เรื่อง ปฐมตระกูลจ้าว : หวนคืนพลิกแผ่นดิน

ติดตาม
บทที่ 1029 อนุภาคโกลาหล
บทที่ 1029 อนุภาคโกลาหล
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

คราวนี้๪ู้๨่๷๺ยอมสยบ๬๺่า๹หมด๮ั๥ใ๽ เอ่ยปาก๴๮๮เ๴๮ิญจาก๠้๲บึ้ง:

"ผู้จัดการกวาดยอดสั่งซื้อก้อนโตเข้ากลุ่มบริษัท สร้างเม็ดเงินมหาศาลขนาดนี้ ด้วยผลงานระดับคุณ ได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเงินเดือน ทั้งยังได้รับการผลักดันเต็มที่จากทางเบื้องบนแน่นอนครับ!"

จางลี่ยิ้มรับบางๆ พลางโบกมือส่งสัญญาณว่าตนอ่อนล้าอยากพักผ่อน ไล่ให้๪ู้๨่๷๺กลับห้องไป

ลับหลัง๪ู้๨่๷๺ รอยยิ้มของจางลี่พลันเลือนหาย เสียงแค่นหัวเราะเย็นชาแทรกขึ้นแทนที่ แววตาฉายประกายเหยียดหยาม ก่อนจะคลี่รอยยิ้มกว้าง๬๺่า๹ลำพองใจจนคิ้วกระดิก ประหนึ่งบัณฑิตที่เพิ่งสอบติดจอหงวน

คนหัวทึบ๬๺่า๹๪ู้๨่๷๺ไม่มีวันเข้าใจ ว่าการลงมือครั้งนี้สร้างผลประโยชน์สูงสุดอะไรให้แก่กลุ่มบริษัท ยอดสั่งซื้ออาวุธปืนพลังงานต้นกำเนิดเพียงหยิบมือนั่นเทียบไม่ติดแม้แต่น้อย เพราะในเมืองโม่กุ่ยเฉิงไม่ได้มีแค่บริษัทพวกเขาเจ้าเดียวที่ค้าปืนพลังงานต้นกำเนิด

ผลงานที่จะส่งให้เขาโดดเด่นทะลุฟ้าไม่ใช่ตัวเลขยอดขาย หากแต่เป็นคำสั้นๆ ไม่กี่คำ... 'ระเบียบการปกครองอยู่เหนือทุกสิ่ง'

ระเบียบการปกครองเองย่อมแบ่งแยกสูงต่ำ

ระเบียบการปกครองของเมืองหมิงรื่อเฉิงนับเป็นตัวอะไรได้?

เมื่อเทียบกับระเบียบการปกครองของกลุ่มเทียนอี้ มันเป็นได้แค่เศษธุลี

ผู้กุมอำนาจสูงสุดบนทวีปแห่งนี้คือกลุ่มเทียนอี้ ในฐานะผู้คุมหางเสือของชนชั้น พวกเขาคือกลุ่มทุน เป็นขุนศึก และเป็นผู้นำแห่งชนชั้นปกครอง

คือผู้ปกครองหนึ่งเดียว๬๺่า๹แท้จริง

จางลี่ไม่สนว่าเก้าอี้ของเฉียนป๋อหยงจะมั่นคงหรือไม่ หรือจะมีใครมาเสียบแทน สิ่งเดียวที่เขาต้องการคืออาศัยเหตุการณ์นี้ส่งสัญญาณบาง๬๺่า๹ไปถึงเบื้องบน

สัญญาณแห่ง 'ความตระหนักรู้'

สื่อให้เห็นชัดว่า ระเบียบการปกครองของกลุ่มเทียนอี้อยู่เหนือทุกสิ่ง สถานะการปกครองทางชนชั้นอยู่เหนือสิ่งอื่นใด ผลประโยชน์ปลีกย่อยต้องหลีกทางให้เรื่องนี้ กลุ่มเทคโนโลยีอนาคตยอมกระทั่งสละชื่อเสียงองค์กร เพื่อพิทักษ์ภาพรวมอันยิ่งใหญ่!

นี่คือวิสัยทัศน์และการยอมสละที่กลุ่มเทคโนโลยีอนาคตในฐานะฟันเฟืองของชนชั้นปกครอง 'พึงต้องมี'

นี่คือเหตุผลที่จางลี่เลือกเขี่ยกลุ่มอัศวินมังกรทิ้ง แล้วหันไปเอื้อประโยชน์ให้เฉียนป๋อหยง

ไม่ว่ากลุ่มเทียนอี้หรือบริษัทน้อยใหญ่ในเมืองหมิงรื่อเฉิง ล้วนสังกัดอยู่ในชนชั้นเดียวกัน—ชนชั้นผู้กุมอำนาจ ส่วนพวกแก๊งข้างถนนหรือขั้วอิทธิพลในเมืองชั้นนอกก็แค่พวกไพร่สถุล สามัญชนชั้นล่าง ทั้งสองฝ่ายยืนอยู่คนละฝั่ง ความขัดแย้งมิอาจประนีประนอม มีเพียงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครองและผู้ถูกกดขี่เท่านั้น

สิ่งเดียวที่สั่นคลอนการปกครองของชนชั้นหนึ่งได้ ย่อมเป็นชนชั้นตรงข้ามเท่านั้น

ทุกชีวิตในเมืองชั้นนอกล้วนคือศัตรู

เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรู ท่าทีย่อมต้องเด็ดขาดชัดเจน

บดขยี้ศัตรู คือการพิทักษ์ตนเอง

สำหรับจางลี่ นี่คือการพิทักษ์ผลประโยชน์ของกลุ่มเทียนอี้

สิ่งที่พอจะสั่นคลอนระเบียบการปกครองของกลุ่มเทียนอี้ได้ มีเพียงคลื่นมนุษย์สามัญชนชั้นล่างเท่านั้น ภายในชนชั้นผู้มีอำนาจด้วยกันไม่มีใครกล้างัดข้อกับกลุ่มเทียนอี้ เพราะพวกเขาคุมเบ็ดเสร็จ๬๺่า๹สมบูรณ์

สิ่งเดียวที่กลุ่มเทียนอี้หวาดระแวง คือมวลชนระดับล่าง

ความหวาดระแวงนี้ไม่ได้ไร้ที่มา

เพราะบนทวีปผืนนี้ ยังมี 'กองทัพกบฏ' ฝังรากอยู่!

กองทัพกบฏที่ไม่เคยถูกกวาดล้างจนสิ้นซาก!

ซ้ำร้ายยังคงเคลื่อนไหว๬๺่า๹ดุดัน เปิดศึกหลายแนวรบ ถึงขั้นโค่นล้มระเบียบการปกครองในเมืองห่างไกลบางแห่ง แล้วสถาปนาเขตปกครองตนเองขึ้นมาได้

กองทัพกบฏเหล่านั้น ก่อร่างสร้างตัวมาจากชนชั้นกรรมาชีพและคนยากไร้

กลุ่มเทียนอี้จึงต้องคอยรับมือกองทัพกบฏ ควบคู่ไปกับการเฝ้าระแวงราษฎรชั้นล่างในเมืองชั้นนอกของทุกเมือง สำหรับกลุ่มเทียนอี้ หากเป็นกองทัพกบฏต้องกวาดล้างให้สิ้นซาก แต่หากเป็นกลุ่มอิทธิพลสลัมเมืองชั้นนอก หากบังอาจล้ำเส้นย่างกรายเข้าสู่เมืองชั้นใน ย่อมต้องถูกปลิดชีพทันที!

เมืองโม่กุ่ยเฉิงอัดแน่นไปด้วยสารพัดบริษัท บนทวีปนี้มีกลุ่มทุนน้อยใหญ่นับไม่ถ้วน ทว่าท่ามกลางการแย่งชิงทรัพยากรที่มีอยู่๬๺่า๹จำกัด บริษัทที่สามารถต่อสายตรงแนบแน่นกับกลุ่มเทียนอี้ได้จริงๆ กลับมีอยู่น้อยยิ่งกว่าหยิบมือ

เดิมทีกลุ่มเทคโนโลยีอนาคตไม่ได้อยู่ในสายตาตรงนั้น

หากไร้การเกาะเกี่ยวดึงดันผลประโยชน์ร่วมกับกลุ่มเทียนอี้ การจะประคองความมั่งคั่งและอำนาจบนแผ่นดินนี้ให้จีรัง ก็ไม่ต่างอะไรกับการตักน้ำในกองไฟ

แต่หลังเหตุการณ์นี้ จางลี่ใช้ผลงานเชิงรูปธรรม เป็นตัวแทนส่งมอบ 'ความตระหนักรู้ทางชนชั้น' ของกลุ่มเทคโนโลยีอนาคตไปถึงมือกลุ่มเทียนอี้แล้ว

กลุ่มเทียนอี้ย่อมมองเห็นศักยภาพ และมีโอกาสสูงยิ่งที่จะจัดให้กลุ่มเทคโนโลยีอนาคตเป็น 'นักรบผู้ภักดี' ผู้เปี่ยมด้วยความตระหนักรู้ทางชนชั้นขั้นสูง!

ไม่จำต้องคาดเดาว่ากลุ่มเทียนอี้จะปูนบำเหน็จเบี้ยตัวหมากที่จงรักภักดีเช่นไร เพียงอีกฝ่ายกระดิกนิ้วปรายผลประโยชน์มาให้เพียงเศษเสี้ยว ก็เพียงพอจะหนุนส่งให้กลุ่มเทคโนโลยีอนาคตก้าวกระโดด๬๺่า๹ก้าวกระโดด

นี่คืออนาคตของกลุ่มเทคโนโลยีอนาคต!

จางลี่สร้างความดีความชอบอันยิ่งใหญ่ให้แก่องค์กรถึงเพียงนี้ มีหรือจะไม่ได้รับรางวัลตอบแทน๬๺่า๹งาม?

และนั่น ย่อมเป็นอนาคตบนเส้นทางของเขาเช่นกัน!

นี่คือการดิ้นรนฟาดฟัน คือเส้นทางการไต่เต้าสู่จุดสูงสุดในชนชั้นปกครองของจางลี่

......

จ้าวหนิงลืมตาขึ้นอีกครา ท้องฟ้าด้านนอกสว่างโร่แล้ว แสงตะวันยามเช้าสาดส่องผ่านกรอบหน้าต่าง ทาบรอยประกายสีทองอร่ามลงบนพื้นห้อง

นัยน์ตาของเขาทอประกาย แววความปีติผุดขึ้นในอก

อาศัยญาณสัมผัสอันเหนือชั้นของระดับเทวะ การค้นคว้าและหยั่งรู้ในพลังงานต้นกำเนิดของเขาเริ่มผลิดอกออกผล นำไปสู่ความเข้าใจในสภาวะและคุณสมบัติของอนุภาคพลังงานต้นกำเนิดได้ในขั้นต้น

จ้าวหนิงเคยได้ยินกานเจียงและมั่วเสียกล่าวไว้ว่า หน่วยที่เล็กที่สุดที่ประกอบสร้างเป็นวัตถุคืออนุภาค ทว่าอนุภาคพื้นฐานที่สุดคือสิ่งใดนั้น โลกฝั่งที่พวกเขาจากมายังไม่มีข้อยุติแน่ชัด ยิ่งขุดค้นลึกลงไป คำตอบใหม่ก็มักผุดขึ้นมาลบล้างข้อสรุปเดิมเสมอ

โมเลกุล อะตอม อิเล็กตรอน ควาร์ก ควอนตัม โปรตอน นิวตรอน โฟตอน...

ทว่าสิ่งหนึ่งที่ไร้ข้อกังขา แม้แต่มวลอากาศที่มองไม่เห็นและจับต้องไม่ได้ ล้วนก่อตัวขึ้นจากอนุภาค ไม่ว่าจะเป็นออกซิเจน คาร์บอน ไฮโดรเจน หรือไนโตรเจน

หนึ่งในสมมติฐานระบุว่า อนุภาคพื้นฐานหรืออนุภาคแก่นแท้ คือสิ่งที่ประกอบสร้างสรรพสิ่งในเอกภพ

มั่วเสียยังเคยกล่าวว่า พลังงานคือผู้สร้างทุกสรรพสิ่ง แก่นแท้ของทุกสิ่งคือพลังงาน ดังนั้นอนุภาคพื้นฐานที่ก่อกำเนิดเป็นพลังงาน จึงมีโอกาสสูงยิ่งที่จะเป็น 'อนุภาคแก่นแท้' — เรื่องนี้จ้าวหนิงมิอาจฟันธงได้ว่าถูกต้องหรือไม่ แม้แต่มั่วเสียเองก็ยังไม่มั่นใจ เป็นเพียงข้อสันนิษฐานหนึ่งเท่านั้น

ทว่าจุดที่กระจ่างชัดคือ ไม่ว่าจะเป็นพลังงานต้นกำเนิดหรือปราณแท้ ทั้งสองล้วนประกอบขึ้นจากอนุภาคพลังงาน เพียงแต่มันไม่ใช่พลังงานชนิดเดียวกัน จ้าวหนิงจึงมิอาจกลืนกินพลังงานต้นกำเนิดเข้าไปตรงๆ

จ้าวหนิงยืนยันได้นานแล้วว่า อนุภาคพลังงานต้นกำเนิดและอนุภาคปราณแท้มีความเกี่ยวข้องกัน๬๺่า๹ลึกซึ้ง ยามเผชิญ-่ากระสุนปืนใหญ่พลังงานต้นกำเนิดในห้วงอวกาศ เขาสัมผัสได้ถึงการสั่นไหวของปราณแท้๬๺่า๹แจ่มชัดในจังหวะที่ลูกปืนใหญ่ระเบิดปลดปล่อยพลังทำลายล้าง

ค่ำคืนแห่งการค้นคว้าทำให้จ้าวหนิงมั่นใจ ระหว่างอนุภาคพลังงานต้นกำเนิดและอนุภาคปราณแท้ ยังมีอนุภาคที่พื้นฐานยิ่งกว่าแฝงเร้นอยู่ และบัดนี้ เขาสัมผัสถึงการมีอยู่ของมันได้แล้ว

เขาใช้อานุภาพแห่งระดับเทวะ แยกสลายอนุภาคปราณแท้และอนุภาคพลังงานต้นกำเนิด ให้แหลกละเอียดกลายเป็นอนุภาคที่พื้นฐานยิ่งกว่าได้ ในทางกลับกัน เขายังสามารถหลอมรวมอนุภาคพื้นฐานนี้ กลับไปเป็นอนุภาคปราณแท้หรือพลังงานต้นกำเนิดได้เช่นกัน!

นั่นหมายความว่า หากจ้าวหนิงต้องการ เขาสามารถกลืนกินพลังงานจากแก่นแท้พลังงานต้นกำเนิดในมือ แปลงสภาพมันให้กลายเป็นปราณแท้เติมเต็มทะเลปราณของตนได้ทันที!

——หากแก่นแท้พลังงานชิ้นนี้ยังมีพลังหลงเหลืออยู่

ทว่าในกระบวนการวิจัยค้นคว้า เขาได้ผลาญพลังงานในนั้นจนเหือดแห้งไปสิ้นแล้ว

๬๺่า๹ไรก็ตาม นับจากเสี้ยววินาทีนี้ ในสายตาของจ้าวหนิง พลังงานต้นกำเนิดไม่ต่างอะไรกับปราณแท้!

ขอเพียงมีพลังงานต้นกำเนิดมากพอ เขาจะสามารถฟื้นฟูพลัง รักษาอาการบาดเจ็บ และกอบกู้ประสิทธิภาพการรบกลับมาเต็มร้อยได้๬๺่า๹รวดเร็ว ถึงเพลานั้น หากเขาคิดจะกลับสู่มิติข้ามผ่านเพื่อคืนสู่ต้าจิ้น ย่อมทำได้ทุกเมื่อ!

ทว่าปัญหาสำคัญอยู่ตรงนี้

ตรงหน้าจ้าวหนิง ไร้ซึ่งพลังงานต้นกำเนิดมหาศาลเช่นนั้น

แก่นแท้พลังงานต้นกำเนิดที่ติดตั้งในปืนไรเฟิล 'ลองจูมส์' มีปริมาณน้อยนิดจนแทบไม่พอยาไส้ ซ้ำยังถูกเผาผลาญไประหว่างศึกเมื่อคืนอีกส่วนหนึ่ง

——ถูกต้อง พลังงานที่บรรจุอยู่ในแก่นแท้พลังงานชิ้นนี้ ถูกเผาผลาญไป๬๺่า๹ต่อเนื่องยามปืน 'ลองจูมส์' ลั่นไกสังหารเมื่อคืน

ทุก๬๺่า๹สมเหตุสมผลและเป็นไปตามหลักการ๬๺่า๹ยิ่ง

เมื่อพลังงานในแก่นแท้พลังงานเหือดแห้ง ปืน 'ลองจูมส์' ก็จะกลายเป็นเพียงแท่งเหล็กไร้ค่า หากคิดใช้งานต่อ จำต้องควักกระเป๋าซื้อแก่นแท้ชิ้นใหม่จากกลุ่มเทคโนโลยีอนาคต หรือไม่ก็นำแก่นแท้ชิ้นเดิมไปประจุพลังงานเข้าไปใหม่

เรื่องนี้ ทั้งหลี่ย่าเหวินและหลี่หู่เฉิงล้วนถูกปิดหูปิดตา

เพราะจางลี่ไม่ได้ปริปากบอกแม้แต่ครึ่งคำ

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า นี่คือกรงดักขนาดมหึมา

หลี่ย่าเหวินรู้เพียงว่ายามกระสุนของ 'ลองจูมส์' หมดต้องซื้อเติม ทว่ากลับไม่ระแคะระคายเลยว่าแก่นแท้พลังงานก็ถูกผลาญจนหมดได้ และจำต้องได้รับการเติมพลังงานเช่นเดียวกัน

จ้าวหนิงส่ายหน้าทอดถอนใจ เมืองหมิงรื่อเฉิงแห่งนี้เป็นเพียงปลักโคลนโสโครก หรือหากจะพูดให้ถูก โลกใบนี้ทั้งใบล้วนเป็นบ่อโคลนเน่าเหม็น

เวลานี้เขาก้าวเท้าลงมาเกลือกกลิ้งในปลักโคลนแล้ว จะอยู่หรือไปไม่ใช่ปัญหาคอขาดบาดตาย บางทีในสายตาของผู้คนบนโลกใบนี้ โลกฝั่งตรงข้ามอาจเป็นบ่อโคลนที่ขุ่นมัวยิ่งกว่าก็เป็นได้

สิ่งที่เขาต้องมุ่งเน้นในยามนี้ คือการกอบกู้ระดับการฝึกปรือของตนเอง

จ้าวหนิงครุ่นคิด: การจะเติมเต็มทะเลปราณให้เปี่ยมล้น ต้องผลาญพลังงานต้นกำเนิดมหาศาล เกินกว่าที่แก่นแท้พลังงานประจำปืนหรือปืนใหญ่ไม่กี่กระบอกจะรองรับได้ เว้นเสียแต่จะเป็นแก่นแท้พลังงานของเรือรบดาราจักรแห่งสี่กลุ่มบริษัทใหญ่ที่ข้าเคยปะทะในห้วงอวกาศ

นั่นคือแก่นแท้พลังงานระดับที่เปิดประตูสวรรค์ได้

จ้าวหนิงใคร่ครวญลึกลงไปอีกขั้น: ต่อให้มีสนามพลังงานต้นกำเนิดขนาดมหึมาวางอยู่ตรงหน้าช่วยชะล้างอาการบาดเจ็บ แต่มันก็ยังไม่อาจตอบสนองความต้องการที่แท้จริงได้ มิใช่ว่าในอนาคตยามข้าทำศึกบนโลกใบนี้ จะต้องแบกสนามพลังงานติดตัวไปด้วยตลอดเวลาดอกหรือ

หากไม่ทำเช่นนั้น ปราณแท้ที่ผลาญไปในการรบราจะฟื้นคืนโดยพลันได้๬๺่า๹ไร

หากไม่อาจเติมเต็ม ความต่อเนื่องในการทำศึกของข้าย่อมดิ่งลงฮวบฮาบ

หากศึกเพลี่ยงพล้ำ จำต้องล่าถอยเข้าที่กำบังเพื่อหลบเร้นศัตรูและโคจรฟื้นฟูปราณแท้ เช่นนั้นข้าก็ย่อมจนปัญญาด้วยใช่หรือไม่

ยามประหัตประหารในโลกใบนี้ ปราณแท้จะถูกดึงดูดและฟื้นฟูโดยอัตโนมัติ๬๺่า๹เชื่องช้า แม้ความเร็วจะต่ำเตี้ย ทว่ายอดฝีมือระดับราชันย์หรือระดับเทวะมีห้วงทะเลปราณมหาศาล จึงยืนระยะทำศึกได้ยาวนาน มีช่วงเวลาให้โคจรดึงดูดพลังได้เนิ่นนาน ปริมาณที่เติมคืนจึงนับว่าไม่น้อย

การพึ่งพาการดูดซับพลังงานต้นกำเนิดเพื่อเติมเต็มปราณแท้ ไม่ใช่หนทางที่ยั่งยืน ในที่สุดจ้าวหนิงก็ตัดสินใจเด็ดขาด

ข้อสรุปจึงกระจ่างแจ้ง

สิ่งที่จ้าวหนิงต้องการ หาใช่การกลืนกินพลังงานจากโรงงาน แก่นแท้ หรือสนามพลังงาน หากแต่เป็นการสกัดอนุภาคที่พื้นฐานยิ่งกว่านั้นออกมาจากมิติบรรยากาศโดยตรง

นี่จึงเป็นวิถีทางที่แท้จริง

หากว่ากันตามตรง พลังงานต้นกำเนิดเองก็เป็นสิ่งที่ถูกสกัดกลั่นกรองขึ้นมาเช่นกัน

ติดอยู่เพียงว่า ในชั้นบรรยากาศของโลกใบนี้ จะมีอนุภาคพื้นฐานเหล่านั้นหนาแน่นเพียงพอหรือไม่

ข้าจำต้องตั้งชื่อให้อนุภาคชนิดนี้...

จ้าวหนิงตระหนักถึงความจำเป็นในข้อนี้ เพื่อความสะดวกยามถ่ายทอดวิชาในอนาคต หากผู้บำเพ็ญเพียรจากต้าจิ้นหลั่งไหลข้ามมิติมายังโลกใบนี้เป็นทัพใหญ่ ในแง่การเดินลมหายใจเข้าออกโคจรพลัง ทุกคนย่อมต้องก้าวตามรอยทางที่เขาเบิกไว้ในยามนี้ การนิยามคำสื่อสารจึงมิอาจละเลยได้ เรียกมันว่า 'อนุภาคโกลาหล' ก็แล้วกัน

ประตูสู่โลกฝั่งตรงข้ามเปิดออกแล้ว ไม่อาจหวนคืน ต้าจิ้นมิอาจปิดประตูลงกลอนทำตัวเป็นนกกระจอกเทศมุดหัวซ่อนทราย การปะทะสังสรรค์ระหว่างราชวงศ์กับโลกใบนี้คือชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง

เมื่อถึงเพลานั้น เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรแห่งต้าจิ้นย่อมต้องยาตราทัพสู่โลกอนาคต การบุกเบิกแนวทางฝึกตนของจ้าวหนิงในยามนี้ จึงเป็นการปูรากฐานเพื่อการศึกระยะยาว

เขาต้องเค้นหาวิธีดึงดูดอนุภาคโกลาหลที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับธรรมชาติยิ่งกว่านี้

สิ้นกระแสความคิด จ้าวหนิงหลับตาลงอีกครา เริ่มเดินลมหายใจเข้าออก เพื่อเพ่งจิตสัมผัสเสาะหาอนุภาคโกลาหลในชั้นบรรยากาศ

ในฐานะอนุภาคพื้นฐาน อนุภาคโกลาหลย่อมไม่ดำรงอยู่๬๺่า๹โดดเดี่ยว หากแต่มักเกาะกลุ่มกันเป็นอนุภาคระดับที่สูงขึ้น ซึ่งเข้าใจได้ไม่ยาก ดุจดั่งกายเนื้อมนุษย์ที่ประกอบด้วยเลือดเนื้อและกระดูก มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ทว่าไม่มีผู้ใดมองเห็นหน่วยเซลล์ได้โดยตรง

สิ่งที่จ้าวหนิงต้องลงมือ คือการใช้พลังฝึกปรือระดับเทวะของตน จำแนกแยกสลายอนุภาคเหล่านี้ออกจากกัน

ความพยายามบังเกิดผลสัมฤทธิ์ในชั่วพริบตา

หากสมมติฐานที่ว่าอนุภาคแก่นแท้ก่อกำเนิดสรรพสิ่งเป็นจริง ทุกสิ่งในใต้หล้าล้วนเป็นเพียง 'กลุ่มก้อน' ของอนุภาคแก่นแท้ เมื่อแยกสลายสสารจนถึงจุดสิ้นสุด ย่อมต้องได้อนุภาคแก่นแท้มาไว้ในครอบครอง

แม้อนุภาคโกลาหลจะมิใช่อนุภาคแก่นแท้ ทว่ามันก็ดำรงอยู่ในสภาวะที่เฉียดใกล้ที่สุด ในกระบวนการแยกสลายสสารจากหยาบสู่ละเอียด การค้นพบอนุภาคเหล่านี้จึงเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่อาจหลีกพ้น

เลือดในกายจ้าวหนิงพลันแล่นพล่านด้วยความยินดี

ทว่าความปีติยังมิทันได้แผ่ซ่าน ใบหน้าของเขากลับแปรเปลี่ยนเป็นทะมึนตึง

ความทรมานตีตื้นขึ้นมาประหนึ่งเพิ่งกลืนกินระเบิดเข้าไปทั้งตัน

สาเหตุเรียบง่ายเหลือแสน... มันระเบิด

อนุภาคโกลาหลระเบิดตัวออก!

การแยกสลายอนุภาคไม่ใช่กระบวนการอันละมุนละม่อม แม้จ้าวหนิงจะใช้วิถีแห่งการฝึกตนและพึ่งพาอานุภาพระดับเทวะ ทว่าโดยแก่นแท้แล้วผลลัพธ์กลับไม่ต่างกัน

การระเบิดของอนุภาคนำไปสู่การแตกตัวของนิวเคลียสอะตอม

ปฏิกิริยานิวเคลียร์กำลังปะทุขึ้นภายในร่างเนื้อของเขา!

วินาทีนี้ ในห้วงทะเลปราณของจ้าวหนิง... กำลังมีกลุ่มควันเมฆรูปเห็ดระเบิดปะทุขึ้นมา!

ตอนต่อไป
บทที่ 1030 ความห่วงใย

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา