เรื่อง วิถียุทธเหนือโลก: ข้ามีระบบสังเคราะห์ไร้พ่าย
ซูี่คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าแค่ก้าวเท้าออกจากห้อง ตัวเองจะถูกตราหน้าว่าเป็นพวกหื่นกามไปซะได้ ด้วยความอับจนหนทาง ชายหนุ่มจึงทำได้เพียงอธิบายเรื่องราวสุดแสนจะปวดกะโหลกเมื่อคืนให้ทุกคนฟังอย่างละเอียด
พอฟังจบ ทุกคนต่างเบิกตากว้างอ้าปากค้าง ตู้เนี่ยนกวนถอนหายใจเฮือกใหญ่ ฟาดฝ่ามือลงบนไหล่ซูี่ดังป้าบ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงรู้ทัน
"ซูี่... ลูกผู้ชายด้วยกัน ฉันเข้าใจเว้ย แต่ไอ้ข้ออ้างห่วยแตกพรรค์นี้ พวกเราไม่ได้กินหญ้าเป็นอาหารนะเว้ย"
พูดจบ ตู้เนี่ยนกวนก็หันไปกวักมือเรียกพรรคพวก
"ไปสิพวกเรา มัวยืนบื้อเป็นสากกะเบืออะไรอยู่ตรงนี้อีกล่ะ ยังฟังความหมายแฝงของซูี่ไม่ออกอีกหรือไง ก้างขวางคอชิ้นเบ้อเริ่มเลยนะเว้ย!"
ทุกคนหัวเราะคิกคักอย่างรู้กัน ก่อนจะทะยอยเดินตามตู้เนี่ยนกวนออกจากโรงแรมไป
ซูี่ยิ่งไปไม่ถูกหนักกว่าเดิม เขามองตามแผ่นหลังพวกตู้เนี่ยนกวน สลับกับก้มมองหลิงเอ๋อร์ที่กำลังทำตาแป๋วแหววใสซื่อบริสุทธิ์ เส้นเลือดตรงขมับพลันเต้นตุบๆ ขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
ทันใดนั้น หลิงเอ๋อร์ก็หันขวับไปอีกทิศทางหนึ่ง
"มีคนมา!"
ซูี่หรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนจะตวัดสายตามองตามไป
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือ ร่างของเด็กสาวในชุดฝึกยุทธ์สีขาวบริสุทธิ์ ที่ไม่รู้ว่าโผล่มาประชิดตัวซูี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ นัยน์ตาของเธอเย็นเยียบประดุจธารน้ำแข็งหมื่นปี สายตาทิ่มแทงที่จ้องมองมาอย่างโจ่งแจ้งนั้น แผ่รังสีอำมหิตจนซูี่รู้สึกเจ็บแปลบที่ใบหน้า
คิ้วของซูี่ขมวดเข้าหากันมุ่น
"เธอเป็นใคร?"
ทว่ายังไม่ทันที่เด็กสาวชุดขาวจะอ้าปาก หลิงเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ข้างกายก็ชิงสวนขึ้นมาก่อน
"ทังเนี่ยนปิง... ศิษย์ของ 'เป่ยหวัง'"
รูม่านตาของซูี่พลันหดเกร็งวูบ!
ศิษย์ของยอดฝีมือระดับราชันโผล่มาอีกคนแล้วงั้นเหรอ! ตั้งแต่ก้าวเท้าเหยียบเมืองเจิ้นหนาน ถ้านับหลิงเอ๋อร์รวมเข้าไปด้วย เขาก็ปะทะกับศิษย์ของระดับราชันถึงสองคนเข้าไปแล้ว
เนื่องจากยอดฝีมือระดับราชันของเผ่ามนุษย์ทั้งแผ่นดินมีอยู่แค่หยิบมือเดียว! ถ้านับตัดพวกราชันรักสันโดษที่ไม่ยอมรับศิษย์ออกไป จำนวนลูกศิษย์สายตรงของระดับราชันทั้งหมด... ยังไงก็มีไม่ถึงหลักสิบคนด้วยซ้ำ!
ทว่าเพียงวันเดียว เขากลับเดินชนมารน้อยถึงสองคน! ดวงส้มทั้งสวนหล่นใส่แบบนี้ ถ้าไม่รีบไปซื้อหวยก็คงถื่าขาดทุนย่อยยับแล้วจริงๆ
แววตาของซูี่ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด สิ่งที่แตกต่างจากหลิงเอ๋อร์อย่างเห็นได้ชัดก็คือ สายตาที่ทังเนี่ยนปิงใช้จ้องมองมา มันคือสายตาหยิ่งยโสของเบื้องบนที่กำลังประเมินสิ่งมีชีวิตเบื้องล่างอย่างเหยียดหยาม!
"หึ... ก็สมกับเป็นลูกศิษย์ของราชันพิฆาตมังกร สันดานมักมากเหมือนอาจารย์ของแกไม่มีผิด... เป็นไอ้ผู้ชายเฮงซวยกันทั้งคู่!"
ทังเนี่ยนปิงกวาดสายตาเหยียดหยามซูี่ ก่อนจะปรายตามองหลิงเอ๋อร์ แล้วแค่นหัวเราะเยาะในลำคอ
ซูี่ถึงกับงงเป็นไก่ตาแตกไปอีกรอบ
สถานการณ์บ้าอะไรกันวะเนี่ย? ทำไมจู่ๆ ฉันถึงโดนด่าว่าเป็นไอ้ผู้ชายเฮงซวยไปได้? ชายหนุ่มมองสลับระหว่างทังเนี่ยนปิงกับหลิงเอ๋อร์ ยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ แล้วสวนกลับไป
"คุณผู้หญิงครับ เราสองคนสนิทกันถึงขั้นมาด่าฉอดๆ แบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?"
ทังเนี่ยนปิงเมินคำถามของซูี่หน้าตาเฉย และเอาแต่พูดจาเออออไปเองฝ่ายเดียว
"ท่านอาจารย์สั่งให้ฉันมาหาแก บอกว่าวาสนาของฉันผูกติดอยู่กับแก... แต่ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าอาจารย์ฉันตาบอดหรือเปล่า ถึงได้คิดว่าคนสวะอย่างแกคู่ควรกับฉัน"
ใบหน้าของทังเนี่ยนปิงทวีความเย็นชาขึ้นเรื่อยๆ
"คิดไม่ถึงเลยว่า การสอบเกาเข่ายังไม่ทันจะเริ่ม แกก็มั่วสุมควงผู้หญิงไปทั่วซะแล้ว"
พรึ่บ!
หลิงเอ๋อร์ก้าวฉับพลันเข้ามาขวางหน้าซูี่ทันที ร่างบอบบางกางแขนออกราวกับแม่ไก่ปกป้องลูกเจี๊ยบ ภายในดวงตากลมโตที่เคยไร้เดียงสา บัดนี้อัดแน่นไปด้วยรังสีอำมหิตมุ่งร้าย!
"สามีเป็นของฉัน! ใครหน้าไหนก็แย่งไปไม่ได้ทั้งนั้น!"
ตูม!!
ทันใดนั้น พลังงานอันบ้าคลั่งสายหนึ่งก็พลันระเบิดทะลักออกมาจากร่างเล็กจ้อยของหลิงเอ๋อร์ ท่ามกลางฟ้าดิน ราวกับมีกลิ่นอายเย้ายวนอันตรายแผ่ซ่านตลบอบลไปทั่ว
และบนเรือนร่างของเด็กสาว ประกายแสงสีทองหม่นก็สาดส่องเจิดจ้าขึ้นในพริบตา!
แสงสีทองหม่น!
รูม่านตาของซูี่หดเกร็งวูบ "กายาทองคำไร้มลทิน!"
นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ซูี่ได้ประจักษ์ถึงผู้ครอบครองกายาทองคำไร้มลทินคนอื่นด้วยตาตัวเอง! รัศมีสีทองหม่นค่อยๆ ควบแน่นขึ้นอย่างช้าๆ และบนเกราะกายาทองคำนั้น... กลับปรากฏลวดลายสลักลึกถึง 'ห้าเส้น' อย่างชัดเจน!
กายาทองคำไร้มลทินขั้นห้า!
จิตใจของซูี่สั่นสะท้านอย่างรุนแรง!
ในโลกนี้คงไม่มีใครรู้ซึ้งถึงนรกของการยกระดับกายาทองคำไร้มลทินได้ดีไปกว่าเขาอีกแล้ว การจะเลื่อนขั้นจากขั้นหนึ่งไปจนถึงขั้นห้า ทรัพยากรที่ต้องนำมาผลาญนั้นมันจะมหาศาลขนาดไหน! แถมมันยังต้องมีพรสวรรค์ระดับปีศาจอีกต่างหาก!
ทว่า... เด็กหญิงตัวกระเปี๊ยกตรงหน้าที่ดูเหมือนจะอายุน้อยกว่าเขาเสียด้วยซ้ำ กลับทะลวงไปถึงระดับห้าแล้ว!
พลังรบอันน่าสะพรึงกลัวระดับนี้ ต่อให้โยนเข้าไปใน 'ทำเนียบอัจฉริยะ' ก็ต้องมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วหล้าอย่างแน่นอน!
เมื่อคิดถึงจุดนี้ สมองของซูี่ก็คุดคุ้ยความทรงจำเกี่ยวกับรายชื่อบนทำเนียบอัจฉริยะแห่งต้าเซี่ยรัวๆ ในที่สุด ความคิดของเขาก็หยุดชะงักกึกอยู่ที่ตัวหนังสือบรรทัดหนึ่ง...
'อันดับที่เจ็ดสิบแปด ทำเนียบอัจฉริยะ... อู๋หลิงเอ๋อร์ กายาทองคำไร้มลทินขั้นห้า!'
วินาทีนี้ ซูี่ถึงกับต้องสูดลมหายใจลึก มองแผ่นหลังเล็กๆ ของอู๋หลิงเอ๋อร์ด้วยแววตาเคร่งเครียด
อันดับที่เจ็ดสิบแปดในทำเนียบอัจฉริยะ... ไม่ใช่เรื่องเอามาล้อเล่นได้เลยนะโว้ย!
ทำเนียบอัจฉริยะนั้นเป็นสมรภูมิเดือดที่สงวนไว้สำหรับยอดฝีมือช่วงอายุสิบแปดถึงยี่สิบห้าปีเท่านั้น! การที่แม่หนูนี่สามารถเบียดขึ้นไปรั้งอันดับที่เจ็ดสิบแปดได้ด้วยวัยเพียงสิบแปดปีบริบูรณ์... ก็เป็นเครื่องการันตีชั้นดีแล้วว่ายัยนี่คือปีศาจในคราบมนุษย์!
เบื้องหน้าพวกเขา ทังเนี่ยนปิงจ้องเขม็งไปที่รังสีออร่าของหลิงเอ๋อร์ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"ที่แท้ก็ศิษย์ของเม่ยหวังนี่เอง... มิน่าล่ะ"
เธอละสายตาจากหลิงเอ๋อร์ แล้วตวัดกลับมาจิกกัดซูี่อีกรอบ
"หึ... ไอ้ผู้ชายเฮงซวย!"
พูดจบ เธอก็สะบัดหน้าหมุนตัวเดินจากไปทันที
ซูี่ยกมือขึ้นลูบปลายจมูกปอยๆ สีหน้ายิ่งดูโง่งมหนักกว่าเก่า
อะไรของยัยประสาทนี่วะ! ฉันยังไม่ได้ทำ-่าอะไรเลยสักนิด ทำไมถึงโดนด่าว่าเป็นไอ้ผู้ชายเฮงซวยซ้ำซากอยู่ได้โว้ย!
เมื่อเห็นทังเนี่ยนปิงเดินลับตาไป หลิงเอ๋อร์ก็สลายกลิ่นอายพลังอันตรายของตัวเองกลับคืน ก่อนจะใช้สองมือเล็กๆ เข้าไปควงแขนซูี่หมับ
"สามี... ยัยผู้หญิงนิสัยไม่ดีคนนั้นไปแล้วล่ะ"
ซูี่พยายามจะแกะแขนตัวเองออก แต่กลับพบว่าท่อนแขนเรียวเล็กที่ดูเหมือนนุ่มนิ่มไร้เรี่ยวแรงของหลิงเอ๋อร์ กลับล็อกแน่นหนาราวกับคีมเหล็ก ต่อให้เขางัดพลังดึงแค่ไหนก็ไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่มิลลิเมตรเดียว!
หมดปัญญาขัดขืน ชายหนุ่มจึงทำได้เพียงปล่อยเลยตามเลย
ซูี่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ "นี่มันวันโลกาวินาศอะไรกันวะเนี่ย ทำไมเช้ามาถึงเจอแต่พวกตัวประหลาดรุมทึ้งด้วยฟะ"
หลิงเอ๋อร์ที่เกาะหนึบอยู่ข้างๆ เบิกตากลมโต จ้องมองเขาด้วยท่าทางใสซื่อน่ารังแก
"สามี... กำลังด่าว่าฉันเป็นตัวประหลาดงั้นเหรอ?"
พูดจบ หยาดน้ำตาสีใสก็เริ่มเอ่อคลอเบ้าเตรียมจะหยดแหมะ
ซูี่หัวหมุนรีบลนลานง้อทันที "จะเป็นไปได้ยังไงล่ะ! ฉันหมายถึงยัยผู้หญิงปากปีจอคนเมื่อกี้ต่างหากเล่า!"
เขาปาดเหงื่อปลอบใจแม่คุณจนมือไม้ปั่นป่วนไปหมด กว่าหลิงเอ๋อร์จะยอมสงบลงและเปิดปากเล่าความจริง
"ยัยนั่นเป็นลูกศิษย์ของเป่ยหวังน่ะ ฉันเคยได้ยินอาจารย์เล่าให้ฟัง... ว่าตอนสาวๆ ทั้งอาจารย์แล้วก็เป่ยหวังต่างก็ตกหลุมรักราชันพิฆาตมังกรหัวปักหัวปำทั้งคู่ แต่สุดท้ายอาจารย์ก็เป็นฝ่ายเผด็จศึก... ได้ราชันพิฆาตมังกรไปครอง"
"เป่ยหวังแค้นจัดทนความหยามหน้าไม่ไหว ก็เลยบุกไปเปิดศึกซัดกับท่านอาจารย์ซะยกใหญ่ แต่ผลลัพธ์คือสูสีคู่คี่กินกันไม่ลง... และนับตั้งแต่ศึกชิงนายครั้งนั้นเป็นต้นมา ทั้งท่านอาจารย์กับเป่ยหวังก็ตัดขาดความสัมพันธ์ มองหน้ากันไม่ติด และไม่ขอยุ่งเกี่ยวกันอีกเลย"
เมื่อได้ฟังนิยายรักสามเส้าจากปากหลิงเอ๋อร์ ซูี่ก็ยิ่งรู้สึกระอาใจจนอยากจะบ้าตาย
สรุปก็คือ... ไอ้เรื่องปวดกบาลทั้งหมดนี่ ต้นตอมันมาจากท่านอาจารย์ที่ไปหว่านเสน่ห์เอาไว้สินะ!
แต่จะว่าไป... ท่านอาจารย์ของเขานี่ก็คารมร้ายกาจระดับตำนานจริงๆ แฮะ! ถึงขั้นตกยอดฝีมือระดับราชันได้พร้อมกันถึงสองคน แถมยังปั่นหัวให้พวกตัวแม่มาเปิดศึกตบตีแย่งชิงตัวเองได้อีกต่างหาก!
แต่ประเด็นที่ทำให้ซูี่สะดุดหูที่สุด... ก็คือประโยคที่บอกว่าอาจารย์ถูกเม่ยหวัง 'เผด็จศึกได้ไปครอง' นั่นต่างหาก!
ซูี่ลอบหัวเราะชั่วร้ายในใจ
หึๆ... ไว้คราวหน้าเจอหน้าท่านอาจารย์เมื่อไหร่ ฉันต้องซักไซ้ไล่เรียงเรื่องใต้เตียงนี่ให้กระจ่างซะแล้ว ว่าตกลงมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่!
หลังจากต่อจิ๊กซ์วีรกรรมของอาจารย์จนกระจ่างแจ้ง ซูี่ก็ยักไหล่เบาๆ
"เอาเถอะ ในเมื่อรู้ต้นสายปลายเหตุแล้ว งั้นพวกเราก็ไปกันเถอะ ขืนมัวแต่โอ้เอ้เดี๋ยวจะเข้าสอบไม่ทันเอา"
พูดจบ เขาก็ลากยัยปลิงหลิงเอ๋อร์ มุ่งหน้าตรงไปยังสนามสอบใจกลางเมืองเจิ้นหนานทันที
...
วันนี้ คืันเปิดม่านศึกสอบจำลองอย่างเป็นทางการ!
และยังเป็นวันที่เมืองเจิ้นหนานเดือดพล่านคึกคักที่สุดในรอบปี! ถึงแม้การสอบจำลองในวันนี้จะยังเทียบการสอบเกาเข่าระดับประเทศไม่ได้ แต่สำหรับภูมิภาคใต้แล้ว นี่คืองานเทศกาลแห่งการนองเลือดที่ยิ่งใหญ่ที่สุด!
ก็แหงล่ะ ผู้ท้าชิงสิทธิ์เข้าสอบจำลองได้ ล้วนเป็นระดับหัวกะทิตัวท็อปจากแต่ละมณฑลทั้งสิ้น การที่จะได้เห็นยอดอัจฉริยะมารวมตัวเดินเพ่นพ่านให้ขวักไขว่ภายในงานเดียวนั้น ไม่ใช่ภาพที่จะหาดูได้ง่ายๆ ตามท้องถนน
เวทีการสอบจำลองครั้งนี้ ถูกจัดขึ้น ณ สนามกีฬาขนาดยักษ์ใจกลางเมืองเจิ้นหนาน
ขณะนี้ บริเวณลานกว้างด้านนอกสนามกีฬาคลาคล่ำไปด้วยคลื่นฝูงชนที่แห่แหนมาเบียดเสียดกันยั้วเยี้ยราวกับฝูงมด มีคนจำนวนมหาศาลที่กระหายอยากจะเข้าไปชมการประลองด้านใน
ทว่าเนื่องจากไร้บัตรผ่านประตู พวกเขาจึงทำได้เพียงยืนเกาะขอบจอโฮโลแกรมยักษ์ที่ถ่ายทอดสดอยู่หน้าทางเข้าเท่านั้น ส่วนที่นั่งบนอัฒจันทร์ภายในสนามกีฬาที่กว้างขวางพอจะรองรับผู้ชมได้นับแสนชีวิต บัดนี้ถูกจับจองอัดแน่นจนเต็มทุกอณูพื้นที่!
คลื่นเสียงเชียร์และเสียงโห่ร้องตะโกนดังกึกก้องสะท้านฟ้า สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งลานประลอง!
ซูี่เดินล้วงกระเป๋าผ่านช่องทาง VIP เข้าสู่ตัวสนามกีฬา ส่วนหลิงเอ๋อร์นั้นถูกเจ้าหน้าที่แยกตัวให้ไปเข้าอีกประตูหนึ่ง เนื่องจากผู้เข้าแข่งขันจากแต่ละมณฑลจะมีช่องทางเตรียมตัวที่แตกต่างกัน ซูี่จึงเดินเข้าประตูพิเศษของมณฑลเจียงหนานไป ภายใต้สายตากลมโตที่มองตามอย่างอาลัยอาวรณ์ของแม่หนูหลิงเอ๋อร์
พอสลัดยัยปลิงน้อยหลุดไปได้ ซูี่ก็เป่าปากพรูลมหายใจอย่างโล่งอก
"ฟู่... ในที่สุดก็หลุดพ้นสักที เป็นโสดเดินตัวปลิวนี่มันประเสริฐที่สุดแล้วเว้ย จะแกว่งเท้าหาเสี้ยนหาเมียให้ปวดกบาลไปทำไมวะ!"
ชายหนุ่มสบถพึมพำอย่างเหลืออด ก่อนจะก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปในห้องพักรับรองของมณฑลเจียงหนาน
ทว่า... ทันทีที่ก้าวพ้นประตู สายตาจับผิดทุกคู่ก็พุ่งทะลวงมาเสียบทะลุร่างเขาเป็นจุดเดียว!
แถมพวกมันยังพากันชะเง้อคอมองลอดผ่านไหล่เขาออกไปสอดส่องด้านนอกอย่างรู้งาน แม้แต่อาจารย์อย่างเจียงซ่าง ยังอดไม่ได้ที่จะส่งสายตากรุ้มกริ่มมาให้
มุมปากของซูี่กระตุกยิกๆ อย่างห้ามไม่อยู่
ท้ายที่สุด เจียงซ่างก็เป็นฝ่ายลุกขึ้นยืน กระแอมไอเคลียร์คอเสียงดัง
"อะแฮ่ม! ซูี่... ไอ้เรื่องพรรณนั้นน่ะเพลาๆ ลงบ้างก็ดีนะ ถึงฉันจะไม่ได้หัวโบราณกีดกันความรักวัยรุ่น แต่ตอนนี้สิ่งที่สำคัญอันดับหนึ่งคือศึกสอบเกาเข่านะเว้ย!"
พูดจบ เขาก็พยักพเยิดหน้าเป็นสัญญาณให้พ่อหนุ่มยอดนักรักไปนั่งที่
ซูี่แทบอยากจะทึ้งหัวตัวเองให้รู้แล้วรู้รอด
เอาเข้าไป! ทีนี้แหละโดนเข้าใจผิดกู่ไม่กลับของจริงแล้วไง! เขาคร้านจะเปลืองน้ำลายอธิบายความบริสุทธิ์ ชายหนุ่มเดินหน้าบูดไปทิ้งตัวลงนั่งประจำที่ แล้วหลับตาลงตัดขาดจากโลกภายนอก
เข็มนาฬิกาเดินหน้าไปอย่างเชื่องช้า ครู่ต่อมา ซูี่ก็ลืมตาปริมขึ้น ค่อยๆ ทอดสายตามองผ่านกระจกนิรภัยออกไปยังลานประลองใจกลางสนามกีฬา
ภาพที่ปรากฏคือ เงาร่างกำยำล่ำสันดุจหมีควาย พุ่งทะยานแหวกม่านอากาศลงมาจากฟากฟ้า ก่อนจะทิ้งดิ่งกระแทกฝ่าเท้าตอกลงกลางลานประลองอย่างรุนแรง!
ตูม!!
คลื่นพลังงานอันเกรี้ยวกราดระเบิดกวาดซัดออกไปรอบทิศทางเป็นระลอกคลื่น!
พริบตานั้น เสียงโห่ร้องกระหึ่มทั่วทั้งลานประลองพลันตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า! ฝุ่นควันตลบอบลค่อยๆ จางลง เผยให้เห็นร่างของชายชราผมขาว ทว่ากลับมีมัดกล้ามเนื้อหนาเตอะปูดโปนแทบจะปริแตกออกมานอกเสื้อผ้า ยืนหยัดตระหง่านอยู่ใจกลางลานประลอง!
"ข้าขอประกาศว่า... ศึกสอบจำลองแห่งภูมิภาคใต้ ได้เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ บัดนี้!!"
น้ำเสียงทรงพลังที่อัดแน่นไปด้วยปราณยุทธ์ของชายชรา ดังกึกก้องกังวานสะกดทุกชีวิตทั่วทั้งสเตเดียม
เฮ้!!!!
วินาทีถัดมา เสียงคำรามโห่ร้องด้วยความเดือดดาลก็ระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่งสนามการแข่ง!
และทันทีที่สัญญาณเริ่มศึกดังขึ้น เหล่าอัจฉริยะในห้องพักของมณฑลเจียงหนานต่างก็สปริงตัวลุกพรวดขึ้นยืน แววตาฉายรังสีอำมหิต ก่อนจะเรียงแถวเดินทะยอยออกไปสู่สมรภูมิ
ทันทีที่ก้าวพ้นห้องพักรับรอง สิ่งที่รออยู่เบื้องหน้าคือห้องจำลองขนาดเล็กที่เรียงรายต่อกันเป็นตับ ซูี่กวาดตามองหาหมายเลข ก่อนจะเดินผลุบเข้าห้องที่ตรงกับรหัสประจำตัวสอบของตนเอง
ห้องสอบมีขนาดแคบๆ จุคนได้แค่คนเดียวพอดีตัว ภายในห้องว่างเปล่า มีเพียงโต๊ะและเก้าอี้ตัวเล็กวางตั้งอยู่โดดเดี่ยว และบนโต๊ะตัวนั้น... มีหมวกกันน็อกโลหะเชื่อมต่อระบบประสาทใบหนึ่งวางสงบนิ่งอยู่
ซูี่เดินทอดน่องไปทิ้งตัวลงนั่ง ก่อนจะคว้าหมวกโลหะใบนั้นขึ้นมาสวมครอบศีรษะโดยไม่ลังเล
วูบ!
เสี้ยววินาทีนั้น ซูี่สัมผัสได้ว่าภาพการมองเห็นตรงหน้าพลันบิดเบี้ยวหมุนคว้างอย่างกะทันหัน!
สติวูบดับไปชั่วขณะ ก่อนที่เขาลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ร่างของเขาก็ถูกเทเลพอร์ตมาโผล่อยู่ที่ตีนเขาลึกลับแห่งหนึ่ง สภาพแวดล้อมโดยรอบถูกโอบล้อมด้วยทะเลหมอกสีขาวบริสุทธิ์ที่ลอยอ้อยอิ่งไปมา ทิวทัศน์ตระการตางดงามราวกับดินแดนจำลองแห่งสรวงสวรรค์
ซูี่แหงนหน้าขึ้นมองเบื้องบน บันไดหินโบราณแต่ละขั้นทอดยาวพาดผ่านเป็นเส้นตรง ลากยาวจากจุดที่เขายืนทะลุเมฆาไปจนสุดยอดเขา เขาลองกวาดสายตาคำนวณดูคร่าวๆ บันไดหินแห่งนี้น่าจะมีอยู่ราวๆ หนึ่งร้อยขั้น ทอดยาวเหยียบขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของขุนเขาพอดิบพอดี
มุมปากของซูี่ยกยิ้มขึ้นอย่างท้าทาย ชายหนุ่มก้าวเท้าย่ำลงไปบนบันไดหินขั้นแรกอย่างหนักแน่นมั่นคง!
ในเวลาเดียวกัน โลกความเป็นจริงภายนอกมิติเสมือน
บนจอมอนิเตอร์โฮโลแกรมยักษ์เหนือลานประลอง รายชื่อของเหล่าอัจฉริยะหัวกะทิเริ่มเด้งรันขึ้นมาทีละบรรทัด!
[**ผู้เข้าสอบ: ิ๋นซิ่ว | สังกัด: ดินแดนฉู่ | คะแนนปัจจุบัน: 0**]
[**ผู้เข้าสอบ: อู๋หลิงเอ๋อร์ | สังกัด: จิงตู | คะแนนปัจจุบัน: 0**]
[**ผู้เข้าสอบ: ทังเนี่ยนปิง | สังกัด: เขตเหนือ | คะแนนปัจจุบัน: 0**]
[**ผู้เข้าสอบ: หนานโส่วเหริน | สังกัด: เมืองเจิ้นหนาน | คะแนนปัจจุบัน: 0**]
.....
[**ผู้เข้าสอบ: ซูี่ | สังกัด: มณฑลเจียงหนาน | คะแนนปัจจุบัน: 0**]
วินาทีที่รายชื่อระดับปีศาจเหล่านี้ถูกรีเฟรชฉายหราขึ้นบนจอยักษ์ คลื่นผู้ชมเรือนแสนก็เบิกตากว้าง กรีดร้องคำรามออกมาด้วยความตื่นเต้นจนเลือดสูบฉีดเดือดพล่าน!
"เริ่มแล้วโว้ย! เปิดฉากแล้ว!! ในที่สุดศึกนองเลือดของการสอบจำลองก็เริ่มต้นขึ้นซะที!!!"
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??