เรื่อง ยอดหมอเทวะบรรพกาล

ติดตาม
บทที่ 874 การอวดอ้างอย่างโจ่งแจ้ง
บทที่ 874 การอวดอ้างอย่างโจ่งแจ้ง
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

ทันใดนั้น ๬า๮์๼ีออปเทอริกซ์ตัวหนึ่งก็กระพือปีกโฉบเข้ามาในป่าเขา ลั่วหยางเหยียบกระบี่พุ่งทะยานลัดเลาะไปตามแมกไม้รกทึบ ทว่าเจ้านกเวรนั่นกลับบินวนเวียนล็อกเป้าอยู่เหนือหัวตลอดเวลา ไม่ว่าจะหักเลี้ยวสลัดทิ้งอย่างไรก็ไม่หลุดพ้น

เรือเหาะเนพพานขนาดยักษ์เคลื่อนตัวบดบังท้องฟ้า ไล่กวดตามหลัง๬า๮์๼ีออปเทอริกซ์มาติดๆ การที่เจ้านกผีนี่ล็อกพิกัดเป้าหมายได้ ก็เท่ากับชี้เป้าตำแหน่งของลั่วหยางให้พวกมันรู้แจ้งเห็นจริง นี่มันคือการไล่ล่าหมายเอาชีวิตกันชัดๆ

"สหายผู่ เจ้าหนีไม่พ้นแล้ว" น้ำเสียงเย็นชาของเจียงหานส่วงดังก้องลงมาจากฟากฟ้า

ลั่วหยางตะโกนสวนกลับไปทันควัน "เซียนหานส่วง ๬า๮์๼ีออปเทอริกซ์ของท่านตัวนี้มันตัวผู้หรือตัวเมียกันแน่ ถึงได้เอาแต่ตามตื๊อข้าไม่เลิกราขนาดนี้"

เจียงหานส่วงจับทิศทางเสียงจากในป่าได้ นางแค่นเสียงเย็นเยียบ "ความตายมาจ่ออยู่ตรงหน้า เจ้ายังมีหน้ามาเล่นลิ้นอีกหรือ"

"ถ้าตามติดขนาดนี้สงสัยคงเป็นตัวผู้แน่ ท่านคงจะรักมันมากสินะ... กลางค่ำกลางคืนได้เอามากอดนอนด้วยหรือไม่เล่า" เสียงยียวนของลั่วหยางยังคงดังแทรกขึ้นมา

ใบหน้างดงามของเจียงหานส่วงพลันเขียวคล้ำ โทสะในอกปะทุเดือดพล่านจนแทบกระอักเลือด

อิงหงศิษย์อาวุโสตะโกนด่าทออย่างเดือดดาล "คุณหนูของข้าบริสุทธิ์ผุดผ่อง สำนักเซวียนหนวี่ของเราไม่มีตัวผู้หน้าไหนทั้งนั้น เจ้ากล้าพูดจาจาบจ้วง หากจับตัวได้เมื่อไหร่ ข้าจะตัดลิ้นโสโครกของเจ้าทิ้งซะ"

"ไอ้หยา... ต้องขออภัยจริงๆ ข้าสะเพร่าเองที่ลืมไปว่าสำนักเซวียนหนวี่มีแต่สตรีล้วน" ลั่วหยางยังคงลอยหน้าลอยตากวนประสาท "เซียนหานส่วง ข้ากับท่านไร้ความแค้นต่อกัน ซ้ำข้ายังแบกรับเจตจำนงสุดท้ายของท่านบรรพชนเซวียนหนวี่มามอบให้ ท่านยกพวกมาตามล่าข้าแบบนี้ ไม่รู้สึกละอายใจต่อท่านบรรพชนบ้างเลยหรือ"

"เจ้ามันพวกต้มตุ๋น ขนวิหคเพลิงนั่นเจ้าต้องไปขโมยหรือปล้นใครเขามาแน่ กล้าดีอย่างไรมาแอบอ้างคำพูดบรรพชนเพื่อหลอกใช้ข้า วันนี้ข้าจะสับเจ้าเป็นชิ้นๆ" เจียงหานส่วงคำรามกร้าว รังสีอำมหิตแผ่ซ่าน

ลั่วหยางลอบถอนหายใจ ในใจตระหนักดีว่าตนเองเดินหมากพลาดไปสองจุดเต็มๆ

ข้อแรก... ตอนอยู่หุบเขาขุมทรัพย์เทพ เขาไม่ควรบุ่มบ่ามพยายามเปิดรอยแยกโลกแห่งเงาต่อหน้าเจียงหานส่วงทั้งที่ยังไม่เข้าใจกฎเกณฑ์ของแดนเซียนดีพอ พอทำพลาด ความน่าเชื่อถือของเขาก็ป่นปี้ไม่มีชิ้นดี สิ่งที่เคยบอกกล่าวเรื่องเก้าฟ้าเซวียนหนวี่จึงถูกปัดตกกลายเป็นคำลวงโลกไปโดยปริยาย

ข้อสอง... ทั้งที่ตกอยู่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน เขายังอุตส่าห์โลกสวยคิดจะใช้เหตุผลกับเจียงหานส่วงอีก กับสำนักที่แม้แต่นกที่เลี้ยงยังต้องคัดเฉพาะตัวเมีย เป็นดินแดนที่กีดกันบุรุษเพศเข้าไส้ ลำพังแค่เขาเกิดมาเป็นผู้ชายก็ถือเป็นความผิดบาปมหันต์แล้ว จะเอาตรรกะเหตุผลบ้าบออะไรไปคุยกับพวกนาง

แต่อย่างไรเสีย คำถามกวนประสาทเรื่องตัวผู้ตัวเมียเมื่อครู่ เขาไม่ได้พ่นออกไปส่งเดช แต่แฝงจุดประสงค์เอาไว้ ในเมื่อเจรจาด้วยดีไม่ได้ ก็มีแต่ต้องหักดิบชนกันให้ตายไปข้าง ไม่จำเป็นต้องไว้หน้าเก้าฟ้าเซวียนหนวี่อะไรนั่นอีกต่อไป

เบื้องหน้าปรากฏหุบเขาแคบชัน ลั่วหยางหักหัวกระบี่จิงเหลยทิ้งดิ่งลงจากเนินเขา พุ่งทะยานแหวกอากาศเข้าไปยังปากทางเข้าหุบเขาทันที ๬า๮์๼ีออปเทอริกซ์ยังคงบินเกาะติดอยู่เหนือหัวราวกับเงาตามตัว มันกระพือปีกโฉบตามเข้าไปในชั่วพริบตา

บนหัวเรือเหาะเนพพาน กลุ่มเซียนสาวในชุดสีแดงฉานและเซียวจิ่งเซวียนผู้มีใบหน้าหล่อเหลาติดหวานราวกับสตรี ต่างกวาดสายตามองลงมาจากเบื้องบน หุบเขาเบื้องล่างนั้นมีลักษณะแคบและทอดยาว สองข้างทางขนาบด้วยยอดเขาสูงเสียดฟ้ากว่าเจ็ดแปดพันเมตร ยอดเขาปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน ไร้ซึ่งร่มไม้บังตาให้หลบซ่อน

มุมปากของเจียงหานส่วงกระตุกเป็นรอยยิ้มเยือกเย็น "สภาพหุบเขาปิดตายเหมือนก้นถุง บนเขาไร้ป่าไม้ให้ซ่อนตัว... มันรนหาที่ตายชัดๆ"

เซียวจิ่งเซวียนคลี่ยิ้มประจบ "เซียนหานส่วง พวกเราก็แค่เคลื่อนเรือเหาะเนพพานไปลอยลำปิดทางออกกลางหุบเขา แล้วส่งคนไปเฝ้าสกัดตามยอดเขาไว้ เท่านี้ก็จับเต่าในไหได้สบายๆ แล้ว"

"ข้าก็คิดเช่นนั้น... เร่งความเร็ว" เจียงหานส่วงตวัดเสียงสั่งการเด็ดขาด

เรือเหาะเนพพานอัดพลังงานเต็มสูบ เครื่องยนต์ครางกระหึ่ม พุ่งทะยานดิ่งตรงไปยังใจกลางหุบเขาอย่างรวดเร็ว

ภายในพื้นที่หุบเขาแคบ ๬า๮์๼ีออปเทอริกซ์ตัวนั้นยังคงบินโฉบเลียบป่าไม้อย่างชัดเจน เกาะติดหนึบเป็นปลิงดูดเลือด สลัดอย่างไรก็ไม่ยอมหลุด

ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ท่ามกลางแมกไม้กลับมีเสียงทุ้มของบุรุษเปล่งบทเพลงดังสะท้าน "ข้าก้าวออกมาจากความโกลาหล ข้านำพาการทำลายล้างมาเยือน แม้แต่แมกไม้เห็นข้ายังต้องสั่นไหวอย่างบ้าคลั่ง..."

สิ้นเสียงเพลง ป่าไม้ผืนใหญ่ทั้งหุบเขาก็สั่นสะเทือนกึกก้องราวกับตอบรับพลังลี้ลับ

๬า๮์๼ีออปเทอริกซ์สูญเสียพิกัดการตามรอยของลั่วหยางไปในพริบตา ความเร็วในการบินของมันลดฮวบลงทันที

บนหัวเรือเหาะเนพพาน เจียงหานส่วงขมวดคิ้วแน่นด้วยความตกตะลึง "เกิดอะไรขึ้น"

ปฏิกิริยาของเซียวจิ่งเซวียนเองก็หน้าถอดสีไม่ต่างกัน "เมื่อครู่... ข้าเหมือนจะได้ยินไอ้สวะแซ่ผู่นั่นร้องเพลงอะไรบางอย่าง"

ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะพูดจบประโยค เสียงเพลงก็ดังกังวานท่ามกลางหุบเขาขึ้นมาอีกระลอก

"ผีเสื้อสีทองโบยบิน กลีบผกาเบ่งบานทั่วหล้า ดอกไม้ผลิดอกออกผล ผลสุกงอมหมักบ่มเป็นสุรา กลิ่นสุรารัญจวนใจผู้คน..."

สิ้นคำร้อง แมกไม้นานาพันธุ์ในหุบเขาไม่ว่าจะเป็นต้นอะไร ต่างพากันผลิดอกบานสะพรั่งเต็มกิ่งก้านอย่างผิดธรรมชาติ ดอกเปลี่ยนเป็นผล ผลสุกงอมบ่มเพาะกลายเป็นสุราชั้นยอดในชั่วอึดใจ ก่อนที่ผลไม้ซึ่งอัดแน่นไปด้วยของเหลวรสสุราจะระเบิดออกดังโพละ สายน้ำจัณฑ์พุ่งทะยานสาดกระเซ็นขึ้นสู่ท้องฟ้าดุจ-่าฝน

๬า๮์๼ีออปเทอริกซ์ที่เดิมทีบินต่ำโฉบเลียบยอดไม้โดนกระแสสุราสาดเข้าใส่ร่างอย่างจัง กลิ่นเหล้าหมักหมมเข้มข้นอัดเข้าสู่รูจมูกเต็มๆ เจ้านกบรรพบุรุษประคองสติได้ไม่ถึงสามวินาที ก็เมาคอพับคออ่อนร่วงลงมาตามแรงโน้มถ่วง

ประกายกระบี่เย็นยะเยือกตวัดวาบตัดผ่านอากาศ ก่อนที่ร่างของ๬า๮์๼ีออปเทอริกซ์จะทันตกถึงพื้น หัวของมันก็กระเด็นหลุดออกจากคอเลือดสาดกระจาย ซากนกไร้หัวร่วงกระแทกกิ่งไม้หักโค่นพังทลาย ก่อนจะตกลงมากระแทกพื้นดินเสียงดังสนั่น

"เสี่ยวอวี้" เจียงหานส่วงกรีดร้องลั่นด้วยความแค้นสุมอก นางดีดตัวพุ่งทะยานลงไปยังจุดที่นกสุดที่รักร่วงหล่นทันที

"คุณหนูระวัง" อิงหงร้องอุทานหน้าตื่น ก่อนจะหันไปตะโกนสั่งการ "ทุกคนตามข้ามา"

เซียนสาวในชุดแดงนับสิบชีวิตกระโจนพรวดลงจากหัวเรือ เหยียบกระบี่เซียนพุ่งทะยานติดตามผู้เป็นนายลงไปเบื้องล่างอย่างไม่คิดชีวิต

ลั่วหยางยืนกอดอกนิ่งอยู่ข้างซากนกไร้หัว สองเท้าเหยียบประคองอยู่บนกระบี่จิงเหลยลอยตัวเหนือพื้นดินราวหนึ่งเมตร เขาเงยหน้าขึ้นมองเหล่าเซียนสาวชุดแดงที่กำลังพุ่งทะยานเข้าหา รวมถึงเซียวจิ่งเซวียนไอ้หน้าจืดที่ชอบปั้นหน้าเป็นคนดีมีศีลธรรม

ด้วยขุมกำลังระดับนี้ หากเป็นสถานการณ์ปกติเขาควรจะโกยแน่บให้เร็วที่สุด ทว่าเขากลับเลือกที่จะลอยตัวนิ่งๆ อยู่ข้างซากนกอย่างไม่สะทกสะท้าน

ท่าทีนิ่งสงบผิดมนุษย์มนา ย่อมต้องมีกับดักแอบแฝง เซียวจิ่งเซวียนพลันฉุกคิดขึ้นมาได้ รีบตะโกนห้ามสุดเสียง "เซียนหานส่วง อย่าเพิ่งบุ่มบ่ามลงไป"

เจียงหานส่วงที่กำลังถูกโทสะครอบงำสะดุ้งตื่นจากภวังค์ จังหวะนั้นเองกลิ่นสุรารุนแรงก็ลอยปะทะจมูก นางจึงรีบเบรกกระบี่เซียนหยุดลอยตัวกลางอากาศแทบจะทันที

เหล่าเซียนสาวชุดแดงนับสิบชีวิตรีบกระจายกำลังออก ลอยตัวปิดล้อมลั่วหยางไว้ทุกทิศทางกลางห้วงอากาศ

ลั่วหยางปรายตามองเซียวจิ่งเซวียนที่ลอยตัวทำเท่อยู่บนจุดสูงสุด ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวน "คุณชายเซียว... ท่านเป็นชาวตุนหวงหรือไง"

เซียวจิ่งเซวียนชะงักไปเล็กน้อย คิ้วขมวดมุ่น "เจ้าพูดเรื่องบ้าอะไร"

ลั่วหยางแสยะยิ้มมุมปาก "ก็เห็นท่านชอบสร้างภาพซะเหลือเกิน นึกว่าเป็นจิตรกรรมฝาผนังตุนหวงซะอีก"

การเด็ดหัว๬า๮์๼ีออปเทอริกซ์เป็นแค่ตัวล่อ ในป่าผืนนี้มีสุราไหลเจิ่งนอง กลิ่นแอลกอฮอล์เข้มข้นขั้นสุดจนแค่สูดหายใจก็ทำให้เมาพับได้สบายๆ ต่อให้เขาจะยืนหยัดอยู่ตัวคนเดียว แต่ขอเพียงเจียงหานส่วงหน้ามืดนำทัพบุกทะลวงลงมาสังหารเขา ก็เท่ากับทิ้งตัวลงก้นหลุมพรางที่ขุดล่อไว้พอดิบพอดี ทว่า คำพูดเตือนสติแค่ประโยคเดียวของไอ้เซียวจิ่งเซวียน กลับทำเอาแผนที่วางไว้พังทลายไม่เป็นท่า

"ไอ้สวะแซ่ผู่ เจ้ากล้าฆ่าเสี่ยวอวี้ของข้า ข้าจะสับเจ้าเป็นหมื่นชิ้น" เจียงหานส่วงคำรามลอดไรฟันด้วยความเกรี้ยวกราด

ลั่วหยางสวนขวับทันควัน "สับมารดาท่านสิ ข้าจำเป็นต้องร้องขอความเมตตาจากท่านด้วยหรือไง แม่นางจอมปลอม... กล้าเรียกตัวเองว่าเซียนหานส่วง ปากอ้างว่าบริสุทธิ์ผุดผ่อง ถุย" เขาสบถพลางถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างเหยียดหยาม

เจียงหานส่วงถึงกับอึ้งกิมกี่ โทสะพุ่งปรี๊ดจนหน้าสั่น ในฐานะคุณหนูแห่งสำนักเซวียนหนวี่ผู้สูงส่ง นางเคยถูกใครหน้าไหนมาด่ากราดดูหมิ่นเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน แต่ทั้งหมดนี่... เป็นแค่ออเดิร์ฟเรียกน้ำย่อยเท่านั้น

"เจียงหานส่วง ท่านมันก็แค่พวกเนรคุณ หน้าไหว้หลังหลอก สวะดีๆ นี่เอง กล้าเถียงไหมล่ะ ข้าอุตส่าห์แบกรับคำสั่งเสียของเก้าฟ้าเซวียนหนวี่ขึ้นมาสืบหาสาเหตุการตายและสานต่อเจตนารมณ์ของท่าน แต่ท่านนอกจากจะไม่ให้ความร่วมมือแล้ว ยังมีหน้าจะมาตามฆ่าข้าอีก ท่านไม่เพียงแค่เนรคุณ แต่ยังอกตัญญูทรยศต่อบรรพชนของตัวเองด้วย"

"เจ้า— อ๊าก" เจียงหานส่วงกรีดร้องจนแทบเสียสติ โทสะเดือดทะลักจนควบคุมไม่อยู่

อิงหงรีบทะยานเข้ามาขนาบข้างเจียงหานส่วง เพื่อยื้อยุดไม่ให้นางวู่วามพุ่งหลาวลงไปในดงกับดัก ก่อนจะชี้หน้าด่าด้วยน้ำเสียงอำมหิต "ไอ้เดนมนุษย์แซ่ผู่ ข้าขอสาบาน... วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าต้องเสียใจที่เกิดมาบนโลกนี้"

ทว่าลั่วหยางไม่แม้แต่จะปรายตามองสุนัขรับใช้ เขาเชิดหน้าด่าเจียงหานส่วงต่อ "เจียงหานส่วง ตอนอยู่หุบเขาขุมทรัพย์เทพพวกเจ้าฆ่าข้าไม่สำเร็จ ข้าอุตส่าห์ถอยร่นมาถึงนี่ เจ้าก็ยังตามกัดไม่ปล่อย... ที่แท้ก็สันดานโจร อยากได้สมบัติวิเศษในตัวข้าใช่หรือไม่ ได้... แม่นางจอมปลอม ข้าจะสงเคราะห์เปิดหูเปิดตาให้ดูว่าข้ามีของดีอะไรอยู่บ้าง"

ลั่วหยางสะบัดเสื้อคลุมออกอย่างมาดมั่น เผยให้เห็น 'เกราะเกล็ดมังกร' ที่ส่องประกายสีทองอร่ามเจิดจ้าบาดตา

"นั่นมัน... เกราะเกล็ดมังกร" เซียวจิ่งเซวียนตาลุกวาวด้วยความตื่นเต้นสุดขีด ขณะเดียวกันในแววตาคู่สวยของเจียงหานส่วงก็ฉายประกายความโลภออกมาอย่างปิดไม่มิด ในโลกแดนเซียนยุคปัจจุบัน เกล็ดมังกรเพียงแค่ชิ้นเดียวก็ถือเป็นของล้ำค่าประเมินมิได้แล้ว แต่ไอ้หมอนี่กลับเอาเกล็ดมังกรมาถักร้อยเป็นเกราะทั้งชุด

"คุณหนู หากพวกเรายึดเกราะเกล็ดมังกรที่สามารถต้านทานพลังอาคมมาครอบครองได้... ขุมกำลังของสำนักเซวียนหนวี่จะต้องผงาดขึ้นอย่างก้าวกระโดดเป็นแน่" อิงหงกระซิบด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ดวงตาแผ่ซ่านไปด้วยความละโมบ

ทันใดนั้น เจียงหานส่วงก็แค่นรอยยิ้มเหี้ยม "ไอ้สวะแซ่ผู่ เจ้าคิดจะเอาของวิเศษมาล่อให้ข้าหน้ามืดบุกลงไปล่ะสิ ฝันไปเถอะ ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเจ้าใช้มนตร์ดำสกปรกอันใดเสกสุราพวกนี้ขึ้นมา แต่ข้ากล้าฟันธงเลยว่ามันคงอยู่ได้อีกไม่นาน พอพลังอาคมของเจ้าหมดฤทธิ์ลงเมื่อใด... เมื่อนั้นแหละที่หัวของเจ้าจะหลุดออกจากบ่า"

อิงหงตวัดสายตาส่งสัญญาณ เหล่าเซียนสาวชุดแดงนับสิบชีวิตรับทราบคำสั่งในทันที พวกนางกระจายกำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วเพื่อขยายวงล้อมให้รัดกุมยิ่งขึ้น กลยุทธ์ของอิงหงนั้นเรียบง่ายแต่เหี้ยมเกรียม... แค่รอให้พลังอาคมของลั่วหยางอ่อนแรงลง นางจะบุกทะลวงลงไปปลิดชีพพร้อมกับคุณหนู โดยมีศิษย์ร่วมสำนักคุมเชิงปิดตายทุกเส้นทางหนี จับเต่าในไหเชือดทิ้งให้สิ้นซาก

แววตาของเซียวจิ่งเซวียนสั่นไหวอย่างหนัก ภายในใจเต็มไปด้วยความเสียดายและสับสน เขาเริ่มนึกเสียใจที่ดันบุกมาตัวคนเดียว ขืนฆ่าผู่เหรินฉีได้ เกราะเกล็ดมังกรล้ำค่านั่นก็ต้องตกเป็นของสำนักเซวียนหนวี่แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ หากเขาหน้ามืดคิดจะแย่งชิงมันมา... เป้าหมายต่อไปที่เจียงหานส่วงและเหล่าเซียนสาวจะรุมสับก็คงเป็นเขานี่แหละ

สมองคำนวณผลได้เสียอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า เซียวจิ่งเซวียนแสร้งกระแอมเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงภูมิ "สหายผู่ ข้าในฐานะผู้ผดุงคุณธรรมขอเตือนเจ้า..."

"หุบปากเน่าๆ ของเจ้าไปซะ" ลั่วหยางตวาดสวนแทบจะทันที

"เจ้า—" เซียวจิ่งเซวียนถึงกับสะอึก กะพริบตาปริบๆ หน้าแตกยับเยิน

ลั่วหยางแสยะยิ้มเย้ยหยัน "อย่ามาหน้าไหว้หลังหลอก คิดว่าข้าเดาไม่ออกหรือไงว่าในหัวทึ่มๆ ของเจ้ากำลังคำนวณผลประโยชน์อะไรอยู่ เจ้ากลัวว่าพอยายแก่กับเด็กกะโปโลชุดแดงพวกนี้ฆ่าข้าแล้วแย่งเกราะเกล็ดมังกรไป ตัวเองจะกลายเป็นหมาหัวเน่าไม่มีปัญญาไปแย่งคืน เลยแกล้งทำเป็นคนดีเตือนให้ข้าหนี... เพื่อที่เจ้าจะได้ตามไปปล้นข้าลับหลังพวกนางล่ะสิ ใช่หรือไม่เล่า"

สิ้นคำแฉ เจียงหานส่วงและอิงหงก็ตวัดสายตาขวับกลับมาจ้องเซียวจิ่งเซวียนอย่างจับผิดทันที

เซียวจิ่งเซวียนหน้าม้าน โกรธจัดจนควันออกหู "เจ้าใส่ร้ายข้า ข้าคือจินเหรินต้าเต๋อผู้ยึดมั่นในคำว่า 'คุณธรรม' ข้าอุตส่าห์ร่วมทางกับเซียนหานส่วงมาสังหารคนชั่วช้าอย่างเจ้าเพื่อขจัดเสี้ยนหนามให้ชาวบ้าน ส่วนเรื่องของรางวัลหลังจากเด็ดหัวเจ้า ข้าลงแรงไปมากน้อยแค่ไหน เซียนหานส่วงผู้ทรงธรรมย่อมแบ่งปันให้ข้าอย่างยุติธรรมอยู่แล้ว... ถูกต้องหรือไม่"

เจียงหานส่วงแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคออย่างเหยียดหยาม ถึงแม้ปากจะเกลียดชังลั่วหยางเข้าไส้ แต่ลึกๆ แล้วนางกลับเห็นพ้องกับสิ่งที่ไอ้สวะนั่นพูดเมื่อครู่อย่างไม่มีข้อกังขา

ในจังหวะที่ศัตรูกำลังระแวงกันเอง ลั่วหยางพลันล้วงเอา 'ถุงจอมตะกละ' ชูขึ้นเหนือหัว แล้วประกาศกร้าว "มาดูสมบัติชิ้นนี้อีกสิ นี่คือถุงจอมตะกละ ต่อให้พวกท่านขนสมบัติมาถมเป็นภูเขา ก็ไม่มีวันยัดใส่ถุงใบนี้จนเต็มได้ แถมความน่ากลัวของมันยังไม่หมดแค่นั้น... มันสามารถลบล้างค่ายกลและตราประทับเวทระดับเทพเซียนได้ด้วยซ้ำ"

ดวงตาของเจียงหานส่วงและเซียวจิ่งเซวียนเบิกกว้างจนแทบจะถลนหลุดออกจากเบ้า

ลั่วหยางเหยียดยิ้มร้ายกาจ "ลองคิดดูสิ... หากพวกท่านแย่งถุงจอมตะกละใบนี้ไปได้ แล้วพกมันบุกเข้าไปในสุสานสมบัติในตำนานหรือดินแดนต้องห้าม ก็สามารถเจาะทำลายผนึกเวทได้อย่างง่ายดาย กวาดสมบัติและรางวัลใหญ่มาครองได้หน้าตาเฉย ต่อให้เป็นภูเขาทองคำก็ยัดใส่ได้ไม่มียั้ง... ช่างเป็นสุดยอดไอเทมแห่งการล่าสมบัติที่แท้จริง"

เซียวจิ่งเซวียนถึงกับใบ้แดกอ้าปากค้าง เจียงหานส่วงเองก็เริ่มสับสนจนสมองรวน นางไม่เข้าใจเลยว่าไอ้สวะลั่วหยางไปขุดเอาสมบัติระดับพระกาฬพวกนี้มาจากไหนเยอะแยะ และยิ่งไม่เข้าใจหนักเข้าไปอีกว่า... มันจะงัดของดีมาอวดอ้างสรรพคุณกลางวงล้อมศัตรูในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ไปเพื่ออะไร

ทว่าพริบตานั้นเอง เงาร่างหนึ่งเหยียบกระบี่พุ่งแหวกอากาศทะลวงวงล้อมเข้ามาอย่างดุดัน พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้อง "พวกเจ้าคิดว่าสำนักฮั่นอู่ของข้า... สิ้นคนฝีมือดีแล้วอย่างนั้นหรือ"

ตอนต่อไป
บทที่ 875 แบกหัวมาส่งให้ถึงที่

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา