เรื่อง ปฐมตระกูลจ้าว : หวนคืนพลิกแผ่นดิน
"สถานการณ์เป็นเช่นไร"
"ยืนยันแน่ชัดแ้ บริเวณรอบหยางเจียพ่านมีกองัอู๋สี่หมื่นนาย เป็นทหารองครักษ์ส่วนพระองค์ไม่ผิดแน่ เขาลำเลียงยุทโธปกรณ์และเสบียงมหาศาล ขบวนเสบียงทอดยาวร่วมสามสิบหลี่ ก่อนค่ำวันนี้ัหลักเคลื่อนเข้าประจำการในู่้าแ้ ส่วนหน่วยสอดแนมและทหารม้าลาดตระเวนยังมีจำนวนเท่าเดิมขอรับ"
ยามวิกาลเงียบสงัด ณ ป่าทึบระหว่างสวี่โจวและหวยอิน ชายฉกรรจ์ในคราบชาวนาหลายคนเดินลัดเลาะมาถึงชายป่า ภายใต้การนำของนายทหารกองกำลังต่อต้าน เขารายงานความเคลื่อนไหวทั้งหมดแก่แม่ัหน่วยสอดแนมที่เร้นกายรออยู่
สองในสามของชายเหล่านี้คือชาวนาแท้จริงที่อาศัยอยู่แถบหยางเจียพ่าน ทว่าบัดนี้ เขาคือนักรบแห่งต้าจิ้นเต็มตัว
"หยางเจียพ่าน... ห่างออกไปเพียงสี่สิบกว่าหลี่"
แม่ัหน่วยสอดแนมครุ่นคิดชั่วครู่ ซักไซ้รายละเอียดจนแน่ใจว่าไร้ข้อผิดพลาด จึงโบกมือให้เขารออยู่กับที่ ส่วนตนสะบัดกายเร้นเข้าสู่ดงป่า
เพียงอึดใจ เขาก็มาถึงใต้ร่มไม้ใหญ่ เข้าพบแม่ัใหญ่พร้อมรายงานสถานการณ์ทั้งหมด
"ทหารองครักษ์ส่วนพระองค์สี่หมื่นนาย พร้อมยุทโธปกรณ์และเสบียงมหาศาล..." จ้าวอิงนิ่งขรึม ประกายตาแลบปลาบวูบไหว
"ศัตรูใช้บ้านเรือนเป็นฐานที่มั่น ผสานกับขบวนรถเสบียงสร้างค่ายพักแรมที่รัดกุม การป้องกันแน่นหนายิ่ง แม้สายข่าวจะไม่ได้ลอบเข้าไปในู่้า แต่คาดเดาได้ว่าค่ายศัตรูย่อมวางกำลังเป็นค่ายกลวงกลมป้องกันเชื่อมต่อกันเป็นทอดๆ"
แม่ัหน่วยสอดแนมวิเคราะห์ "เราเป็นัม้า ต่อให้ใช้ทหารม้าหนักเป็นัหน้าก็ยากจะทะลวงค่ายลักษณะนี้ อีกทั้ง้าึมีกำลังพลเหลือเฟือ ปักหลักอยู่ในดินแดนไร้พ่าย ครั้งนี้... เกรงว่าเราคงลงมือลำบากแ้ขอรับ"
จ้าวอิงพยักหน้า "ไม่ผิด"
แม่ัหน่วยสอดแนมประสานมือ "เช่นนั้น ผู้น้อยจะสั่งให้สหายร่วมรบท้องถิ่นเหล่านั้นแยกย้ายัไปเลยหรือไม่ขอรับ"
จ้าวอิงยกมือปราม "ไม่ เรายังต้องพึ่งเขาเป็นคนนำทาง"
"เราไม่คิดตีหยางเจียพ่าน แ้ไฉนต้องให้เขานำทางอีก" แม่ัหน่วยสอดแนมงุนงง
จ้าวอิงปรายตามอง "ใครบอกว่าเราจะไม่ตีหยางเจียพ่าน"
แม่ัหน่วยสอดแนมเงียบงัน
กฎแห่งสงครามมิอาจปล่อยให้ผู้ใต้บังคับบัญชาคลางแคลงใจ จ้าวอิงเฉลยกลศึกทันที นัยน์ตาทอประกายคมปลาบ "ทะลวงค่ายแข็งแกร่งไม่ได้ แ้เหตุใดไม่รอให้มันค่ายออกจากู่้าก่อนเล่า"
แม่ัหน่วยสอดแนมเบิกตากว้าง
ัอู๋เพียงแวะพักที่หยางเจียพ่าน รุ่งสางย่อมต้องค่ายเดินทางต่อ หากอาศัยความมืดเคลื่อนพลไปซุ่มโจมตีนอกู่้า รอจังหวะ้าึเคลื่อนขบวน ก็สามารถตลบหลังบดขยี้มันได้ราบคาบ
เมื่อบรรลุความหมาย แม่ัหน่วยสอดแนมก็ตบหน้าผากฉาดใหญ่ "ผู้น้อยโง่เขลานัก ท่านแม่ัปราดเปรื่องยิ่ง ผู้น้อยจะส่งหน่วยสอดแนมล่วงหน้าไปเดี๋ยวนี้ขอรับ"
จ้าวอิงปรามอีกครา "หน่วยสอดแนม้าเคลื่อนพล"
"ไม่ใช้หน่วยสอดแนมหรือขอรับ แม้เรามีคนนำทางจนไร้กังวลเรื่องหลงทิศ แต่ก่อนศึกควรสืบข่าว้าึให้รัดกุม หน่วยลาดตระเวนศัตรูมีจำนวนเท่าเดิม คนของเราย่อมเร้นกายได้..."
"ไม่ใช่ไม่ใช้ แต่คือ '้า' ใช้" น้ำเสียงของจ้าวอิงหนักแน่น เด็ดขาด ไร้ช่องว่างให้โต้แย้ง
เขากล่าวสืบไป "ที่ว่าหน่วยสอดแนม้าึมีจำนวนปกติ นั่นเป็นเพียงมุมมองของชาวบ้านท้องถิ่น"
"ข้ามิได้ดูแคลน แต่เขาคือชาวนา หาใช่ผู้เจนจบพิชัยยุทธ์ ไร้ซึ่งพลังปราณและประสบการณ์รบ ัอู๋กระจายหน่วยสอดแนมออกไปเท่าใด ซุกซ่อนหูตาไว้มากน้อยเพียงใด เขาไม่มีทางประเมินได้ทะลุปรุโปร่ง"
"การศึกครานี้ หากหวังเผด็จศึกในดาบเดียว หัวใจสำคัญคือ้าให้ัอู๋ระแคะระคาย หากมันไัทันแ้ถอยร่นัเข้าู่้า เราไม่เพียงคว้าน้ำเหลว แต่มันจะส่งสัญญาณเตือน ทำให้ัอู๋ทุกสายล่วงรู้ความเคลื่อนไหวของเรา"
"วันนี้และพรุ่งนี้ คือจังหวะที่กองกำลังทุกสายจะเริ่มสกัดกั้นัอู๋ที่ถอยร่นลงใต้ เป็นช่วงเวลาเก็บเกี่ยวชัยชนะที่ง่ายดายที่สุด ตามแผนยุทธศาสตร์ของท่านแม่ัใหญ่ ศึกนี้ต้องบั่นทอนกำลังรบัอู๋ลงให้ได้อย่างน้อยสี่ส่วน"
"พ้นจากเพลานี้ ัอู๋ย่อมไัและตระหนักว่าเรามิได้จริงใจจะเจรจาสันติภาพ แต่เป็นเพียงกลยุทธ์ 'ซ่อมถนนสร้างสะพานเพื่อลวงตา ทว่าลอบเดินัผ่านทางลับ' เมื่อถึงยามนั้น การลอบจู่โจมย่อมทวีความยากลำบาก"
"ดังนั้น ปฏิบัติการครั้งนี้ต้องเฉียบขาดรัดกุม ้าให้ัอู๋โดยรอบตื่นตูมจนตั้งป้อมป้องกันตนเองเด็ดขาด มิเช่นนั้นจะกลายเป็นอุปสรรคต่อกองกำลังสายอื่น และทำลายแผนยุทธศาสตร์ของท่านแม่ัใหญ่พังพินาศ"
สดับวาจาอันหนักแน่น แม่ัหน่วยสอดแนมก็ยอมศิโรราบด้วยใจจริง รีบประสานมือรับบัญชา
สาเหตุที่ละเว้นการส่งหน่วยสอดแนมล่วงหน้า แต่เลือกพึ่งพาเครือข่ายหออี้ผิ่นและสมาคมเรือฉางเหอ โดยใช้นักรบปฏิรูปท้องถิ่นจำนวนหยิบมือจับตาดูความเคลื่อนไหว ล้วนเพื่อสกัดกั้นการเผยร่องรอยก่อนเวลาอันควร
กลิ่นอายและการเคลื่อนไหวของหน่วยสอดแนมในกองันั้นเป็นเอกลักษณ์ คนธรรมดาย่อมมองไม่ทะลุ ทว่าในสายตาหน่วยลาดตระเวนเจนศึกของทหารองครักษ์ส่วนพระองค์ซึ่งเป็นยอดฝีมือ ย่อมจับสัมผัสได้ในพริบตา
ในทางักัน ชาวบ้านท้องถิ่นย่อมไม่สะดุดตาัอู๋ พื้นที่ชนบทกว้างใหญ่ บ้านเรือนตั้งกระจัดกระจาย ัอู๋ย่อมไร้กำลังและกะจิตกะใจจะตามคุมเข้มความเคลื่อนไหวของชาวบ้านทุกคน
อีกทั้งสวี่โจวเคยผ่านสงครามแห่งการปฏิรูปมาก่อนที่ัอู๋จะรุกขึ้นเหนือ รากฐานความนึกคิดจึงฝังลึก แม้ก่อนหน้านี้จะเผชิญเคราะห์กรรม แต่เมื่อสถานการณ์พลิกผัน ยามนี้จิตวิญญาณแห่งการต่อต้านจึงลุกโชนขึ้นอีกครา
กองกำลังต่อต้านสามารถฉุดกระชากัอู๋ให้จมปลักในห้วงมรณะได้ ล้วนเป็นผลจากสายใยความร่วมมือของกองกำลังปฏิรูปในแต่ละท้องถิ่น
"ถ่ายทอดคำสั่ง อีกสองชั่วยาม ให้ทั้งกองัเร่งรุดสู่หยางเจียพ่านด้วยความเร็วสูงสุด สั่งให้ทหารทุกนายเตรียมพร้อมบดขยี้ัอู๋" จ้าวอิงตวาดกร้าว
"รับคำสั่ง"
เวลาสองชั่วยามผันผ่าน จ้าวอิงนำัสองหมื่นนายเคลื่อนพลตามกำหนด
ยามรุ่งอรุณสาดแสง ัจิ้นเคลื่อนพลออกจากป่าทึบ ภายใต้การชี้แนะของคนนำทาง ัหลักมิได้มุ่งตรงสูู่่้าหยางเจียพ่าน ทว่าเบนเข็มลงทิศใต้เล็กน้อย
เมื่อกุมทิศทางการเคลื่อนพลของัอู๋ไว้ในมือ จ้าวอิงย่อมสามารถกำหนดสมรภูมิชี้ชะตาได้อย่างแม่นยำ
นับแต่เคลื่อนั ทั้งกองกำลังบุกทะลวงไปเบื้องหน้าอย่างห้าวหาญ ไร้เจตนาจะเร้นกายแม้แต่น้อย
เมื่อเงาัอู๋ปรากฏแก่สายตา ทั้งสองัล้วนประจันหน้ากันาที่ราบกว้างใหญ่ เป็นไปดังคาด ยามัอู๋ตื่นรู้ ระยะห่างระหว่างสองัก็หดสั้นลงจนเข้าประชิด อีกทั้ง้าึเพิ่งค่ายเคลื่อนตัวพ้นู่้ามาได้เพียงระยะหนึ่งเท่านั้น
ัสี่หมื่นนายที่พ่วงขบวนเสบียงและยุทโธปกรณ์มหึมา หากคิดจะหันหัวัไปพึ่งพิงบ้านเรือนตั้งรับในระยะกระชั้นชิดปานนี้ ย่อมเพ้อฝันโดยสิ้นเชิง
เมื่อเผชิญการโถมทะลวงอันบ้าคลั่งของัม้า ผนวกกับขบวนรถเสบียงที่ทอดยาวกว่าสามสิบหลี่ ทำให้หัวและท้ายขบวนตัดขาดจากกัน ัอู๋จึงไม่อาจอาศัยยุทโธปกรณ์แปรขบวนตั้งค่ายรับมือได้ทันท่วงที
แม้จ้าวอิงจะต้องพึ่งพาข่าวสารจากนักรบปฏิรูปท้องถิ่น ทว่าศักยภาพรบของัจิ้นหาได้ด้อยค่า การเร้นกายรวมพลห่างจากหยางเจียพ่านสี่สิบหลี่โดยรอดพ้นหูตาัอู๋มาได้ตลอดคืน คือบทพิสูจน์ถึงความเด็ดขาดทางทหารอันไร้ที่ติ
หากไร้ซึ่งระยะห่างอันรัดกุมนี้ การจู่โจมสายฟ้าแลบในยามนี้ย่อมไม่มีทางลุล่วง
บัดนี้ หมากทุกกระดานวางเสร็จสรรพ ลมบูรพาพัดโหมกระหน่ำแ้
"แยกกระบวนั โถมโจมตีเต็มกำลัง บดขยี้สนามรบให้แตกเป็นเสี่ยง ทะลวงแยก้าึให้ปั่นป่วน แ้กวาดล้างศัตรูในรัศมีให้สิ้นซาก"
จ้าวอิงควบม้านำหน้าสุดทะยานข้ามเนินเขา ชักดาบยาวชี้ตระหง่านฝ่าเข้าใส่กองัอู๋ที่กำลังปั่นป่วนรวนเร จิตสังหารปะทุเดือดดั่งภูเขาไฟระเบิด กลิ่นอายมฤตยูโถมซัดปานคลื่นคลั่ง "ฆ่า!"
ไร้เสียงรับคำสั่ง มีเพียงการรุกคืบอันดุดันและสอดประสานของทั้งกองั
ัม้ากองกำลังต่อต้านกว่าหมื่นห้าพันนายแยกกระบวนัด้วยความเร็วเหนือแสง กองพันแรกพุ่งโถมทะลวงผ่าา สองกองพันที่เหลือโอบขนาบซ้ายขวา ชั่วพริบตา กระบวนัพลันแปรเปลี่ยนเป็นรูปแบบสามเหลี่ยม
ทั้งสามกองพันเปรียบดั่งศัสตราสามง่ามอันแหลมคม อาศัยทหารม้าหนักเป็นหัวหอก พุ่งเสียบทะลวงเข้าใส่าัอู๋จากสามทิศทางพร้อมกัน
เพียงการปะทะระลอกแรก แนวัอู๋ก็ถูกฉีกกระชากจนขาดวิ่น
คล้อยหลังการทะลวง ทั้งสามกองพันวกม้าัมาบดขยี้ซ้ำ เมื่อเผชิญกระบวนั้าึที่แตกพ่าย แต่ละกองพันพลันกระจายตัวเป็นดาบสั้นห้าเล่ม อาศัยหน่วยกองร้อยพุ่งกระแทกเข้าใส่แนวปะทะอีกระลอก ทลายปราการรบและฉีกกระชากขวัญกำลังใจศัตรูในทุกสารทิศ
ขณะเดียวกัน ทหารเกือบหมื่นนายรั้งท้ายขบวนัอู๋ หวังฉวยโอกาสถอยร่นัเข้าู่้าเพื่อตั้งค่ายรับมือ รวบรวมสรรพกำลังหวังประสานัหน้าเพื่อพลิกสถานการณ์
ทว่าสายไปเสียแ้ จ้าวอิงหาได้ทุ่มเทเพียงัหลัก ัแยกอีกหนึ่งกองพันมุ่งหน้าควบตะบึงสู่หยางเจียพ่านตั้งแต่เริ่มศึก บัดนี้เขายกพลตั้งตระหง่านขวางหน้าู่้า ตัดขาดเส้นทางถอยของัอู๋ส่วนท้ายโดยสมบูรณ์ บีบให้้าึไม่อาจหลบซ่อนได้อีกต่อไป
มหาศึกครานี้ กองกำลังต่อต้านผูกขาดชัยชนะไว้ในกำมือตั้งแต่ต้น
การเข่นฆ่าดำเนินไปไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม ัจิ้นก็ควบคุมสมรภูมิได้อย่างเบ็ดเสร็จ ทหารม้าชั้นยอดสองหมื่นนายบดขยี้ัอู๋สี่หมื่นนายจนแหลกราญ อาศัยหน่วยกองร้อยทะลวงลึก สับสังหารัอู๋ที่กำลังตื่นตระหนกราวกับหวีสางกวาดล้าง
กีบเท้าม้าทะลวงผ่านที่ใด ทหารอู๋ล้มตายดั่งใบไม้ร่วง พื้นปฐพีถูกชโลมย้อมด้วยโลหิตและซากศพศัตรูจนแดงฉาน
ศึกรุกฆาตหกหมื่นนายนี้คือมหาศึกชี้ชะตา ทว่านับแต่เสียงดาบแรกดังขึ้นจนถึงยามัอู๋ทิ้งอาวุธศิโรราบ ักินเวลาเพียงครึ่งค่อนวัน ถือเป็นการกวาดล้างที่รวดเร็วและเบ็ดเสร็จยิ่ง
ตะวันบ่ายคล้อยต่ำทว่ายังคงสาดแสงแรงกล้า แม้ห่างไกลยามโพล้เพล้ ทว่าสมรภูมิรัศมีสามสิบหลี่ล้วนเงียบสงัดลงแ้ หลงเหลือเพียงทหารอู๋เดนตายจำนวนหยิบมือที่อาศัยซากยุทโธปกรณ์ตั้งป้อมสู้ตายประหนึ่งสัตว์ป่าจนตรอก
มันรวมกลุ่มใหญ่พันนาย กลุ่มย่อยร้อยนาย เบ็ดเสร็จไม่ถึงห้าพัน แม้จะหยิ่งผยองและมีพลังรบสมฐานะทหารองครักษ์ส่วนพระองค์ แต่ก็ไร้กำลังจะพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน
ท่ามาสมรภูมิที่คละคลุ้งด้วยคาวโลหิต ซากรถศึกพังทลาย ม้าศึกล้มตาย ซากศพทับถมเป็นภูเขา ธงรบหักสะบั้นจมกองเลือด ดาบและทวนเปรอะเปื้อนเศษเนื้อ ท่ามาฝุ่นควันมัวซัวคล้ายเงาปีศาจ รองเท้าศึกของจ้าวอิงเหยียบย่ำลงบนแอ่งเลือดจนเกิดเสียงเหนอะหนะ
เมื่อก้าวขึ้นสู่เนินเขา จ้าวอิงทอดสายตามองทหารอู๋หลายร้อยนายที่ตั้งค่ายกลสู้ตายอยู่เบื้องหน้า แม้จะถูกัม้าสองสามพันนายตีวงล้อมแน่นหนา มันัยังดื้อด้านไม่ยอมจำนน
ภายใต้ใบหน้าดุดันและแข็งกร้าวของศัตรู นัยน์ตามันแฝงความคลั่งไคล้ดุจเดียวกับสาวกลัทธิศักดิ์สิทธิ์ บางทีเขาควรยกย่องในความกล้าหาญ บางทีควรเหยียดหยามในความโง่เขลา หรือบางทีอาจควรก่นด่าในความดื้อรั้นหลับหูหลับตา
แต่สุดท้าย จ้าวอิงมิได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด ท่ามาสมรภูมิแห่งความเป็นตาย ในฐานะแม่ัใหญ่แห่งกองัจิ้น เขาเพียงประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "เกลี้ยกล่อมเป็นครั้งสุดท้าย หากมันยังดื้อดึง ระดมยิงธนูและหน้าไม้ให้เหี้ยน"
-่าธนูหมื่นดอกทะลวงร่าง ย่อมทำให้มันศพไม่สวย ไร้ซากให้กลบฝัง
"รับคำสั่ง"
จ้าวอิงเบือนหน้าไปอีกทาง ทอดสายตาฝ่าขุมนรกโลกันตร์ที่เจิ่งนองด้วยเพลิงและคาวเลือด นอกจากเชลยัอู๋ที่ถูกคุมตัวออกไป ไกลออกไปคือผืนแผ่นดินกว้างใหญ่และขุนเขาไร้ขอบเขต
ศึกแห่งนี้กำลังปิดฉากลง
"แจ้งข่าวชัยชนะต่อท่านแม่ัใหญ่"
จ้าวอิงก้าวลงจากเนินเขาด้วยจังหวะหนักแน่น และเดินจากสมรภูมิไป
ศึกวันนี้ปิดฉากลงแ้ ทว่ามหาสงครามเพิ่งจะเริ่มต้น
จ้าวอิงและเหล่านักรบปฏิรูปแห่งต้าจิ้นภายใต้บังคับบัญชา ต้องมุ่งหน้าสู่สมรภูมิถัดไป เขาจะสับสังหารต่อไป จนกว่าศัตรูจะถูกกวาดล้างสิ้นซาก หรือจนกว่าชีพตนจะปิปลิวาสนามรบ
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??