เรื่อง มธุรสวาทเจ้าสำนัก
ดวงตะวัน้ต่ำทอแสงี้หม่นาทับไปทั่วทุ่งหญ้ารกร้างทางทิศตะวันตกของเมืองหลวง ที่นั่นคือจุดหมายปาทางของเหล่าผู้สิ้นหวัง
ค่ายลี้ภัยวัดกุ้ยหลิน
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของเซียวหลันมิใช่วัดวาอารามที่สงบร่มเย็นแต่เป็นดั่งขุมนรกบนดิน กระโจมผ้าใบขาดวิ่นนับร้อยหลังตั้งเรียงรายอย่างแออัด กลิ่นเหม็นเน่าของอุจจาระ ปัสสาวะ และซากศพที่ยังจัดการไม่ทันลอยโชยตลบอบอวลจนแมวันบินว่อนเสียงดังหึ่งๆ ราวกับฝูงผึ้งแตกรัง
เซียวหลันในคราบขอทานอัปลักษณ์เดินกะเผลกเข้าไปในค่าย สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบๆ ประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว
สุขอนามัยติดลบ...
นี่มันแหล่งเพาะเชื้อชั้นดีเลยนี่
ผู้คนส่วนใหญ่นอนระเกะระกะอยู่บนพื้นดินที่เฉอะแฉะ หาคนมีอาการถ่ายท้องรุนแรง อาเจียน และตัวร้อนจัด เสียงไอโขลกและเสียงครวญครางดังระงมไปทั่ว
ทันใดนั้นเสียงเอะอะโวยวายก็ดังขึ้นจากมุมหนึ่งของค่าย กลุ่มชายฉกรรจ์สามสี่คนกำลังช่วยกันลากร่างของคนสองคนออกไป เป็นชายชราคนหนึ่งและเด็กสาวอีกคนหนึ่ง พวกเขาถูกลากถูไถไปกับพื้นดินหยาบกร้าน มุ่งหน้าไปยังหลุมลึกท้ายค่ายที่ใช้ทิ้งศพ
"ปล่อยนะ! ปล่อยท่านปู่! ปล่อยพี่สาวข้า!" เด็กสาวที่ถูกลากกรีดร้องเสียงแหบแห้งพยายามดิ้นรนขัดขืน แต่เรี่ยวแรงอันน้อยนิดไม่อาจสู้แรงผู้ชายได้
"นังตัวซวย! พวกเจ้ามันต้องสาป!" ชายหัวหน้ากลุ่มตะคอก "นอนซมไข้มาสามวัน ถ่ายจนเลอะเทอะไปหมด ผี-่าซาตานสิงสู่ชัดๆ ขืนให้อยู่ต่อ เดี๋ยวคนอื่นก็ติดเสนียดไปด้วย เอาไปโยนทิ้งหลุมซะ!"
"ไม่นะ! พวกเขายังไม่ตาย!"
เซียวหลันชะงักฝีเท้า หัวใจกระตุกวูบเมื่อจำเสียงร้องนั้นได้แม้จะแหบพร่าแต่ก็คุ้นหูยิ่งนัก
นางเพ่งมองใบหน้าที่เปื้อนโคลนของคนทั้งสองก่อนจะพบว่านั่นคือ อาห บ่าวชราผู้ภักดี และ เสี่ยวชุน สาวใช้คนสนิทที่โตมาด้วยกัน
ทั้งคู่หลบหนีออกมาได้ก่อนคืนเกิดเหตุตามคำสั่งลับของบิดานาง ไม่คิดเลยว่าจะมาตกอยู่ในสภาพน่าเวทนาเช่นนี้
“หยุดเดี๋ยวนี้!" เสียงตวาดก้องดังขึ้นอย่างทรงพลังขัดแย้งกับรูปลักษณ์ขอทานอัปลักษณ์ เซียวหลันก้าวออกมาขวางทางกลุ่มชายฉกรรจ์ ยืนจังก้าด้วยท่วงท่าที่มั่นคง ดวงตาที่บวมช้ำฉายแววอำมหิตจนคนที่สบตาต้องชะงัก
"เจ้าเป็นใครวะ! อย่ามาแส่ นังหน้าผี!" ชายคนหนึ่งถ่มน้ำาพื้น
"ข้าเป็นใครไม่สำคัญ" เซียวหลันกล่าวเสียงเย็น “แต่คนที่พวกเจ้ากำลังลากไป พวกเขายังไม่ตาย และสิ่งที่พวกเขาเป็นไม่ใช่คำสาปหรือผีสิง"
"เฮอะ! รู้ดีนักนะ ถ่ายท้องจนไส้จะไหลออกมาขนาดนี้ ไม่ใช่โรคห่าตับรึไง!"
"มันคือโรคระบาดจากน้ำสกปรกต่างหาก" นางตอบกลับด้วยศัพท์ที่พยายามให้เข้าใจง่ายที่สุด "เกิดจากการกินอยู่สกปรก แมวันตอมอาหาร และดื่มน้ำที่มีเชื้อโรค ไม่ใช่ผีสางที่ไหน"
นางชี้นิ้วไปยังชายหัวหน้ากลุ่ม "และถ้าพวกเจ้าเอาพวกเขาไปโยนทิ้งรวมกับศพเน่าๆ เชื้อโรคมันก็จะยิ่งแพร่กระจายแล้วพวกเจ้าทุกคนในนี้ก็จะต้องตายตกไปตามกันจนหมด!"
คำขู่ของนางได้ผล ความกลัวตายทำให้กลุ่มชายฉกรรจ์เริ่มลังเล
"ละ... แล้วจะให้ทำยังไง!"
"วางพวกเขาแล้วถอยไปห่างๆ" เซียวหลันสั่งเฉียบขาด "ข้าจะรักษาพวกเขาเอง แต่มีข้อแม้ว่าพื้นที่ตรงนี้ในรัศมีสิบก้าวคือเขตหวงห้าม ห้ามใครเข้ามาเด็ดขาด ถ้าไม่อยากติดโรค!"
กลุ่มชายเหล่านั้นมองหน้ากันเลิ่กลั่กก่อนจะยอมวางร่างของอาหและเสี่ยวชุนแล้วรีบถอยกรูดออกไปเหมือนหนีตัวประหลาด
เซียวหลันรีบเข้าไปประคองร่างคนทั้งสอง อาหตัวร้อนจี๋ ตาเหลือกค้าง ริมฝีปากแห้งผากจนแตก ส่วนเสี่ยวชุนนอนหายใจรวยริน ชีพจรเต้นเร็วแต่เบาบาง
สัญญาณของภาวะช็อกจากการขาดน้ำ
"คุณ... หนู..." อาหปรือตาขึ้นมอง ภาพเลือนรางเบื้องหน้าคือขอทานหน้าตาน่ากลัวแต่แววตานั้นเขาจำได้แม่นยำ "คุณ... หนู... ปลอดภัย..."
"อย่าเพิ่งพูดอาห" เซียวหลันกระซิบ น้ำเสียงอ่อนวูบหนึ่ง "ข้าอยู่นี่แล้ว ข้าจะไม่ยอมให้พวกเจ้าตายแน่นอน"
นางเริ่มปฏิบัติการกู้ชีพทันทีในแบบฉบับหมอสนามที่นางเคยพอจะมีประสบการณ์มาบ้าง นางใช้มีดพกตัดชายกระโปรงของศพขอทานที่สวมใส่อยู่แล้วฉีกเป็นแถบยาวก่อนจะนำไปขึงกั้นเป็นเขตกักกันโรครอบบริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ห่างไกลจากฝูงชน
จากนั้นนางก็รวบรวมเศษไม้แห้งมาก่อกองไฟขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหยิบหม้อดินเผาแตกๆ ที่ตกอยู่แถวนั้นมาเช็ดทำความสะอาด แล้ววิ่งไปตักน้ำจากลำธารที่กำลังไหลไปตามทาง นำมาต้มจนเดือดปุดๆ เพื่อฆ่าเชื้อโรค
เพราะที่นี่ไม่มีน้ำเกลือ แต่หมออย่างนางรู้ดีว่าต้องทำอย่างไรเพื่อให้ได้มาซึ่งน้ำเกลือแร่จากธรรมชาติซึ่งจำเป็นมากในสถานการณ์นี้
เซียวหลันล้วงหยิบห่อเกลือและน้ำตาลอ้อยก้อนเล็กๆ ที่นางฉกฉวยมาจากครัวก่อนหนีออกมาผสมในน้ำต้มสุกที่ทิ้งไว้ให้อุ่นก่อนจะป้อนเข้าปากอาหและเสี่ยวชุนทีละน้อย
"กลืนไป... มันจะช่วยชีวิตเจ้า"
ตลอดทั้งคืนเซียวหลันไม่ได้พักเลยแม้แต่วินาทีเดียว นางคอยเช็ดตัวลดไข้ให้คนทั้งสองพร้อมจัดการกับสิ่งปฏิกูลของพวกเขาด้วยการขุดหลุมฝังกลบอย่างถูกสุขลักษณะ และล้างมือทุกครั้งด้วยน้ำต้มเดือด
ชาวค่ายลี้ภัยคนอื่นๆ เฝ้ามองดูการกระทำอันแปลกประหลาดของขอทานสาวด้วยความสงสัย บ้างก็ว่านางเป็นแม่มด บ้างก็ว่านางบ้าที่ต้มน้ำล้างมือจนมือแดงเถือก
จนกระทั่งรุ่งสางมาเยือน
เสี่ยวชุนที่นอนนิ่งมาตลอดคืนเริ่มขยับตัว ริมฝีปากที่เคยซีดขาวเริ่มมีสีเลือด นางค่อยๆ ลืมตาขึ้น
"น้ำ..."
เซียวหลันยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกในรอบหาวัน นางรีบป้อนน้ำเกลือแร่ให้ทันที "ค่อยๆ ดื่มนะเสี่ยวชุน"
อาหเองก็ไข้ลด แม้จะยังอ่อนเพลียแต่พ้นขีดอันตรายแล้ว
"รอดแล้วนะ" เซียวหลันพึมพำ นางทิ้งตัวนั่งพิงโคนต้นไม้ด้วยความเหนื่อยอ่อน
ทว่าความสงบอยู่ได้ไม่นาน เงาร่างของใครบางคนาทับมา
เซียวหลันเงยหน้าขึ้นก่อนจะพบกับชายวัยกลางคนสวมชุดนักพรตเก่าๆ ถือแส้ปัดรังควาน ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ ด้านหลังมีชาวบ้านกลุ่มใหญ่ตามมา
"นังปีศาจ!" นักพรตตวาดชี้หน้า "เจ้าทำพิธีกรรมอะไร! การต้มน้ำแล้วเททิ้งเทขว้างเป็นการลบหลู่ท่านเทพสายน้ำ! มิน่าเล่าโรค-่าถึงไม่หายไปจากค่ายนี้เสียที ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเจ้า!"
เซียวหลันค่อยๆ ลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นออกจากชุดขอทาน แววตาที่มองนักพรตกำมะลอผู้นั้นว่างเปล่าและเย็นเยียบ
"ข้ากำลังช่วยคนให้รอด" นางเอ่ยเสียงเรียบ "แต่เจ้านั่นแหละที่กำลังจะพาคนไปตายด้วยความโง่เขลาของตัวเจ้าเอง"
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??