เรื่อง ปฐมตระกูลจ้าว : หวนคืนพลิกแผ่นดิน

ติดตาม
บทที่ 1039 ความสุข
บทที่ 1039 ความสุข
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

เมือง๩๦ิ๹รื่อเฉิงมีแก๊งติดอาวุธหนักครบมืออยู่เพียงหยิบมือ กลุ่มหมาป่าคลั่งนับเป็นหนึ่ง กลุ่มอัศวินมังกรนับเป็นหนึ่ง ส่วนกลุ่มถาวฮวาเซียนก็พอมีบ้างประปราย

นอกเหนือจากนี้ คลังอาวุธหนักของแก๊งอื่นนับว่าจำกัดจำเขี่ยอย่างยิ่ง ซึ่งคำว่าอาวุธหนักในที่นี้ ครอบคลุมถึงระเบิดเทอร์โมบาริก ปืนใหญ่เครื่องยิงลูกระเบิดแบบเบา และปืนกลอากาศขนาดเล็ก

กล่าวคือ นอกจากสามขุมอิทธิพลระดับหนึ่งแล้ว ยามกลุ่มอื่นในเมืองชั้นนอกเปิดศึกตะลุมบอนบนท้องถนน ล้วนพึ่งพาเพียงอาวุธปืนทั่วไป เสริมด้วยลูกกระสุนระเบิดและระเบิดมือเป็นหลัก

ส่วนอาวุธหนักอย่างเครื่องยิงจรวดหรือปืนกลหนัก จำนวนที่ครอบครองคือเส้นแบ่งความต่างระหว่างแก๊งระดับสองกับแก๊งระดับสาม

ยามนี้ ระหว่างที่สาวน้อยแห่งความมืดกำลังฝ่าสมรภูมิออกมา -่ากระสุนที่เธอเผชิญส่วนใหญ่เป็นเพียงกระสุนปืนธรรมดา ด้วยระยะยิงของลูกระเบิดและระเบิดมือที่มีจำกัด แก๊งที่อยู่วงนอกจึงไม่อาจใช้อาวุธรุนแรงเหล่านี้คุกคามเธอได้

กระนั้น ลูกระเบิดจากแก๊งระยะประชิด หัวรบจรวด และปืนกลหนักจากระยะไกล ผนวกกับกระสุนปืนนับไม่ถ้วน ยังคงสาดซัดถล่มย่านสลัมจุดที่สาวน้อยแห่งความมืดกำลังทะลวงผ่านจนราบเป็นหน้ากลอง

ร่างเพรียวพุ่งทะยานไปเบื้องหน้า สลัมรอบทิศพังทลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยภายใต้ม่านกระสุน กระสุนหลงทิศสาดกระจายไร้มุมอับ เสียงระเบิดดังกึกก้องไม่ขาดสาย ซัดบ้านเรือนชาวบ้านพังยับเยิน กำแพงถล่มครืน เศษอิฐหินปลิวว่อนเกลื่อนฟ้า

ภาพตรงหน้าดุเดือดและบ้าคลั่งถึงขีดสุด

ทว่า-่ากระสุนที่คุกคามสาวน้อยแห่งความมืดได้จริงกลับมีเพียงหยิบมือ ซากอาคารสองฟากถนนช่วยกำบังแนวยิงส่วนใหญ่ ส่วนระเบิดที่ตกลงมาอย่างบ้าคลั่งแทบไม่เคยหล่นลงมาในตรอกที่เธอเหยียบย่าง

หากม่านกระสุนเบื้องหน้าหนาแน่นจนปิดตายเส้นทาง สาวน้อยแห่งความมืดจะหักเลี้ยวเปลี่ยนทิศในเสี้ยววินาที

ในศึกนี้ สิ่งที่ขวางหน้าเธอมีเพียงพายุเพลิงและการระเบิด ไร้เงา ‘มนุษย์’ หน้าไหนอาจหาญมาขัดตาทัพ เพราะหากมีใครโผล่มา ย่อมถูกปืนไรเฟิลพลังงานต้นกำเนิดในมือเธอระเบิดร่างแหลกเป็นเศษเนื้อ

สาวน้อยแห่งความมืดโดนกระสุนหลงหรือสะเก็ดระเบิดบ้างหรือไม่ คำตอบคือโดน และโดนไปไม่ใช่น้อย ระเบิดตกใส่จนคลื่นกระแทกและเปลวไฟซัดกระทบร่างหรือไม่ ย่อมมี และบ่อยครั้งเสียด้วย

ส่วนซากปรักหักพังของสลัม เศษอิฐและคานไม้ที่ปลิวมาฟาดร่างเธอ ยิ่งมีมากจนนับไม่ถ้วน

ถึงกระนั้น โมเมนตัมการพุ่งทะยานของสาวน้อยแห่งความมืดกลับไม่อาจถูกหยุดยั้ง แม้ความเร็วจะชะลอลงบ้าง แต่ก็เพียงผิวเผิน ยังคงแสดงอานุภาพไร้เทียมทานดุจเดิม

เธอปราดเปรียวยิ่งยวด ไม่ได้ก้มหน้าตะลุยฝ่าอย่างบ้าบิ่น หากแต่คอยพลิกแพลงหลบหลีกอยู่ตลอดเวลา

จึงไร้เงาลูกระเบิดตกใต้ฝ่าเท้า ไร้แรงอัดระเบิดซัดกระเด็น และไม่เคยถูก-่ากระสุนปืนกลหนักสอยร่วงลงไปกองกับพื้น

“สมรรถภาพทางกายระดับนี้ ชั่วชีวิตในเมือง๩๦ิ๹รื่อเฉิงข้าเพิ่งเคยพบเห็นเป็นครั้งแรก ต่อให้เป็นหลี่ย่าเหวินที่ผ่านการเสริมสร้างพันธุกรรม หรือชายชราที่เป็นจักรกลสังหารโดยกำเนิด ก็เทียบไม่ติดฝุ่น”

จ้าวหนิงเร้นกายกระโดดทะยานไปตามแนวหลังคาตึกนอกแนวกระสุน สายตาจับจ้องสาวน้อยแห่งความมืดที่ตีฝ่าค่ายของกลุ่มแก๊งจนหลุดพ้นจากสมรภูมิชุลมุน พลางทอดถอนใจเงียบๆ

จ้าวหนิงอดสงสัยไม่ได้ว่า แท้จริงแล้วสาวน้อยแห่งความมืดผู้นี้มีตัวตนเช่นไรกันแน่

หากเธอเป็นยอดฝีมือระดับวิญญาณต้นกำเนิดของโลกนี้ จ้าวหนิงย่อมไม่ประหลาดใจ เพราะระดับวิญญาณต้นกำเนิดสามารถทำเรื่องพรรค์นี้ได้อย่างสบายมือและหมดจดงดงามกว่านี้เสียด้วยซ้ำ

ทว่าโลกใบนี้มียอดฝีมือระดับวิญญาณต้นกำเนิดอยู่จริงหรือ

กระทั่งหลี่ชิงเฟิงก็ยังอยู่เพียงระดับคุมปราณขั้นปลายเท่านั้น

บนร่างของสาวน้อยแห่งความมืด จ้าวหนิงสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังปราณแท้อย่างชัดเจน ทว่าความเข้มข้นกลับห่างไกลจากมาตรฐานของระดับวิญญาณต้นกำเนิดนัก ขณะเดียวกันเขายังสัมผัสได้ถึงการกระเพื่อมของพลังงานต้นกำเนิด ซึ่งเข้มข้นรุนแรงกว่าปราณแท้หลายเท่าตัว

ขุมพลังทั้งสองสายในร่างของเธอไม่ได้แยกขาดจากกัน หากแต่ไหลเวียนสอดประสานเป็นหนึ่งเดียว

ยามออกศึก พลังงานจะสั่นสะเทือนรอบกายจนเกิดเป็นสนามพลังขนาดย่อม กระสุนและสะเก็ดระเบิดทุกชิ้นที่หลุดเข้ามาในอาณาเขตจะถูกแทรกแซงจนสิ้นแรงส่ง ร่วงกราวลงสู่พื้นดิน

ตลอดการปะทะ ไร้กระสุนหรือสะเก็ดระเบิดความเร็วสูงชิ้นใดทะลวงผ่านสนามพลังเข้ามาคุกคามกายเธอได้เลย

ด้วยสนามพลังนี้เอง สาวน้อยแห่งความมืดจึงบุกตะลุยได้อย่างไร้พ่าย

ในสายตาของจ้าวหนิง สนามพลังนี้ละม้ายคล้ายปราณคุ้มกายของผู้บำเพ็ญเพียร หรือกล่าวอีกอย่างคือม่านพลังปราณแท้ สองวิถีต่างกันทว่าผลลัพธ์บรรจบจุดเดียวกัน ล้วนเป็นรูปแบบการควบแน่นและปลดปล่อยพลังงาน

ทว่าก็ยังมีความแตกต่าง ด้วยปราณแท้คือปราณแท้ ส่วนพลังงานต้นกำเนิดคือพลังงานต้นกำเนิด

“คนโลกนี้ใช้ร่างกายดูดซับและขับเคลื่อนพลังงานต้นกำเนิดได้โดยตรงแล้วหรือ” จ้าวหนิงขมวดคิ้วมุ่น ความคิดนี้ผุดขึ้นมาทำเอาเขาใจหายวาบ

หากเป็นเช่นนั้นจริง มนุษย์บนโลกนี้นับว่าน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง

หากการดูดซับและแปรใช้พลังงานนี้ถูกจัดตั้งเป็นระบบระเบียบ ย่อมไม่ต่างอะไรกับผู้บำเพ็ญเพียรในโลกของเขา ข้อแตกต่างเพียงหนึ่งเดียวคือ ฝ่ายหนึ่งใช้พลังงานต้นกำเนิด ส่วนอีกฝ่ายใช้ปราณแท้

“วิวัฒนาการของมนุษย์ไม่เคยหยุดนิ่ง หรือนี่คือเส้นทางที่มิอาจหลีกเลี่ยง ไม่ว่าจุดเริ่มต้นของแต่ละอารยธรรมจะเป็นเช่นไร ท้ายที่สุดแล้วล้วนต้องมุ่งสู่หนทางยกระดับและวิวัฒน์สังขารตนเอง”

ยิ่งคิดลึกซึ้ง จ้าวหนิงยิ่งสัมผัสได้ถึงความน่าเกรงขามของวิทยาศาสตร์

ทว่าในคราเดียวกัน เขาก็ตระหนักว่านี่เป็นกฎเกณฑ์อันมิอาจเลี่ยงของการพัฒนาอารยธรรม

มหามรรคาแตกแขนงสามพันสาย ทว่าปลายทางย่อมบรรจบที่เดียวกัน

“โลกเดิมแม้เทคโนโลยีจะล้าหลัง ทว่ากลับมีวิถีฝึกตนโดยอาศัยปราณแท้มาแต่บรรพกาล นี่คือเอกลักษณ์และความได้เปรียบของโลกฝั่งนั้น

ส่วนโลกแห่งนี้เริ่มต้นด้วยการพัฒนาเทคโนโลยี ยามวิทยาศาสตร์ก้าวหน้าจนสามารถทำความเข้าใจโลกได้อย่างลึกซึ้ง แม่นยำ และครอบคลุม ท้ายที่สุดย่อมค้นพบวิถีแห่งการฝึกตนเช่นกัน

ตามคำบอกเล่าของมั่วเสีย หากสืบสาวไปถึงแก่นแท้ ร่างกายมนุษย์เป็นเพียงมวลสสาร หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือกลุ่มก้อนพลังงาน มนุษย์ดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยการดูดซับสสารภายนอก เกิดการแลกเปลี่ยนพลังงานกับโลกภายนอกอย่างมิอาจเลี่ยง

ครั้นการแลกเปลี่ยนนี้ยกระดับถึงจุดสูงสุด ร่างกายมนุษย์ย่อมสามารถดูดซับอนุภาคพลังงานอันเป็นแก่นแท้และพื้นฐานที่สุดได้โดยตรงมิใช่หรือ

นั่นมิใช่การฝึกตนหรอกหรือ

การกลืนกินและย่อยอาหารล้วนพึ่งพาระบบทางเดินอาหาร อาศัยการแปรสภาพของสสาร ประสิทธิภาพต่ำเตี้ยและห่างไกลจากแก่นแท้ วิธีดูดซับพลังงานขั้นสูงกว่า ย่อมเป็นการกลืนกินอนุภาคพลังงานต้นกำเนิดโดยตรง!”

ห้วงคิดของจ้าวหนิงเตลิดไกลอย่างไม่อาจยับยั้ง ชั่วพริบตาเขาจินตนาการถึงความเป็นไปได้นับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะถูกหรือผิด เวลานี้เขาราวกับได้เปิดประตูบานใหม่สู่สัจธรรมแห่งจักรวาล

ละวางเรื่องอื่นไว้ก่อน เมื่อผู้บำเพ็ญเพียรในโลกของเขาบรรลุถึงระดับหนึ่ง ย่อมไม่จำเป็นต้องกินอาหารอีกต่อไป เพียงสูบซับปราณแท้ก็เพียงพอต่อการค้ำจุนสังขาร

วิถีนี้เรียกขานกันว่า 'การปี้กู่'

ที่ผู้คนยังคงเสพสุราอาหาร ล้วนเป็นเพราะติดใจในรสเลิศ ตกเป็นทาสตัณหาความอยาก หรือเพียงความเคยชินเท่านั้น

“ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการคาดเดา ไม่อาจด่วนสรุปภาพรวมจากสิ่งที่เห็นเพียงผิวเผิน ทุกสิ่งยังต้องการข้อพิสูจน์อันหนักแน่น”

หลังจากความคิดโลดแล่น จ้าวหนิงดึงสติกลับมาเยือกเย็นดังเดิม ยุติการคิดฟุ้งซ่าน แทนที่จะมานั่งจินตนาการเลื่อนลอย หนทางที่เข้าท่ากว่าคือการไปสัมผัสและทดสอบสาวน้อยแห่งความมืดผู้นี้ด้วยตนเอง

ทุกสิ่งเริ่มต้นจากสาวน้อยแห่งความมืด และทุกสิ่งต้องคลี่คลายที่ตัวนาง

......

สาวน้อยแห่งความมืดหลุดพ้นจากสมรภูมิ มุ่งหน้าเข้าสู่ใจกลางเมืองด้วยความเร็วสูง ไม่นานก็สลัดกองกำลังระดับหัวกะทิของพวกแก๊งที่ไล่ล่าจนหลุดลุ่ย กลืนหายไปในความวุ่นวายของตัวเมืองอย่างไร้ร่องรอย

เหล่าหัวกะทิของแต่ละแก๊งคลาดสายตาจากเป้าหมายจนต้องหยุดชะงักงัน ต่างพากันทุบอกกระทืบเท้า สบถด่าทอด้วยความเจ็บแค้น

เดิมทีพวกตนมีโอกาสคว้าอาวุธปืนพลังงานต้นกำเนิดมาครอง ทว่ากลับมัวแต่ห้ำหั่นกับศัตรู จนเปิดช่องให้การชิง 'ลองจูมส์' ล่าช้า ส่งผลให้อาวุธปืนพลังงานต้นกำเนิดตกไปอยู่ในกำมือของสาวน้อยแห่งความมืด

เมื่อนึกถึงความลำพองก่อนหน้านี้ที่มั่นใจว่าอาวุธปืนพลังงานต้นกำเนิดไม่มีทางหลุดลอย จนละเลยไม่ยอมกวาดล้างแก๊งเล็กตรงกลางให้สิ้นซาก สมาชิกแก๊งเหล่านี้ก็อับอายจนหน้าชา นึกเสียดายจนแทบกระอักเลือด

ทว่าความเสียดายไร้ความหมาย

สันดานพวกอันธพาลไม่มีทางยอมรับว่าตนเองผิด ความผิดย่อมต้องเป็นของผู้อื่น

พวกมันเบนเป้ากลับไปที่แก๊งกระจอกตรงกลาง โทษฐานที่ไม่ยอมศิโรราบแต่แรกและไม่ยอมส่งมอบอาวุธปืนพลังงานต้นกำเนิด ทุกคนจึงหันปากกระบอกปืน สาดโทสะและ-่ากระสุนเข้าใส่หัวกะโหลกของอีกฝ่ายแทน

แก๊งเล็กผู้เคราะห์ร้ายไร้โอกาสแก้ต่าง ถูกสาดกระสุนสังหารล้างบาง ศพไม่สวยแม้แต่รายเดียว

สิ้นซากแก๊งเล็ก ทว่าเสียงปืนกลับยังไม่สงบ แต่ละแก๊งเริ่มหันมาสบตากันด้วยประกายอาฆาต—ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก—ต่างฝ่ายต่างมองว่าอีกฝ่ายคือตัวเกะกะที่ขัดขวางไม่ให้ตนได้ครอบครองอาวุธปืนพลังงานต้นกำเนิด

หากไม่มีพวกสวะนี่ 'ลองจูมส์' คงตกเป็นของตนไปนานแล้วมิใช่หรือ

เวลานี้ไม่มีใครฉุกคิดสักนิดว่า ต่อให้ได้อาวุธปืนพลังงานต้นกำเนิดมาครอง จะต้านทานการแย่งชิงของสาวน้อยแห่งความมืดได้หรือไม่ พวกมันคิดเพียงว่า อีกฝ่ายทำลายแผนการใหญ่ที่จะขยายอิทธิพลขึ้นครองเมือง๩๦ิ๹รื่อเฉิงจนพังพินาศ

ในเมื่อเป็นศัตรู ซ้ำยังสร้างความสูญเสียใหญ่หลวง ย่อมไม่ต้องเสียเวลาเจรจา เพียงเล็งปากกระบอกปืนแล้วลั่นไกสังหาร

แม้อาวุธปืนพลังงานต้นกำเนิดจะอันตรธานไปแล้ว บรรดาแก๊งอันธพาลยังคงเปิดศึกเข่นฆ่ากันเองต่อไป

ดั่งฝูงหมาบ้าที่รุมขย้ำกันเอง ฉีกทึ้งเนื้อหนังจนเลือดท่วมกาย สิ้นสติสมประดีโดยสมบูรณ์

......

ทาเนีย หรือสาวน้อยแห่งความมืด ทะยานข้ามหลังคาบ้านดั่งเหินบิน

ตอนนี้เธอเบิกบานใจเหลือเกิน สุขล้นจนนัยน์ตาหยีโค้งเป็นเสี้ยวจันทร์ พลางส่งเสียงหัวเราะ ‘ฮิๆ’ ออกมาเป็นระยะ

“ทาเนียเอ๋ยทาเนีย เธอนี่เก่งกาจจริงๆ บุกเดี่ยวเข้าค่ายศัตรู ชิงเศียรแม่ทัพท่ามกลางกองทัพนับหมื่น—อ๊ะ ไม่สิ ชิงอาวุธปืนพลังงานต้นกำเนิดมาได้

ที่ยอดเยี่ยมกว่าคือไม่ระคายผิวเลยสักนิด ยอดไปเลย เธอควบคุมสัญชาตญาณกระหายการต่อสู้ท่ามกลางความคลุ้มคลั่ง และมุ่งมั่นทำภารกิจให้สำเร็จได้อย่างใจนึกแล้ว

โอ้ ทาเนีย นางฟ้าตัวน้อยของฉัน แม้แต่พระเจ้ายังต้องเอ่ยชมความก้าวหน้าของเธอแน่ๆ ฉันเอาหัวเป็นประกันเลย”

ในมโนสำนึกของทาเนีย ปรากฏภาพจำลองขึ้นมาเอง เป็นภาพท่ามกลางแสงตะวันอันอบอุ่น เธอยืนอยู่ท่ามกลางรอยยิ้มของทุกคน ล้อมรอบด้วยเสียงปรบมือและคำสรรเสริญชื่นชมจากทุกทิศทาง

พลันนึกถึงภาพนั้น ทาเนียก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มแก้มแทบปริ

เธอคิดในใจว่า ครั้งนี้เอาปืนไรเฟิล 'ลองจูมส์' กลับไปให้ทุกคนได้ตั้งสองกระบอก กำลังรบของพวกเราต้องพุ่งกระฉูดแน่ ศึกคราวหน้าจะไล่ถล่มศัตรูให้แตกกระเจิงได้สบายบรื๋อ

ถึงตอนนั้น คุณปู่โจวต้องชมว่า ‘โอ้ ทาเนีย นางฟ้าของฉัน ชัยชนะครั้งนี้ต้องยกความดีความชอบให้เธอ เธอคือสมาชิกคนสำคัญที่พวกเราขาดไม่ได้จริงๆ พระเจ้าทรงเป็นพยาน’

ยิ่งคิด นัยน์ตากลมโตกระจ่างใสดั่งสายน้ำของทาเนียพลันเปล่งประกายระยิบระยับดั่งเพชรน้ำหนึ่ง ประกายตานั้นบริสุทธิ์ดั่งแสงจันทร์ผ่อง และไร้เดียงสาราวกับเด็กทารก

ระหว่างที่ทาเนียกำลังเคลิบเคลิ้มในห้วงฝันอันแสนสุข สายตาเธอพลันแปรเปลี่ยนเป็นเฉียบคม สองเท้าหยุดชะงักฉับพลัน เอนกายไปเบื้องหลังทำมุมหกสิบองศากับแผ่นกระเบื้องหลังคา เบรกหยุดร่างที่กำลังพุ่งทะยานได้ในพริบตา

ตรงหน้า บนหลังคาตึกห่างออกไปเพียงช่วงถนนเดียว ปรากฏร่างของใครคนหนึ่งยืนตระหง่านขึ้นเงียบกริบ

ร่างนั้นยืนย้อนแสงตะวัน ท้าทายสายลม ปิดกั้นเส้นทางเบื้องหน้าของเธอไว้จนมิด

การประชิดตัวเข้าสู่ระยะตรวจจับของเธอในระยะไม่ถึงห้าสิบเมตรโดยไร้สัญญาณเตือนใดๆ พิสูจน์ว่าความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายไม่อาจประมาทได้แม้แต่เสี้ยววินาที

สองมือกระชับปืนไรเฟิลพลังงานต้นกำเนิดแน่น เธอสูดหายใจลึก รวบรวมสมาธิ จิตใจสงบนิ่งดุจผืนน้ำ ปรับสภาพร่างกายสู่จุดเตรียมพร้อมรบขั้นสูงสุดตามสัญชาตญาณ

ทว่าวินาทีถัดมา เมื่อสายตาจับโฟกัสใบหน้าของอีกฝ่ายได้ชัดเจน ริมฝีปากเล็กของเธอพลันอ้าค้างด้วยความตกตะลึง

ตอนต่อไป
บทที่ 1040 การปะทะกันครั้งแรก

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา