เรื่อง ปฐมตระกูลจ้าว : หวนคืนพลิกแผ่นดิน
แมุ้่หมาป่าั่จะูญเีรถไปาคัน ่าการปะทะัไม่ชะงักงัน ซ้ำยังกลายเป็นสัญญาณโหมโรงแตรศึก พวกมันเปิดฉากบุกถล่มกองร้อยหนึ่งเต็มอัตราศึกทันที
เปลวเพลิงบนซากรถถูกสารดับเพลิงฉีดสยบลงอย่างรวดเร็ว รถหุ้มเกราะระลอกถัดไปพุ่งทะยานขึ้นมาจอดเทียบขนาบข้าง แปรเปลี่ยนเป็นแนวบังเกอร์เหล็กกล้าอันแน่นหนา ใช้กำบังเปิดฉากดวลกระสุนกับกองร้อยหนึ่งอย่างดุเดือด
จรวดและลูกระเบิดพวยพุ่งออกจากฝั่งุ่หมาป่าั่ไม่ขาดสาย ก่อนทิ้งตัวถล่มฐานที่มั่นของกองร้อยหนึ่งจนแผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น ม่านอำนาจการยิงของกองร้อยหนึ่งถูกกดทับจนยวบลงทันตา
พริบตาก่อนรถเบื้องหน้าจะแตกกระจาย จ้าวหนิงและหลี่ย่าเหวินดีดกายพุ่งทะยานไปข้างหน้า ทิ้งตัวหลบหลังแนวรถชั้นที่สอง พ้นรัศมีทำลายล้างระลอกนี้ได้อย่างหวุดหวิด
คนหนึ่งอยู่ระดับเทวะ อีกคนเป็นมนุษย์เสริมพันธุกรรม ปฏิกิริยาตอบสนองและความเร็วเหนือมนุษย์ย่อมไม่แยแสการโจมตีพื้นๆ เหล่านี้ ่าเหล่านักธรรมดาัไม่ได้โชคดีปานนั้น แรงระเบิดซัดร่างาคนลอยละลิ่ว สะเก็ดเหล็กกรีดเฉือนเนื้อหนังฉีกขาด โลหิตสาดกระจาย ทรุดลงไปนอนดิ้นพราดร้องโหยหวนบนพื้น
การสู้ทวีความดุเดือดเลือดพล่าน
กำลังเสริมของุ่หมาป่าั่หลั่งไหลเข้าสู่สมรภูมิ ความได้เปรียบทั้งจำนวนคนและอำนาจการยิงปรากฏชัดเจนทันที จ้าวหนิงผู้มีโสตประสาทเหนือล้ำ พลันได้ยินเสียงแท่นปืนใหญ่เครื่องยิงลูกระเบิดแบบเบากำลังจัดวางตำแหน่งห่างออกไปาร้อยเมตร
"ข้างหน้า แยกซ้ายขวา มีแท่นปืนใหญ่เครื่องยิงลูกระเบิดแบบเบาตั้งรับสามจุด"
จ้าวหนิงเอ่ยเตือนพลางกวาดสายตามองฐานที่มั่นฝั่งตน
ยามนี้ขบวนรถติดหล่มอยู่บนถนนสายหลักของเมืองหมิงรื่อเฉิง ถนนแปดเลนสองฝั่งคั่นกลางด้วยเกาะกลาง เลนจักรยาน และทางเท้า เมื่อรวมกับลานหน้าร้านค้าสองฟากฝั่ง บริเวณกว้างกว่าร้อยเมตรจึงกลายเป็นลานโล่งไร้สิ่งกำบัง
ลานเปิดโล่งเช่นนี้ เอื้อให้อานุภาพของปืนใหญ่เครื่องยิงลูกระเบิดสำแดงเดชได้ถึงขีดสุด
จ้าวหนิงเคยเห็นปืนใหญ่เครื่องยิงลูกระเบิดแบบเบาที่ออกแบบมาเพื่อการประชิดเมืองของุ่อัศวินมังกรมาก่อน อานุภาพทำลายล้างของมันเหนือกว่าเครื่องยิงลูกระเบิดติดปืนไรเฟิลาเท่า ทั้งยังคล่องตัวกว่าปืนใหญ่ประจำยานเกราะ
ที่สำคัญ วิถีกระสุนของมันเป็นวิถีโค้งพาราโบลา ยิงข้ามแนวบังเกอร์ชั้นนอกของฐานที่มั่นได้สบาย อำนาจการทำลายแบบปูพรมครอบคลุมพื้นที่จึงเหนือกว่าเครื่องยิงจรวดาขุม
สิ้นเสียงเตือนของจ้าวหนิง หลี่ย่าเหวินหน้าถอดสี ตวาดลั่นสุดเสียง "หลบเร็ว! หาที่กำบังเดี๋ยวนี้!"
ยังไม่ทันขาดคำ เสียงหวีดแหลมแหวกอากาศก็กรีดลงมาจากเวหา มวลคลื่นเสียงหวีดหวิวซ้อนทับกันจนชวนขนหัวลุก จ้าวหนิงเงยหน้าขึ้น ม่านกระสุนปืนใหญ่นับไม่ถ้วนพุ่งดิ่งลงมาราวกับ-่าฝนดำมืด
อย่างน้อยต้องมีไม่ต่ำกว่าร้อยลูก
พริบตาถัดมา ลูกปืนใหญ่นับร้อยระเบิดปะทุใส่แนวกองร้อยหนึ่งพร้อมเพรียงกัน เสียงกัมปนาทกึกก้องไปทั่วทุกสารทิศ
รถาคันถูกอัดกระแทกจนแหลกเป็นเศษเหล็ก สมาชิกที่หลบอยู่ด้านหลังล้มตายระเนนระนาด พื้นถนนถูกระเบิดเป็นหลุมลึก สะเก็ดระเบิดปลิวว่อนเฉือนร่างนักขาดวิ่น เลือดเนื้อกระเด็นเกลื่อนกลาด
ควันดำและเปลวเพลิงคละคลุ้ง กลิ่นดินปืน กลิ่นน้ำมันเครื่อง และกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งชวนคลื่นเหียน นักกองร้อยหนึ่งบางคนครวญครางด้วยความเจ็บปวด บางคนตะโกนเรียกเสนารักษ์ อีกาคนวิ่งหาที่กำบัง แม้สถานการณ์จะโกลาหล ่าระเบียบแถวยังไม่แตกกระจาย
-่ากระสุนระลอกแรกเพิ่งสร่างซา ระลอกสองก็โถมประดังตามมาติดๆ
กองร้อยหนึ่งมีปืนใหญ่เครื่องยิงลูกระเบิดแบบเบาเช่นกัน ่ามีเพียงยี่สิบกระบอกเท่านั้นที่พยายามระดมยิงสวนสุดกำลัง ขณะเดียวกัน เครื่องยิงจรวด ปืนกลหนัก และปืนใหญ่ลำกล้องเล็กต่างแผดเสียงคำรามลั่น ประสานอำนาจการยิงจนน่าหวั่นเกรง
่าเมื่อเทียบกับุ่หมาป่าั่ มันัดูด้อยค่าลงไปถนัดตา
อาวุธใดที่กองร้อยหนึ่งมี ุ่หมาป่าั่ล้วนมีคครัน ซ้ำยังเหนือกว่าาเท่าตัว
กองร้อยหนึ่งเป็นกองร้อยเสริมชั้นยอด อำนาจการยิงไม่ด้อยไปกว่ากองพันทั่วไปแม้แต่น้อย ่าขุมกำลังเบื้องหน้าของุ่หมาป่าั่ัมีอำนาจทำลายล้างเทียบเท่าระดับกรม
ในการประจัญบานซึ่งหน้า ปราศจากกลอุบายพิสดาร ความหนาแน่นของอำนาจการยิงคือตัวชี้ขาดความเป็นตาย—นี่คือกฎเหล็กไร้ปรานีของสมรภูมิ
กองร้อยหนึ่งตกอยู่ในวิกฤตขั้นวิกฤต
ฝ่ายตรงข้ามยังไม่ส่งทหารราบเข้าตะลุมบอน ตอนนี้เป็นเพียงการดวลด้วยอาวุธหนัก เมื่อปืนใหญ่ปูพรมจนอีกฝ่ายแหลกสลายและสร้างความได้เปรียบเบ็ดเสร็จ ฝ่ายนั้นย่อมเปิดฉากบุกกวาดล้างทันที
หากกองร้อยหนึ่งต้านทานไว้ไม่อยู่ ปล่อยให้ยอดูญเีพุ่งสูงจนแนวพังทลาย ุ่หมาป่าั่ย่อมโถมทะลวงเข้าใส่ประดุจพยัคฆ์ร้ายลงเขา ขยี้กองร้อยนี้จนแหลกเป็นผุยผง
"ระเบิดเทอร์โมบาริก!"
หลี่ย่าเหวินเห็นอำนาจการยิงฝั่งตนถูกกดทับมิด ยอดบาดเจ็บล้มตายพุ่งสูงจนกำลังยิงลดฮวบ หล่อนไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากงัดไพ่ตายก้นหีบออกมา "ยิงระเบิดเทอร์โมบาริก!"
จ้าวหนิงจับตามองอย่างใคร่รู้
เขาไม่เคยเห็นระเบิดเทอร์โมบาริกของุ่อัศวินมังกรมาก่อน เพียงได้ยินจ้าวเฉียงเอ่ยถึงว่าสิ่งนี้ไม่ได้บรรจุดินระเบิดทั่วไป หากแต่เป็นเชื้อเพลิงพลังงานสูง นับเป็นอาวุธสังหารระดับมหาประลัยในสงครามประชิดเมือง ทรงอานุภาพที่สุดยามใช้กับอาคาร บังเกอร์ หรืออุโมงค์ปิดล้อม
ซากรถที่ซ้อนทับกันาชั้นบดบังสายตา จ้าวหนิงจึงมองไม่เห็นจุดติดตั้งเครื่องยิง
่าเสี้ยววินาทีที่หัวถูกยิงทะยานฟ้า จ้าวหนิงตรวจจับความผันผวนของคลื่นพลังงาน ล็อกตำแหน่งแท่นยิงและวิถีโคจรของมันได้ทันที
สายตาของเขาตวัดมองไปยังฐานที่มั่นุ่หมาป่าั่
ท่ามกลางตึกรามบ้านช่อง รถจอดขนาบแน่นหนาจนกลายเป็นแนวป้อมปราการเหล็ก
ทันใดนั้น ุ่หมอกควันสว่างวาบระเบิดปะทุขึ้นใจกลางค่ายุ่หมาป่าั่ เสียงระเบิดตูมแรกยังไม่ทันจางหาย ระลอกสองและสามก็กึกก้องตามติดประดุจฟ้าถล่ม
อานุภาพของระเบิดเทอร์โมบาริกต่างจากระเบิดธรรมดาโดยสิ้นเชิง การระเบิดในุ่เมฆปลดปล่อยพลังงานรุนแรงกว่าดินระเบิดในมวลเท่ากันาเท่า คลื่นกระแทกรูปชามคว่ำแผ่ซ่านกวาดล้างฐานที่มั่นุ่หมาป่าั่ ซัดร่างนักลอยละลิ่วคันแล้วคันเล่า บดขยี้รถจนพังยับเยิน
สรรพสิ่งในรัศมีทำลายล้างถูกกวาดเรียบเป็นหน้ากลอง
เสียงหวีดร้องโหยหวนระงมจนแสบแก้วหู
แต่นี่ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุด
ยามคลื่นกระแทกพุ่งชนเกราะเหล็กหรือกำแพงตึก มันไม่สลายตัว แต่ัสะท้อนกระดอนทับซ้อนกันไปมา ยิ่งแนวรถจอดเบียดเสียด คลื่นสะท้อนยิ่งกวาดล้างรุนแรงเป็นทวีคูณ นักุ่หมาป่าั่ที่รอดตายจากคลื่นลูกแรกยังไม่ทันตั้งสติ ก็ถูกคลื่นสะท้อนอัดกระแทกจนสลบเหมือด เลือดทะลักอวัยวะภายในแหลกเหลว
่าความสยองขวัญที่แท้จริงเพิ่งเริ่มต้น
ระเบิดเทอร์โมบาริกสามลูกเผาผลาญออกซิเจนโดยรอบจนเหือดแห้งในเสี้ยววินาที ก่อเกิดสภาวะความดันสูงและผลกระทบจากสนามอุณหภูมิสุดขั้ว ความว่างเปล่าไร้อากาศแปรสภาพเป็นคมมีดที่ไร้ร่องรอยและโหดเหี้ยมที่สุด
สมาชิกุ่หมาป่าั่ที่รอดจากแรงอัดระเบิดต่างทิ้งอาวุธ สองมือตะเกียกตะกายกุมลำคอ ทรุดฮวบลงกับพื้น เลือดสดๆ ทะลักออกจากทวารทั้งเจ็ด ใบหน้าบิดเบี้ยวเขียวคล้ำ ตะเกียกตะกายดิ้นพราดด้วยความทรมานแสนสาหัส
นี่หาใช่การราฆ่าฟันธรรมดา แต่คือการเชือดชำแหละปศุสัตว์
เบื้องหน้าจักรกลสังหารที่มนุษย์รังสรรค์ขึ้น ชีวิตคนเปราะบางมิต่างจากเศษหญ้า ยามศาสตราคำราม วิญญาณย่อมดับสูญ ภายใต้ความตายอันเสมอภาค วินาทีนี้ทั้งสองฝ่ายบรรลุความเท่าเทียมอย่างแท้จริง ไร้ผู้สูงส่ง ไร้ผู้ต้อยต่ำ
จ้าวหนิงคาดไม่ถึงว่าระเบิดเทอร์โมบาริกจะมีอานุภาพวิปริตพิสดารเพียงนี้ มันทำให้เขาเข้าใจแสนยานุภาพของอาวุธบนโลกมนุษย์ลึกซึ้งขึ้นอีกขั้น
พลังทำลายล้างเช่นนี้ เกาทัณฑ์อาคมหรือหน้าไม้กลไม่อาจเทียบเคียงได้แม้แต่น้อย
หากระเบิดเทอร์โมบาริกเหล่านี้บรรจุเชื้อเพลิงมากกว่านี้ ด้วยระยะห่างแค่พันเมตร เกรงว่าแม้แต่ฝั่งข้าก็คงถูกกลืนหายไปในรัศมีทำลายล้าง จ้าวหนิงคิดคำนวณในใจถึงภาพความพินาศหากเป็นระเบิดขนาดใหญ่กว่านี้
พริบตานั้น เขาพลันขมวดคิ้ว ตวัดสายตามองหลี่ย่าเหวินที่โผล่ขึ้นไปเล็งปืนซุ่มยิงแต่จำต้องหดหัวัเพราะโดน-่ากระสุนกดทับ "ฝ่ายตรงข้ามกำลังติดตั้งระเบิดเทอร์โมบาริก ข้างหน้าสามจุด ขวาหน้าสามจุด ซ้ายหน้าสามจุด"
หลี่ย่าเหวินหน้าถอดสีทันควัน "ุ่หมาป่าั่ไปเอาระเบิดเทอร์โมบาริกมาเยอะขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ผู้พันหยาง คุณแน่ใจนะ"
"แน่ใจร้อยส่วน" ตอนนี้จ้าวหนิงได้ยินเสียงผู้บัญชาการฝ่ายตรงข้ามสั่งการอย่างชัดเจนแล้ว
หลี่ย่าเหวินไม่มีเวลาซักไซ้ว่าเขารู้ได้อย่างไร หญิงสาวตัดสินใจเด็ดขาด กรอกเสียงสั่งการผ่านวิทยุสื่อสารทันที
"พวกมันมีระเบิดเทอร์โมบาริก! หมวดสอง หมวดสาม ถอนกำลังเข้าอาคารข้างเคียงที่ใกล้ที่สุด หมวดองครักษ์กับหมวดหนึ่งตรึงแนวไว้ กระจายกำลังเป็นหน่วยย่อย ใช้รถตั้งแนวต้าน!"
ก่อนหน้านี้หล่อนไม่ยอมให้กำลังพลถอยเข้าอาคารเพราะยังคิดหาช่องตีฝ่าวงล้อม ่ายามนี้อำนาจการยิงของศัตรูท่วมท้นเกินไป การตีฝ่ากลายเป็นภาพเพ้อฝัน ทางรอดเดียวคือการยึดตัวอาคารตั้งรับอย่างเหนียวแน่น
ที่ไม่อาจสั่งให้ทุกคนล่าถอยเข้าตึก เพราะแนวตั้งรับบนถนนไม่อาจละทิ้ง หากเสียแนวถนนไป ศัตรูที่มีระเบิดเทอร์โมบาริกย่อมโอบล้อมกวาดล้างอาคารทีละหลัง ถึงเวลานั้นกองร้อยหนึ่งคงถูกลบชื่อออกจากสาบ
"หมวดซุ่มยิงมัวทำซากอะไรอยู่ ทำไมยังไม่สอยพลยิงลูกระเบิดของพวกมันให้ฉัน พวกแกขยับตัวให้ไว รีบเด็ดหัวพลปืนใหญ่ทุกตัวของมันเดี๋ยวนี้!" หลี่ย่าเหวินแผดเสียงคำรามลั่นใส่วิทยุ
เดิมทีหล่อนเป็นคนสุขุม เยือกเย็น บางครายังแฝงความเหนียมอาย ่ายามนี้ัสบถด่ากราดไม่ออมคำ ความย้อนแย้งที่ตัดกันฉับพลันัเปี่ยมเสน่ห์เฉพาะตัว จนจ้าวหนิงถึงกับระบายยิ้มบาง
บนดาดฟ้าอาคารใกล้สี่แยก จ้าวเฉียงเพิ่งประกอบปืนไรเฟิลซุ่มยิงเสร็จ เสียงก่นด่าเดือดดาลของหลี่ย่าเหวินทะลวงผ่านหูฟังจนเขาขนลุกซู่
"ไอ้ระยำหมาป่าั่ กัดไม่ปล่อยจริงโว้ย ขนมาขนาดนี้ไม่กลัวรังตัวเองโดนบุกถล่มหรือไงวะ"
จ้าวเฉียงกวาดกล้องเล็งจากมุมสูง ล็อกพิกัดมือยิงระเบิดเทอร์โมบาริกของุ่หมาป่าั่ทันที
พลสังเกตการณ์รัวตัวเลขรายงาน "ทิศสองนาฬิกา ระยะหกร้อยห้าสิบเมตร ความเร็วลมระดับเจ็ด ความชื้นสัมพัทธ์ห้าสิบ แรงโน้มถ่วง..."
ยังไม่ทันสิ้นเสียงรายงาน ปืนไรเฟิลซุ่มยิงพลันคำรามกึก แรงถีบกระทบที่บ่าจ้าวเฉียง หัวกระสุนกรีดผ่านฟ้ายามราตรี ทะลวงระยะทางาร้อยเมตรในพริบตา เจาะเข้ากลางกะโหลกของพลยิงุ่หมาป่าั่จนระเบิดแหลกละเอียดดั่งแตงโมถูกทุบ
"ยิงกบาลพวกเวรให้หมด ถอยโว้ย!"
ปลิดชีพเป้าหมายเสร็จสิ้น จ้าวเฉียงไม่ลังเลแม้เสี้ยววินาที รวบปืนย่อตัวถอยร่น เคลื่อนไหวปราดเปรียวดั่งเสือดาว รุดหน้าสู่จุดซุ่มยิงถัดไปอย่างเงียบเชียบ
ในเวลาเดียวกัน บรรดามือซุ่มยิงของกองร้อยหนึ่งต่างทยอยสังหารเป้าหมายสำคัญของุ่หมาป่าั่ ปลิดชีพและสร้างความเสียหายได้เป็นระลอก
สไนเปอร์ส่วนใหญ่ถอนตัวรอดพ้นได้เช่นเดียวกับจ้าวเฉียง ่าบางนายัเผยตำแหน่งจากประกายไฟปากกระบอกปืน พลซุ่มยิงระดับพระกาฬของุ่หมาป่าั่ที่ดักซุ่มอยู่จึงสอยร่วง ูญเีขีดความสามารถในการคาที่
ปฏิบัติการของหมวดซุ่มยิงกองร้อยหนึ่งสัมฤทธิผลชัดเจน อำนาจการยิงหนักของุ่หมาป่าั่ลดทอนลงไปไม่น้อย
แต่นั่นยังไม่อาจเปลี่ยนกระแสศึก คนตายไป แต่อาวุธหนักยังอยู่ ไม่กี่อึดใจ สมาชิกุ่หมาป่าั่คนใหม่ก็ปรี่เข้าคว้าอาวุธขึ้นมา เล็งปากกระบอกปืนใส่แนวกองร้อยหนึ่ง พร้อมเหนี่ยวไกสังหารทุกวินาที
ซ้ำร้าย ุ่หมาป่าั่ที่กุมความได้เปรียบด้านจำนวนคนอย่างขาดลอย ได้ส่งหน่วยย่อยจำนวนมาก เคลื่อนพลโอบล้อมตีตลบหลังอาคารที่พลซุ่มยิงกองร้อยหนึ่งปักหลักอยู่ทีละจุดแล้ว
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??