เรื่อง ยอดหมอเทวะบรรพกาล
กลางป่าลึกัเงียบสงัด
วิญญาณ่ลงนิ่งิใต้้าาสูงชัน
ลั่วหยางกระโดดลงจาก มุ่ง้าตรงไปยังแที่ฐาน้าา แนั้นแคบจนน่าอึดอัด กว้างไม่ถึงึ่งฟุต มนุษย์ปกติแทบจะมุดผ่านไปไม่ได้ สัตว์ป่าตัวเขื่องยิ่งไม่ต้องพูดถึง ทว่าเมื่อครู่ 'สภาวะเือัั' ของเขากลับตรวจจับื่ความผันผวนของพลังวิญญาณัุแ แผ่กระจายออกมาจากส่วนลึกของแนี้
แต่มันคืออะไร เขายังไม่อาจล่วงรู้ได้
เหยียนหูเดินตามหลังมาติดๆ "ลั่วหยาง เจ้าเพิ่งบอกเองไม่ใช่รึว่าเห็ดมักจะขึ้นในที่ชื้นแฉะและอับแสง บริเวณใต้้าานี้แห้งแล้งจนแทบไม่มีหญ้าสักต้น เราจะงมหา 'เห็ดเจ็ดอารมณ์หกปรานา' เจอได้ยังไง"
"มีบางอย่างซ่อนอยู่ในแนั่น" ลั่วหยางตอบกลับ
นางเลิกคิ้วด้วยความฉงน "สิ่งใดรึ"
"ข้า็ไม่รู้เหมือนกัน เ้าไปดูให้เห็นกับตาเถอะ" ลั่วหยางเร่งฝีเท้าไปหยุดยืนอยู่เบื้อง้าแ
หุบเขาแห่งนี้ตั้งอยู่ในมุมอับแสงอาทิตย์ แม้จะอยู่ใต้้าาที่ไร้ร่มไม้ปกคลุม บรรยากาศ็ยังมืดสลัว ทว่าลึกเ้าไปในความมืดมิดของแ กลับปรากฏแสงสว่างเรืองรองเล็ดลอดออกมาให้เห็น
เหยียนหูชะโงก้าเ้าไปส่องดู นางเบิกตากว้างพร้อมอุทานลั่น "ลั่วหยาง ข้างในนั้นมีแสงสว่างด้วย"
"เ้าไปดูให้รู้เรื่องกันไปเลย" ลั่วหยางตัดสินใจ ทันใดนั้นกระดูกทั่วร่างของเขาพลันส่งเสียงลั่นดังกรอบแกรบ ร่างกายหดเล็กลงครึ่งึ่งในชั่วพริบตา
"แค่เคล็ดวิชาย่นกระดูก ข้า็ทำได้" นางไม่ยอมน้อย้า ร่างกายส่งเสียงดังลั่นเช่นกัน ก่อนจะหดเล็กลงเื่ๆ จนหยุดลงที่ขนาดเพียงึ่งในห้าของร่างเดิม ความสูงไม่ถึงึ่งเมตร ทว่าสัดส่วนของนางยังคงสมส่วนดูน่ารักน่าชัง ผิดกับลั่วหยางที่ศีรษะยังคงใหญ่โตผิดรูป ดูตลกขบขันสิ้นดี
ดูเหมือนเคล็ดหลอมกระดูกพยัคฆ์คลั่งจะเกิดมาเพื่อเผ่าพันธุ์พยัคฆ์ขาวโดยแท้ แต่การที่มนุษย์เดินดินอย่างลั่วหยางสามาบ่มเพาะมาได้ถึงขั้นนี้ ็นับว่าปาฏิหาริย์มากแ้
"ข้าจะเป็นคนนำทางเอง" เหยียนหูมุดตัวแทรกเ้าไปในแอย่างคล่องแคล่ว
ลั่วหยางรีบมุดตามเ้าไปติดๆ เขามองตามแผ่นหลังเล็กจ้อยที่สูงไม่ถึงเมตรทว่าสัดส่วนโค้งเว้ายังคงชัดเจนของแม่เสือสาว จู่ๆ ความคิดอกุศลบางอย่าง็ผุดขึ้นมาในหัว
หยุดบ้าเดี๋ยวนี้... เขาสะบัดหัวไล่ความคิดบ้าๆ ทิ้งไป
เขารีดเค้นสภาวะเือััแผ่ขยายลึกเ้าไปในแ ยิ่งลึกเ้าไป ื่พลังวิญญาณ็ยิ่งแผ่ซ่านุแขึ้นเื่ๆ
เมื่อุ้จากเ้ทางแคบๆ ของแ ื้ี่เบื้อง้าพลันเปิดกว้างออก กลายเป็นโถงถ้ำขนาดย่อม แสงอาทิตย์ส่องทะลุแเพดานถ้ำลงมาตกกระทบลงบนเนินดินเล็กๆ กลางถ้ำพอดิบพอดี
บนเนินดินนั้น ปรากฏต้นไม้แห้งกรังต้นึ่ง ลำต้นสีดำิ สูงเพียงไม่กี่เมตร กิ่งก้านไร้ใบเหี่ยวเฉา ทว่าบนกิ่งก้านึ่งกลับมีผลไม้้าตาประหลาดห้อยต่องแต่งอยู่ รูปร่างของมันคล้ายมะม่วง ขนาดประมาณครึ่งชั่ง
ผิวผลไม้สีดำทะมึนไร้ความงดงาม ดูแห้งเหี่ยวและอัปลักษณ์จนไม่น่าเอาเข้าปาก ทว่าผลไม้อัปลักษณ์ลูกนี้นี่แหละ คือจุดกำเนิดของื่พลังวิญญาณมหาศาลที่ลั่วหยางััได้เมื่อครู่
ด้านหลังเนินดิน ปรากฏทุ่งหญ้าผืนเล็ก ใบหญ้าโปร่งแสงราวกับคริสตัล ลั่วหยางจำได้แม่นยำ มันคือ 'หญ้าคริสตัล' แบบเดียวกับในต้งเทียน และในดงหญ้าคริสตัลนั้นเอง าาของเขาปะทะเข้ากับกลุ่มเห็ดสีสันฉูดฉาด มันคือ 'เห็ดเจ็ดอารมณ์หกปรานา' เป้าหมายหลักของพวกเขา
ง่ายดายราวกับปอกกล้วยเข้าปาก
ประจวบเหมาะเกินไป แต่มัน็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเสียทีเดียว
ลั่วหยางเบนาากลับมาสำรวจต้นไม้สีดำประหลาดต้นนั้น มองปราดเดียว็เหมือนซากไม้ตายซาก แต่มันต้องมีอะไรซ่อนเร้นอยู่แน่
"ข้าจะเ้าไปดูใกล้ๆ" เขาก้าวเท้าตรงไปยังเนินดิน
ทว่าเหยียนหูกลับคว้าข้อมือเขาไว้หมับ "ลั่วหยาง ช้าก่อน"
เขาหันมองด้วยความฉงน "มีัใดรึ เจ้ารู้อะไรเกี่ยวกับมัน"
นางขมวดคิ้วครุ่นคิด "ข้าคุ้นๆ ว่าเคยอ่านผ่านตาในคัมภีร์บันทึกของมีค่าสวรรค์และปฐพีของท่านต้าหวัง ลักษณะของต้นไม้นี้คล้ายคลึงกับ..."
ความทรงจำของแม่เสือสาวดูเหมือนจะรวนไปชั่วขณะ
ลั่วหยางเร่งเร้า "คล้ายสิ่งใดรึ"
ดวงตาของนางเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น "ข้านึกออกแ้ ต้นไม้ต้นนี้ต้องเป็น 'ต้นไม้จอมตะกละ' ในตำนานอย่างแน่นอน"
"ต้นไม้จอมตะกละ..." ลั่วหยางทวนคำ ชื่อพิลึกพิลั่นแบบนี้เขาเพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก
นางพยัก้ารัว "ถูกต้อง ต้นไม้จอมตะกละ ในคัมภีร์ระบุไว้ว่ามันไร้ใบ ึ่งพันปีจะผลิดอก ึ่งพันปีจะออกผล และอีกึ่งพันปีผลจึงจะสุกงอม ยามใดที่ผลของมันแห้งเหี่ยว นั่นหมายความว่ามันสุกเต็มที่แ้ สิริรวมเวลาบ่มเพาะถึงสามพันปี ของล้ำค่าระดับตำนานเชียวนะ"
"มันกินได้หรือไม่" ลั่วหยางเริ่มตาลุกวาว ตามพล็อตนิยายกำลังภายในดาดๆ ผลไม้ศักดิ์สิทธิ์แบบนี้มักมีสรรพคุณโคตรโกง กินเ้าไปแ้พลังเวทเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด และดูจากสภาพแห้งกรังของมันในตอนนี้ เห็นชัดว่ามันสุกงอมพร้อมรับประทานแ้
แต่คำตอบของนางกลับทำลายความหวังของเขาจนป่นปี้ "กินไม่ได้"
อารมณ์ลั่วหยางดิ่งวูบ "หากกินไม่ได้ แ้มันจะมีประโยชน์ัใดเล่า"
"มันมีอีกสมญานามึ่งว่า 'ถุงไร้ก้น'"
"ถุง..."
"ใช่ มันคือของวิเศษประเภทมิติเ็บของ หากนำโลหิตไปชโลมทิ้งไว้ึ่งวันเต็ม ผลไม้จอมตะกละจะปริแตกออก เนื้อในของมันจะแปรสภาพเป็นถุงมิติธรรมชาติที่สามากักเ็บสิ่งของได้มหาศาล"
ลั่วหยาง "..."
"ประโยชน์ของมันยังไม่หมดเพียงเท่านั้น หากถุงมิตินี้เปื้อนเลือดของผู้เป็นนาย มันจะมีคุณสมบัติพิเศษในการลบล้างตราประทับเวท หรือแม้แต่ค่ายกลอาคมระดับเทพเซียนได้อีกด้วย" นางอธิบายเพิ่มเติม
"สรุปคือมัน็แค่ใยบวบขัดตัวเวอร์ชันอัปเกรดงั้นสิ" เขาบ่นอุบ ทว่าทันใดนั้น สมองัเฉียบแหลม็ฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้ ดวงตาทั้งสองข้างทอประกายวาววับ
หากมันสามาทำลายตราประทับและค่ายกลระดับเทพเซียนได้... งั้นมัน็ต้องใช้ทำลายค่ายกล 'ทมิฬสวรรค์' ที่กักขังพวกมังกรใน 'ถ้ำมังกร' ได้น่ะสิ หากเขาใช้เลือดสร้างถุงมิติ แ้หาทางกลับไปยังโลกมนุษย์ในจงถู่ เพื่อปลดปล่อย 'อวิ๋นหยา' และพี่ชายมังกรทั้งสามตัวขึ้นมาบนแดนเซียน ใคร้าไจะกล้าหือกับเขา
เพียงแค่เปิดอัลติอัญเชิญแก๊งมังกรเทพ เขา็สามาเดินกร่างเป็นปูในแดนเซียนได้อย่างไร้ข้อกังขา
"เหยียนหู เจ้ายังจำเรื่องอวิ๋นหยาและพี่ชายมังกรทั้งสามที่ข้าเคยเล่าให้ฟังได้หรือไม่"
"ข้าจำได้แม่นยำ"
"เช่นนั้น็ปล่อยมือข้า ข้าจะไปเด็ดผลไม้จอมตะกละลูกนั้น" ลั่วหยางใจร้อนดั่งไฟสุม
ทว่านางกลับกระชับฝ่ามือรัดข้อมือเขาไว้แน่นกว่าเดิม "ลั่วหยาง เจ้าไปไม่ได้เด็ดขาด"
"เหตุใดรึ" เขาสวนกลับด้วยความขัดใจ
"คัมภีร์บันทึกไว้ชัดเจน ที่ใดมีต้นไม้จอมตะกละ ที่นั่นย่อมมี 'งูสายฟ้า' ซุ่มซ่อนอยู่ เจ้าดูสภาพดำเป็นตอตะโกของต้นไม้จอมตะกละนั่นสิ นั่นเป็นเพราะมันโดนงูสายฟ้าปล่อยกระแสไฟฟ้าช็อตใส่จนไหม้เกรียมไงล่ะ"
"มีเรื่องประหลาดเช่นนี้ด้วยรึ" เขากวาดาาสำรวจรอบเนินดินอย่างระแวดระวัง ทว่ากลับไร้เงาของสัตว์เลื้อยคลานที่เรียกว่างูสายฟ้า
"ต้นไม้จอมตะกละต้องพึ่งพาพลังงานสายฟ้าในการเจริญเติบโต ในขณะเดียวกัน รากของมัน็จะหลั่งน้ำเลี้ยงวิเศษออกมา ซึ่งงูสายฟ้า็ใช้ชีวิตอยู่ได้ด้วยน้ำเลี้ยงนี้ พวกมันจึงเป็นวงจรพึ่งพาอาศัยกัน สำหรับงูสายฟ้า ผลไม้จอมตะกละคือสมบัติล้ำค่าที่สุดในชีวิต มันต้องกลืนกินผลไม้นี้เพื่อใช้ในการวางไข่ขยายพันธุ์ หากเจ้าบุ่มบ่ามไปเด็ดผลไม้ลูกนั้น ็เท่ากับไปตัดตอนการสืบพันธุ์ของมัน มันต้องสู้ตายแลกชีวิตกับเจ้าแน่"
ลั่วหยางเริ่มลังเล
เขาไม่เคยเห็น้าค่าตางูสายฟ้ามาก่อน ด้วยพลังระดับหางอึ่งของเขาในตอนนี้ ขืนบวกกันแ้พลาดท่าโดนงูแดกเป็นมื้อเย็น ตำนานของเขาคงจบลงอย่างน่าสมเพชที่สุด
"ลั่วหยาง พลังทำลายล้างจากอัสนีบาตของงูสายฟ้านั้นเทียบเคียงได้กับ 'ทัณฑ์สวรรค์' ต่อให้เป็นเทพเซียน็ยังต้องหลีกทางให้ นี่แหละคือเหตุผลที่ผลไม้จอมตะกละกลายเป็นของล้ำค่าหาตัวจับยาก ว่ากันว่ามีเพียงสุดยอดสำนักใหญ่ระดับท็อปเท่านั้นที่ได้ครอบครอง แม้แต่ในตลาดมืดของแดนเซียนยังหาซื้อไม่ได้ ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพวกนักล่าสมบัติเดินเพ่นพ่านกันให้ควั่กในดินแดนลี้ลับแห่งนี้ แต่กลับไม่มีใครล่วงรู้ถึงการมีอยู่ของต้นไม้จอมตะกละต้นนี้" นางยังคงตื่นเต้นไม่หาย
ัที่จริง ปัจจัยสำคัญคือขนาดของแบน้าาต่างหาก หากไม่มีเคล็ดวิชาย่นกระดูก มนุษย์้าไ็ไม่มีทางมุดเข้ามาเจอมันได้
"เจ้าหมายความว่า ท่าไม้ตายก้นหีบของงูสายฟ้าคือการปล่อยกระแสไฟฟ้าใช่หรือไม่" ลั่วหยางเริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
"ใช่แ้"
"งั้นข้าจัดการได้" ลั่วหยางไม่รอให้นางอนุญาต ร่างกายส่งเสียงลั่นเกรียวกราว กระดูกขยายตัวกลับสู่สภาพเดิมอย่างรวดเร็ว
มือเล็กจ้อยของเหยียนหูในร่างย่อส่วนไม่อาจรั้งข้อมือของเขาไว้ได้อีกต่อไป ในสภาพนี้ นางมีขนาดตัวเท่าเด็กสี่ห้าขวบเท่านั้น
"เช่นนั้นให้ข้าช่วยเจ้าสู้เถอะ" นางอาสา
เขารีบเบรกไว้ก่อนที่นางจะคืนร่าง "เจ้ารอข้าอยู่ที่ปากทางเข้าแ หากข้าพลาดท่าสู้ไม่ไหว เจ้าโกยแน่บทันที เดี๋ยวข้าจะวิ่งตามออกไปเอง"
"แต่ว่า..." แววตาของนางฉายแวววิตกกังวล
เขาจ้องตานางอย่างจริงจัง "เจ้าทนรับพลังทำลายระดับทัณฑ์สวรรค์ไหวหรือไม่"
นางส่าย้าอย่างจำนน
"็เห็นๆ กันอยู่ ข้ามี 'เกราะเกล็ดมังกร' คุ้มกาย พลังอาคมถูกสกัดกั้นไว้หมด ต่อให้ไอ้งูเวรนั่นจะเก่งกาจมาจากไ็ทำอะไรข้าไม่ได้ ข้าแค่เ้าไปเด็ดผลไม้แ้จะรีบชิ่งออกมาทันที"
นางอ้าปากคล้ายจะทักท้วง แต่็กลืนคำพูดลงคอไป
ลั่วหยางยกมือขึ้นลูบหัวแม่เสือสาวร่างจิ๋วเบาๆ คลี่ยิ้มละมุน "เชื่อฟังข้า กลับไปรอที่ปากทางเข้า"
"ถ้าเช่นนั้น... เจ้าต้องระวังตัวให้มากนะ" นางกำชับทิ้งท้าย ก่อนจะสับขาสั้นๆ วิ่งเตาะแตะกลับไปกบดานที่ปากแ
ลั่วหยางล้วง 'ยันต์หยินหยาง' ออกมาเตรียมพร้อม ยันต์หยินฟูและหยางฟูถูกกำไว้แน่นในมือซ้ายขวา ก่อนจะชัก 'กระบี่จิงเหลย' ออกจากฝัก สูดลมหายใจลึก มุ่ง้าตรงไปยังเนินดินใจกลางถ้ำ
เนินดินลูกนั้นสูงเพียงสิบกว่าเมตร เขากวาดาาสำรวจถ้วนถี่ ทว่ากลับไม่พบร่องรอยโพรงหรือถ้ำใดๆ ไร้วี่แววของงูสายฟ้าที่ว่า
ใจจริงเขาอยากจะตะโกนถามแม่เสือสาวว่าไอ้งูเวรนี่รูปร่าง้าตาเป็นเช่นไร ทว่านึกขึ้นได้ว่านาง็แค่จำมาจากในคัมภีร์ ขืนให้อธิบายคงยิ่งสับสนวุ่นวายไปกันใหญ่ ตัดสินใจลุยเดี่ยวดีกว่า
ไม่เข้าถ้ำเสือ ไฉนเลยจะได้ลูกเสือ ลุยแม่งเลย
ทันทีที่เขาก้าวเท้าเข้าใกล้เนินดิน...
เปรี้ยะ เปรี้ยะ เปรี้ยะ...
ประกายสายฟ้าแลบแปลบปลาบกลางอากาศอย่างไร้ต้นตอ ื่พลังงานอัสนีบาตพวยพุ่งขึ้นอย่างฉับพลัน
นี่คงเป็นการข่มขวัญทักทายผู้บุกรุกจากเจ้าถิ่น
สายฟ้าเ้ึ่งฟาดเปรี้ยงเข้าใส่ร่างลั่วหยาง ทว่าเกราะเกล็ดมังกรตอบสนองทันควัน ม่านพลังอาคมถูกกางออก ปะทะพลังงานสายฟ้านั้นจนสลายหายไปในอากาศ
หากนี่คืออานุภาพระดับทัณฑ์สวรรค์ที่แม่เสือสาวคุยเอาไว้ ลั่วหยางเริ่มมั่นใจว่าคัมภีร์ที่นางอ่านคงเป็นของปลอมเกรดมิลเลอร์แน่ๆ
ทว่าเขาไม่ประมาท สูดลมหายใจลึก รวบรวมพลังวิญญาณ พุ่งทะยานกระโจนเข้าใส่ต้นไม้จอมตะกละบนยอดเนิน
ตูม...
พื้นดินบนยอดเนินระเบิดออก เศษดินเศษหินสาดกระเซ็นเข้าใส่ลั่วหยางดุจ-่าฝน
เงาสีน้ำเงินสายึ่งพุ่งทะลวงออกจากกองซากปรักหักพัง พุ่งทะยานเข้าจู่โจมลั่วหยางอย่างเกรี้ยวกราด
ในที่สุดลั่วหยาง็ได้เห็นโฉม้าของสิ่งที่เรียกว่า 'งูสายฟ้า' ภาพในหัวของเขาคืออสรพิษยักษ์สีดำทะมึนลำตัวยาวเฟื้อย ทว่าสิ่งที่ปรากฏแก่าากลับเป็นสัตว์เลื้อยคลานสี่ขา มีหางยาว ลำตัวขนาดกะทัดรัด... นี่มันจระเข้ชัดๆ
งูสายฟ้าพ่องมึงสิ
ไอ้คัมภีร์บัดซบนั่น เชื่อหมาดีกว่าเชื่อมัน
ลั่วหยางไม่รอช้า ตวัดกระบี่จิงเหลยสวนกลับในเสี้ยววินาที
ทั้งชีวิตของเขา ไม่เคยมีสัตว์เลื้อยคลาน้าไอยู่ในาาอยู่แ้
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??