เรื่อง ปฐมตระกูลจ้าว : หวนคืนพลิกแผ่นดิน

ติดตาม
บทที่ 1024 ทิ้งปืน
บทที่ 1024 ทิ้งปืน
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

"เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเด็ดขาด!" หลี่หู่เฉิงปฏิเสธเสียงแข็ง

เพียงเพื่ออาวุธปืนพลังงานต้นกำเนิดสี่กระบอกนี้ รากฐานของกลุ่มอัศวินมังกรถึงกับพังภินทนา ฐานที่มั่นถูกยึด มิหนำซ้ำกำลังพลยังเหลือเพียงไม่กี่ร้อยนายตรงหน้า ราคาที่หลี่หู่เฉิงจ่ายไปนั้นสาหัสสากรรจ์เกินทน

หากต้องส่งมอบปืนออกไปตอนนี้ สิ่งที่ทุ่มเทไปทั้งหมดมิสูญเปล่าหรือ และหากไร้ปืนเหล่านี้อยู่ใ๤มือ เขาจะเหลือโอกาสใดไปพลิกเกมกอบกู้อาณาจักรของตน

ใ๤สายตาเขา หากปราศจากปืนเหล่านี้ จุดจบย่อมมีเพียงตายอย่างไร้แผ่นดินกลบหน้า

"หากเจ้าไม่ยอม ก็จงรอความตายเสียเถอะ" จ้าวหนิงปรายตามองหลี่หู่เฉิงอย่างเย็นชา คร้านจะเสียเวลาต่อความยาวสาวความยืด วิธีการบอกไปหมดแล้ว หากอีกฝ่ายดึงดันจะรนหาที่ตาย ก็อย่ามาโทษเขา

ทันใดนั้น อาวุธหนักของศัตรูกู่ร้องคำรามลั่น ระดมยิงปูพรมถล่มตึกแถบนั้นจนสั่นสะเทือน กระสุนปืนใหญ่นานาชนิดฉีกทะลุกำแพงและหน้าต่าง เจาะทะลวงเข้าสู่ตัวห้อง เสียงกัมปนาทกึกก้องบดขยี้ประสาทรับรู้ คลื่นกระแทกหอบเอาสะเก็ดระเบิดฉีกกระชากทุกสิ่ง เศษอิฐปูนปลิวกระจายว่อน

ม่านหมอกเลือดคละคลุ้ง พลรบกลุ่มอัศวินมังกรล้มตายเกลื่อนกลาด เสียงหวีดร้องโหยหวนระงมไม่ขาดสาย

-่ากระสุนสาดซัดไม่หยุดยั้ง การทิ้งระเบิดโหมกระหน่ำระลอกแล้วระลอกเล่า หลี่ย่าเหวินหมายจะใช้ 'ลองจูมส์' ยิงสวน แต่กลับไม่อาจหาจังหวะโผล่หัวออกไปได้แม้แต่เสี้ยววินาที

โครงสร้างอาคารเริ่มสั่นไหว โคลงเคลงจวนเจียนจะถล่ม

สิ่งปลูกสร้างของพลเรือนทั่วไป ต่อให้แข็งแรงเพียงใดจะต้านทานการระดมยิงได้นานสักกี่น้ำ ตัวตึกไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรับมือการทิ้งระเบิด นั่นเป็นคุณสมบัติเฉพาะของป้อมปราการทางทหารเท่านั้น

หลี่หู่เฉิง หลี่ย่าเหวิน ตลอดจนพลพรรคกลุ่มอัศวินมังกรที่เหลือต่างฉายแววสิ้นหวังบนใบหน้า

อาคารใกล้พังครืน ด้านนอกเต็มไปด้วยเพลิงผลาญและดงปืนใหญ่ ไร้หนทางหลบหนี มีเพียงความตายที่รออยู่เบื้องหน้า

"หลี่หู่เฉิง ตอนนี้เจ้ายังมีโอกาสเลือกครั้งสุดท้าย ส่งปืนพลังงานต้นกำเนิดมาสามกระบอก แล้วข้าจะรับประกันชีวิตพวกเจ้า"

จ้าวหนิงแนบกายอยู่หลังแนวกำแพง ทอดตามองหลี่หู่เฉิงที่กำลังลนลานน่าสมเพช พลางเอ่ยเสียงเรียบ "แต่จำไว้ให้ดี พวกเจ้าทุกคนติดหนี้ชีวิตข้าหนึ่งครั้ง"

หลี่หู่เฉิงสบตากับจ้าวหนิง จุกแน่นใ๤อกจนพูดไม่ออก

เมื่อเห็นพ่อยังคงลังเลท่ามกลางวิกฤตเฉียดตาย ด้วยการประเมินสถานการณ์และความเชื่อมั่นต่อจ้าวหนิง หลี่ย่าเหวินจึงรีบเร่งเร้า "พ่อคะ เอาชีวิตรอดก่อนเถอะ ตราบใดที่ยังมีลมหายใจย่อมมีโอกาสเริ่มต้นใหม่ หากมีผู้บัญชาการหยางอยู่ด้วย เราต้องกลับมาผงาดได้แน่!"

เหล่าสมาชิกกลุ่มอัศวินมังกรที่เหลือต่างจับจ้องหลี่หู่เฉิงด้วยสายตาเว้าวอนระคนอ้อนวอน

พวกเขากำลังจะถูกฉีกเป็นชิ้นด้วยระเบิดหรือโดนซากตึกฝังทั้งเป็นอยู่รอมร่อ ยามนี้ใครจะมีกะจิตกะใจไปห่วงเรื่องอื่น ปืนพลังงานต้นกำเนิดจะเลอเลิศเพียงใด หากตัวตายไป สุดท้ายก็ตกเป็นของผู้อื่นอยู่ดีมิใช่หรือ

"อย่างน้อยก็ยังเหลือ 'ลองจูมส์' ไว้อีกหนึ่งกระบอก... ตกลง ครั้งนี้ฉันยอมฟังคุณ!" หลี่หู่เฉิงกัดฟันตัดสินใจเด็ดขาด "ผู้บัญชาการหยาง ตราบใดที่พวกเรามีชีวิตรอดออกไปได้ ชีวิตนี้ถือว่าคุณเป็นคนชุบขึ้นมา!"

ส่งมอบปืนพลังงานต้นกำเนิดแล้วจะรอดตายจริงหรือ

เรื่องราวไม่ได้ง่ายดายปานนั้น

บรรดาขุมกำลังใ๤เมืองหมิงรื่อเฉิงที่มีกลุ่มหมาป่าคลั่งเป็นแกนนำ ผูกพยาบาทกับกลุ่มอัศวินมังกรจนเข้ากระดูกดำ หากไม่ถอนรากถอนโคนให้สิ้นซาก วันหน้าย่อมต้องหวาดระแวงการสะสางแค้น ลำพัง 'ลองจูมส์' เพียงกระบอกเดียว กลุ่มอัศวินมังกรจะเอาอะไรมารับประกันว่าจะไม่ถูกฝังกลบอยู่ที่นี่

"นับว่าเจ้าเลือกได้ฉลาด หากช้ากว่านี้อีกนิด แม้แต่เทพเซียนก็คงกู่ไม่กลับ" จ้าวหนิงทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นก่อนผุดลุกขึ้นยืน ท่าทีสง่างามดั่งก้าวย่างอยู่บนสรวงสวรรค์ ทว่าพริบตาเดียว ร่างของเขากลับเลือนหายไปจากห้องดุจสายลมพัดผ่าน

"นี่... ฝีมือไอ้หนุ่มนี่มันระดับไหนกันแน่ เร็วถึงขนาดนี้เชียวหรือ!" หลี่หู่เฉิงจ้องมองความว่างเปล่าเบื้องหน้าด้วยความตะลึงลานจนตาค้าง

หลี่ย่าเหวินเม้มริมฝีปากแน่น "ฝีมือของผู้บัญชาการหยาง เหนือกว่ายอดฝีมือทุกคนใ๤เขตเมืองชั้นนอกค่ะ!"

สมาชิกกลุ่มอัศวินมังกรทั่วทั้งห้องได้ยินเช่นนั้นต่างตื่นตะลึง จากนั้นประกายแห่งความหวังอันแรงกล้าพลันลุกโชนขึ้นใ๤แววตาทุกคู่

ใ๤ก้นบึ้งแห่งความสิ้นหวัง มีเพียงยอดฝีมือตัวจริงเท่านั้นที่จะชักนำพวกเขาข้ามผ่านเส้นแบ่งความเป็นตายได้

ชั่วพริบตาเดียว จ้าวหนิงก็ทะยานขึ้นสู่ดาดฟ้าตึก

เขากวาดตามองหมู่อาคารโดยรอบ อาศัยจังหวะที่เสียงปืนใหญ่สร่างซาลง ด้วยเนตรประสาทสัมผัสอันเหนือชั้นของระดับเทวะ เขาแลเห็นเอลิซาเบธแห่งกลุ่มถาวฮวาเซียนยืนเด่นอยู่บนดาดฟ้าตึกสูงไม่ไกลนัก พร้อมด้วยยอดฝีมืออีกหลายคนบนยอดตึกรอบทิศ

จ้าวหนิงจำแนกตัวตนของคนเหล่านั้นได้ใ๤ทันทีผ่านความเข้มข้นของกลิ่นอายพลัง

อาทิ บนดาดฟ้าตึกข้างเคียงเอลิซาเบธ มีบุรุษร่างกำยำผู้หนึ่งแผ่กลิ่นอายพลังกล้าแข็งทัดเทียมหลี่หู่เฉิง คนผู้นี้น่าจะเป็นผู้บัญชาการกลุ่มหมาป่าคลั่ง นาม 'เย่หลาง'

จ้าวหนิงยกปืนลั่นไกใส่พวกเขาสองคนไปคนละนัด

อีกฝ่ายไม่นึกฝันว่าภายใต้การกดดันด้วยอาวุธหนักระดับนี้ จะยังมีใครเหนี่ยวไกปืนไรเฟิลพลังงานต้นกำเนิดสวนกลับมาได้ พวกเขาแตกตื่นลนลาน รีบย่อตัวมุดหลบหลังแนวกำแพงอิฐและม่านควันหนาทึบ

หากจ้าวหนิงมิได้เจตนายิงเฉียด ทั้งสองคงตกอยู่บนเส้นแบ่งความเป็นตายไปแล้ว

การลงมือครั้งนี้ดึงดูดทุกสายตาให้จับจ้องมาที่เขาทันที

"หากมิใช่เพราะแผนการใหญ่ใ๤การหยั่งเชิงการแลกเปลี่ยนระหว่างต้าจิ้นกับโลกใบนี้ และต้องการวางรากฐานบางประการใ๤เมืองหมิงรื่อเฉิง ข้าคงมิต้องเปลืองแรงทำเรื่องยุ่งยากเช่นนี้"

จ้าวหนิงยืนหยัดนิ่งสงบ มั่นคงดั่งเขาไท่ซานท่ามกลาง 'ห่าฝน' แห่งการทำลายล้างที่สาดซัดด้วยกระสุนหลง สะเก็ดระเบิด และเศษหินอิฐ พลางส่ายหน้าอย่างเบื่อหน่าย

เดิมทีเขาตั้งใจจะชิงปืนพลังงานต้นกำเนิดแล้วผละไป ทว่ายามนี้จำต้องเดินหมากอ้อมค้อม ปล่อยปืนออกไปก่อน

ทว่าเรื่องนี้มิได้กระทบต่อเขาแม้แต่น้อย ปืนพลังงานต้นกำเนิดจะอยู่ใ๤มือผู้ใดก็หาได้ต่างกัน เมื่อถึงเวลาที่ต้องการ เขาย่อมช่วงชิงกลับคืนมาได้โดยง่าย มิอาจขัดขวางแผนการศึกษาวิจัยแก่นแท้พลังงานต้นกำเนิดที่เขาวางไว้ได้เลย

ใ๤สายตาเขา ปืนพลังงานต้นกำเนิดที่เขาชิงมาจากสมรภูมิ ย่อมตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเขาโดยสมบูรณ์แล้ว

ท่ามกลางสายตานับไม่ถ้วนที่จับจ้อง จ้าวหนิงลั่นไกอีกสองนัดเพื่อสำแดงอานุภาพของปืนพลังงานต้นกำเนิดให้ประจักษ์ชัด จากนั้นสะบัดแขนซ้าย ขว้าง 'ลองจูมส์' ลอยละลิ่วออกไปหนึ่งกระบอก ก่อนจะเหวี่ยงแขนขวา ซัด 'ลองจูมส์' อีกกระบอกตามไปติดๆ

ปืนไรเฟิลพลังงานต้นกำเนิดทั้งสองพุ่งแหวกอากาศไปไกลหลายร้อยเมตร จุดตกอยู่ห่างจากตำแหน่งของเอลิซาเบธและเย่หลางคนละทิศละทาง

การกระทำนี้ทำเอาทุกคนตกตะลึงจนตาค้าง

ท่ามกลางเสียงปืนใหญ่กึกก้อง จ้าวหนิงยังสดับได้ยินเสียงสูดหายใจด้วยความตื่นตะลึงและละโมบอย่างแจ่มชัด ประดุจเสือหิวโซที่พลันแลเห็นเหยื่ออันโอชะ

จ้าวหนิงปลด 'ลองจูมส์' กระบอกสุดท้ายบนแผ่นหลังลงมา เขาลั่นไกอีกหนึ่งนัด ก่อนจะก้าวประชิดไปข้างหน้าแล้วขว้างมันออกไปใ๤ทิศทางที่สาม คราวนี้เขาซัดไปไกลลิบ เกินกว่าหนึ่งกิโลเมตร

เสียงอุทานและเสียงก่นร้องดังระงมคลั่ง พริบตานั้นเอง -่ากระสุนปืนใหญ่ที่เคยระดมยิงก็ลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด

จ้าวหนิงยังไม่หยุดมือ เขาปลดสายกระสุนที่พันรอบกาย ขว้างกระจายไปยังทิศทางต่างๆ ที่ไม่ซ้ำกับสามจุดแรกทีละเส้น ขั้นตอนนี้กินเวลาเล็กน้อยเนื่องจากสายกระสุนมีจำนวนมาก

ครั้นโยนสายกระสุนเส้นสุดท้ายพ้นมือ เสียงปืนใหญ่รอบด้านก็แทบจะเงียบสงัดลงใ๤บัดดล

แม้แต่ป้อมปืนกลหนักและปืนใหญ่ขนาดเล็กที่เคยสาดกระสุนถล่มตึกไม่ยั้ง ต่างก็หยุดชะงักไร้ความเคลื่อนไหว

ถึงเพลานี้ ใครมันจะยังไปสนใจกลุ่มอัศวินมังกรอีก

ย่อมต้องเป็นการแย่งชิงปืนพลังงานต้นกำเนิดที่สำคัญกว่าเป็นไหนๆ

ทั่วผืนป่าคอนกรีตที่โอบล้อมอาคารพลันโกลาหลอลหม่าน ผู้คนนับร้อยพันวิ่งพล่านตะโกนก้อง เสียงสั่งการ เสียงสบถด่า และเสียงโห่ร้องดังแทรกสลับกัน บางจุดเริ่มเปิดฉากยิงปะทะกันประปราย

เหล่าสมาชิกแก๊งที่เคยตรึงกำลังล้อมตึกและปิดกั้นตรอกซอกซอยจนมดไม่ให้ลอด ต่างพากันหันหลังกลับ เบนปากกระบอกปืน ละทิ้งตำแหน่งหน้าที่ไปใ๤ทันที

"ส่งปืนไรเฟิลพลังงานต้นกำเนิดมา ใครกล้าฮุบไว้ถือว่าเป็นศัตรูกับกลุ่มหมาป่าคลั่ง ฉันจะล้างโคตรพวกมันให้หมด ใครที่เอาปืนมามอบให้ กลุ่มหมาป่าคลั่งจะตบรางวัลให้อย่างงาม และยกย่องเป็นพี่น้องร่วมสาบาน!"

เย่หลางโผล่พรวดขึ้นมาบนดาดฟ้าอีกครั้ง พลางออกคำสั่งให้ยอดฝีมือใต้บัญชาพุ่งทะยานไปยังจุดที่ปืนตก พร้อมกับยกเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาแผดเสียงใส่หัวหน้ากลุ่มอิทธิพลต่างๆ

"กลุ่มถาวฮวาเซียนขอตั้งค่าหัวชิงปืนไรเฟิลพลังงานต้นกำเนิด ไม่ว่ากลุ่มหมาป่าคลั่งเสนอเงื่อนไขอะไร ทางเราจะให้มากกว่าสองเท่า สันดานของกลุ่มหมาป่าคลั่งเป็นอย่างไร และชื่อเสียงของกลุ่มถาวฮวาเซียนเป็นแบบไหน เชื่อว่าทุกคนคงรู้แก่ใจดีว่าควรเลือกข้างไหน"

เอลิซาเบธมีปฏิกิริยาฉับไวไม่แพ้เย่หลาง "พวกคุณถือปืนไรเฟิลพลังงานต้นกำเนิดไว้ไม่อยู่หรอก ขายให้กลุ่มถาวฮวาเซียนเถอะ รับรองว่ามีแต่กำไร ไม่มีขาดทุน"

"ฟังให้ดี ใครก็ตามที่ช่วยให้กลุ่มถาวฮวาเซียนได้ปืนไรเฟิลพลังงานต้นกำเนิดมา เราจะให้รางวัลสมน้ำสมเนื้อ และพร้อมตอบสนองทุกข้อเรียกร้องของคุณ"

ชั่วพริบตานั้น สองขั้วอำนาจที่ทรงอิทธิพลที่สุดใ๤เขตเมืองชั้นนอก ต่างระดมทั้งสรรพกำลังและไหวพริบทั้งหมดเข้าห้ำหั่นเพื่อแย่งชิงปืนไรเฟิลพลังงานต้นกำเนิด

ทว่าสำหรับกลุ่มอิทธิพลที่โชคดีคว้าปืนไปครองได้แล้ว คำพูดของเย่หลางและเอลิซาเบธกลับไร้ค่ายิ่งกว่าเศษสวะ

ส่งมอบ 'ลองจูมส์' ให้งั้นหรือ

ฝันไปเถอะ

ใครจะโง่ส่งมอบให้

ใครได้ครอบครองปืนพลังงานต้นกำเนิด ผู้นั้นย่อมเป็นเจ้าแห่งเขตเมืองชั้นนอกใ๤วันข้างหน้า

นับแต่วินาทีที่ 'ลองจูมส์' ปรากฏ ดุลอำนาจระหว่างกลุ่มอิทธิพลใ๤เขตเมืองชั้นนอกจะถูกชี้ขาดด้วย 'ลองจูมส์' และกฎเกณฑ์ของที่นี่จะถูกเขียนขึ้นใหม่ด้วยน้ำมือของผู้ที่ถือ 'ลองจูมส์' เท่านั้น

จ้าวหนิงมิได้ขว้าง 'ลองจูมส์' ไปอย่างสะเปะสะปะ เขาสัมผัสถึงความเข้มข้นของกลิ่นอายพลังโดยรอบแล้ว ปืนจึงถูกเหวี่ยงไปยังจุดที่มียอดฝีมือรวมตัวกันหนาแน่นที่สุด

ดังนั้น บรรดากลุ่มอิทธิพลที่คว้าปืนไปได้ แม้จะมิอาจเทียบชั้นกลุ่มหมาป่าคลั่งหรือกลุ่มถาวฮวาเซียน และไม่อาจนับเป็นแก๊งแถวหน้า ทว่าก็มิใช่หมูใ๤อวยให้ใครเชือด ทุกกลุ่มล้วนยืนหยัดใ๤ฐานะกลุ่มอิทธิพลระดับสอง

แก๊งเหล่านี้มีหรือจะแยแสข้อเสนอของกลุ่มหมาป่าคลั่งหรือกลุ่มถาวฮวาเซียน

แทนที่จะแบมือรับเศษเงินรางวัล สู้ผงาดขึ้นมาแข็งแกร่งด้วยตนเองมิประเสริฐกว่าหรือ ถึงเพลานั้น ยังมีสิ่งใดที่ไม่อาจไขว่คว้า

อีกประการ ปืนสามกระบอกกระจายไปสามทิศทาง ไม่ว่ากลุ่มหมาป่าคลั่งหรือกลุ่มถาวฮวาเซียนย่อมต้องเฉลี่ยกำลังไปแย่งชิงกระบอกอื่น ไม่อาจทุ่มกำลังทั้งหมดมาบดขยี้พวกตนได้ ขอเพียงกำ 'ลองจูมส์' ใ๤มือแล้วเผ่นหนีกลับฐานที่มั่น ย่อมมิใช่เรื่องยากเย็นเกินกำลัง

เมื่อถึงที่นั่น อาศัยป้อมปราการทางทหารอันแน่นหนาใ๤รังคอยคุ้มกัน ผสานกับแสนยานุภาพของปืนไรเฟิลพลังงานต้นกำเนิด กลุ่มหมาป่าคลั่งหรือกลุ่มถาวฮวาเซียนจะทำอะไรพวกมันได้

กำไรมหาศาล

นี่คือโอกาสทองรอบยี่สิบปี

สวรรค์ประทานให้แล้ว หากไม่คว้าไว้ ย่อมต้องเสียใจภายหลัง

ส่วนกลุ่มอิทธิพลขนาดกลางและเล็ก แม้จะยังไม่ได้ปืนพลังงานต้นกำเนิดไปครอบครอง ทว่าตากลับร้อนเป็นไฟด้วยความริษยา มีหรือจะยอมปล่อยให้แก๊งที่ได้ 'ลองจูมส์' หลบหนีไปได้ง่ายๆ

บ้างเข้าสกัด บ้างเข้าแย่งชิง บ้างแอบสะกดรอยตาม

พวกมันหมายตาปืนพลังงานต้นกำเนิดเพื่อยกระดับขุมกำลังตนเอง บ้างหวังช่วยกลุ่มหมาป่าคลั่งหรือกลุ่มถาวฮวาเซียนแลกเงินรางวัลก้อนโต และที่สำคัญที่สุดคือ หวังชุบมือเปิบฉวยโอกาสเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ ยามที่เหล่าขั้วอำนาจใหญ่ตะลุมบอนจนเลือดนองแผ่นดิน

ด้วยเหตุนี้ บรรดาแก๊งที่เคยรุมล้อมกลุ่มอัศวินมังกรจึงกลายสภาพเป็นฝูงหมาป่าและหมาบ้าใ๤พริบตา กัดฉีกทึ้งกันเองเพื่อแย่งชิงปืนไรเฟิลพลังงานต้นกำเนิด ก่อนจะแตกฮือมุ่งหน้าไปยังสามทิศทาง

ฝั่งหนึ่งหนี ฝั่งหนึ่งไล่ล่า คนรักความปั่นป่วนคอยสุมฟืนเติมไฟ บ้างลอบยิงปืนใหญ่หรืออาวุธปืนสั้นเพื่อโหมเพลิงวิวาทให้ลุกท่วม บ้างซุ่มซ่อนสะกดรอยตามอย่างเงียบเชียบ รอจังหวะลงมือแทงข้างหลังอดีตพันธมิตร

คนส่วนใหญ่พุ่งเป้าไปที่ตัวปืน 'ลองจูมส์' แต่ไม่น้อยเช่นกันที่จ้องฉกชิงสายกระสุน

ไม่ว่าผู้ใดจะได้ปืนไป สุดท้ายย่อมขาดกระสุนมิได้

ขอเพียงมีกระสุนใ๤มือ ย่อมโก่งราคาฟันกำไรเนื้อๆ

ซ้ำการแย่งชิงกระสุนยังไม่ตกเป็นเป้าสายตาและแรงแค้นเท่าการแย่งปืน ทั้งไร้แรงเสียดทาน ยามนำไปขายยังผูกไมตรีกับผู้ซื้อได้อีก หากเดินหมากถูกทาง ย่อมมีโอกาสได้เกาะขาทรงอิทธิพล นี่นับเป็นการลงทุนอันชาญฉลาดและคุ้มค่ายิ่ง

บรรดาแก๊งปลายแถวโดยเฉพาะกลุ่มขนาดเล็ก จึงหันมาร่วมวงกรูเข้าแย่งชิงสายกระสุนกันจ้าละหวั่น

ท่ามกลางกลียุคเช่นนี้ วงล้อมที่เคยบีบรัดกลุ่มอัศวินมังกรจนแทบไร้ทางรอด พลันสลายตัวลดฮวบลงไปถึงแป๸ส่วนใ๤พริบตา

ตอนต่อไป
บทที่ 1025 ความแตกแยก

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา