เรื่อง ปฐมตระกูลจ้าว : หวนคืนพลิกแผ่นดิน
"กรมกลาโหมคือรากฐานแห่งการหยัดยืนของตระกูลขุนนางบู๊ หากทวงคืนมาได้ ตระกูลเว่ยแห่งชิงโจวยินดีทุ่มสุดกำลัง น้อมรับคำบัญชา" ยอดฝีมือระดับวิญญาณต้นกำเนิดขั้นปลายแห่งตระกูลเว่ยประกาศกร้าว น้ำเสียงเด็ดเดี่ยวหนักแน่น
"ประเสริฐ"
จ้าวเสวียนจีตบโต๊ะ นัยน์าพยัคฆ์เฒ่ากวาดมองผู้คนทั่วโ "ข้าไม่ต้องอธิบายให้มากความ พวกท่านย่อมกระจ่างแจ้งแก่ใจ หากแผ่นดินเกิดศึกใหญ่ แต่กรมกลาโหมัตกอยู่ในมือพวกขุนนางบุ๋น กลายเป็นหอกดาบี่หวนัมาทิ่มแทงลิดรอนอำนาจพวกเราขุนนางบู๊... ถึงยามนั้น สมรภูมิะพินาศย่อยยับเพียงใด"
"ยามนี้ตระกูลจ้าวเปิดศึกเต็มกำลังเพื่อโค่นรากถอนโคนตระกูลิ ข้ามิได้เรียกร้องให้พวกท่านต้องเอาชีวิตมาทิ้ง ทว่าการแสดงจุดยืนหนุนหลังคือสิ่งี่ขาดมิได้ หากวันหน้าการใหญ่ลุล่วง... ็อย่าหาว่าข้าปูนบำเหน็จลำเอียง็แล้วกัน"
ทุกผู้คนในี่นั้นล้วนฟังนัยแฝงทะลุปรุโปร่ง บรรยากาศพลันแปรเปลี่ยนเป็นหนักอึ้ง ผู้ี่ยังมีสิทธิ์นั่งฟังวาจาของเจิ้นกั๋วกงในยามนี้ หากมิใช่คนสนิทชิดเชื้อ ย่อมมิใช่ศัตรู เมื่อวาจาทิ้งท้ายหลุดจากปากจ้าวเสวียนจี ทุกคน่าตระหนักแจ้งถึงจุดยืนของตนและตระกูล เสียงขานรับจึงดังกึกก้องพร้อมเพรียง ประกาศเจตนารมณ์ร่วมเป็นร่วมาย ทุ่มเทสรรพกำลังเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของตระกูลขุนนางบู๊
......
พระราชวัง ตำหนักฉงเหวิน
ซ่งจื้อพับฎีกาี่เพิ่งตรวจทานเสร็จ วางลงกองฎีกาี่ซ้อนสูงตระหง่านฝั่งขวาอย่างคุ้นชิน เมื่อเงยพระพักตร์ึ้็เห็นจิ้งซินหมัว ขันทีชราค้อมกายก้าวเ้ารวดเร็วเข้ามา ท่าทีร้อนรนคล้ายมีเรื่องเร่งด่วนกราบทูล พระองค์จึงชะงักพระหัตถ์ี่ะหยิบฎีกาฉบับใหม่
"ฝ่าบาท ี่ว่าการเมืองเยี่ยนผิงเริ่มไต่สวนคดีแล้วพ่ะย่ะค่ะ" จิ้งซินหมัวกราบทูลเสียงแผ่ว
ประโยคไร้ี่มาี่ไปนี้หาได้ทำให้ซ่งจื้อแปลกพระทัย เพียงตรัสถาม้ความใคร่รู้ระคนเฉยชา "คดีอันใด"
"คุณชายแห่งตระกูลิย่ำยีสาวใช้ี่เพิ่งเข้าจวน ทั้งยังทุบตีบุตรชายวัยแปดขวบของนางจนายคาี่พ่ะย่ะค่ะ" ขันทีชราตอบ
"บุตรชายสาวใช้... ็มิใช่เรื่องใหญ่โตอันใด ตระกูลิไฉนจึงซื้อสาวใช้อายุมากปานนั้น ซ้ำยังพ่วงบุตรชายมา้" กษัตริย์หนุ่มเลิกพระขนงเล็กน้อย
"สตรีนางนั้นรูปโฉมงดงามสะคราญา หาตัวจับยากยิ่งพ่ะย่ะค่ะ... ฝ่าบาท บ่าวเฒ่ามิค่อยประสาเรื่องชายหญิง คาดว่าคงถูกใจคุณชายตระกูลิผู้นั้นเข้าพอดี มิเช่นนั้นคงไม่ล่วงละเมิดนางตั้งแต่ก้าวแรกี่เหยียบจวน ส่วนเด็ก็นับว่าพรสวรรค์ล้ำเลิศ มีสิทธิ์ทะลวงสู่ระดับวิญญาณต้นกำเนิดขั้นกลางพ่ะย่ะค่ะ"
"ระดับวิญญาณต้นกำเนิดขั้นกลาง... สมควรเติบใหญ่เป็นขุนพลแห่งต้าฉี น่าเสียดาย" ซ่งจื้อทอดพระเนตรราบเรียบ มิได้วิจารณ์ให้มากความ "แต่ท้ายี่สุด็เป็นเพียงคดีเล็กจ้อย ไม่อาจก่อคลื่นลมพลิกฟ้าอันใด... ถังซิงว่าอย่างไร"
"ถังปั่งเหยี่ยนรายงานว่า นี่ยังเป็นเพียงปฐมบท จ้าวหนิงย่อมเตรียมหมากขั้นต่อไปไว้แล้วพ่ะย่ะค่ะ"
ซ่งจื้อพยักพระพักตร์ "หวังว่าะเป็นเช่นนั้น หากการออกหน้างัดข้อัเจ้าเมืองเยี่ยนผิงของพวกถังซิงครั้งนี้ไร้ผลสืบเนื่อง ย่อมได้ไม่คุ้มเสีย"
จิ้งซินหมัวนิ่งคิด ลังเลชั่วครู่ก่อนเอ่ย "ฝ่าบาท หมากานี้ออกะวู่วามเกินไปหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ หากกระทบถึงแผนการของพระองค์..."
ซ่งจื้อโบกพระหัตถ์ปัด "เรื่องราวในหล้า ไหนเลยะสมั่ใจหวังไปเสียทุกประการ ในเมื่อเหตุการณ์เปิดฉากึ้แล้วย่อมมีี่มาี่ไป พวกเราเพียงล่องเรือามน้ำ จับาดูความเปลี่ยนแปลงไปก่อน"
"พ่ะย่ะค่ะ"
......
ี่ว่าการเมืองเยี่ยนผิง
อวี้เหนียงแม้นโศกเศร้าเจียนขาดใจ แต่นางกระจ่างแจ้งว่านี่คือห้วงเวลายืนหยัดทวงความยุติธรรมให้บุตรชายี่ายจาก ะมัวจมปลักร่ำไห้มิได้ นางฝืนข่มความเจ็บปวด พยุงร่างคุกเข่าอย่างมั่นคง ถ่ายทอดความอัปยศทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ
นับว่าสวรรค์ยังเมตาี่โอสถของจ้าวหนิงมีสรรพคุณล้ำเลิศ มิเช่นนั้น สตรีี่แหลกสลายทั้งกายใจเช่นนาง คงไร้เรี่ยวแรงบอกเล่าความจริงได้กระจ่างชัดปานนี้
ทอดามองอวี้เหนียงสะอื้นไห้ให้การจนจบ จ้าวหนิงพลันบังเกิดความประหลาดใจ เดิมทีเขาคาดว่าสตรีี่เพิ่งเผชิญขุมนรกมาหมาดๆ คงสติหลุดลอย เล่าความสับสน แค่พยุงสติกล่าวหาสรุปความได้็นับว่ายอดเยี่ยมแล้ว นึกไม่ถึงว่าอวี้เหนียงะเรียบเรียงเหตุการณ์ได้อย่างฉะฉาน ลำดับความกระจ่างแจ้งทุกกระเบียดนิ้ว
ยามเอ่ยถึงวินาทีี่บุตรชายถูกิซินเฉิงบีบคอโยนทิ้ง นางหาได้สติแตกคลุ้มคลั่ง ซ้ำยังพรรณนาลึกซึ้งถึงห้วงความคิดี่หลงนึกว่าเด็กเพียงหกล้ม หารู้ไม่ว่ายามได้สวมกอดีครา กระดูกลำคอของสายเลือดในอกัหักสะบั้นไร้ลมหายใจ ความปวดร้าวี่แผดเผาจนนางต้องเอาศีรษะโขกวงกบประตู ทุกความโศกศัลย์ถูกกรีดเลือดถ่ายทอดออกมาจนหมดสิ้น
ถ้อยคำี่ร้อยเรียงอย่างสมบูรณ์แบบ ผนวกัหยาดน้ำาั่สายเลือดี่หลั่งริน โศกศัลย์เจียนดับสูญ ยิ่งกระแทกใจผู้คนจนสั่นสะท้าน
ท่ามกลางคลื่นฝูงชนนอกศาล หญิงชราพากันร่ำไห้าปแช่งให้ตระกูลิตกนรกหมกไหม้ สตรีชี้หน้าด่าทอโคตรเหง้าตระกูลิอย่างสาดเสียเทเสีย บางคนคว้าเศษผักผลไม้เน่าปาใส่ร่างิซินเฉิงอย่างบ้าคลั่งโดยไม่สนไม้พลองของเจ้าหน้าี่ศาล ซ้ำยังมีชายฉกรรจ์เลือดร้อนแผดเสียงคำราม ลั่นวาจาะบุกเผาจวนตระกูลิให้ราบเป็นหน้า
ก่อนหน้านี้พวกเขาหาได้รู้จักมักจี่ัอวี้เหนียง ทว่าวินาทีนี้ นางักลายเป็นั่สายเลือดของชาวบ้านร้านตลาด โศกนาฏกรรมอำมหิตนี้จุดไฟแค้นให้มวลชนพร้อมใจลุกฮือทวงความยุติธรรม
อวี้เหนียงใจเด็ดกว่าี่ข้าประเมินไว้มาก จ้าวหนิงรำพึงในใจ ความเวทนาในอกแปรเปลี่ยนเป็นความเลื่อมใสเพิ่มึ้ีส่วน
สิ้นคำให้การและทอดามองโทสะของฝูงชน ัเซิงถึงัใจสั่นสะท้าน กระทั่งมือปราบี่ถือพลองหน้าลานศาลยังเผยแววาเห็นใจอวี้เหนียง สายาี่ตวัดมองพวกิซินเฉิงล้วนอาบย้อม้ความรังเกียจเดียดฉันท์
ิซินเฉิงได้สติคืนมาเนิ่นนานแล้ว ทว่าสถานการณ์เบื้องหน้าบีบให้เขากัดฟันแสร้งสลบไศล สภาพร่างกายยามนี้เปรอะเปื้อนเศษผักคาวเลือดน่าสมเพช แรกเริ่มเขายังคั่งแค้นหมายสับร่างพวกไพร่ชั้นต่ำี่บังอาจลบหลู่ให้แหลกเป็นชิ้น แต่เมื่อเผชิญัสายานับร้อยคู่ี่จ้องเขม็งั่ฝูงหมาป่ากระหายเลือด เพลิงแค้นี่อยากฉีกเนื้อเถือหนังเขาให้ายคาี่ ความหวาดกลัวพลันืกิน้บึ้งหัวใจจนเหน็บหนาว
ล่วงเลยมาถึงขั้นนี้ ิซินเฉิงได้แต่ลอบด่าทอ 'ิซินเฉิง' ผู้เป็นพี่น้องร่วมตระกูลี่มีชื่อพ้องเสียงกันเปิงไปถึงบรรพบุรุษในใจ เขารู้สึกอยุติธรรมอย่างยิ่ง คนี่ทำร้ายสองแม่ลูกอวี้เหนียงไม่ใช่เขาเสียหน่อย แล้วเหตุใดเขาถึงต้องมาแบกรับความเคียดแค้นและโทสะของฝูงชน้เล่า?
หลังัเซิงรับฟังรายงานจากคนสนิทข้างกาย เขา็อ้างว่าะไปพลิกตำรากฎหมายเพื่อกำหนดบทลงโทษ ลุกจากบัลลังก์ศาลเดินลึกเข้าไปในห้องโรอง ัีี่ปะทะหน้าัผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลิ โทสะพลันปะทุเดือด
"ใต้เ้าั ท่านต้องหาวิธีฝังคดีนี้ให้จม ปกป้อง..."
ผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลิเพิ่งอ้าปาก ัเซิงี่โทสะสุมทรวง็ตวาดสวนเกรี้ยวกราด "ผู้อาวุโสิ สถานการณ์จวนตัวปานนี้ ท่านยังบีบให้ข้าละเว้นโทษอยู่ีหรือ"
ผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลิรีบเกลี้ยกล่อม "็แค่คดีบ่าวชั้นต่ำสองคน... ใต้เ้าัวางใจ ข้าย่อมไม่ปล่อยให้ท่านออกแรงเปล่า..."
"แค่คดีบ่าวชั้นต่ำงั้นหรือ ผู้อาวุโสิ ท่านเบิกาดูข้างนอกนั่น บัดนี้แทบะพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินอยู่แล้ว นี่ไม่ใช่แค่เรื่องบ่าวถูกตีาย แต่มันลุกลามเป็นไฟแค้นของมวลชน หากข้าจัดการพลาดจนชาวบ้านลุกฮือบุกพังี่ว่าการ หมวกขุนนางเจ้าเมืองเยี่ยนผิงใี้ ข้ายังะรักษามันไว้ได้ีหรือ" ัเซิงเดือดดาลี่คนตรงหน้าหน้ามืดามัวไม่ดูสถานการณ์
สีหน้าผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลิแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด เงียบงันไปชั่วอึดใจก่อนเอ่ยเสียงแหบพร่า "หมายความว่า ต่อให้ตระกูลิปฏิเสธหัวชนฝา หรือโยนความผิดให้แพะรับบาป ็ไร้ผลแล้วกระนั้นหรือ"
"ย่อมเป็นไปไม่ได้ คนของท่านถูกจ้าวหนิงจับได้คาหนังคาเขากลางถนน หลักฐานมัดตัวดิ้นไม่หลุด หากข้ายังมัวหลับาข้างเดียว เล่นแร่แปรธาตุช่วยพวกท่านี นั่นเท่าัขุดหลุมฝังศพตัวเอง"
ัเซิงเงี่ยหูฟังเสียงก่นด่าภายนอก "ผู้อาวุโสิ ยอมส่งตัวคนมาเถิด ให้รับสารภาพไปก่อนแล้วขังคุก รอจนสวะหัวแข็งพวกนั้นสลายตัว เราค่อยหารือทางหนีทีไล่กันใหม่"
ใบหน้าผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลิบิดเบี้ยวอัปลักษณ์ มีจ้าวหนิงและเว่ยอู๋เซี่ยน สองทายาทขุนนางบู๊ทรงอิทธิพลจากกองบัญชาการทหารลาดตระเวนเมืองคอยจ้องตะครุบ หากิซินเฉิงต้องโทษทัณฑ์ วันหน้าคิดลอกคราบหนีรอด็เป็นได้เพียงฝันตื่นหนึ่ง คงหนีไม่พ้นชะากรรมเนรเทศสู่แดนทุรกันดาร
"ไอ้พวกไพร่สวะชั้นต่ำไร้สมอง มดปลวกไร้ค่าักล้าบีบให้คุณชายสายตรงแห่งตระกูลิต้องตกระกำลำบาก สมควรสับเป็นหมื่นชิ้น" ผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลิกัดฟัน แตุ่้าจำต้องืเลือดั้ารับคำัเซิง
ัเซิงะัชายแเสื้อัสู่โใหญ่ ัีี่หย่อน้ลงบัลลังก์็ปะทะเข้าัสายาเยือกเย็นของจ้าวหนิงี่จ้องจับผิดราวัเตรียมชำแหละเนื้อ เขาจำต้องข่มเพลิงโทสะ สบถด่าไอ้เด็กร้ายกาจทวงวิญญาณในใจ ชิงตัดบทก่อนว่า "คดีนี้กระจ่างชัด ข้าเพียงต้องการซักค้านพยานฝั่งตระกูลิีเล็กน้อย หากไร้ข้อกังขา ย่อมปิดคดีได้ทันที"
กระบวนการไต่สวนดำเนินไปอย่างราบรื่น แม้บ่าวขนศพทั้งสองะเพียรพยายามพลิกลิ้นปกป้องเจ้านาย แต่จำนนต่อหลักฐานดิ้นไม่หลุด เพียงไม่นาน คุณชายตระกูลิผู้ก่อเหตุย่ำยีอวี้เหนียง็ถูกคุมตัวจากคฤหาสน์มาตอกย้ำความผิดถึงหน้าบัลลังก์ศาล
วินาทีี่ปรากฏตัว ใบหน้าของเขาซีดเผือดั่เถ้ากระดูก ประจักษ์แจ้งถึงชะากรรมของตน ทว่าภายใต้แววาหวาดกลัวัอัดแน่น้รังสีอำมหิตเคียดแค้น ไม่รู้ว่าคลั่งแค้นอวี้เหนียง ชิงชังจ้าวหนิง หรืออาฆาตตระกูลิี่เขี่ยเขาทิ้งอย่างไร้เยื่อใย
ัีี่ก้าวเข้าสู่โใหญ่ เส้นเลือดขมับของิซินเฉิงพลันปูดโปน เขากระชากตัวหลุดจากการเกาะกุมของมือปราบ พุ่งฝ่ามือหมายปลิดชีพซัดเข้าใส่ท้ายทอยอวี้เหนียง "เพราะนังแพศยาอย่างเจ้า"
พลังฝึกปรือระดับคุมปราณขั้นกลางถูกรีดเค้นในฝ่ามือนี้จนสิ้น หากปะทะเป้าหมาย อวี้เหนียงย่อมแหลกเหลวสิ้นชีพในพริบา
ทว่าจ้าวหนิงอ่านกระดานหมากทะลุปรุโปร่ง เขารู้ซึ้งว่าเดรัจฉานจวนตัวย่อมคลุ้มคลั่งแว้งกัด จึงจับาดูทุกฝีก้าว วินาทีี่ีฝ่ายพุ่งตัว จ้าวหนิงพลันสืบเ้าพรวดเดียวถึงตัว ตวัดลูกถีบอัดกระแทกเข้าบั้นเอวของิซินเฉิงเต็มเหนี่ยว
ร่างของมันลอยละลิ่วกระอักเลือดกองัพื้น
บัดนี้จ้าวหนิงบรรลุระดับคุมปราณขั้นปลาย ลูกถีี้จึงแฝงพลังทำลายล้างบดขยี้ภูผา ิซินเฉิงครางฮึกในลำคอ อวัยวะภายในร้าวระบมราวัไตสองข้างแหลกละเอียด ความเจ็บปวดฉีกกระชากจนใบหน้าบิดเบี้ยว เหงื่อกาฬทะลักั่-่าฝน ได้แต่นอนคุดคู้จมกองเลือด ไม่อาจขยับเขยื้อนได้แม้แต่ปลายนิ้ว
ภาพเหตุการณ์ตอกย้ำให้ชาวบ้านรุมสวดประณามิซินเฉิงี่กำเริบเสิบสานเหยียบย่ำกฎหมายกลางศาล ขณะเดียวกัน็มีเสียงโห่ร้องสรรเสริญความเด็ดขาดของจ้าวหนิงดังกึกก้อง
กระบวนการไต่สวนดำเนินต่อไปจนสิ้นสุด ัเซิงอ้างตัวบทกฎหมายพิพากษาเนรเทศิซินเฉิง แน่นอนว่าบทลงโทษพรรค์นี้ย่อมไม่ดับไฟแค้นของมวลชน ฝูงชนพากันชี้หน้าด่าทอัเซิงว่าฉ้อฉลบิดเบือนกฎหมาย เดรัจฉานเยี่ยงิซินเฉิงสมควรถูกบั่นคอลานประหารเสียเดี๋ยวนี้
จ้าวหนิงยืนสงิ่งประดุจผิวน้ำไร้ระลอกคลื่น สถานการณ์ลุกลามถึงขั้นนี้ิซินเฉิงะรับโทษทัณฑ์ใดหาใช่สาระสำคัญ ขอเพียงัเซิงประทับตราว่าตระกูลิมีความผิด หมากานี้็ถือว่าบรรลุผล เมื่อเปิดฉากลากตระกูลิลงโคลนได้ เรื่องราวต่อจากนี้ย่อมไหลเชี่ยวสู่จุดจบี่เขาวางไว้
ขณะี่ฝูงชนยังคั่งแค้นเดือดดาล ปักหลักชุมนุมไม่ยอมแยกย้าย เสียงตะโกนเรียกร้องให้ลงโทษประหารยังคงดังกึกก้อง จู่ๆ บริเวณหน้าประตูใหญ่ของี่ว่าการเมืองเยี่ยนผิง เสียง็พลันดังกัมปนาทระัึ้ีครา
ตึง ตึง ตึง!
เสียงดังก้องกังวานลูกแล้วลูกเล่า จังหวะกระแทกกระทั้นหนักหน่วงึ้เรื่อยๆ ประดุจอัสนีบาตฟาดฟันแหวกม่านวสันตฤดู
ัเซิงหน้าถอดสี หันขวับไปมองทางประตูใหญ่ทันควัน
ผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลิี่เร้นกายในโรองกำลังเตรียมตัวหลบหนี ัีี่ได้ยินเสียง หัวใจพลันกระตุกวูบเต้นระ่ำ สองเ้าชะงักงันั่ถูกาป
ตรงข้ามัฝูงชนี่ฮึกเหิมึ้มาทันา พวกเขา่าเหลียวมองามต้นเสียง้ความะึใ เปี่ยม้าัอัน้แี่ยากะอธิบาย
ร้องทุกข์ ถูกัลั่นึ้ีครา!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??