เรื่อง ปฐมตระกูลจ้าว : หวนคืนพลิกแผ่นดิน
บ้าไปแล้ว... บ้าัไปหมด! นี่มันฝูงปีศาจร้ายชัดๆ
นั่นคือความคิดเดียวที่แล่นพล่านในหัวจูยู่ยามนี้
ตรงข้ามกับจ้าวหนิง เขายืนกอดอกทอดสายตาจากบนหลังคาด้วยท่าทีเย็นชาคล้ายไม่ยี่หระต่อสิ่งใด
สันดานของขั้วอำนาจท้องถิ่นหาใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย นัยน์ตาของเขาไร้ระลอกคลื่น ไร้ความคิดสอดมือเข้าแทรกแซง ทำเพียงทอดถอนตัวอยู่เบื้องบนราวกับกำลังชมงิ้วปาหี่ฉากหนึ่ง
สงครามแห่งการปฏิรูปในเหอตงและเหอเป่ยหล่อหลอมให้จ้าวหนิงชาชินกับเดรัจฉานพวกนี้ ยามเสียผลประโยชน์ พวกมันพร้อมขย้ำ ยามเผชิญหน้าผู้ต่อต้าน พวกมันพร้อมบดขยี้ แต่เมื่อใดที่ศัตรูแกร่งกร้าวเกินต้านทาน... พวกมันก็พร้อมเผ่นหนีเร็วกว่าสุนัขจนตรอก
ลึกเข้าไปในเงามืดของหอสังเกตการณ์ หลิวหวงยืนค้อมกายอยู่เบื้องหลังเซียวปู้ยวี่ ครั้นเห็นคนสองกลุ่มหน้าประตูเมืองจวนเจียนะห้ำหั่นั เขาจึงอดรนทนไม่ไหว
“มหาคุรุ ผู้มีอำนาจท้องถิ่นพวกนี้ใจคอชั่วช้าดุจปีศาจ หากไม่เร่งลงมือ เกรงว่าะรั้งพวกมันไว้ไม่ได้แล้วขอรับ”
เซียวปู้ยวี่แค่นเสียงหยัน “ะรั้งพวกมันไว้ทำไม”
หลิวหวงขมวดคิ้ว “ขุมกำลังของพวกมันไม่ด้อยเลยนะขอรับ หากบีบให้ทั้งตระกูลเข้าร่วมรบ ย่อมช่วยเราต้านทานข้าศึกจนกว่ากองหนุนะมาถึงได้”
เซียวปู้ยวี่เหยียดยิ้มเย็นเยียบ “เจ้าหวังพึ่งประโยชน์จากสวะพวกนี้งั้นหรือ”
หลิวหวงงงงัน “ไม่ได้หรือขอรับ”
“ดีแต่ทำเรื่องฉิบหาย!” เซียวปู้ยวี่สะบัดแขนเสื้อ่าเดียดฉันท์ “หวังพึ่งพวกมัน สู้โยนเนื้อให้สุนัขกับสุกรยังดีเสียกว่า”
หลิวหวงใบ้รับประทาน พลันกระจ่างในเจตนาของอีกฝ่าย
คืนนี้เซียวปู้ยวี่ย่อมลงมือได้ ด้วยพลังตบะระดับราชันย์ขั้นกลาง เขาสะกดตระกูลใหญ่ให้อยู่ในเมืองและบีบผู้บำเพ็ญเพียรทั้งหมดให้ขึ้นกำแพงเมืองได้ง่ายดายปานพลิกฝ่ามือ
แต่ะมีประโยชน์อันใด?
กองกำลังที่อัดอั้นด้วยเพลิงแค้น ถูกบีบบังคับ และไร้ใจสู้รบ หากถูกส่งลงสมรภูมิย่อมกลายเป็นตัวแปรที่พร้อมระเบิดใส่ตัวเอง ผลเสียย่อมมากกว่าผลดี
ทันทีที่ศึกนองเลือดเปิดฉาก หากเซียวปู้ยวี่ถูกยอดฝีมือของกองกำลังต่อต้านพัวพันไว้ สวะพวกนี้ที่ปราศจากการกดดันจากลัทธิศักดิ์สิทธิ์ ย่อมทิ้งอาวุธหนีตายโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม นำไปสู่การแตกพ่ายของทัพทั้งปวง
“หรือเราะเปิดประตูเมืองปล่อยพวกมันไปจริงๆ?” หลิวหวงยังคงมองไม่เห็นทางออก
หากตระกูลใหญ่หลบหนี คหบดีในเมืองย่อมแตกตื่นหนีตาม ลัทธิศักดิ์สิทธิ์ะสกัดกั้นผู้ใดได้? และหากขุมกำลังหลักทิ้งเมือง ความโกลาหลย่อมบังเกิด ราษฎรอาจะหนี หรือเลวร้ายกว่านั้น... พวกเขาอาจหันไปเป็นไส้ศึกให้กองกำลังต่อต้านนอกเมือง!
ถึงเวลานั้นจลาจลย่อมปะทุ ไม่ว่ากองทัพปราบปีศาจหรือกองทัพปราบมาร ย่อมต้องเลือกปกป้องสายเลือดและญาติมิตรของตน ไม่มีทหารหน้าไหนโง่เขลาพอะสู้ตายเคียงข้างลัทธิศักดิ์สิทธิ์ในศึกที่ไร้ทางชนะ
แค่ทหารใต้บัญชาไม่หันคมหอกกลับมาแทงลัทธิศักดิ์สิทธิ์ก็นับว่าสวรรค์เมตตาแล้ว การปล่อยให้ตระกูลใหญ่รอดพ้นประตูเมืองไป เท่ากับยื่นเมืองจี้อินให้ศัตรูบนพานทอง!
“ย้อนกลับไปช่วงสงครามสองแคว้น ยามทัพเป่ยหูบุกประชิด ตระกูลใหญ่และคหบดีต่างหอบผ้าผ่อนหนีตาย ทัพทางการแทบไม่เคยสอดมือขัดขวาง”
“แต่เจ้าก็รู้ แม้มีคนขี้ขลาดหลบหนี แต่ผู้กล้าที่ยอมสละทรัพย์สินเรือนชานเพื่อหยัดยืนปกป้องปฐพี... ก็ยังมีให้เห็นอยู่บ้าง”
เซียวปู้ยวี่ไม่ตอบคำถาม นัยน์ตาทอดมองความหลังด้วยแววตาซับซ้อน “ยามนั้นสงครามดุเดือดเลือดพล่าน สถานการณ์วิกฤตยิ่งกว่าจี้อินในวันนี้หลายเท่านัก ผู้ที่ยืนหยัดรั้งเมืองล้วนทอดร่างเป็นศพ และส่วนใหญ่... มักรักษาเมืองไว้ไม่ได้”
“ทว่าตลอดห้าปีแห่งไฟสงคราม ไม่ว่ากองทัพเป่ยหูะเหยียบย่างด่านหรือนครใด ล้วนมีผู้กล้ายอมสละชีพพลีจงรัก สู้ตายถวายหัวไม่ถอยร่น แม้ในดินแดนที่สงครามก้าวไม่ถึง ก็ยังมีชายฉกรรจ์นับไม่ถ้วนอาสากระโจนเข้าสู่สมรภูมิ”
“ยามนั้นลัทธิศักดิ์สิทธิ์ยังไร้ตัวตน รัศมีเทวะยังไม่สาดส่อง แผ่นดินยังไร้ซึ่งพรประทานและศรัทธาใดๆ”
สุรเสียงของเซียวปู้ยวี่ขาดห้วง ความมืดมนพาดผ่านนัยน์ตา “ทว่าบัดนี้... แท่นบูชาเทวะตั้งตระหง่านทุกหย่อมหญ้า รัศมีเทพครอบคลุมฟ้าดิน นักรบเทวะพร้อมหลั่งเลือดเพื่อเมืองจี้อิน แต่เพียงแค่กองกำลังต่อต้านยกทัพประชิด ทั้งเมืองกลับระส่ำระสายถึงเพียงนี้”
“ตระกูลใหญ่เหล่านั้น วันวานเคยเป็นแขนขา ร่วมเสวยสุขกับลัทธิศักดิ์สิทธิ์ ทว่ายามนี้กลับไร้ผู้ใดใฝ่ะอยู่รั้ง ล้วนคิดสลัดหางหนีเอาตัวรอด ถึงขั้นยอมประกาศตัวเป็นศัตรูกับลัทธิศักดิ์สิทธิ์และหันคมดาบใส่นักรบเทวะ”
“ทั้งที่เมื่อไม่กี่วันก่อน... สวะพวกนี้ยังคุกเข่าจุดธูปบูชาเทวะอยู่เลย”
วาจาของเซียวปู้ยวี่หยุดชะงักลงดื้อๆ
เลือดในกายหลิวหวงเย็นเฉียบ หัวใจเต้นกระหน่ำปานรัวกลอง เขาก็อยากเอ่ยปากถามเช่นัว่า... เหตุใดจึงกลายเป็นเช่นนี้?
ทว่าภายใต้แรงกดดันของเซียวปู้ยวี่ เขากลับไม่กล้าแม้แต่ะปล่อยให้ความคิดนี้แล่นผ่านสมอง
พริบตานั้น เซียวปู้ยวี่หันขวับ นัยน์ตาสาดประกายคุกคาม “คุรุหลิว ตอบข้ามา นี่คือความผิดของลัทธิศักดิ์สิทธิ์งั้นหรือ? ลัทธิเราด้อยกว่าราชสำนักงั้นหรือ? กองทัพเทพเจ้าสู้กองกำลังต่อต้านไม่ได้งั้นหรือ? หรือในสายตาราษฎร... เทวะยังต่ำต้อยกว่าจักรพรรดิต้าจิ้น!”
หลิวหวงสะท้านเยือกราวกับถูกค้อนยักษ์ฟาดแสกหน้า สองขาอ่อนยวบทรุดฮวบลงกราบกรานกับพื้น วินาทีเป็นตายตรงหน้าไม่อนุญาตให้เขาลังเลแม้แต่เสี้ยวลมหายใจ
“แสงนำทางสรรพชีวิต สรรพชีวิตน้อมตาม! มหาคุรุโปรดระงับโทสะ นี่หาใช่ความผิดของลัทธิศักดิ์สิทธิ์ไม่! รัศมีเทวะสาดส่องหมื่นลี้ ประทานพรทั่วหล้า ราชสำนักปีศาจไหนเลยะเทียบเคียงฝุ่นธุลี!”
ทว่าเซียวปู้ยวี่ยังไม่รามือ รังสีอำมหิตยิ่งบีบคั้น “เช่นนั้นจงบอกข้า เหตุใดสงครามเทพในเฉาโจวถึงปราชัย! เหตุใดจี้อินจึงไร้ปัญญาปกป้อง!”
หลิวหวงสั่นสะท้านไปทั้งร่าง เหงื่อเย็นเยียบแตกพลั่ก เขารู้ดีว่าหากไม่สับสวิตช์แสดงจุดยืนเดี๋ยวนี้ วินาทีถัดไปศีรษะย่อมหลุดจากบ่า
“เป็นเพราะ... เป็นเพราะขั้วอำนาจท้องถิ่น! เป็นเพราะเดรัจฉานขี้ขลาดตาขาว่าตระกูลหลี่ ตระกูลวัง และตระกูลหวง! พวกมันตาบอดต่อเจตจำนงเทวะ เนรคุณต่อแสงสว่าง ยามวิกฤตกลับแว้งกัดกลายเป็นกบฏ ขัดขวางกองทัพเทพเจ้าปราบปีศาจ! พวกมัน... สมควรตายหมื่นครั้ง!”
เซียวปู้ยวี่เลิกต้อนหลิวหวงให้จนมุม เขาเบือนหน้ากลับไปทอดมองขบวนรถม้าหน้าประตูเมืองอีกครั้ง
หลิวหวงลอบพรูลมหายใจยาว รอดพ้นปากเหวแห่งความตายมาได้่าหวุดหวิด
ท่ามกลางวิกฤตเช่นนี้ การอ่านสถานการณ์ให้ขาดย่อมสำคัญที่สุด หากจุดยืนสั่นคลอนหรือบังอาจเคลือบแคลงลัทธิศักดิ์สิทธิ์ เขาคงถูกเซียวปู้ยวี่บดขยี้แหลกเหลวไปแล้ว
ศึกเฉาโจวพ่ายยับ จี้อินจวนเจียนแตกพ่าย ลัทธิศักดิ์สิทธิ์จำต้องร่นถอย หากข่าวคราวแพร่งพราย บารมีของลัทธิย่อมพินาศย่อยยับ
เหล่าสาวกทั่วหล้าย่อมกังขา... ลัทธิศักดิ์สิทธิ์ไร้เทียมทานจริงหรือ? เทพเจ้าทรงพลานุภาพและหยั่งรู้ทุกสรรพสิ่งจริงหรือ? และที่สำคัญที่สุด... เทพเจ้าะสามารถนำพาดวงวิญญาณพวกเขาสู่ดินแดนสุขาวดีได้จริงหรือ?
เพื่ออุดช่องโหว่แห่งความเคลือบแคลง ลัทธิศักดิ์สิทธิ์ต้องเสกสรรค์ข้ออ้างที่ไร้ที่ติมาอธิบายความปราชัยในเฉาโจว ต้องประทาน 'คำตอบ' แก่เหล่าสาวก เพื่อฝังหัวพวกเขาว่าความพ่ายแพ้นี้มิใช่ความผิดของลัทธิศักดิ์สิทธิ์ และมิใช่เพราะเทพจินกวงเสื่อมอำนาจ!
ในเมื่อมิใช่ความผิดของลัทธิ และมิใช่ความบกพร่องของเทพจินกวง เช่นนั้นะเป็นความผิดใคร?
ผู้ใดก่อเรื่องย่อมไม่สำคัญ สำคัญที่ต้องมี 'แพะรับบาป' มารับกรรมในศึกเฉาโจวครั้งนี้
ใคร่ครวญดูแล้ว... ไม่มีผู้ใดเหมาะสมไปกว่าขั้วอำนาจท้องถิ่นในเฉาโจวอีกแล้ว พวกมันมีทั้งกำลังและบารมีมากพอะป่วนแนวรบ ซ้ำร้ายตอนนี้ยังดิ้นรนหาที่ตายด้วยตนเอง
หากมหาคุรุระดับสี่ ผู้พ่วงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่่าหลิวหวงมองหมากตานี้ไม่ออก จุดจบของเขาย่อมไม่ต่างจากตระกูลใหญ่ในเฉาโจว... คือถูกเซียวปู้ยวี่ลากมาเชือดเซ่นสังเวย
ยังไม่ทันสิ้นสุดความโล่งใจ หลิวหวงพลันเบิกตากว้าง เสื้อคลุมของเซียวปู้ยวี่โบกสะบัด เรือนผมปลิวไสว ปราณบารมีระเบิดทะลักปานคลื่นยักษ์ถล่มทลาย ลำแสงเจิดจรัสพุ่งทะยานจากร่างเสียดแทงทะลุผืนฟ้า
“มหาคุรุ ท่านะทำสิ่งใดขอรับ” หลิวหวงตัวสั่น หวาดหวั่นว่าอีกฝ่ายะเปลี่ยนใจหันมาเด็ดหัวตน
ลำแสงนั้นสลักวังวนปราณแท้มหึมาประดุจเนตรสวรรค์เบื้องใต้ห้วงดารา ปราณฟ้าดินโดยรอบถูกสูบกลืน่าบ้าคลั่ง หมู่เมฆม้วนตัวบดบังนภา อัสนีบาตคำรามลั่น พายุคลั่งก่อตัวฉีกกระชากอากาศธาตุ
ร่างของเซียวปู้ยวี่ค่อยๆ ลอยตัวขึ้นปานพญาหงส์สยายปีก ทะยานอยู่เหนือกำแพงเมืองพลางเอ่ยสืบโดยไม่แม้แต่ะปรายตามอง
“ที่เจ้าพูดเมื่อครู่ถูกต้องยิ่ง ขั้วอำนาจในเฉาโจวสมควรตายหมื่นครั้ง... และในเมื่อพวกมันสมควรตาย ก็ต้องถูกส่งไปลงนรก”
สิ้นวาจา ร่างนั้นพลันเลือนหาย ทะยานลิ่วขึ้นสู่นภากาศดุจสายฟ้าฟาด ท่ามกลางวงแหวนอักขระอาคมโบราณลี้ลับที่ทอแสงเรืองรอง เรือนผมและเสื้อคลุมสยายกว้าง ทอดสายตามองสรรพชีวิตในจี้อินเบื้องล่างราวกับเทพเจ้าจุติลงมาพิพากษาโลกมนุษย์
......
บนหลังคา จ้าวหนิงยังคงกอดอกด้วยท่วงท่าเกียจคร้าน ทอดมองเซียวปู้ยวี่ระเบิดอาณาเขตระดับราชันย์ ทะยานขึ้นอวดบารมีพร้อมรังสรรค์นิมิตอัศจรรย์ปานปาฏิหาริย์เทวะ มุมปากของเขาเพียงเหยียดยิ้มบางเบา
เขาไร้ความคิดะสอดมือขัดขวางหรือฉีกหน้าอีกฝ่ายยามกำลังเบ่งบารมี
บทสนทนาระหว่างเซียวปู้ยวี่และหลิวหวงเมื่อครู่ล้วนเล็ดลอดเข้าโสตประสาทของจ้าวหนิงทุกถ้อยคำ เขามั่นใจว่าการกระทำของเฒ่าแซ่เซียว ย่อมส่งผลดีต่อตัวเขา... หรือพูดให้ถูกคือ ส่งผลดีต่อการวางรากฐานสมาคมชุดขาว่ามหาศาล
เขาจึงตัดสินใจยืนชมงิ้วฉากเอกนี้ให้จบ
เสี้ยววินาทีที่เซียวปู้ยวี่ระเบิดปราณคลุมอาณาเขตระดับราชันย์ ผู้อาวุโสสูงสุดของสามตระกูล หลี่ วัง และหวง พลันสะดุ้งเฮือกเงยหน้าขึ้นพร้อมั ผู้นำทั้งสามตระกูลถลันพรวดออกจากรถม้า ต่างจ้องมองท้องฟ้าด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรของสามตระกูลตลอดจนสตรีและเด็กเล็ก ต่างแหงนหน้ามองเซียวปู้ยวี่ด้วยสายตาหวาดผวา ร่างกายสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำกลางพายุเหมันต์
ก่อนไฟสงครามะลามเลีย การที่ตระกูลใหญ่อพยพหนีภัยย่อมเป็นเรื่องปกติ พวกเขารู้ดีว่าการกระทำนี้ะสร้างความขุ่นเคืองแก่ลัทธิศักดิ์สิทธิ์ แต่ไม่เคยคาดคิดเลยว่าเซียวปู้ยวี่ะกล้าลงมือปะทะกับพวกเขาซึ่งหน้า
สุรเสียงของเซียวปู้ยวี่ดังกัมปนาทปานอัสนีบาต ฟาดผ่าลงกลางโสตประสาทของทุกคนในเมืองจี้อิน
“เทพเจ้าทรงรอบรู้และไร้ขอบเขต ทรงปลดเปลื้องทุขเวทนาในชาตินี้ และนำพาพวกเราสู่สุขาวดีในชาติหน้า! เทพเจ้าทรงเมตตาสรรพชีวิต โปรดสัตว์โลกด้วยมหากรุณาธิคุณ ข้อเรียกร้องเดียวที่พระองค์มีต่อมวลมนุษย์... คือความศรัทธาอันภักดี บูชาและน้อมรับเจตจำนงเพื่อเผยแผ่รัศมีแห่งพรประทาน!”
“ทว่าเรื่องง่ายดายเพียงนี้ พวกเจ้ากลับทำไม่ได้! ยามหน้าสิ่วหน้าขวาน พวกเจ้ากลับสอบตกในบททดสอบเทวะ ปล่อยให้ปีศาจล่อลวงจิตใจจนมืดบอด ทรยศต่อศรัทธา กลายเป็นกบฏที่น่ารังเกียจที่สุด!”
“และบัดนี้... เพราะความเนรคุณของพวกเจ้า จี้อินจึงจวนเจียนะตกอยู่ในเงื้อมมือมาร! พวกเจ้าลบหลู่รัศมีเทวะ ชักนำมหันตภัยสู่โลกมนุษย์ น่าชิงชังยิ่งกว่าเดรัจฉานหน้าไหน พวกเจ้าสมควรตาย! บัดนี้... จงรับทัณฑ์สวรรค์จากเทพเจ้า!”
สิ้นอาญาสิทธิ์ อัสนีปราณแท้นับไม่ถ้วนพลันเทกระหน่ำจากฟากฟ้าดุจ-่าฝนทะลวงสวรรค์ พุ่งสับลงกลางกบาลคนของทั้งสามตระกูล่าโหดเหี้ยม
......
นอกเมือง ณ ค่ายกองกำลังต่อต้าน
จ้าวอิงและจ้าวผิงยืนเคียงบ่าเคียงไหล่หน้ากระโจมใหญ่ ทอดสายตามองอาณาเขตระดับราชันย์ที่แผ่สยายเหนือท้องฟ้าจี้อิน
“เฒ่าโอหังเซียวปู้ยวี่ริอ่านตั้งตนเป็นเทพเจ้า เราะปล่อยให้มันกำเริบเสิบสานเช่นนี้หรือ” จ้าวอิงหันไปถามจ้าวผิง รู้สึกว่าปล่อยให้อีกฝ่ายกอบโกยผลประโยชน์ฝ่ายเดียวชักะไม่เข้าที
จ้าวผิงตอบด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย “สุนัขแว้งกัดัเอง เราะสอดมือไปทำไม ชมงิ้วไปเงียบๆ ก็พอ งิ้วจบเมื่อใด... เรายังมีผลประโยชน์ก้อนโตให้ตักตวงอีก ะพลาดได้่าไร”
จ้าวอิงใคร่ครวญตามพลันพยักหน้าเห็นด้วย รอยยิ้มมั่นใจปรากฏบนใบหน้า “ขั้วอำนาจท้องถิ่น่าตระกูลหลี่ วัง และหวงในเฉาโจว ก็แค่พยัคฆ์กระดาษไร้น้ำยา ทำดีไม่ได้แต่ป่วนให้ฉิบหายได้เป็นเลิศ ลัทธิศักดิ์สิทธิ์ใช้ประโยชน์จากพวกมันได้ก็แค่ยามสงบสุขเท่านั้น พอถึงคราวสงครามชี้ชะตาความเป็นตาย... ะเอาเศษสวะพวกนี้มาต่อกรกับเราได้่าไร”
จ้าวผิงตอบกลับ่าราบเรียบ “ก็แค่พวกต้มตุ๋นลวงโลก ย่อมไม่มีค่าพอให้สู้กับพวกเราอยู่แล้ว”
สองาสบตาั ก่อนะระเบิดเสียงหัวเราะกึกก้องาพร้อมั่าเบิกบาน
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??