรรค์
ในเสี้ยวพริบตา นางแปรเปลี่ยนเข้าสู่สภาวะในการต่อสู้ที่พร้อมมากที่สุด
“หวงเยี่ย!”
“ในเมื่อเจ้ารู้ความลับนี้แล้ว.. งั้นก็อย่าได้คิดว่าจะจากไปโดยง่าย!”
ร่างของหลงเหม่ยเหม่ยพลันหายไปจากตำแหน่งเดิม ทิ้งไว้เพียงเงาแสงพร่าเลือน ก่อนกรงเล็บมังกรอันคมกริบจะฉีกผ่านชั้นมิติ ตรงเข้าหาหวงเยี่ยด้วยพลังทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัว หมายจะบดขยี้ร่างของเขาให้แตกสลายเป็นผุยผงในคราเดียว
“พูดคุยกันไม่รู้เรื่องแล้ว!”
ทว่าก่อนที่กรงเล็บนั้นจะสัมผัสถึงชายเสื้อของหวงเยี่ย เงาร่างงดงามสายหนึ่งก็เคลื่อนมาขวางอยู่เบื้องหน้า
ซื่อจื่อก้าวาอย่างเงียบงัน ดวงตาของนางยังคงประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน
แต่กลิ่นอายที่แผ่าจากร่างกลับเหมือนหลุมดำโบราณที่สามารถกลืนกินดาราทั้งผืนได้ในลมหายใจเดียว
ขณะเดียวกัน เกล็ดมังกรสีม่วงทองได้ปรากฏขึ้นบนผิวขาวเนียน เส้นผมยาวพลิ้วสะบัดท่ามกลางคลื่นพลัง เขามังกรบรรพกาลเปล่งแสงขึ้นอย่างงดงามและน่าเกรงขาม ขณะที่เงามังกรกลืนฟ้าขนาดมหึมาลอยซ้อนอยู่เบื้องหลัง ราวกับเทพอสูรจากยุคแรกเริ่มกำลังตื่นขึ้นจากห้วงนิทรา
ต้องบอกก่อนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นรวดเร็วปานสายฟ้าฟาด
เมื่อหลงเหม่ยเหม่ยเข้ามาถึง ซื่อจื่อเพียงยกฝ่ามือขึ้น
การเคลื่อนไหวนั้นดูอ่อนช้อย ทว่ากลับทำให้ทิศทางของกรงเล็บมังกรบิดเบนไปทั้งสิ้น
“ปัง!”
พลังมหาศาลระเบิดขึ้นกลางอากาศ หลงเหม่ยเหม่ยรู้สึกเพียงว่ากรงเล็บของตนกระแทกเข้ากับกฎเกณฑ์บางอย่างที่ลึกยิ่งกว่าห้วงดารา พลังทั้งหมดของนางถูกเบี่ยงออกอย่างไร้ความปรานี ก่อนที่ฝ่าเท้าเรียวงามของซื่อจื่อจะยกขึ้น และถีบเข้าใส่กลางลำตัวของนางอย่างแม่นยำ
“ตู้ม!”
ทันใดนั้นร่างของเทพมังกรจุติฟ้าดินก็พุ่งทะยานออกไปประหนึ่งดาวตกสีทอง
แสงนั้นได้กรีดผ่านความมืดอันกว้างใหญ่ของห้วงกาลอวกาศ ก่อนกระแทกเข้ากับดวงดาวร้างดวงหนึ่งที่อยู่ไกลออกไป
วินาทีต่อมา ดวงดาวทั้งดวงพลันแตกร้าว รอยแยกขนาดมหึมาแผ่กระจายไปทั่วพื้นผิว ก่อนมันจะระเบิดออกเป็นเศษหินนับไม่ถ้วน แสงสว่างจากการแตกสลายสาดกระจายไปทั่วทิศทาง ราวกับมีดอกไม้เพลิงแห่งจักรวาลผลิบานขึ้นกลางความมืด
หวงเยี่ยเห็นภาพก็รีบเอ่ยขึ้นทันที
“อย่าสังหารนางนะภรรยาของข้า!”
ซื่อจื่อที่กำลังจะพุ่งตามออกไปพลันเหลียวกลับมายิ้มหวานให้เขา รอยยิ้มนั้นงดงามจนทำให้ห้วงดารารอบกายคล้ายหม่นแสง
“วางใจเถิดเจ้าค่ะท่านสามี”
“เด็กคนนี้มีพรสวรรค์สูงส่ง ทั้งยังครอบครองเศษเสี้ยวแผ่นหินสีดำถึงสองชิ้น!”
“ยิ่งไปกว่านั้นนางยังสมควรจะเป็นภรรยาของท่านในอนาคต เพราะฉะนั้น.. ข้าย่อมไม่สังหารนางแน่นอน!”
กล่าวจบ ซื่อจื่อก็หันกลับไปยังทิศทางที่พลังมังกรกำลังปั่นป่วนขึ้นมาอีกครั้ง เงาร่างของนางพุ่งผ่านห้วงอวกาศราวกับแสงดำที่ฉีกทะลุจักรวาล ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายกลืนฟ้าอันลึกล้ำและรอยยิ้มอ่อนหวานที่ยังคงติดอยู่ในความทรงจำ
ส่วนหวงเยี่ยที่ยืนอยู่ด้านหลัง เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้นก็ถึงกับสำลักน้ำลายในลำคอ
สีหน้าสงบนิ่งของเขาหายไปเกือบครึ่งหนึ่ง มุมปากกระตุกเบาๆอย่างยากควบคุม
“เอ่อ..”
“ข้าไม่ได้หมายถึงแบบนั้นนะ.. ที่รักของข้า!”
เขายกมือขึ้นนวดหว่างคิ้วเล็กน้อย พลางถอนหายใจาอย่างช่วยไม่ได้
“ข้าเพียงไม่อยากให้แผ่นหินสองชิ้นหายไปพร้อมกับนางเท่านั้น”
“แล้วเหตุใดเจ้าถึงเข้าใจไปไกล จนถึงขั้นต้องรับนางเข้าบ้านแล้วเล่า?”
ขณะที่เสียงของหวงเยี่ยจางหายไปในห้วงกาลอวกาศ
ในระยะไกลออกไป เศษซากดวงดาวที่แตกระเบิดพลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พลังของเทพมังกรจุติฟ้าดินได้ม้วนตัวขึ้นประหนึ่งห้วงมหาสมุทร พลังกฎเกณฑ์จำนวนมากถูกฉีกกระชากออกจากความว่างเปล่า กลายเป็นเงามังกรศักดิ์สิทธิ์เจ็ดสายที่วนเวียนอยู่กลางซากดาว
...
B1 : ทำไมเป็นแบบนี้ได้วะเนี่ย
B2 : สองสาวตีกันละ เออดี จะได้ตัดสินกันเลยว่าใครหลวงใครน้อย
B1 : เอิ๊กก พูด-่าอะไราเนี่ย
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??