เรื่อง ปฐมตระกูลจ้าว : หวนคืนพลิกแผ่นดิน
จ้าวิสนทนาัฟางเี่ชุ่ยและซุนเี่ฟางเพียงครู่เดียว เซวียฉางซิงพลันสาวเท้าเข้ามาหา เขารีบประสานืคารวะ เ่ทักทายด้วยท่าทีนอบน้อมสุดกำลัง
จ้าวิแย้มยิ้ม "ในเืงมั่งคั่งด้วยตระกูลใหญ่ ขุนนางและผู้มีอำนาจนั่งทับกเงินนับล้านกวน ทว่ามีเพียงเถ้าแก่เซวียที่นำคนฝ่าห่าฝนออกนอกเืงมาซับน้ำตาผู้ลี้ภัย... น้ำใจนี้น่านับถือยิ่ง"
เซวียฉางซิงประสานืตอบรับ "พี่จ้าวไยต้กล่าวหยอกล้อ นี่เป็นเพียงสิ่งเล็กน้อยที่ข้าพอจะลงแรงได้"
"ข้าเพียงหวั่นเกรง... เกรงว่าหากวันใดโลกที่งดงามเปิดม่านขึ้น ทว่าคุณธรรมและสัจธรรมขพวกเรากลับต่ำต้อยเกินกว่าจะคู่ควร ท้ายที่สุดโลกใบนั้นคงพังทลายลงอย่างเงียบงัน"
จ้าวิพยักหน้าช้าๆ "หากผู้คนใต้หล้าคิดได้เยี่ยงท่าน ต่อให้แผ่นดินนี้มิได้งดงามไร้ที่ติ ทว่าคงไม่โสมมจนเกินเยียวยา"
เซวียฉางซิงกวาดสายตามฝูงชนที่ขวักไขว่ทำหน้าที่ ทั้งยอดฝีืจากหออี้ผิ่นและสมาคมเรือฉางเหอ ริมฝีปากเขาขยับคล้ายอยากเอื้อนเ่สิ่งใด ทว่าสุดท้ายกลับกลืนคำถามลงคอ
คหบดีและเจ้าที่ดินมากหน้าหลายตาต่างเกณฑ์ลูกจ้างมาบรรเทาทุกข์ ทว่าเมื่อครู่จ้าวิกลับเ่ว่า 'มีเพียงเซวียฉางซิงเท่านั้นที่ออกนอกเืงมาช่วย'
ความหมายแฝงนั้นกระจ่างชัด... นอกจากหอการค้าฉางซิง กลุ่มคนที่เหลือล้วนเป็นขุมกำลังขจ้าวิทั้งสิ้น!
นี่เป็นคราแรกที่ชายหนุ่มยอมหงายไพ่ในืให้เขาเห็น
การเผยหน้าไพ่ครั้งนี้ ย่อมหมายความว่าจ้าวิยอมรับเขาเป็นพวกพ้อย่างแท้จริง และหมากที่พลิกกระดานความไว้วางใจ ก็คือการยืนหยัดในความยุติธรรมขเขาในวันนี้
เมื่อตระหนักว่าเพียงแค่สวี่โจว จ้าวิยังซุกซ่อนขุมกำลังไว้มหาศาลเพียงนี้ เซวียฉางซิงมิเพียงลอบตื่นตระหนก ทว่าในใจยังลอบปาดเหงื่อ... หากวันนี้เขาไม่ตัดสินใจเด็ดขาดช่วยเหลือผู้ลี้ภัย มีหรือจะได้รับความไว้วางใจระดับนี้
เบื้หลังที่แท้จริงขจ้าวิคือสิ่งใด มาถึงขั้นนี้หากเซวียฉางซิงยังมไม่ออกก็โง่งมเต็มทน
คนผู้นี้ต้เป็นตัวแทนจากราชสำนักต้าจิ้นอย่างมิต้สงสัย!
แทนที่จะหวาดหวั่น เลือดในกายเซวียฉางซิงกลับสูบฉีดด้วยความปีติกึกก้ ในเมื่อกรงเล็บแห่งต้าจิ้นทอดลึกถึงสวี่โจว ทั้งยังวางหมากไว้แน่นหนา ย่อมแปลว่าตระกูลจ้าวหมายตากลืนกินดินแดนแห่งนี้
สวี่โจวกำลังจะพลิกโฉมเป็นดินแดนแห่งสัจธรรมเฉกเช่นเหอเป่ยและเหอตง ตัวเขาและหอการค้าฉางซิงจะได้หยัดยืนในโลกใหม่ โดยมิต้คุกเข่าให้การกดขี่อีกต่อไป
มิต้ถูกพรรคเฟิงอวิ๋นบีบคั้นจนแทบสิ้นชื่อ มิต้ประเคนหยาดเหงื่อแรงกายครึ่งหนึ่งให้เปี๋ยเจี้ยจวนผู้ว่าการ เพียงเพื่อถูกถีบหัวส่งในท้ายที่สุด
ยิ่งคิด ดวงตาขเซวียฉางซิงยิ่งลุกโชน ยามหันกลับไปสั่งการลูกน้ เรี่ยวแรงมหาศาลคล้ายปะทุทะลักจากร่างอย่างไม่มีวันหมด
......
ตึง!
ต้นไม้ใหญ่ขนาดโคนหนากว่าถังน้ำล้มตึงชนพื้น เซี่ยโฮ่วเฉิงทรุดตัวลงนั่งหอบหายใจโยนบนตอไม้ ผ้าป่านพันด้ามขวานชุ่มโชกจนแยกไม่ออกว่าเป็นหยาดฝนหรือเหงื่อกาฬ
เมื่อลมหายใจเริ่มราบเรียบ เขาเงยหน้ามเบื้หน้า ดวงตะวันถูกกลืนหายลับขอบฟ้า เขตตัดไม้และเพิงพักเริ่มถูกความมืดมิดครอบงำ ทว่าคบเพลิงและกไฟนับไม่ถ้วนกลับถูกจุดพรึบ สว่างไสวสะท้อนเงาร่างผู้คนที่กำลังเร่งืทำงาน
ชาวบ้านบ้างมาลำพัง บ้างจับกลุ่มเดินออกจากเขตเืงมุ่งสู่จุดพักพิง ท่ามกลางเสียงจอแจ กลับปรากฏเสียงหัวเราะเปี่ยมชีวิตชีวาดังแว่วมาตามสายลม
สายตาเซี่ยโฮ่วเฉิงทอดมไปยังเพิงพักแห่งหนึ่ง ผู้คนกำลังต่อแถวรอรับการตรวจรักษา ท่านหมอใบหน้าเปี่ยมเมตตากำลังไถ่ถามอาการผู้ลี้ภัยอย่างเป็นกันเ ข้างกายมีลูกศิษย์คอยเคี่ยวยา กลิ่นสมุนไพรขมปร่าปนหอมกรุ่นลอยแตะจมูก
แสงสลัวจากท้ฟ้าตัดัแสงเพลิงสีส้มหม่น ผสานัภาพผู้ลี้ภัยที่กำลังซดโจ๊กและรับการรักษาอย่างเป็นระเบียบ... ทุกสิ่งลื่นไหลจนเซี่ยโฮ่วเฉิงรู้สึกราวัหลงติดอยู่ในห้วงฝัน
จอมยุทธ์แซ่จ้าวผู้นั้นเป็นใครกันแน่... เหตุใดเมื่อเยื้ย่างมาถึงชานเืงสวี่โจว ขุมกำลังนับไม่ถ้วนกลับคอยรับคำสั่งเขาประดุจเงาตามตัว ทั้งยังงัดเอาเสบียงมหาศาลมาหล่อเลี้ยงผู้คนนับหมื่นได้ราวัเสกเนรมิต
สวี่โจวซุกซ่อนคนดีมีคุณธรรมไว้มากมายปานนี้เชียวหรือ?
ชาวบ้านร้านตลาดซื่อสัตย์นั้นพอเข้าใจได้ ทว่าคหบดีสวมแพรพรรณเลอค่าเหล่านั้น เหตุใดจึงยอมลดตัวลงมาคลุกฝุ่น สละทรัพย์สินและหยาดเหงื่อเพื่อคนแปลกหน้า
ภาพตรงหน้าอบอุ่นกลมกลืนเกินบรรยาย แม้ผู้ลี้ภัยยังอาบไล้ด้วยคราบน้ำตา ทว่ากลิ่นอายแห่งความหวังกลับลอยอบอวล เซี่ยโฮ่วเฉิงอดตั้งคำถามไม่ได้... หรือสายเลือดคนสวี่โจวจะผ่าเหล่าผ่ากอต่างจากที่อื่น
หรือว่าจวนผู้ว่าการสวี่โจวจะเป็นขุนนางตงฉินที่ทำเพื่อราษฎรอย่างแท้จริง?
ใต้หล้านี้ยังมีขุนนางบัดซบที่เห็นหัวราษฎรอยู่อีกหรือ?
เซี่ยโฮ่วเฉิงส่ายหน้าแรงๆ ปัดทิ้งความคิดเพ้อเจ้อ
ท่ามกลางฝูงชนที่ลงแรงช่วยภัยพิบัติ ไร้ซึ่งเงาขขุนนางในชุดเครื่แบบแม้แต่ผู้เดียว... เห็นชัดว่าทางการมิได้เหลียวแลแม้แต่น้อย
"จอมยุทธ์เหลย พวกท่านเป็นใครกันแน่ เหตุใดต้บากบั่นทุ่มเทเพื่อผู้ลี้ภัยที่ไม่เกี่ยวข้ัพวกท่านแม้แต่น้อย" เซี่ยโฮ่วเฉิงเห็นเหลยฉวงเดินผ่านมาจึงปราดเข้าไปถาม
เหลยฉวงปรายตาม "คำว่า 'ไม่เกี่ยวข้' คือสิ่งใด หรือพวกเรามิใช่สายเลือดเดียวกัน"
เซี่ยโฮ่วเฉิงย่อมตระหนักถึงรากเหง้าเผ่าพันธุ์ ในใจลึกๆ เขาใฝ่ฝันให้ชนชั้นปกครเมตตาราษฎรดั่งที่ตำราปราชญ์พร่ำสอน ทว่าความจริงัหน้ากระดาษมันสวนทางกัน!
ความเป็นจริงคือยามขุนศึกตราทัพห้ำหั่น ซากศพทหารกพะเนินนับหมื่น ราษฎรบ้านแตกสาแหรกขาด ใครหน้าไหนจะมาสนว่าเจ้าเป็นสายเลือดเดียวกันหรือไม่
"หรือเป็นเพราะเกียรติยศแห่ง 'จอมยุทธ์' เพียงเท่านั้น" แม้จะเลื่อมใสในการกระทำขจ้าวิและเหลยฉวง ทว่าบัณฑิตตกยากผู้ถูกโลกโสมมบีบให้กลายเป็นโจรเช่นเขา ไม่อาจทำใจเชื่อได้ว่าในกลียุคเช่นนี้ จะมีมนุษย์ที่จิตใจบริสุทธิ์ถึงขั้นนี้หลงเหลืออยู่
เหลยฉวงแค่นเสียงหยัน "มิใช่แค่น้ำใจจอมยุทธ์จอมปลอม แต่มันคือ 'ความยุติธรรม' สัจธรรมและยุติธรรมที่แท้จริง! ปากอ้างเป็นบัณฑิต ทว่าตรรกะแค่นี้กลับมืดบอด โบราณว่าไว้มิผิด... ผู้กล้าสละชีพมักเป็นคนเถื่อนเข่นฆ่า ส่วนพวกทรยศขายชาติล้วนเป็นบัณฑิตสวมหมวกทรงสูง"
"ยามพวกข้าสับหัวคนชั่วผดุงธรรม กลับมีแต่เจ้าที่เห่าหอนใส่ร้ายว่าพวกข้ารังแกคนอ่อนแอ! บัณฑิตงั้นหรือ... ถุย"
ใบหน้าเซี่ยโฮ่วเฉิงชาหนึบแดงเถือกด้วยความอัปยศ
เดิมทีเขาเริ่มศรัทธาจ้าวิ สัมผัสได้ว่าวิถีขอีกฝ่ายสอดรับัมรรคาปราชญ์ ทว่าพอถูกเหลยฉวงฉีกหน้ากลางคัน โทสะที่ถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีจึงพุ่งปรี๊ด เขาโพล่งตอบโต้อย่างลืมตัว
"เรื่รังแกคนอ่อนแอข้าอาจตาสว่างช้า แต่จอมยุทธ์จ้าวขเจ้าก็มิใช่คนพูดจริงทำจริงเสมอไป ไฉนไม่เห็นเขาพุ่งหอกใส่ทางการเล่า หวั่นเกรงเจี๋ยตู้สื่อหรืออย่างไร"
"ดีแต่กอบกู้ซากเดน ทว่าขี้ขลาดเกินกว่าจะถอนรากถอนโคนตัวการที่สร้างกลียุค ไม่กล้าเขย่าบัลลังก์พวกสุนัขกังฉิน! ต่อให้ใจบุญสุนทาน มันก็เป็นแค่ 'ความยุติธรรมจอมปลอม' ไม่คู่ควรัคำว่าจอมยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่!"
เหลยฉวงหรี่ตาหมายจะตบปากสั่งสอนบัณฑิตปัญญาอ่อนผู้นี้สักฉาด ทว่าหางตาพลันสะดุดัเงาร่างหนึ่ง เขาชะงักไปครู่ก่อนแสยะยิ้มเย้ยหยัน กดเสียงต่ำเปี่ยมด้วยความโอหัง
"เบิกตาหมาๆ ขเจ้าดูให้เต็มตา... ดูซะว่า 'จ้าวอันจือ' ที่เจ้าสบประมาทกำลังบดขยี้สวี่โจวด้วยความยุติธรรมที่แท้จริงอย่างไร!"
เซี่ยโฮ่วเฉิงเบนสายตาไปทางประตูเืง ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะแข็งทื่อดุจถูกสาป
ณ เบื้หน้า จ้าวิกำลังก้าวเท้าข้ามธรณีประตูเืง
เหล่าทหารเกราะที่เคยเหิมเกริมวางก้าม บัดนี้กลับตัวสั่นงันงก ยืนแข็งทื่อราวก้อนหินไร้ชีวิต
แม้แต่แม่ทัพแห่งกทัพอู๋ิที่หยัดยืนบนกำแพงเืง ยังผวาจนวิญญาณหลุดลอย ขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้ว นิ่งงันประดุจรูปปั้นดินเผาที่แตกสลายเพียงแค่ถูกสัมผัส
ท่ามกลางสายตาหวาดผวาขคนทั้งเืง จ้าวิเยื้กรายเข้าสู่สวี่โจวด้วยท่วงท่าสง่างาม ทว่าแผ่กลิ่นอายคุกคามดุจมัจจุราช
......
ย้อนกลับมายังศูนย์กลางอำนาจ
ท่ามกลาง-่าฝนทะลวงร่าง ผู้ลี้ภัยนับหมื่นชานเืงประหนึ่งวัชพืชที่ถูกเหยียบย่ำ ด้านชาและสิ้นหวังต่อชะตากรรมที่ถูกฟ้าดินทอดทิ้ง
ภายในจวนว่าการ ฉางหวายหย่วน เจี๋ยตู้สื่อแห่งอู๋ิ ก็กำลังจมปลักอยู่ในห้วงอารมณ์บีบคั้นเช่นกัน
คลื่นผู้ลี้ภัยที่ทะลักท้นนอกกำแพงเืง มีหรือที่ผู้กุมอำนาจสูงสุดเช่นเขาจะไม่ระแคะระคาย ขุนนางรายงานเรื่นี้เข้าหูทุกเช้าค่ำ เขาตระหนักดีว่าพายุฝนระลอกนี้จะกลืนกินชีวิตพวกสวะเหล่านั้นไปเท่าใด
ทว่า... สิ่งที่ทำให้ฉางหวายหย่วนนั่งไม่ติดเก้าอี้ หาใช่ความเป็นตายขมนุษย์นับหมื่น! สิ่งที่บีบให้เขาแทบกระอักเลือด คือคลังสมบัติขอู๋ิที่แห้งขอดจนถึงขีดสุดต่างหาก มันคือหายนะที่สั่นคลอนทั้งชีวิต อำนาจ และอนาคตขเขาโดยตรง
ด้วยเหตุนี้ ขุนนางระดับสูงและเหล่าขุนพลจึงถูกเรียกตัวหารือด่วนกลางดึก
"ศึกครั้งนี้แม้จบลงอย่างรวดเร็ว ทว่าซากศพและผู้บาดเจ็บกลับกพะเนิน ยุทโธปกรณ์และเสบียงมลายสิ้น แม้สงครามจะสงบ ทว่าการตามเช็ดล้างเพิ่งจะเริ่มต้น"
ฉางหวายหย่วนขมวดคิ้วแน่นเบื้หลังโต๊ะประธาน "เบี้ยหวัดบำนาญและค่ายารักษา... คือตัวเลขที่สูบเลือดสูบเนื้อที่สุด"
"กทัพอู๋ินับแสน สังเวยชีวิตไปแปดพันนาย บาดเจ็บสาหัสร่วมหมื่น และถูกจับเป็นเชลยอีกนับหมื่น... หายนะทั้งหมดนี้ ล้วนอุบัติขึ้นในสมรภูมิซ่งโจว..."
วาจาขฉางหวายหย่วนขาดห้วงไปดื้อๆ
สถานการณ์บีบคั้นเกินทนไหว บรรยากาศในโถงหนักอึ้งจนขุนนางแทบขาดใจ ถ้อยคำที่จุกอยู่ที่คอหอยราวัมีน้ำหนักนับหมื่นชั่ง กดทับจนมหาบุรุษอย่างเขาอ้าปากไม่ออก
คนตายแปดพันนาย มิใช่เพียงเสียเบี้ยบำนาญ แต่เพราะเป็นการปราชัยพังทลาย ชุดเกราะและศาสตราวุธชั้นดีจึงถูกกทัพขจางจิงกวาดเรียบเป็นขกำนัล
ส่วนพวกเชลยนับหมื่นยิ่งเลวร้าย ทั้งคนทั้งเกราะถูกประเคนให้ศัตรูไปเสริมแสนยานุภาพ
ผู้บาดเจ็บสาหัสอีกเป็นหมื่นต้รีบยื้อชีวิต อาหารและหยูกยาในช่วงพักฟื้นจะตระหนี่ถี่เหนียวไม่ได้เด็ดขาด... เช่นเดียวัเงินบำนาญคนตาย
หากกล้าบิดพลิ้ว เรื่เบาที่สุดคือสูญเสียศรัทธาจากกทัพ เรื่สาหัสที่สุดคือทหารลุกฮือคลุ้มคลั่งและบั่นคอเขาโยนลงจากบัลลังก์อู๋ิ!
กำลังพลร่อยหรอจนน่าเกลียด จำต้รีบเกณฑ์ไพร่พลระลอกใหม่ ชุดเกราะและอาวุธที่สูญหายหรือพังทลายต้เร่งตีขึ้นรูปทดแทนทันที
และทุกสรรพสิ่งที่เ่มา... ล้วนต้สูบเงินมหาศาลทั้งสิ้น
ตั้งแต่ตอนที่เืงเซียวเสี้ยนถูกตีโอบ ท้พระคลังขฉางหวายหย่วนก็แทบจะรีดเลือดไม่หยดแล้ว ครั้นถอยร่นกลับสวี่โจว แม้มีเวลาหายใจ ทว่าหัวเืงน้อยใหญ่ในอู๋ิล้วนถูกขูดรีดจนกระดูกขาวโพลนมานาน ยามนี้จะไปรีดเค้นเงินทจากที่ใดได้อีก
ไร้เงินตรา ย่อมก้าวเท้าไม่ออกแม้แต่ก้าวเดียว ท่ามกลางกลียุคที่ขุนศึกหมาป่าจ้ขย้ำคอ แม้แต่ชีวิตและหัวขเขาเก็ตั้งอยู่บนเส้นด้าย
ในห้วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ ฉางหวายหย่วนจะมีกะจิตกะใจไปเหลือบแลสวะผู้ลี้ภัยนอกเืงได้อย่างไร
ผู้ลี้ภัยอดอยากเพียงสามหมื่น ปราศจากเขี้ยวเล็บ ไม่อาจคว่ำสวรรค์ได้ หากพวกมันกำเริบเสิบสานก่อกบฏ... กทัพอู๋ิที่กำลังหงุดหงิดงุ่นง่านจากความพ่ายแพ้ที่ซ่งโจว ก็แค่ถือโอกาสใช้หัวพวกมันเป็นกระสอบทรายระบายแค้นให้สาสม!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??