เรื่อง ระบบหลอมรวมที่บ้าคลั่ง — 疯狂炼妖系统
“รีดไถพวกเรา?”
เทวะรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ไม่เข้าใจความหมายในคำพูดของจิวซ่าป๋อ
เซี่ยฝูคุนที่เห็นดังนั้นก็แค่นเสียงเย็นชาออกมาทันที
“ก็ใช่น่ะสิ ข้ากำลังรีดไถพวกท่านอยู่ไงล่ะ? เร็วเข้า มีสมบัติล้ำค่าอะไรติดตัวอยู่ก็รีบส่งออกมาให้ข้าเสียดีๆ!”
“เหอะ!”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ของเซี่ยฝูคุน เทวะก็ไม่พอใจขึ้นมาทันที!
“เจ้าเด็กเมื่อวานซืน เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าอาศัยเพียงสัตว์อสูรระดับเก้าเพียงตัวเดียว จะสามารถต่อกรกับเงาผีของข้าได้?”
“ไม่ ไม่ ไม่”
เซี่ยฝูคุนรีบส่ายหน้า
“ข้าไม่เคยคิดจะตั้งตนเป็นศัตรูกับเงาผีของพวกท่าน แต่ถ้าพวกท่านยังรั้นจะมาหาเรื่องข้า ข้าเองก็ไม่กลัว”
“แต่ผู้อาวุโสเทวะ สิ่งที่เรากำลังหารือกันอยู่ตอนนี้ไม่ใช่เรื่องจะผิดใจกันหรือไม่ แต่มันคือเรื่องที่ว่าหากท่านไม่มีเหตุผลที่เหมาะสมพอ หรือไม่มีสมบัติที่ล้ำค่าพอจะแลกกับชีวิตของท่านละก็...”
มุมปากของเซี่ยฝูคุนแสยะยิ้ม
“เกรงว่าท่านคงไปจากที่นี่ไม่ได้แล้ว”
“เจ้าขู่ข้า!”
เทวะแค่นเสียงเย็น เขาเป็นถึงเทวะแห่งเงาผี ติดตามประมุขเงามานานหลายปี พบเจอเหตุการณ์ใหญ่โตมานับไม่ถ้วน แม้สัตว์อสูรระดับเก้าที่เซี่ยฝูคุนอัญเชิญออกมาจะทำให้เขารู้สึกว่าไม่อาจเอาชนะได้ด้วยตัวคนเดียว แต่หากคิดจะหลบหนี เขามั่นใจว่าคงไม่เหลือบ่ากว่าแรงนัก
“คำขู่ของข้ามันชัดเจนขนาดนั้นเลยหรือ?”
เซี่ยฝูคุนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามออกมา
“ยังต้องให้บอกอีกหรือ?!”
เทวะแทบจะกระอักเลือดตายด้วยความโมโห เซี่ยฝูคุนนี่มันตัวประหลาดประเภทไหนกันแน่?!
การปรากฏตัวของเทพมารอัคคี ยอดฝีมือของสำนักศึกษาอ้าวติงย่อมไม่อาจเพิกเฉยได้ เพราะเทพมารอัคคีตัวนี้เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งการทำลายล้าง อีกทั้งยังมีสายเลือดครึ่งหนึ่งมาจากขุมนรก จึงทำให้ผู้คนที่สัมผัสได้ต่างรู้สึกอึดอัดอย่างยิ่ง
ทว่า ไม่ว่าจะเป็นพวกของหลี่มู่ หรือจะเป็นฉู่ปิงและผู้อาวุโสไป๋ ในตอนนี้ต่างก็ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้หอสวรรค์เลยแม้แต่คนเดียว เพราะพวกเขารู้ตัวดีว่าย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเซี่ยฝูคุน
“เซี่ยฝูคุนผู้นี้ ถึงกับอัญเชิญสัตว์อสูรระดับเก้าออกมาได้...”
ที่ไกลออกไป หลี่มู่หรี่ตาลงเล็กน้อย คราวนี้เงาผีส่งยอดฝีมือขอบเขตต้นกำเนิดสวรรค์มาช่วยเพียงคนเดียว ดูท่าคงไม่อาจเอาชนะสัตว์อสูรระดับเก้าตัวนี้ได้แน่ เขาจึงเริ่มพิจารณาหาทางหนีทีไล่ไว้แล้ว
เพราะการปรากฏตัวของเซี่ยฝูคุน ได้ทำลายแผนการเดิมของเขาจนย่อยยับ
“ชิงเหอ การประลองสำนักศึกษาฝ่ายในหลังจากนี้เจ้าไม่ต้องเข้าร่วมแล้ว เงาผีจะส่งยอดฝีมือมาช่วยเจ้า เจ้าจงไปที่ตระกูลเยี่ยทันที จับตัวผู้นำตระกูลเยี่ยไว้เป็นตัวประกัน เพื่อบังคับให้เยี่ยชิงหว่านแต่งงานกับเจ้าเสีย”
เมื่อได้ยินคำพูดของหลี่มู่ หลี่ชิงเหอก็ชะงักไป
“เดี๋ยวก่อนสิท่านปู่”
“ทำเช่นนี้มันจะไม่ค่อยดีกระมัง? หากข้าทำเช่นนั้นแล้วชิงหว่านรู้เข้า นางต้องโกรธแค้นข้าแน่ เช่นนี้เราก็ไม่ใช่รักแท้น่ะสิ! ท่านต้องเข้าใจนะว่า การแต่งงานคือสุสานของบุรุษ ข้า...”
“หุบปาก!”
หลี่มู่ทนฟังหลี่ชิงเหอพล่ามไร้สาระไม่ไหว จึงซัดฝ่ามือลงบนร่างของหลี่ชิงเหอจนอีกฝ่ายสลบเหมือดไป จากนั้นหลี่มู่ก็ส่งกระแสจิตสายหนึ่งเข้าสู่ร่างของหลี่ชิงเหอเพื่อเข้าควบคุมสติสัมปชัญญะแทนทันที
“ชิงเหอ อย่าได้ตำหนิปู่เลย ปู่ทำเพื่อผลประโยชน์ของเจ้าทั้งนั้น ในภายหน้า เมื่อเจ้าได้ครอบครองดวงใจเจ็ดพิสุทธิ์และก้าวเข้าสู่ขอบเขตบรรลุเซียนแล้ว เจ้าก็จะเป็นที่หนึ่งในทวีปจิ่วโยว ถึงเวลานั้นเจ้าจะต้องขอบคุณปู่แน่”
หลี่มู่สูดลมหายใจเข้าลึก เนื่องด้วยต้องแบ่งแยกกระแสจิตออกไปส่วนหนึ่ง ทำให้ร่างกายของเขาในตอนนี้ดูอ่อนแรงลงเล็กน้อย
ส่วนหลี่ชิงเหอที่สลบไปเมื่อครู่ กลับลืมตาโพลงขึ้นมาทันควัน มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เขาไม่สนใจสถานการณ์การต่อสู้ทางฝั่งเซี่ยฝูคุนแม้แต่น้อย ทะยานร่างมุ่งตรงไปยังตระกูลเยี่ยทันที
การที่หลี่ชิงเหอทะยานขึ้นสู่ฟ้านั้น เซี่ยฝูคุนย่อมสังเกตเห็น แต่เขาเพียงปรายตามองแวบหนึ่ง เมื่อพบว่าอีกฝ่ายมีพลังเพียงระดับอานุภาพเทพขั้นต้น จึงไม่ได้ใส่ใจนัก เขายิ้มเย็นชาที่มุมปากพลางพูดกับเทวะที่อยู่ตรงหน้าว่า
“ผู้อาวุโสเทวะ ข้าให้เวลาท่านพิจารณามานานพอสมควรแล้ว หากท่านยังไม่ตัดสินใจอีกละก็ อย่าได้หาว่าข้าใจร้ายก็แล้วกัน”
“คิดจะรีดไถข้า ฝันไปเถอะ! วันนี้ข้ายอมรามือไปก่อน แต่หากพบกันคราหน้า มันจะเป็นวันที่เจ้าต้องเสียใจ!”
เทวะไม่ต้องการจะเสียเวลากับเทพมารอัคคี เพราะเขารู้ดีว่าต่อให้ตนเองรวมพลังกับจิวซ่าป๋อและหลี่มู่ ก็ไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ของเทพมารอัคคีตัวนี้ได้ ทันใดนั้นเขาจึงคว้าตัวจิวซ่าป๋อแล้วโยนร่างนั้นเข้าใส่เซี่ยฝูคุนทันที ก่อนจะอาศัยจังหวะนั้นหนีไปอย่างรวดเร็ว
“เฮ้ย! ยังไม่จ่ายค่าผ่านทางคิดจะหนีรึ?”
เซี่ยฝูคุนเห็นเทวะกำลังจะหนีก็แค่นเสียงหัวเราะ
ทันใดนั้น เทพมารอัคคีก็พ่นเพลิงโลกันตร์สายหนึ่งกวาดออกไป ห่อหุ้มร่างของจิวซ่าป๋อไว้ภายในพริบตา
ยอดฝีมือขอบเขตครึ่งก้าวต้นกำเนิดสวรรค์ผู้ยิ่งใหญ่ กรีดร้องออกมาอย่างน่าเวทนา...
ตาย!
ส่วนเซี่ยฝูคุนเองก็ไม่ได้นิ่งเฉย เขามองไปที่แหวนมิติซึ่งลอยอยู่กลางอากาศท่ามกลางเถ้าถ่านของจิวซ่าป๋อ แล้วคว้ามันมาไว้ในมือทันที
“พับผ่าสิ คุ้มจริงๆ!”
เมื่อได้ยินระบบหลอมปีศาจแจ้งว่าสิ่งของในแหวนมิติของจิวซ่าป๋อสามารถแลกแต้มหลอมรวมได้มากกว่าหนึ่งพันแต้ม ดวงตาของเซี่ยฝูคุนก็ลุกวาวขึ้นมาทันที
ขนาดทรัพย์สินของจิวซ่าป๋อยังมากขนาดนี้ แล้วเทวะขอบเขตต้นกำเนิดสวรรค์จะมีมากขนาดไหนกัน!
“ผู้อาวุโสเทวะ รอข้าด้วยสิขอรับ!”
เซี่ยฝูคุนรีบบังคับเทพมารอัคคีให้ไล่ตามไปทันที
“ไสหัวไปให้พ้น!”
เทวะไม่คาดคิดว่าเซี่ยฝูคุนจะตามตื๊อไม่เลิกเช่นนี้!
เจ้าเด็กนี่ไม่รู้จักหลักการที่ว่าศัตรูจนตรอกอย่าไล่ตาม (หมายถึง เวลาที่ศัตรูพ่ายแพ้จนตรอกจนไม่มีทางถอยแล้ว อย่าได้ไล่ล่าบีบคั้นจนเกินไป เพราะคนหรือสัตว์ที่สุนัขจนตรอกมักจะหันกลับมาสู้ตายแบบถวายชีวิต ซึ่งอาจทำให้ฝ่ายเราได้รับความเสียหายหนักอย่างคาดไม่ถึงได้) หรืออย่างไรกัน??!
แม้เทวะจะมีพลังถึงขอบเขตต้นกำเนิดสวรรค์ ทว่า...
จะไปสู้กับเทพมารอัคคีที่มีพลังถึงระดับต้นกำเนิดสวรรค์ขั้นสูงสุดได้อย่างไร?
เพียงไม่กี่อึดใจ เขาก็รู้สึกว่าร่างกายถูกโอบล้อมด้วยมวลอากาศร้อนระอุ
มิติโดยรอบถึงกับเกิดรอยร้าวเล็กๆ จากการถูกแผดเผาด้วยอุณหภูมิที่สูงจัด
เทวะหันกลับไปด้วยความหวาดหวั่น และทันได้เห็นด้ามกระบองยักษ์ในมือของเทพมารอัคคีกำลังฟาดลงมาที่ศีรษะของตนพอดี
“ฮึ่ม!”
เทวะแค่นเสียงคำราม สองมือยื่นออกไป ประสานอินอย่างรวดเร็ว
ตรงหน้าของเขามีกลุ่มหมอกสีขาวลอยออกมา แล้วควบแน่นกลายเป็นมังกรปราณ พุ่งเข้าปะทะกับด้ามกระบองของเทพมารอัคคี
“ตึง!”
ด้ามกระบองปะทะเข้ากับมังกรปราณอย่างจัง
มังกรปราณตัวนั้นไม่มีแม้แต่แรงจะต่อต้าน มันสลายตัวไปในพริบตา
ส่วนร่างของเทวะก็ถูกแรงกระแทกจนกระเด็นออกไปไกลหลายร้อยเมตร เขาคิดจะอาศัยจังหวะนี้สลัดการตามล่าของเซี่ยฝูคุน
“เจ้าต้องการอะไรกันแน่ถึงจะยอมปล่อยข้าไป?”
เทวะแทบจะสติแตกแล้ว เจ้าหมอนี่มันมีที่มาที่ไปอย่างไรกันแน่?
“ข้าบอกไปแล้วไงว่า ถ้าท่านไม่จ่ายค่าผ่านทางแล้วคิดจะหนีละก็ฝันไปเถอะ”
เซี่ยฝูคุนที่ยืนอยู่บนหัวของเทพมารอัคคีแค่นเสียงหัวเราะ พูดออกมาด้วยท่าทางเที่ยงธรรมประหนึ่งผู้ผดุงศีลธรรม
“มารดามันเถอะ!”
เทวะไม่เคยคิดเลยว่าตนเองจะต้องมาเจอกับคู่ต่อสู้แบบนี้ อกของเขาแทบจะระเบิดด้วยความโกรธแค้น
เขากลอกตาไปมาครู่หนึ่ง ก่อนจะควักศิลาวิญญาณหลายหมื่นก้อนออกมาจากแหวนมิติแล้วขว้างไปข้างหลัง
“หืม?”
เซี่ยฝูคุนเห็นวัตถุระยิบระยับมากมายถูกโยนมาทางตน
“ศิลาวิญญาณนี่!”
ลมหายใจของเขาเริ่มร้อนรุ่ม เทวะผู้นี้ ถึงกับใช้กลอุบายต่ำช้าเช่นนี้เชียวหรือ?
“ท่านคิดว่าศิลาวิญญาณเพียงไม่กี่ก้อนจะซื้อชีวิตท่านได้หรือ? ผู้อาวุโสเทวะ ชีวิตของท่านมันไร้ค่าเพียงนี้เชียวหรือ?”
เซี่ยฝูคุนบังคับให้เทพมารอัคคีตามเก็บศิลาวิญญาณไปพลาง แค่นเสียงหัวเราะใส่เทวะไปพลาง
“ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว——”
เมื่อเก็บศิลาวิญญาณหมด เซี่ยฝูคุนก็เห็นสมบัติสวรรค์และปฐพีอีกหลายชิ้นถูกโยนออกมาประหนึ่ง-่าฝนดาวตก ในขณะที่ร่างของเทวะก็เริ่มห่างออกไปเรื่อยๆ
“มารดามันสิ!”
เซี่ยฝูคุนสบถออกมา
เขาไม่สนใจสิ่งรอบข้าง จัดการอัญเชิญอสุราเงามายา เซียนในม่านหมอก และค้างคาวเสียงอสูรออกมาทั้งหมดทันที
“ของที่ตาเฒ่านั่นโยนออกมา พวกเจ้าเก็บมาให้หมด ห้ามตกหล่นแม้แต่ชิ้นเดียว เข้าใจหรือไม่?”
หลังจากสั่งสัตว์อัญเชิญทั้งสามเสร็จ เซี่ยฝูคุนก็แค่นเสียงหัวเราะ
คิดจะใช้อุบายแบบนี้มาหลอกล่อเขาหรือ? ดูถูกกันเกินไปหน่อยกระมัง?
ทันใดนั้น เขาก็รีบบังคับเทพมารอัคคีพุ่งทะยานไล่ตามเทวะไปทันที!
ทางด้านเทวะเดิมทีกำลังแอบกระหยิ่มยิ้มย่อง คิดไม่ถึงว่าเจ้าเด็กเซี่ยฝูคุนจะรับมือได้ง่ายถึงเพียงนี้ ถ้ารู้ว่ามันโลภมากปานนี้ เขาคงใช้วิธีนี้ไปตั้งนานแล้ว
ทว่าเขายังไม่ทันได้ดีใจนานนัก ก็เห็นเซี่ยฝูคุนไล่ตามมาติดๆ อีกครั้ง
“เจ้าเด็กบ้านี่!”
เทวะลนลาน รีบควักเอาสมบัติชิ้นแล้วชิ้นเล่าออกจากแหวนมิติแล้วขว้างใส่เซี่ยฝูคุน
แต่คราวนี้เซี่ยฝูคุนกลับไม่หวั่นไหว เขายังคงพุ่งตรงเข้ามาหาอย่างไม่ลดละ
“เอ๊ะ?”
เทวะเริ่มสับสน นี่มันไม่ใช่สไตล์ของเซี่ยฝูคุนเลยนี่นา!
ทว่า...
ยังไม่ทันที่เขาจะได้ตั้งตัว...
เขาก็เห็นที่ด้านหลังของเซี่ยฝูคุน มีร่างสามสายกำลังก้มหน้าก้มตาเก็บสมบัติที่เขาโยนทิ้งไปอย่างเอาเป็นเอาตาย...
เทวะ: “...”
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??