เรื่อง ยอดหมอเทวะบรรพกาล
เรือัแหวก่าเมฆ ุ่้าสู่เือู๋เีอย่าง้าๆ
บริเวณัเรือ เงา่าหลายาืทอดสายตาลงไปยังเือู๋เีัโอ่อ่าามุมู ใจกลางเืีภูเขาไป๋ติ่งะ่าเสียดฟ้า ปราณิญญาหนาึโอบล้อมขุนเขา เาปกคลุม้หิมะาโ แผ่าายิ่งใหญ่น่าเกรงขาม
"ในบรรดาขุนเขาเซียนทั่วแดนเบื้องบน ภูเขาไป๋ติ่งงดงามี่สุด รอให้ยึดี่นี่คืนมาได้เมื่อไหร่ ข้าจะตระเวนเี่ยวให้ฉ่ำปอด" ฟางเจิ้งเอ่ยพลางลูบคาง
ลั่วหยางปรายตาอาจารย์หน้าถาดแวบหนึ่ง ลอบกลืนคำพูดลงคอ
อยากไปเดินเี่ยวถนนสายอาหารทะเลมากกว่าละสิไม่ว่า
ีเงินถุงเงินถังถึงห้าแสนเหรียญทองเซียนอยู่ในมือ ถ้าไม่จัดบุฟเฟต์อาหารทะเลชุดใหญ่ให้หนำใจ คงไม่ใช่สันดานอาจารย์หน้าถาดตัวจริง
ฟางหยวนขมวดคิ้ว สีหน้าเปี่ยม้ากังวล "ฮั่นอู่ แม้หวงเฟิงคี่จะตกตายไปแล้ว แต่กำลังรบของนิกายอู๋เียังแทบไม่สลายหายไป มันยังีศิษย์สายในสามพันคน ศิษย์สายนอกอีกแปดพัน หากมันฮึดสู้ถวายชีวิต ฝ่ายเราจะรับมือไหวหรือ"
ลั่วหยางยกยิ้มมุมปาก เอ่ยเรียกเสียงเรียบ "หม่าจี้"
"ผู้น้อยอยู่นี่!" หม่าจี้ก้าวพรวดออกมาากลุ่มขุนพลเกราะขาวหลายสิบคน ค้อมกายประสานมือคารวะทันควัน
ลั่วหยางสั่งการเฉียบขาด "เจ้าจงรุดหน้าไปเือู๋เี แจ้งสองพี่น้องสิคงซินและสิคงหลิงว่า หากยอมสวามิภักดิ์ ข้าจะปล่อยให้นางกลับบ้าน ไม่คิดเอาาให้ลำบาก ส่วนเหล่าเซียนแห่งนิกายอู๋เี หากยอมจำนน สวัสดิการี่มันจะได้รับย่อมดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ไม่ีทางด้อยลง แต่หากคิดสู้ตาย... ก็ให้มันลิ้มรสเพลิงมังกรผลาญิญญาดูสักครา"
"รับบัญชา!" หม่าจี้ขานรับเสียงหนักแน่น ก่อนจะทะยานขี่กระบี่เหินเวหา พุ่งดิ่งสู่เือู๋เีประดุจสายฟ้า
ลั่วหยางหันไปอวิ๋นหยาและพี่ชายมังกรทั้งสาม "นายมังกรอวิ๋นหยา พี่ชายทั้งสาม รบกวนท่านคืน่า บินวนเืสักสอง านั้นค่อยวนภูเขาไป๋ติ่งอีกสักสองสาม"
"เรื่องแค่นี้สบายมาก!" อวิ๋นหยารับคำฉับไว
มังกรน้อยทั้งสี่ดีดตัวทะยานขึ้นสู่เวหา แสงสีทองเจิดจรัสระเบิดวาบ ชั่วพริบตามังกรขาว มังกรทอง มังกรเขียว และมังกรดำก็เหินเวหาุ่้าสู่เือู๋เี เมฆทมิฬแผ่คลุมบดบังฟากฟ้า สายฟ้าฟาดคำรามลั่นกึกก้องปฐพี
ฟางเจิ้งตบเข่าฉาด "ฮั่นอู่ เจ้าช่างเล่นสงครามประสาทได้ร้ายกาจ ส่งหม่าจี้ไปเกลี้ยกล่อมก่อน แล้วค่อยส่งมังกรสี่ตนคอยกดดันภูเขาไป๋ติ่ง แรงกดดันมหาศาลปานนี้ ใครหน้าไหนจะทานทนไหว"
ลั่วหยางแก้คำให้ "ท่านอาจารย์ อวิ๋นหยาคือนายมังกร จะใช้คำว่า 'ส่ง' ย่อมไม่ควร ต้องใช้คำว่า 'รบกวน' ถึงจะถูก"
ฟางเจิ้งชะงักไปนิด ก่อนจะัเราะร่า "จริงของเจ้า ต้องใช้คำว่ารบกวนสิถึงจะถูก"
ฟางหยวนหันมาถาม "แล้วเราจะปักหลักรออยู่ตรงนี้หรือ"
ลั่วหยางพยักหน้ารับ "รออยู่ตรงนี้แหละ"
ภูเขาไป๋ติ่ง ณ วังเซียนอู๋เี
ปลายเท้าของหม่าจี้ยังไม่ทันแตะขั้นบันไดวิหาร กองทัพเซียนในชุดเกราะขาวกลุ่มใหญ่ก็กรูกันออกาตัววิหาร ปิดล้อมเขาทุกทิศทางในพริบตา
เซียนสาวสองนางี่ีดวงหน้าละม้ายคล้ายกันราวกับแกะก้าวพ้นธรณีประตูออกมา ทั้งสองคือสิคงซินและสิคงหลิง แม่ม่ายป้ายแดงของหวงเฟิงคี่ ชุดเกราะเซียนบน่าระหงและดอกไม้ประดับผมล้วนเป็นสีขาว บนศีรษะคาดแถบผ้าไว้ทุกข์
ธรรมเนียมแห่งแดนเซียน เมื่อสาีสิ้นลม ภรรยาจำต้องคาดแถบผ้าขาวและปักบุปผาสีเผือดเพื่อไว้ทุกข์
"หม่าจี้ เจ้ายังกล้าเสนอหน้ากลับมาอีกหรือ" สิคงซินโทสะพวยพุ่งจนยากจะสะกดกลั้น
สิคงหลิงแผ่จิตสังหาร สบตาเขม็ง "เจ้าเป็นถึงขุนพลเซียนแห่งวังอู๋เี ีหน้าี่ปกป้องเจ้าสำนัก ทว่ายามเจ้าสำนักตกตาย เจ้ากลับรอดชีวิตกลับมาคนเดียว ีาผิดสถานใด"
หม่าจี้ทรุดเข่ากระแทกพื้น ก้มหน้าขานเสียงนิ่ง "โทษประหาร"
เคร้ง
คมกระบี่ของสิคงซินตวัดออกาฝัก ปลายกระบี่คมกริบชี้จ่อตรงหน้าหม่าจี้ "รู้ตัวว่าต้องโทษประหาร เช่นนั้นข้าจะตัดัเจ้าสังเวยดวงิญญาท่านเจ้าสำนักบนสรวงสวรรค์เดี๋ยวนี้"
ทันใดนั้น เสียงคำรามลั่นฟากฟ้าพลันสะเทือนเลื่อนลั่น
"โฮก—"
สุรเสียงกัมปนาทดุจอัสนีบาตลงกลางกะโหลก แผ่นกระเบื้องบนหลังคาวังอู๋เีสั่นสะเทือนจนฝุ่นผงร่วงกราว
สองพี่น้องสิคงซินและสิคงหลิงผงะเงยหน้าฟ้า มังกรสี่ตนบินแหวก่าเมฆอยู่เหนือเาไป๋ติ่ง ทั้งมังกรขาว มังกรทอง มังกรเขียว และมังกรดำ ่ามหึมายาวหลายสิบเมตรทอประกายเกล็ดวาวโรจน์ บารีมังกรแผ่ซ่านกดดัน
เหล่าขุนพลเกราะขาวี่ยืนรายล้อมต่างหน้าถอดสี ขาสั่นพั่บๆ อย่างควบคุมไม่ได้ โดยเฉพาะขุนพลเกราะขาวี่เพิ่งรอดตายหนีกลับมาาภูเขาโต่วเซียนเพื่อส่งข่าว ถึงกับขวัญกระเจิงจนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น สิ้นลายสง่าราศีของเซียนจนหมดรูป
สภาพเบื้องล่างในเือู๋เีไม่ต่างกัน ผู้คนี่เคยเดินขวักไขว่พลันแตกตื่นวิ่งหนีตายอลห่า รองเท้าปลิวกระเด็น ล้มลุกคลุกคลาน เสียงกรีดร้องและร่ำไห้ระงมไปทั่วทุกสารทิศ าโกลาหลแผ่ขยายกลืนกินทั้งเื
มือี่กำด้ามกระบี่ของสิคงซินสั่นระริก สายตากระชากกลับมาจ้องหม่าจี้ เค้นเสียงเย็นเยียบ "หม่าจี้ เจ้ากินดีหีัใจเสือมาาไหน ถึงได้กล้าชักนำมังกรชั่วทั้งสี่ตนมาเหยียบเือู๋เี คิดจะทำอะไรกันแน่"
สิคงหลิงตวาดซ้ำ "พูดาจริงมา"
หม่าจี้ยิ้มขื่น แววตาสิ้นหวัง "นายหญิงทั้งสอง ตัวข้าจะีปัญญาอะไรไปชี้นิ้วสั่งมังกรสี่ตนนั้นได้ บนภูเขาโต่วเซียน เราสู้ยิบตาจนเลือดหยดสุดท้าย แต่ใครหน้าไหนจะไปต้านทานมังกรสี่ตนไหว ชางอวิ๋นหลงเจ้าสำนักนิกายเทียนชางหลอกลวงท่านเจ้าสำนัก ให้เราไปเป็นเบี้ยสังเวย แต่ตัวเองกลับชิ่งหนีเอาตัวรอด ยามเจ้าสำนักตกตาย เราี่เหลือรอดเพียงไม่กี่สิบชีวิตจึงจำต้องยอมศิโรราบ หาไม่แล้วคงถูกฉีก่ากลายเป็นอาหารมังกรไปหมดสิ้น"
"ไอ้สวะขี้ขลาดตาขาว"
"นิกายอู๋เีเลี้ยงดูคนทรยศอย่างเจ้า ช่างน่าอัปยศสิ้นดี"
"ตัดคอมันซะ"
เสียงก่นด่าสาปแช่งดังกึกก้องลานวิหาร
"โฮก"
มังกรทองจินรื่อแผดเสียงคำรามสะท้านฟ้า อ้าปากพ่นลำแสงเพลิงมังกรพวยพุ่งลงมาดั่ง-่าฝนอุกกาบาต
ตูม
เพลิงมังกรสีทองคำพุ่งปะทะแนวป่าละเมาะข้างวิหาร เปลวไฟกวาดล้างทุกสิ่งราบเป็นหน้ากลองในพริบตา ทิ้งไว้เพียงเถ้าถ่านสีดำมะเี่ยมและไอร้อนระอุี่แผดเผาจนหินแทบละลาย
บรรดาศิษย์ี่เพิ่งแหกปากสาปแช่งหม่าจี้เมื่อครู่ ต่างพากันกลืนน้ำลายลงคอ หุบปากเงียบกริบดั่งป่าช้า
หม่าจี้ลุกขึ้นยืนเหยียดตรง วางท่าทีสุขุมและไม่หยิ่งยโส "ท่านเซียนลั่วฝากคำพูดมา ขอเพียงนายหญิงทั้งสองยอมจำนน ท่านสามารถเก็บข้าวของกลับบ้านเดิมได้ทันที เขาจะไม่สร้างาลำบากให้แม้แต่น้อย"
สิคงซินกับสิคงหลิงสบตากัน แววตาเริ่มสั่นคลอน
หม่าจี้กล่าวสำทับ "ท่านเซียนลั่วยังบอกอีกว่า เหล่าเซียนแห่งนิกายอู๋เี ใครอยากไปก็ไป ใครอยากอยู่ก็ให้เข้าสังกัดสำนักฮั่นอู่ ท่านเซียนลั่วให้คำมั่นสัญญา ผู้ใดเข้าร่วมสำนักฮั่นอู่ สวัสดิการจะีแต่เพิ่มพูน ไม่ีทางด้อยกว่าเดิมแม้แต่เศษเสี้ยว"
เสียงฮือฮาดังระงมขึ้นทิศ เหล่าเซียนเริ่มกระซิบกระซาบ้าลังเลใจ
สองพี่น้องตระกูลสิคงยืนนิ่ง ตกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ในจังหวะนั้นเอง ประกายกระบี่สายหนึ่งฝ่าอากาศพุ่งทะยานลงมาาฟากฟ้า
สองพี่น้องเบิกตากว้าง เปลวเพลิงแห่งาแค้นแทบปะทุออกาเบ้าตา ผู้ี่ยืนะ่าอยู่บนคมกระบี่เล่มนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นลั่วหยาง... ไอ้ตัวการี่ปลิดีสาี เปี่สถานะนางาฮูหยินเจ้าสำนักให้กลายเป็นแม่ม่ายผัวตายในชั่วข้ามคืน
มังกรทั้งสี่ตนร่อนลงมาขนาบข้างกายลั่วหยางอย่างพร้อมเพรียง อวิ๋นหยาและจินรื่อประกบซ้าย ชิงคงและเฮยยวนขนาบขวา ่ามังกรทั้งสี่เหินเวหาเคียงข้างเงา่าเดียวดาย ช่างเป็นภาพี่ทรงอานุภาพและสะกดสายตาทุกคู่จนแทบลืมหายใจ
เซียนหลายพันคนี่ยืนอยู่เบื้องล่าง ไม่ีใครกล้าก้าวขาออกมาล้างแค้นให้หวงเฟิงคี่แม้แต่ก้าวเดียว ไร้ซึ่งเสียงด่าทอ วังอู๋เีทั้งหลังตกอยู่ในาเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจ
ลั่วหยางเหยียบกระบี่ลอยนิ่งอยู่กลางเวหา เปล่งเสียงก้องกังวานสะท้านฟ้า
"ภูเขาไป๋ติ่ง เดิมทีคือขุนเขาเซียนแห่งสำนักฮั่นอู่ เือู๋เี เดิมทีก็คือเืฮั่นอู่ วันนี้ข้าจะมาทวงคืนาชอบธรรมทั้งหมด เจ้าจะสู้จนตัวตาย ยอมสวามิภักดิ์ หรือจะไสัไป ข้าให้เวลาตัดสินใจครึ่งชั่วยาม หลังานั้น ให้ตัวแทนขึ้นไปพบข้าบนเา"
สิ้นเสียงประกาศ ปลายกระบี่จิงเหลยเชิดขึ้น พา่าของลั่วหยางพุ่งทะยานสู่เาไป๋ติ่งในพริบตา
มังกรทั้งสี่บินตามประกบติดไม่ห่าง
สิคงซินและสิคงหลิงหันมาสบตากันอีกครั้ง ทว่าในแววตาของกันและกัน กลับว่างเปล่าและมืดแปดด้านจนอ่านาคิดไม่ออกแม้แต่น้อย
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??