เรื่อง ปฐมตระกูลจ้าว : หวนคืนพลิกแผ่นดิน
กระแสโะที่แเาเปี้ยนเี เหนือความคาดหมายของเี่เตี๋ ซ้ำัู่นอกเหนือาำของจางิ
ตามหลักการ เื่ทางการกวาดล้างขุนนางัิและาานอกรีตไปมหาศาล าฎสมควรึใและแซ่ซ้องเิญไปนานแ้
ต่อให้ั้ี้สมาคมุขาวะเป็นู้ัำ พร้อมูธงุการณ์โปร่งใสเที่ยงธรรม ทว่าศีรษะที่จวนแม่ทัพและลัทธิจินกวงบั่นส่งมอบให้ก็มีนับร้อย แ้เหตุใดาฎยังลุกฮือไม่เลิกรา พวกเขาต้องการสิ่งใดกันแน่
อยากเปลี่ยนยุคสมัย หรือบังาคิดะพลิกฟ้าเปลี่ยนปฐพี
หากเป็นเช่นนั้นจริง สถานการณ์ย่อมลุกลามสุดหยั่งคาด
"ยามนี้เหลือเพียงหนทางเดียว" หลังหารือกันครู่หนึ่ง รังสีฆ่าฟันรอบกายจางิยังคงคุกรุ่น
"หนทางใด" เี่เตี๋เอ่ยถาม
นัยน์ตาจางิเย็นเยียบประกายกร้าว "ปราบปราม... ปราบปรามด้วยเลือด"
เี่เตี๋นิ่งงันไป
เนิ่นนาน จ้าวหนิงในคราบเว่ยอันจือจึงกล่าวขัด "ะปราบปรามด้วยเลือดมิไ้ ต้องคำนึงถึงภาพรวมและความสามัคคีเป็นที่ตั้ง"
......
ทว่าการปราบปรามกลับเปิดฉากขึ้น
ผู้ลงมือคือยอดฝีมือระดับราชันย์ นำโดยเซียวปู้ยวี่ มหาคุรุระดับสองแห่งลัทธิจินกวง
ขุมกำลังระดับราชันย์นับไม่ถ้วนปรากฏกาย กลิ่นอายกดดันย่อมแตกต่างราวฟ้ากับเหว
ก่อนการปราบปรามะเริ่ม ขีดความอดทนของพวกอนุรักษนิยมในลัทธิ ขุนนาง ทหารกองทัพเซวียนอู่ ตลอดคหบดีผู้มีอำนาจล้วนขาดผึง เื่สมาคมุขาวยังคงเดินหน้า การปะทะนองเลือดทั้งเล็กใหญ่จึงระเบิดขึ้นทั่วทุกหัวระแหง
ยามศิษย์สมาคมุขาวนำาฎบุกจู่โจมจวนขุนนางและคฤหาสน์เศรษฐี พวกเขาต้องแลกมาด้วยเลือด ยอดผู้บาดเจ็บล้มตายพุ่งทะยาน ชั่วพริบตาซากศพนับร้อยก็นอนจมกองเลือด เปลวเพลิงแห่งความโกลาหลลุกลามอย่างบ้าคลั่ง
วิธีการปราบปรามนั้นเรียบง่ายแต่เด็ดขาด
ทันทีที่บรรดาระดับราชันย์ปรากฏตัว เพียงปลดปล่อยแรงกดดันพลังบำเพ็ญ ก็สามารถสะกดแกนนำสมาคมุขาวในแต่ละจุดตรึงอยู่กับที่ หากผู้ใดดื้อรั้นขัดขืน ย่อมถูกบดขยี้ให้หลาบจำในทันที
ภายใต้สถานการณ์นี้ การปราบปรามย่อมไ้รับการสนับสนุนเป็นเอกฉันท์จากพวกอนุรักษนิยม ทางการ กองทัพเซวียนอู่ และผู้มีอำนาจในเมือง พวกมันฉวยโอกาสเปิดฉากโต้กลับ
ทว่าการโต้กลับกลับถูกดับมอดลงตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่ม
ยอดฝีมือระดับราชันย์ลงมือสะกดการเคลื่อนไหวของพวกมันเช่นกัน เพื่อสกัดมิให้คนเหล่านี้ฉวยโอกาสล้างแค้นเข่นฆ่าศิษย์สมาคมุขาวและาฎเปี้ยนเี หรือกระพือไฟให้การนองเลือดลุกลาม
ยามขุมกำลังระดับราชันย์จากลัทธิจินกวงและจวนแม่ทัพออกโรง สมาคมุขาวที่มีผู้บำเพ็ญเพียรระดับวิญญาณต้นกำเนิดขั้นปลายเพียงหยิบมือ ย่อมไม่าขยับเขยื้อน
หลังสมาคมุขาวถูกสยบ าฎจึงถูกทหารกองทัพเซวียนอู่ต้อนให้แยกย้ายกลับเคหสถาน
กระบวนการนี้มิไ้ราบรื่นนัก ทหารกองทัพเซวียนอู่บางนายฉวยจังหวะระบายความแค้นส่วนตัว ซ้ำยังมีคนหนุ่มเลือดร้อนลุกฮือขึ้นสู้ เคราะห์ดีที่มียอดฝีมือระดับราชันย์คุมภาพรวม การปะทะประปรายจึงมิาสร้างความวุ่นวายไ้มากนัก
เมืองเปี้ยนเีที่เคยเดือดพล่านกลับคืนสู่ความสงบอย่างรวดเร็ว
ทว่านั่นเป็นเพียงเปลือกนอก
เพลิงแค้นและแรงอาฆาตในใจศิษย์สมาคมุขาวและาฎ ถูกกดทับอัดแน่นรอวันปะทุ
คืนนั้น ศิษย์สมาคมุขาวบางส่วนถูกลัทธิลงทัณฑ์ ด้วยปัจจัยหลายประการเี่เตี๋จึงมิไ้ลงมือเด็ดขาด ส่วนใหญ่เพียงลดขั้นและปรับเงิน ทว่าาฎบางส่วนกลับถูกกวาดต้อนเข้าคุก
ขุนนางอาศัยจังหวะนี้ชำระความแค้นส่วนตัว าฎที่ถูกจองจำมีจำนวนมหาศาล เื่ก้าวเข้าสู่คุก พวกเขาล้วนถูกโบยตีทรมานแสนสาหัส บางรายถึงขั้นถูกทุบตีตายทั้งเป็น
เื่ข่าวนี้แพร่สะพัด เพลิงโะของาฎก็ยิ่งโหมกระพือ
หลังผ่านเหตุการณ์นี้ เปี้ยนเีมิไ้หลอมรวมเป็นหนึ่ง
อย่าว่าแต่ความสามัคคี แม้กระทั่งระเบียบวินัยที่เคยสงบสุขจอมปลอมในอดีตก็มลายสิ้น
พวกอนุรักษนิยม ทางการ และกองทัพเซวียนอู่ล้วนต้องชดใช้ด้วยเลือดเนื้อ ญาติมิตรบาดเจ็บล้มตาย ผู้ที่เคียดแค้นศิษย์สมาคมุขาวและาฎจึงมีนับไม่ถ้วน ซ้ำผลลัพธ์ยังไม่เป็นไปตามหวัง ผู้ตายไม่ายกย่องว่าเสียสละเพื่อส่วนรวม บรรดาผู้ใต้บังคับบัญชาจึงสั่งสมความไม่พอใจต่อจวนแม่ทัพอย่างหนัก มองว่าผู้บังคับบัญชานั้นทั้งไร้ความสามารถและโง่เขลา
ภายในลัทธิ บรรดาผู้มีอำนาจฝ่ายอนุรักษนิยมต่างตราหน้าว่า เี่เตี๋มัวแต่สนับสนุนสมาคมุขาวเพื่อบั่นทอนอำนาจพวกตน ละทิ้งความมั่นคงของเปี้ยนเี ปล่อยให้ภายในลัทธิแปรเปลี่ยนจากความร้าวฉานเป็นการแตกหัก นับเป็นความบกพร่องต่อตำแหน่งมหาคุรุอันดับหนึ่งอย่างร้ายแรง
......
ทางการและกองทัพเซวียนอู่ยังคงคุมเข้มรักษาความสงบ ยามลาดตระเวนตามท้องถนน พวกมันปฏิบัติต่อาฎอย่างป่าเถื่อนยิ่งขึ้น อดีตเคยมองาฎเป็นเพียงฝูงแกะ ทว่าบัดนี้ พวกมันมองาฎเป็นศัตรู
หวาดระแวงว่าาฎะรวมตัวก่อกบฏ พวกมันจึงคอยหาเรื่องกดขี่าฎไปทั่ว อ้างสารพัดเหตุผลเพื่อเบ่งอำนาจ อวดอ้างแสนยานุภาพ และข่มขวัญให้าฎศิโรราบ
าฎหวาดกลัวพวกมันอย่างแท้จริง
ทว่าในขณะเดียวกัน... ก็ยิ่งสลักลึกความชิงชังลงในกระดูก
ก่อเกิดเป็นการเผชิญหน้าตึงเครียดระหว่างทางการและาฎ ความขัดแย้งระหว่างชนชั้นบนและล่างปะทุเดือดยากะดับ
......
"ตอนนี้ข้ากระจ่างแ้ ต่อให้พวกเราเข้าร่วมสมาคมุขาว ก็ไม่าทวงคืนความยุติธรรมที่แท้จริงไ้ เจตจำนงของเทพเจ้าไม่มีวันสัมฤทธิ์ผลบนโลกมนุษย์"
ภายในค่ายทหาร สวี่กั๋วจิ้งเอ่ยด้วยสีหน้าอมทุกข์ นัยน์ตาสับสนว้าวุ่น
"ขุมอำนาจของพวกอนุรักษนิยมแข็งแกร่งเกินไป ซ้ำยังสมคบคิดกับทหารทางการ มิหนำซ้ำมหาคุรุอันดับหนึ่งยังเพิกเฉย ลำพังเพียงกำลังของคุรุเว่ย ย่อมไม่าต้านทานไ้" หวงหวงที่นั่งอยู่ข้างกันถอนหายใจยาวพลางส่ายหน้า
เหล่าศิษย์และนักรบผู้ศรัทธาสามัญที่เข้าร่วมกองทัพศึกเทพ เดิมทีล้วนมีความเลื่อมใสยำเกรงต่อเทพจินกวงอยู่บ้าง ทว่าหลังผ่านพ้นเหตุการณ์นับไม่ถ้วน พวกเขากลับสิ้นศรัทธาว่าเทพจินกวงะดลบันดาลสิ่งใดไ้
กระทั่งเริ่มคลางแคลงว่าบนโลกใบนี้... มีเทพจินกวงดำรงอยู่จริงหรือ
หลังปฏิบัติการล้มเหลว พวกอนุรักษนิยมก็กลับมากำเริบเสิบสาน ยามพบหน้าศิษย์สมาคมุขาว พวกมันคอยหาเรื่องกลั่นแกล้งสารพัด ศิษย์สมาคมุขาวหลายคนปะทะกับอีกฝ่าย ถูกลัทธิจับขังรวมกัน
ทว่าสถานที่คุมขังกลับอยู่ในเขตอิทธิพลของพวกอนุรักษนิยม ศิษย์ฝ่ายมันจึงถูกปล่อยตัวอย่างรวดเร็ว ขณะที่ศิษย์สมาคมุขาวต้องทนทุกข์ทรมาน เล่าลือกันว่าแม้แต่หยดน้ำก็ไม่มีให้ดื่ม
ซ้ำร้ายพวกอนุรักษนิยมยังยักยอกเบี้ยเลี้ยง บีบให้ทหารสมาคมุขาวในกองทัพศึกเทพกินเพียงโจ๊กเหม็นบูดไร้ข้าวสวย ศิษย์สมาคมุขาวต้องควักเนื้อซื้อหาเสบียงภายนอก
เรื่องพรรค์นี้เกิดขึ้นนับครั้งไม่ถ้วน
สรุปความคือ พวกอนุรักษนิยมที่เคยเพลี่ยงพล้ำสูญเสียคุรุและศิษย์ไปมหาศาล ยามนี้ต้องการชำระแค้น เพื่อประกาศให้สมาคมุขาวประจักษ์ว่าใครคือขั้วอำนาจที่แท้จริงในลัทธิ และบีบให้พวกเขาก้มหัวศิโรราบ
ฝ่ายอนุรักษนิยมกุมอำนาจเบ็ดเสร็จอย่างแท้จริง หากไร้ซึ่งอิทธิพลล้นฟ้า คงไม่ายักยอกเสบียงกองทัพไ้ตามอำเภอใจ
เรื่องเหล่านี้มหาคุรุอันดับหนึ่งย่อมมิมีทางอนุมัติ ทว่ากลับยังเกิดขึ้นซ้ำแ้ซ้ำเล่า ยามเผชิญหน้าพญายมนั้นง่ายดาย แต่รับมือสมุนพญายมนั้นยากเข็ญ ผู้ลงมือล้วนเป็นระดับล่าง พวกอนุรักษนิยมมีเล่ห์กลนับไม่ถ้วนที่ะบีบคั้นสมาคมุขาวให้ตกที่นั่งลำบาก
กฎแห่งอำนาจมีเพียงการกดขี่ข่มเหง ยามนี้สมาคมุขาวรั้งรอสงบเสงี่ยม พวกอนุรักษนิยมย่อมฉวยโอกาสผยองเดช
"พวกอนุรักษนิยมกำเริบเสิบสานกลับไร้ผู้ขัดขวาง ในสายตาข้า ลัทธิจินกวงไม่มีวันทวงคืนความยุติธรรมให้พวกเรา และยิ่งไม่มีวันมอบความยุติธรรมให้ผู้ใด การทนอยู่ในลัทธิศักดิ์สิทธิ์จอมปลอมนี้ต่อไปล้วนไร้ความหวัง" สวี่กั๋วจิ้งเอ่ยเสียงท้อแท้
คนรอบข้างพยักหน้าเห็นพ้อง "ลัทธิหาใช่ดินแดนแห่งความยุติธรรม อาณาเขตของจางิก็เช่นกัน ในฐานะศิษย์สมาคมุขาว วันข้างหน้าคงมีเพียงความทุกข์ระทมไร้ที่สิ้นสุด"
สิ้นคำ ทุกคนต่างมองหน้ากันด้วยแววตาหดหู่สิ้นหวัง
มิใช่เพียงพวกเขา ทว่าศิษย์สมาคมุขาวแทบทั้งหมดในกองทัพศึกเทพล้วนแบกรับความอัดอั้นนี้
แม้แต่ผู้ที่มิใช่ศิษย์สมาคมุขาว ก็ตระหนักไ้จากจลาจลในเปี้ยนเีว่า ลัทธิจินกวงมิไ้เป็นดั่งคำป่าวประกาศ ที่อ้างว่าะปฏิบัติหน้าที่ให้ทุกคนเท่าเทียมเบื้องหน้าเทพเจ้า หรือโปรยปรายแสงแห่งบุญกุศลปกคลุมแผ่นดิน
ลัทธิจินกวง... ไร้ซึ่งความยุติธรรม
ลัทธิที่ปราศจากความยุติธรรม ย่อมไม่ามอบผลประโยชน์ให้าฎ มีเพียงการกดขี่และหยิบยื่นความทุกข์ยากเท่านั้น
"เคราะห์ดีที่พวกเรายังมีคุรุเว่ย คุรุเว่ยย่อมไม่นิ่งดูดายปล่อยให้พวกเราเผชิญความอยุติธรรม ท่านต้องมีแผนการแน่" บางคนเสนอความเห็น
"คุรุเว่ยงั้นรึ ลำพังเขาะต่อกรกับยอดฝีมือระดับราชันย์ไ้อย่างไร มิหนำซ้ำก่อนหน้านี้เขายังออกคำสั่งให้พวกเรายุติการเคลื่อนไหว หากคุรุจั่วไม่ออกโรงโต้แย้ง ปฏิบัติการของพวกเราคงล้มเหลวไปนานแ้" บางคนค้านเสียงแข็ง มองว่าเว่ยอันจือไม่าพึ่งพาไ้
"ความจริงปรากฏชัดแจ้ง แ้พวกเราะทำเช่นไรไ้"
หวงหวงเอ่ยถามคำถามสำคัญแทงใจดำ "พวกเรายังหลงเหลือทางเลือกใดอีก"
ไม่มีผู้ใดปริปากตอบ
กระทั่งห่าวหยุนก้าวเข้ามาในค่ายและไ้ยินบทสนทนา จึงเอ่ยแทรกขึ้น "ในเื่ลัทธิมอบความยุติธรรมให้พวกเรามิไ้ และหยิบยื่นให้าฎไม่ไ้ แ้เหตุใดพวกเราต้องพลีชีพเพื่อพวกมันด้วย"
"ท่านกำลังแนะให้พวกเราแยกตัวออกจากกองทัพศึกเทพหรือ" สวี่กั๋วจิ้งชะงักงัน "ท่ามกลางศึกใหญ่ ลัทธิมีหรือะปล่อยให้มีทหารหนีทัพรอดไปไ้"
"มิใช่การหนีทัพ"
ห่าวหยุนมิไ้เฉลยตรงๆ แต่กวาดสายตามองทุกคนแ้เอ่ยถาม "ลัทธิกับจางิล้วนเป็นพวกเดียวกัน ย่อมไม่ามอบความยุติธรรมให้พวกเรา ทว่าพวกเจ้าลืมไปแ้หรือว่า... ขุมอำนาจที่สามารถมอบความยุติธรรมให้เราไ้อย่างแท้จริง บัดนี้อยู่ใกล้เพียงเอื้อมมือ"
ทุกคนต่างชะงักงัน
ก่อนที่นัยน์ตานับสิบคู่ะพลันวาวโร์เป็นประกาย
......
กองทัพจิ้นตั้งทัพเสร็จสิ้น ณ นอกเมืองเปี้ยนเี วันนั้น ทัพใหญ่โอบล้อมเมืองไว้สามด้านก่อนเปิดฉากบุก
การบุกระลอกแรกไร้ซึ่งเงาทหารไต่กำแพง ไม่ว่าะเป็นกองกำลังต่อต้านหรือกองทัพอี้เฉิง ต่างไร้ทีท่าะชักดาบเข้าห้ำหั่น กองทัพตั้งค่ายอย่างเป็นระเบียบ ยอดฝีมือระดับวิญญาณต้นกำเนิดกลุ่มหนึ่งก้าวทะยานออกไปเบื้องหน้า ตะโกนก้องประกาศแนวคิดแห่งการปฏิรูป เกลี้ยกล่อมให้ทหารและาฎเปิดประตูเมืองยอมจำนน
กองทัพเซวียนอู่เตรียมพร้อมรับมือเต็มพิกัด ทั้งเกาทัณฑ์ หน้าไม้ หินยักษ์ ท่อนซุง กระทั่งน้ำเดือดและน้ำมันเดือดดาลล้วนถูกจัดเตรียมพร้อมสรรพ ทุกคนต่างเตรียมใจรับมือกับการนองเลือดสุดโหดเหี้ยม บรรยากาศจึงตึงเครียดและระแวดระวังถึงขีดสุด
ทว่ากองทัพจิ้นกลับไร้เจตนาปะทะระยะประชิด ตลอดทั้งวัน ยอดฝีมือแห่งต้าจิ้นเพียงผลัดเปลี่ยนกันก้าวออกมาตะโกนประกาศจุดยืน
ทุกคราที่สิ้นเสียงตะโกน ธนูและหน้าไม้ะระดมยิง-่าฝนลูกศรพุ่งข้ามกำแพงเมือง ลูกศรนับหมื่นดอกผูกติดจดหมายร่ายเรียงแนวคิดการปฏิรูป โน้มน้าวให้ยอมจำนน พร้อมรับประกันความปลอดภัยแก่ผู้สวามิภักดิ์
หลังยอดฝีมือประกาศจบ เชลยศึกจากกองทัพอู๋ก็ทยอยก้าวออกมา เล่าประสบการณ์ตรงเพื่อเป็นพยาน เน้นย้ำสิ่งที่พานพบในกองกำลังต่อต้าน ยืนยันว่าถ้อยคำของนายทัพกองกำลังต่อต้านล้วนเป็นสัจธรรม กองกำลังต่อต้านมิใช่ปีศาจร้าย ทว่าคือทูตสวรรค์ผู้นำพาความยุติธรรมและความเท่าเทียม
เฉกเช่นเดียวกัน ทหารกองทัพอี้เฉิงก็ปรากฏตัวขึ้นเล่าเรื่องราว ถ่ายทอดเหตุการณ์ตั้งแต่กองกำลังต่อต้านมาเยือน รายละเอียดการเจรจา สิ่งที่ประจักษ์แก่สายตา ประสบการณ์ตรง ตลอดจุดเปลี่ยนทางความคิด
สิ่งที่พวกเขาย้ำเตือนคือ ในฐานะทหารหัวเมืองอิสระเฉกเช่นเดียวกัน อดีตพวกเขาต้องใช้ชีวิตอดมื้อกินมื้อเช่นไร บัดนี้ครอบครัวไ้รับการดูแลดีเพียงใด ชีวิตความเป็นอยู่มั่นคงและผาสุกถึงเพียงไหน
พวกเขาตะโกนเกลี้ยกล่อมทหารสามัญในกองทัพเซวียนอู่ อย่าไ้สละชีพถวายหัวแก่นายทัพ อย่าไ้หลั่งเลือดเพื่อปกป้องความมั่งคั่งของเหล่าอภิสิทธิ์ชน ครอบครัวต้องสูญเสียเสาหลัก ซ้ำลูกหลานในวันหน้ายังต้องตกเป็นทาสรับใช้ถูกขูดรีดเยี่ยงวัวควาย
นักรบจากกองหนุนต่อต้านเฉาโจวบางส่วนเดินทางมาถึงเปี้ยนเี พวกเขาถ่ายทอดเรื่องราวสงครามปฏิรูปที่ดินในบ้านเกิด อธิบายเหตุผลที่เข้าร่วมกองกำลังต่อต้าน เพื่อพิสู์ให้กระจ่างว่ากองกำลังต่อต้านหาใช่ปีศาจ ลัทธิจินกวงต่างหาก... คือปีศาจในกลียุคที่แท้จริง
ต่อเนื่องหลายทิวาราตรี กองทัพจิ้นนอกกำแพงเมืองอาศัยพลังบำเพ็ญของยอดฝีมือส่งกระแสเสียงทะลวงเข้าเมือง ควบคู่กับการระดมยิงเกาทัณฑ์ส่งจดหมายบอกเล่าประสบการณ์ตรง ขับเคลื่อนด้วยเป้าหมายเดียว... หวังพลิกใจาฎเปี้ยนเีให้แปรพักตร์สวามิภักดิ์ต่อทัพหลวง
......
"เหล่าสวี่ ดูนี่สิ ประสบการณ์ของคนผู้นี้แทบะเป็นเงาตามตัวเจ้า"
ภายในตรอกแคบ หวงหวงที่กำลังออกลาดตระเวนดึงสวี่กั๋วจิ้งหลบมุม ยื่นจดหมายในมือให้อีกฝ่ายพลางเร่งเร้าให้อ่านด้วยท่าทีตื่นเต้นทว่าระแวดระวังภัยสูงสุด
เื่สวี่กั๋วจิ้งอ่านจบ ความอิจฉาต่อชายที่ชื่อห่าวโหย่วอวี่ในจดหมายก็ปะทุขึ้นในใจ "หากกองกำลังต่อต้านกรีธาทัพมาเร็วกว่านี้ ข้าคงไม่ต้องตกระกำลำบากเช่นนี้ และครอบครัวคงไ้อยู่พร้อมหน้ากันนานแ้"
นักรบกองทัพศึกเทพผู้หนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบมาจากตรอกเล็ก ยื่นจดหมายที่เก็บรวบรวมไ้ในวันนี้ให้หวงหวงอ่านให้ฟัง แม้เขาะไร้การศึกษา ทว่ากลับกระหายใคร่รู้เรื่องราวของสามัญชนในจดหมายยิ่งนัก ปรารถนาะรับรู้ว่ากองกำลังต่อต้านทวงคืนความยุติธรรมไ้อย่างไร
หวงหวงชะโงกหน้ากวาดตามองซ้ายขวาปากตรอก เื่ไร้เงาทหารกองทัพเซวียนอู่ จึงรีบกระซิบอ่านจดหมายให้ฟังด้วยเสียงแผ่วเบา... เพราะลัทธิจินกวงและจางิเพิ่งประกาศกร้าว ห้ามผู้ใดซุกซ่อนจดหมายเหล่านี้เด็ดขาด
สิ่งที่หวงหวงและสวี่กั๋วจิ้งหารู้ไม่คือ ในตรอกถัดไป ทหารกองทัพเซวียนอูุ่ลาดตระเวนหลายนายก็กำลังสุมหัวรวมตัว อาศัยผู้ที่รู้หนังสือกระซิบอ่านเนื้อหาในจดหมายให้สหายฟัง นัยน์ตาของพวกเขาล้วนทอประกายแห่งความโหยหาและความหวัง
ส่วนชาวบ้านตาดำๆ ที่ลอบอ่านจดหมายตามมุมมืดทั่วเมืองนั้น... มีจำนวนมหาศาลดั่งเ็าในแ่้ำฮวงโห ไม่อาับไ้หมดสิ้น
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??