เรื่อง ข้าไม่ได้อยากเป็นเจ้าเมือง
ลมเหมันต์ทิศเหนือคำรามกึกก้องเหนือด่านเยี่ยนเหมิน ป้อมปราการด่านสุดท้ายขวางกั้นพรมแดนแคว้นแลดินแดนชนเผ่าอนารยชน
เกล็ดหิมะนับ 10000 สายพุ่งกระหน่ำกำแพงหินดุจ-่าธนู ความหนาวเหน็บแทรกซึมผ่านเสื้อผ้า ผ่านผิวหนัง ทะลวงลึกถึงไขกระดูก
กลางลานพักทหารหลังแนวกำแพง กองไฟหลาย 10 กองกำลังลุกไหม้ ทหารยามนับ 100 เบียดเสียดล้อมวงรับความอบอุ่น ทว่าความอบอุ่นกลับมิได้มาเพียงลำพัง
ควันดำหนาทึบพวยพุ่งขึ้นฟ้า กลิ่นกำมะถันฉุนจัดจากหินเชื้อเพลิงคุณภาพต่ำลอยคลุ้งตลบอบอวลทั่วบริเวณ
"แค่ก! แค่ก!"
"บัดซบ! แสบตาเหลือเกิน!"
"ช่วยด้วย! ข้ามองมิเห็นสิ่งใดเลย!"
ทหารหลาย 10 นายไอโขลกจนตัวงอ หลายชีวิตสำลักควันล้มกลิ้งเกลือกบนพื้นหิมะ พลทหารนายหนึ่งวิ่งหน้าตั้งชนถังน้ำโครมใหญ่ อีกคนสะดุดขอนไม้ล้มคะมำ ม้าศึก 3 ตัวแตกตื่นวิ่งพล่านทั่วค่าย หม้อข้าวหลวงถูกชนคว่ำ ข้าวต้มร้อนหกกระจายเต็มพื้น เสียงด่าทอ เสียงไอ เสียงโกลาหลดังระงมไปทั่วด่าน
ส่วนมุมหนึ่งของลานพัก... ลู่ชิงกำลังนั่งขดตัวเป็นก้อนกลมอยู่บนเก้าอี้พับ สวมเสื้อคลุมขนสัตว์ 3 ชั้น ห่มผ้าหนา 2 ชั้น ทว่ายังคงสั่นงันงก
ฟันกระทบกันดังกึกกัก ปลายจมูกแดงก่ำ สองมือแข็งชาจนแทบกำนิ้วมิเข้า
"หนาว..." ชายหนุ่มพึมพำเสียงสั่นสะท้าน "หนาวจนข้าคิดถึงพายุทรายเมืองซีเหลียง..."
ลมหนาวระลอกใหม่พัดผ่าน ลู่ชิงสะดุ้งเฮือก ก่อนควันดำก้อนมหึมาลอยพุ่งปะทะใบหน้าเต็มแรง!
ฟู่!
"แค่กกกก!"
ลู่ชิงสำลักจนแทบคายปอด น้ำตาไหลพราก จมูกแสบ คอแห้งผาก ชายหนุ่มรีบยกแขนเสื้อปิดหน้า สีหน้าเต็มไปด้วยความรันทดสุดขีด
'ข้าเพียงปรารถนาผิงไฟ... ข้าอุตส่าห์หนีงานเอกสารบนรถม้าลงมารับไออุ่น... เหตุใดข้าต้องถูกควันพิษรมประดุจปลาเค็มตากแห้งด้วยวะเนี่ย...'
เสียงไอค่อกแค่กรอบตัวดังระงม หิมะยังคงตก ควันยังคงลอย ความหนาวยังคงกัดกินร่างกาย
บางสิ่งในเส้นความอดทนของอดีตศาสตราจารย์พลันขาดสะบั้น
"พอแล้วโว้ยยย!!"
ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นฉับพลัน เสียงตะโกนดังก้องจนทหารรอบข้างสะดุ้ง "หยุดเผาหินเวรพวกนี้เดี๋ยวนี้!"
ทหารยามทั้งหลายหันมามอง นายกองหน้าบากรีบก้าวออกมาคุกเข่า
"เรียนท่านมหาผู้ตรวจการ หากมิเผาหินแร่สีเหลืองผสมหินดำพวกนี้ พวกเราจักหนาวตายนะขอรับ"
"ฟืนไม้เล่า"
"หมดสิ้นตั้งแต่ 3 เดือนก่อนแล้วขอรับ"
"ถ่านไม้ชั้นดีเล่า"
"หมดเช่นกันขอรับ หิมะตกหนักจนกองเสบียงจากเมืองหลวงส่งมามิถึง"
นายกองชี้ไปยังภูเขาหินแร่ก้อนเล็กๆ ข้างกำแพง "พวกเราจึงต้องใช้หินกำมะถันผสมดินโคลนจุดไฟประทังชีวิตขอรับ"
ลู่ชิงมองกองหินสีเหลืองสลับดำ จากนั้นมองควันพิษหนาทึบฟุ้งกระจายจนมองมิเห็นยอดกำแพงเมือง ชายหนุ่มถอนหายใจยาว
"พวกเจ้าทำผิดวิธี การเผากำมะถันเพียวๆ ไร้ตัวเร่งปฏิกิริยา ย่อมก่อกำเนิดควันพิษสิวะ"
ทุกคนชะงัก
กุนซือชราแลอดีตเศรษฐีหวังเพิ่งก้าวลงจากรถม้า รีบหันขวับมามอง ดวงตาเปล่งประกาย... น้ำเสียงมหาปัญญาเริ่มสำแดงฤทธิ์แล้ว!
ลู่ชิงชี้นิ้วไปยังแนวกำแพงเมืองเก่า "ไปขูดคราบเกลือสีขาวตามซอกกำแพง หรือตามพื้นคอกม้ามาให้ข้า! เอามาเยอะๆ!"
ฝูงชนงุนงงสับสน ทว่าทหารนับ 100 นายรีบวิ่งตะบึงไปขูดคราบสีขาวตามกำแพงหินใส่ถังไม้อย่างว่าง่าย
มินาน เกล็ดสีขาวขุ่นกองมหึมาถูกนำมาวางตรงหน้า
ลู่ชิงใช้กิ่งไม้เขี่ยพลางสั่งการลวกๆ "เอาเกล็ดขาวนี่ 7 ส่วน ผสมหินกำมะถันเหลืองนั่น 1 ส่วน แลเอาถ่านไม้ก้นเตาัมาบดผสมอีก 1 ส่วน... ตำให้แหลกละเอียดเป็นผงเนื้อเดียวกัน"
"ผงหรือขอรับ?"
"ใช่ ผสมให้เข้ากัน"
ทหารทั้งค่ายทำหน้าประหลาด ทว่ายังลงมือสากตำส่วนผสม 3 ชนิดรวมกัน ครึ่งชั่วยามผ่านไป ผงสีดำเทากองมหึมาปรากฏขึ้นกลางลาน
ประธานกองช่างร่วมเดินทางมาด้วยเริ่มจดบันทึกมือสั่น "นำคราบเกลือจากพสุธา ผสมศิลาสีเหลือง แลถ่านไม้... ค่ายกลแปรธาตุบทใหม่..."
ลู่ชิงหาววอด ชี้มือไปยังกระบอกไม้ไผ่ทิ้งเกลื่อนข้างเต็นท์ "เอาผงนั่นอัดใส่กระบอกไม้ไผ่ให้แน่น อัดให้เต็มกระบอก ย้ำว่าอัดให้แน่นที่สุด ข้าจะเอาไปโยนใส่เตา"
สมองอดีตศาสตราจารย์คำนวณสมการความมักง่ายเสร็จสรรพ 'เกลือตามกำแพงคือดินประสิว สร้างออกซิเจนช่วยเผาไหม้สมบูรณ์ กำมะถันช่วยให้ติดไฟง่าย ถ่านไม้เป็นเชื้อเพลิงหลัก หากข้าเอามาอัดแน่นในกระบอกไม้ไผ่ปิดทึบ ผงเชื้อเพลิงย่อมค่อยๆ คุกรุ่นช้าๆ ไร้ควันรบกวน กลายเป็นสุดยอดเตาพิงไฟพกพาให้ข้ากอดแก้หนาวได้ด้วย... ฮี่ฮี่ ข้าคืออัจฉริยะอย่างแท้จริง'
นายกองรับคำสั่ง เกณฑ์ทหารมายัดผงปริศนาลงในกระบอกไม้ไผ่ขนาดเท่าขาท่อนล่าง กระทุ้งจนแน่นเอี๊ยด ปิดทับจุกด้วยดินเหนียว นำมายื่นมอบให้ลู่ชิง
"เรียบร้อยขอรับท่านมหาผู้ตรวจการ!"
ลู่ชิงพยักหน้า ยื่นมือรับกระบอกไม้ไผ่มาถือ "ดีมาก พวกเจ้าคอยดู เปลวไฟแท้จริง ย่อมต้องไร้ควันแลรวดเร็วเช่นนี้!"
กล่าวจบ ลู่ชิงโยนกระบอกไม้ไผ่อัดแน่นด้วยส่วนผสมทั้ง 3 ชนิด ลงไปใจกลางกองไฟกำลังคุกรุ่นทันที!
ทหารทั้งค่ายกลั้นหายใจ รอดูความมหัศจรรย์
กุนซือชราเบิกตากว้าง จ่อพู่กันรอจดบันทึก
1 ลมหายใจ...
2 ลมหายใจ...
ยามแรกไร้สิ่งใดเกิดขึ้น ทว่าในวินาทีลำดับ 3...
ผงมรณะอัดแน่นไร้ช่องระบายอากาศ พลันเกิดปฏิกิริยาเคมีขั้นรุนแรงขยายตัวทะลุขีดจำกัด!
วาบ! แสงสีขาวสว่างจ้าบาดตาทะลุรอยร้าวไม้ไผ่!
ลู่ชิงยืนอยู่จุดใกล้สุด สัญชาตญาณร้องเตือนภัยระดับสูงสุด! ร่างกายขยับเร็วกว่าความคิด ชายหนุ่มกระโดดพุ่งหลาวหลบหลังถังน้ำไม้อย่างมิคิดชีวิต!
"หมอบบลงงงงง!!"
ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!
เสียงระเบิดกัมปนาทประดุจฟ้าผ่าฟาดลงกลางลานพักทหาร! แรงอัดอากาศมหาศาลระเบิดกวาดล้างรอบทิศทาง! กองไฟแตกกระจาย หิมะร่วงหล่นถูกคลื่นกระแทกพัดปลิวกระเจิง ควันพิษลอยอ้อยอิ่งถูกแรงระเบิดฉีกกระชากสลายหายวับไปในพริบตา!
ทหารยามกว่า 100 ชีวิตปลิวล้มกลิ้งระเนระนาดไปกับพื้น หูอื้ออึงอึงมี่ โลกทั้งใบสั่นสะเทือนราวเกิดแผ่นดินไหว!
แลสิ่งน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่านั้น...
"อ๊ากกกกกกกก!!"
"ฟ้าผ่า!! อสนีบาตสวรรค์ลงทัณฑ์!!"
"หนีเร็วววว!!"
เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความหวาดผวาสุดขีด กลับมิได้มาจากทหารในค่าย! ทว่าดังกึกก้องมาจาก... นอกกำแพงเมือง!!
นายกองหน้าบากสะบัดหัวไล่ความมึนงง รีบปีนบันไดขึ้นดูบนแนวกำแพง ก่อนเบิกตาถลนแทบหลุดจากเบ้า
"สะ... สวรรค์! ทัพม้าหมาป่าอนารยชนนับ 1000 นาย แอบอาศัยจังหวะควันบังตา ลอบเข้ามาประชิดกำแพงเมืองตั้งแต่ยามใดกัน!" นายกองชี้มือสั่นระริกออกไปนอกด่าน "ตะ... ทว่าบัดนี้... ม้าศึกศัตรูตื่นตระหนก! ทัพแตกพ่ายเหยียบย่ำกันเอง! กองกำลังเถื่อนทิ้งอาวุธวิ่งหนีตายกลับทุ่งหญ้าแล้วขอรับ!!"
กองทัพคนเถื่อนเตรียมลอบปีนกำแพง ถูกเสียงระเบิดกัมปนาทดั่งสวรรค์พิโรธ ทำให้ม้าศึกตื่นตระหนกสลัดผู้ขี่ร่วงหล่น พวกเขามองเห็นแสงสว่างวาบแลคลื่นกระแทกพังทลายควันดำ จึงหลงคิดว่าเทพเจ้ากางอาณาเขตคุ้มครองด่านเยี่ยนเหมิน วิ่งหนีตายกันป่าราบ!
ควันพิษสลายมลายสิ้น... ศัตรูถูกบดขยี้กวาดล้าง... ลานพักทหารเหลือเพียงกลิ่นไหม้เกรียมของอำนาจทำลายล้างน่าสะพรึงกลัว
กุนซือชราค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นจากพื้นดิน หูยังมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย ทว่าดวงตาชายชรากลับเบิกกว้าง รูม่านตาสั่นไหวอย่างรุนแรง
ชายชราหันมองหลุมดำลึกบนพื้นหิมะ สลับมองชายหนุ่มชุดคลุมขนสัตว์หลังถังน้ำ
ลู่ชิงค่อยๆ ชะโงกหน้าขึ้นมา สภาพอดีตศาสตราจารย์ดูมิได้แม้แต่น้อย ใบหน้าหล่อเหลาดำปิ๊ดปี๋เป็นตอตะโก ผมเผ้าชี้ฟูฟ่องชี้โด่เด่ประดุจถูกฟ้าผ่า ควันสีขาวลอยกรุ่นออกจากปากยามอ้าปากค้าง
ทว่าในสายตากุนซือชรา... ภาพตรงหน้าคือความสง่างามระดับเทพเจ้า!
"วิชา... อัญเชิญอสนีบาตสวรรค์..." กุนซือชราพึมพำเสียงสั่นสะท้าน "นำศิลาธรรมดา มาควบแน่นก่อเกิดเป็นสายฟ้า! ระเบิดคลื่นกระแทกไร้ลักษณ์ ขับไล่ควันพิษมารกวนใจ... แลบดขยี้ทัพข้าศึกลอบเร้นในคราวเดียว!!"
นายกองหน้าบากเข่าอ่อน ทรุดลงกระแทกพื้นหิมะดัง ตุบ!
"ท่านมหาผู้ตรวจการ... ทราบล่วงหน้าว่าศัตรูซุ่มซ่อนหลังควันพิษ... จึงแสร้งแสดงละครรำคาญควัน... เพื่ออัญเชิญสายฟ้าลงทัณฑ์!!"
ทหารอีกคนทรุดตาม จาก 1 คน กลายเป็น 10 คน จาก 10 คน กลายเป็น 100 คน!
ชั่วพริบตา ทหารทั้งด่านเยี่ยนเหมิน รวมถึงเหล่าผู้ติดตามจากคาราวาน คุกเข่าหมอบกราบลงเต็มพื้นหิมะขาวโพลน!
"คารวะมหาผู้ตรวจการ!!"
"คารวะเทพเจ้าอสนีบาตสวรรค์!!"
"คารวะผู้มอบความตายแก่อนารยชน!!"
เสียงสรรเสริญดังกึกก้องกังวาน แผ่วเบาสะท้อนยอดภูเขาหิมะเบื้องหลัง
ส่วนลู่ชิง... กำลังยืนเกาะขอบถังน้ำ ขาทั้ง 2 ข้างสั่นพั่บๆ ทรงตัวแทบไม่อยู่ วิญญาณหลุดลอยทะลุชั้นฟ้า
ชายหนุ่มยกมือดำปี๋ขึ้นแคะหู มีเพียงเสียง 'วิ้งงงงง' ดังสะท้อนในโสตประสาทมิยอมหยุด
กลิ่นไหม้เกรียม กลิ่นกำมะถัน แลกลิ่นดินปืนลอยปะปนกับหิมะละลาย อบอวลทั่วลานพักทหารจนชวนคลื่นไส้ ทหารนับ 100 นายยังคงหมอบคุกเข่าสวดมนต์บูชาเขาดุจเทพเจ้าแห่งอสนีบาต
ทว่าสำหรับมหาผู้ตรวจการแล้ว... ความทุกข์ทรมานร้ายแรงสุดยามนี้ หาใช่เสียงวิ้งทะลวงหู หรือกลิ่นเหม็นไหม้ทำลายโพรงจมูก
ทว่ากลับเป็นเสียงจากกระเพาะอาหาร...
โครก... โครกคราก... โครกกกกกก...
ลู่ชิงก้มมองท้องตนเอง สีหน้าเศร้ารันทดประหนึ่งผู้สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต
"ข้าหิว..." ชายหนุ่มเอ่ยเสียงแผ่ว "ข้าหิวจนเริ่มเห็นภาพวิญญาณหมู 3 ชั้นลอยเคว้งคว้างกลางอากาศแล้ว..."
อาฝูรีบคลานเข่าฝ่ากองหิมะเข้ามา "เรียนนายท่าน! เมื่อครู่ทหารยามไปค้นเสบียงท้ายค่าย พบไก่ป่าแช่แข็ง 1 ตัวขอรับ! ข้าน้อยจะรีบถอนขนนำมาทำน้ำซุปให้ท่านเดี๋ยวนี้!"
"มิทันกิน!" ลู่ชิงตวาดเสียงสั่น "เอาไก่มานี่ ข้าจะย่างทั้งตัว! ย่างแบบขี้เถ้ากลบ! เร็วที่สุด!"
อาฝูรีบวิ่งไปนำไก่ป่าแข็งโป๊กประดุจก้อนหินมาวางตรงหน้า ลู่ชิงพยายามก่อกองไฟด้วยเศษไม้แลเศษถ่าน ทว่าลมหนาวพัดกระหน่ำรุนแรง เปลวไฟอ่อนแรงริบหรี่ราวกับเทียนใกล้ดับ
"บัดซบ! ไฟอ่อนเยี่ยงนี้ ชาติหน้าไก่ย่อมไม่มีวันสุก!" ลู่ชิงหงุดหงิดขั้นสุด "ข้าต้องการท่อเป่าลม! ไปหาท่อเหล็กยาวๆ ทนความร้อนมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!"
เถ้าแก่หู่ หัวหน้าช่างตีเหล็กประจำค่ายทหารคุกเข่าอยู่ใกล้ๆ รีบวิ่งไปลาก 'ท่อเหล็กหล่อทรงกระบอก' ขนาดความกว้างเท่าท่อนขา ท่อเหล็กเส้นนี้หล่อเจาะรูพลาดเป้าหมายมาถวาย "ทะ... ท่านเทพสายฟ้า ท่อเหล็กนี้ทนทานความร้อนยิ่งนักขอรับ!"
ลู่ชิงรับมาอย่างมิใส่ใจ ชายหนุ่มมองท่อเหล็ก สลับมองไก่ป่าแช่แข็ง สมองคนเกียจคร้านเริ่มทำงานรวดเร็วกว่าแสงสว่าง
'หากข้าย่างไก่ด้านนอก ลมหนาวจักพัดจนสูญเสียความร้อน... ทว่าหากข้ายัดไก่เข้าไปในท่อเหล็ก นำท่อหมกซ่อนในกองไฟ ท่อเหล็กย่อมเปลี่ยนสภาพเป็นเตาอบสุญญากาศ! ไก่สุกเร็วขึ้น 3 เท่า! แลเพื่อเร่งไฟให้ร้อนจัดแต่แรก... ข้าเพียงใช้ผงหินดำเหลือจากเมื่อครู่นิดหน่อย เป็นเชื้อปะทุตั้งต้น!'
คิดได้ดังนั้น ชายหนุ่มลงมือปฏิบัติการฉับพลัน!
เขากวาด 'ผงดินประสิวผสมกำมะถัน' เหลืออยู่ 2 กำมือ เทกรอกลงก้นท่อเหล็ก จากนั้นยัดไก่ป่าแช่แข็งตัวอวบอ้วน ตามลงไปอุดขวางทางลมตรงกลางท่อจนแน่นเอี๊ยด!
"สมบูรณ์แบบ... เตาอบไก่ป่าพกพา" ลู่ชิงพยักหน้าพึงพอใจ ก่อนวางท่อเหล็กลงบนกองถ่านควันกรุ่น ใช้กิ่งไม้แห้งติดไฟแหย่ทะลวงรูก้นท่อตรงจุดบรรจุผงเชื้อปะทุ
อาฝูมองภาพนั้นด้วยความงุนงง "นายท่าน... ท่านกำลังทำสิ่งใดหรือขอรับ"
"ทำไก่ย่างอบสุกความเร็วสูง ถอยไป ข้าจะเร่งไฟแล้ว"
ลู่ชิงแหย่กิ่งไม้ไฟเข้าไป...
ฟู่... เสียงประกายไฟวิ่งพล่านตามสายชนวนเข้าไปในท่อเหล็ก
นายกองหน้าบากแลกุนซือชราเพิ่งหายจากอาการหูอื้อ เดินเข้ามาดูด้วยความสงสัย
"ท่านมหาผู้ตรวจการกำลังประกอบพิธีกรรมอัญเชิญสายฟ้าอีกครั้งหรือ..."
ยังมิทันกุนซือชรากล่าวจบประโยค...
ปฏิกิริยาเคมีภายในท่อเหล็กหล่อพุ่งทะลุขีดจำกัด! ผงดินปืนอัดแน่นไร้ทางระบาย ระเบิดตัวออกด้วยแรงดันมหาศาล ความร้อนทะลุ 1000 องศาขยายตัวฉับพลัน ผลักดันวัตถุชิ้นเดียวขวางทางลมอยู่... นั่นคือ 'ไก่ป่าแช่แข็ง'!
ตูมมมมมมมมมมมมมมม!!!
เสียงระเบิดกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่นยิ่งกว่าครั้งแรก! ปลายท่อเหล็กพ่นเปลวไฟสีส้มแดงยาวกว่า 2 จั้งออกมาดุจลมหายใจมังกรเพลิง!
ฟุ่บบบบ!!
ไก่ป่าแช่แข็งตัวอวบอ้วน ถูกแรงอัดระเบิดยิงพุ่งทะยานออกจากปากกระบอกเหล็กด้วยความเร็วเหนือเสียง! ซากไก่แหวกอากาศเสียดสีชั้นบรรยากาศ กลายสภาพเป็นลูกไฟสีส้มสว่างวาบประดุจวิหคเพลิงสวรรค์! พุ่งข้ามลานค่ายทหาร พุ่งข้ามศีรษะทหารยาม พุ่งตรงไปยัง 'หอสังเกตการณ์หินศิลา' รกร้างของศัตรูตั้งตระหง่านอยู่นอกกำแพงด่านเยี่ยนเหมิน!
เปรี้ยงงงงงงง!! โครมมม!!
ไก่ป่าย่างไฟกระแทกเข้ากับหอสังเกตการณ์อย่างจัง! แรงปะทะมหาศาลส่งผลกำแพงหินศิลาหนาครึ่งฉื่อ แตกกระจายเป็นรูโบ๋ขนาดใหญ่เบ้อเริ่ม! ซากหินถล่มลงมาดังกึกก้อง ฝุ่นควันลอยคลุ้งบดบังวิสัยทัศน์ไปทั่วบริเวณ!
ทหารทั้งด่านเยี่ยนเหมินนับ 1000 นาย... อ้าปากค้างจนกรามแทบหลุดหล่นกระแทกพื้น
"..."
"..."
"..."
เงียบกริบ... ความเงียบระดับมรณะเข้าปกคลุมทั้งกองทัพ
นายกองหน้าบากหันกลับมามองท่อเหล็กปล่อยควันลอยกรุ่น สลับมองรูโหว่บนหอคอยศิลาห่างออกไปเกือบ 500 ก้าว รูม่านตายอดขุนพลหดเล็กลงจนเหลือเท่าปลายเข็ม ร่างกายสั่นสะท้านดั่งผีเข้า
"นี่คือ... อาวุธทำลายล้างชนิดใดกัน..." นายกองเสียงสั่นเครือ "ยิงวัตถุทะลวงศิลาจากระยะ 500 ก้าว... ไร้เครื่องยิงหินหน้าไม้ใดในแผ่นดินลอกเลียนแบบได้..."
เถ้าแก่หู่ ช่างตีเหล็กผู้เชี่ยวชาญ คุกเข่าลงเบื้องหน้าท่อเหล็กควันกรุ่น มือหนาสั่นระริกขณะเอื้อมไปสัมผัสความร้อน
"ท่อเหล็กหล่อหนาทนแรงดัน... ผงอัคคีเทพ... แลแรงอัดอากาศ..." เถ้าแก่หู่เบิกตาถลน น้ำตาแห่งความปีติไหลอาบแก้ม "สวรรค์!! พวกเรามัวนั่งตีดาบตีหอกไปเพื่อสิ่งใด! นี่ต่างหากคืออาวุธแห่งอนาคต! นี่คือวิถีแห่งโลหะวิทยาผสานปราณอัคคี!!"
กุนซือชราสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ หันมองชายหนุ่มชุดขนสัตว์ด้วยแววตาเทิดทูนบูชาสุดหัวใจ
"ยอดเยี่ยม! ลึกล้ำไร้ที่ติ!" กุนซือชราตะโกนลั่น "ท่านมหาผู้ตรวจการแสร้งทำเป็นหิวโหย ยืมมือคนรับใช้นำศพวิหคมา... แท้จริงแล้ว ท่านจงใจใช้ 'ซากสัตว์เนื้ออ่อน' มาเป็นกระสุนทดสอบแรงดัน แทนการใช้หินหรือเหล็ก! เพื่อป้องกันกระบอกปืนระเบิดสร้างเศษสะเก็ดทำร้ายพวกเรา! ช่างเป็นการจัดแสดง 'พิมพ์เขียว' พร้อมคำนวณความปลอดภัยเมตตายิ่งนัก!"
กุนซือชราชี้มือไปยังท่อเหล็ก "ท่อเหล็กพ่นไฟสังหาร! นี่คือ 'ปืนใหญ่เทวะ' เตรียมนำมาบดขยี้กำแพงเมืองศัตรูทุกแห่งบนโลกหล้า!!"
"ปืนใหญ่เทวะ!!" นายกองหน้าบากคุกเข่าลงโขกศีรษะ "คารวะบิดาแห่งเทพศาสตรา!!"
"คารวะบิดาแห่งปืนใหญ่เทวะ!!" ทหารนับ 1000 นายโห่ร้องสรรเสริญดังกึกก้อง กำลังใจทหารพุ่งทะยานทะลุจุดเดือด! พวกเขามีอาวุธฉีกกฎเกณฑ์สวรรค์อยู่ในการครอบครองแล้ว!
เถ้าแก่หู่ผุดลุกขึ้น ชูค้อนขึ้นฟ้า "รวบรวมเหล็กกล้าทั้งหมดในด่านเยี่ยนเหมิน! หยุดตีดาบ หอก ง้าว ให้หมดสิ้น! นับแต่วินาทีนี้ โรงตีเหล็กจักหล่อเฉพาะ 'ท่อปืนใหญ่เทวะ' ตามแบบจำลองของท่านมหาปราชญ์เท่านั้น! พวกเราจักสร้างปืนใหญ่ 100 กระบอก ตั้งเรียงรายบนกำแพงเมือง!!"
"โอ้วววววววววว!!" เสียงโห่ร้องแห่งกองทัพทหารปืนใหญ่กองแรกของโลกดังก้องสะเทือนฟ้าดิน!
ขณะเดียวกัน ท่ามกลางเสียงสรรเสริญความยิ่งใหญ่ทางการทหาร...
ณ มุมหนึ่งของค่าย ลู่ชิงกำลังนั่งยองๆ อยู่หน้ากองไฟมอดดับ มือขวายังคงถือไม้เขี่ยไฟค้างไว้ ร่างกายแข็งทื่อเป็นรูปปั้นหิน
สายตาเขามองลอดช่องกำแพงเมือง ทะลุไปยังหอคอยศิลาแหลกเป็นรูโหว่... ซากปรักหักพังกลืนกิน 'อาหารเย็น' ของเขาอัดกระแทกแหลกสลายกลายเป็นเถ้าธุลีหายไปในชั้นบรรยากาศ...
ไก่ของข้า... ไก่อบของข้า...
น้ำตาใสๆ หยด 1 ค่อยๆ ไหลรินออกจากหางตามหาผู้ตรวจการผู้ยิ่งใหญ่
'ข้า... ข้าแค่อยากกินไก่ย่าง... ข้าแค่จะใช้วิธีอบไก่สุกไว... เหตุใด... เหตุใดการย่างไก่ของข้า ให้กำเนิดปืนใหญ่ปราบกบฏขึ้นมาได้วะโว้ยยยยยยยยยย!!!'
เสียงร่ำร้องก่นด่าสวรรค์ในใจของคนหิวโซ ถูกกลืนหายไปจนหมดสิ้น ท่ามกลางเสียงเฉลิมฉลองการถือกำเนิด 'กองพันทหารปืนใหญ่' เตรียมเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์สงครามแว่นแคว้น... ไปตลอดกาล!
เวลาผ่านไป 7 วัน 7 คืนนับตั้งแต่การค้นพบปืนใหญ่เทวะ
อุณหภูมิภายในค่ายทหารด่านเยี่ยนเหมินพุ่งสูงขึ้นราวกับฤดูร้อนมาเยือนก่อนกำหนด เตาหลอมขนาดมหึมาสร้างขึ้นอย่างลวกๆ เร่งกำลังการผลิตตลอด 12 ชั่วยาม เสียงค้อนตีเหล็กดังกังวานตึงตังมิหยุดพัก
ลู่ชิงหงุดหงิดขั้นสุด ชายหนุ่มสวมเพียงชุดซับในผ้าฝ้ายบางเบา เดินแหวกม่านเต็นท์ออกไปด้านนอก หวังสูดอากาศเย็นเยือกคลายความร้อนระอุ
ทว่าภาพเบื้องหน้า ทำเอาอดีตศาสตราจารย์หนุ่มยืนแข็งทื่อเป็นรูปปั้นศิลา
เตายักษ์พ่นไฟสีฟ้า... ท่อเหล็กยักษ์นับ 100 กระบอก วางตั้งเรียงรายอยู่บนกำแพงเมือง... ช่างตีเหล็กเปลือยท่อนบนเกือบ 500 คน นอนสลบไสลด้วยความเหนื่อยล้าเกลื่อนลานค่าย...
ลู่ชิงกะพริบตาปริบๆ กะพริบอีกครั้ง แล้วพยักหน้าอย่างพอใจ
"อืม... อย่างน้อยพวกเจ้ายังพอมีสติรับฟังคำสั่งอยู่บ้าง..."
อาฝูเพิ่งวิ่งหอบน้ำชาเข้ามา รีบเอ่ยถาม "นายท่านหมายถึงสิ่งใดหรือขอรับ?"
ลู่ชิงชี้ไปยังท่อเหล็กบนกำแพง "แม้พวกเจ้าบ้าจี้สร้างเตาหลอมนรกนี่ขึ้นมากลางค่าย... ทว่ายังอุตส่าห์สร้าง 'กระบอกย่างไก่' เพิ่มให้ข้าอีกตั้ง 100 อัน"
อาฝูนิ่งอึ้ง มือถือถ้วยชาสั่นเทา
"..."
"..."
"เรียนนายท่าน..." อาฝูกลืนน้ำลายฝืดคอ "นั่นคือปืนใหญ่เทวะ 100 กระบอก... ท่านสั่งให้สร้างเพื่อป้องกันด่านขอรับ"
กร๊อบ!
เสียงบางอย่างในระบบความนึกคิดของลู่ชิงแตกร้าว ชายหนุ่มยืนค้าง ดวงตาว่างเปล่าประดุจวิญญาณออกจากร่างไปเต้นรำรอบกองไฟ
ปืน... ใหญ่... 100 กระบอก...?
'ข้าแค่อยากย่างไก่กิน... เหตุใดพวกเจ้าถึงระดมพลสร้างกองทัพอาวุธสงครามระดับทำลายล้างขึ้นมาได้วะ!?'
ตึง! ตึง! ตึง!
ยังมิทันลู่ชิงจะได้ทรุดตัวลงไปสติแตก เสียงกลองรบหนักหน่วงดุจฟ้าผ่า พลันดังแว่วมาจากขอบฟ้าทิศเหนือ!
ทหารยามบนหอคอยตะโกนสุดเสียง "ข้าศึกบุก!! ทัพหลักเผ่าอนารยชนมาแล้ว!!"
ภายนอกกำแพงเมืองด่านเยี่ยนเหมิน
กองทัพม้าหุ้มเกราะศิลา 50000 นาย แผ่ขยายสุดลูกหูลูกตาราวกับเมฆดำมฤตยู เบื้องหน้าสุด ต้าข่านราชาหมาป่านั่งตระหง่านอยู่บนหลังม้าสีนิล ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองกำแพงด่านเยี่ยนเหมินด้วยความกระหายเลือด
ทันใดนั้น ต้าข่านสังเกตเห็นร่างหนึ่งยืนอยู่บนยอดกำแพงเมือง ชายหนุ่มสวมเพียงชุดซับในสีขาวบางเบา ผมเผ้ายุ่งเหยิงฟูฟ่อง สีหน้าง่วงงุนราวกับคนเพิ่งลุกจากเตียง
แม่ทัพรองด้านข้างราชาหมาป่าชี้ดาบหัวเราะลั่น
"ฮ่าๆๆๆ! ชาวจงหยวนสิ้นคนแล้วจริงๆ! ถึงกับส่งคนเพิ่งตื่นนอน สวมชุดซับในออกมารับศึก!"
นายทหารหลายคนหัวเราะตาม
"ขุนพลแคว้นฮั่นยังมิได้ล้างหน้าเลยกระมัง!"
"ดูสิ! เสื้อผ้าสวมมิครบ! สงสัยตกใจกลัวจนฉี่ราดกางเกงไปแล้ว!"
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังครืนไปทั่วกองทัพ 50000 นาย ต้าข่านยิ้มหยัน "นี่หรือผู้พิทักษ์ด่านเยี่ยนเหมินคนใหม่? ข้าเริ่มสงสารพวกชนชั้นล่างเสียแล้ว... ตีกลองรบ! สั่งบุกทำลายกำแพงซะ!"
ตึงงง! ตึงงง! ตึงงงงง! เสียงกลองยักษ์นับ 100 ใบดังกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง!
บนกำแพงเมือง ลู่ชิงกำลังเอานิ้วก้อยแคะหูซ้าย เสียงกลองรบดังจนขี้หูแทบเต้นระบำ
"หนวกหูโว้ยยยย!" ชายหนุ่มสบถอย่างหัวเสียขั้นสุด "ข้าเพิ่งตื่น! แดดร้อนระอุ! ขยะเหล็กหลังค่ายเกะกะสายตา! อาฝู! สั่งทหารเอาขยะเหล็กพวกนั้นยัดใส่ท่อ เอาลูกไฟจุดระเบิดไล่แมลงวันพวกนั้นไปให้พ้นหน้าข้าที!"
"ขะ... ขยะเหล็กหรือขอรับ!?" อาฝูงุนงง
"ใช่! เศษมีด เศษหม้อแตกๆ ยัดลงไปให้หมดแล้วเผาทิ้งซะ! เสียงดังเยี่ยงนี้ ผู้ใดจะไปทนนอนต่อได้วะ!"
หลังคำสั่งประกาศิต ทหารปืนใหญ่ 300 นายรีบปฏิบัติตามทันควัน!
พวกเขากรอกดินปืนศักดิ์สิทธิ์ลงท่อ จากนั้นโกยขยะโลหะ... ยัดเศษเกราะ ยัดเศษตะปู ยัดเศษใบดาบหัก แม้กระทั่งเศษหม้อเหล็กเก่าก้นทะลุ ถูกโยนอัดลงไปในปากกระบอกปืนใหญ่ 100 กระบอกจนแน่นเอี๊ยด!
"จุดชนวน!!" นายกองหน้าบากตวัดดาบ
ฟู่— ฟู่— ฟู่—
สายชนวน 100 เส้นไหม้ลามอย่างรวดเร็ว
ราชาหมาป่ามองจากที่ไกลๆ เริ่มขมวดคิ้ว 'ท่อเหล็กสิ่งใดกัน? เหตุใดมีควันลอยขึ้นมา? ศัตรูคิดจะสาดน้ำร้อนใส่ทัพม้าศิลาของข้าจากระยะไกลเยี่ยงนั้นรึ? โง่เขลา!'
แลในเสี้ยววินาทีถัดมา...
ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!
โลกทั้งใบสั่นสะเทือนประหนึ่งสวรรค์พิโรธ! คลื่นอากาศระเบิดกวาดพายุหิมะบนพื้นกระจายเป็นวงกว้าง ปากกระบอกปืน 100 กระบอกพ่นไฟออกมาพร้อมกันดุจมังกรเพลิง 100 ตัวคำรามก้องฟ้าดิน!
แรงอัดจากผงดินปืน ขับดัน 'ขยะโลหะ' นับ 100000 ชิ้น พุ่งทะยานออกจากกระบอกปืนด้วยความเร็วเหนือเสียง! ทะลวงวิถีอากาศมิใช่ลูกปืนใหญ่ทรงกลม ทว่าคือ 'กระสุนลูกปราย' แผ่กระจายเป็นพายุใบมีดมรณะในรัศมีกว้าง!
สิ่งลำดับ 1 พังพินาศ... คือกลองรบยักษ์ของราชาหมาป่า
เศษเหล็กแหลมคมชิ้น 1 พุ่งเสียบทะลุกลางหน้ากลอง ตูม! กลองแตกกระจายเป็นผงไม้กระเด็นเข้าปากมือตีกลอง!
สิ่งลำดับ 2 คือหม้อต้มซุปเนื้อแกะของแม่ทัพฝ่ายซ้าย
ลูกหมุดเหล็กตกใส่หม้อเต็มแรง หม้อระเบิด ซุปแกะเดือดพล่านสาดกระจายใส่หน้าแม่ทัพซ้ายจนร่วงตกม้า!
สิ่งลำดับ 3 คือธงรบของแม่ทัพใหญ่
เสาธงหักสะบั้นขาดครึ่งท่อน ปลิวหมุนเคว้งหายไปกับพายุลูกปราย!
สิ่งลำดับ 4 คือกางเกงขนหมาป่าของแม่ทัพรองผู้เพิ่งหัวเราะเยาะลู่ชิงเมื่อครู่
เศษขอบหม้อแตกพุ่งเฉียดหว่างขาไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด! ฉีกกางเกงขนหมาป่าขาดเป็นทางยาวจนโล่งโจ้งรับลมหนาว!
แม่ทัพรองกรีดร้องเสียงหลงดั่งสตรีเสียจริต "มารดาเจ้าเถอะ!!" ก่อนตกจากหลังม้าสลบเหมือดไปในทันที!
นายกองหน้าบากบนกำแพงเมืองเบิกตาถลน "สวรรค์! ท่านอาจารย์คำนวณวิถีโค้งพาราโบลา ยิงเศษหม้อไปฉีกกางเกงข้าศึกโดยมิระคายผิวเนื้อ! ช่างเป็นการข่มขวัญเชิงสัญลักษณ์ขั้นสูงสุด!"
หลังจากนั้น... จึงเป็นมหันตภัยของจริง
-่าฝนเหล็กกล้า สนิม หมุด แลเศษดาบนับ 100000 ชิ้น ตกลงสู่กองทัพม้าศิลาดุจห่าฝนดาวตกมฤตยู! เกราะศิลาแข็งแกร่ง ถูกเศษเหล็กความเร็วสูงฉีกกระชากประดุจกระดาษ!
เสียงระเบิด เสียงม้าศึกกรีดร้อง เสียงคนเถื่อนโอดครวญ ดังต่อเนื่องมิหยุดหย่อน ภายในเวลาไม่ถึง 10 ลมหายใจ... แนวรบด้านหน้าสุด 10000 นาย หายวับไปจากสายตาทั้งแถบ!
ต้าข่านราชาหมาป่าตัวสั่นงันงก ริมฝีปากซีดขาวดุจคนตาย เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองแนวกำแพงเมืองห่างไกล
ชายชุดขาวยังคงยืนอยู่ตรงนั้น... มือข้างหนึ่งกำลังแคะหูด้วยสีหน้ารำคาญใจสุดขีด อีกมือหนึ่งพัดไล่ควัน ราวกับระเบิดมฤตยูเมื่อครู่เป็นเพียงแค่การจุดประทัดไล่นกกระจอก!
จิตใจของจอมทัพแห่งทุ่งหญ้าเริ่มถูกตีความใหม่
'ชายผู้นั้น... มิได้ตกใจตื่นนอน! ทว่าเขาสวมเพียงซับในออกมารับศึก เพื่อประกาศว่าทัพ 50000 ของข้า มิคู่ควรให้เขาแต่งกายเต็มยศ! การส่งเศษหม้อ เศษสนิม แลขยะมาเป็นกระสุน... คือการสื่อความหมายว่า ทัพศิลาของข้ามีค่าเป็นเพียงขยะในสายตาสวรรค์!!'
เหงื่อเย็นเยียบไหลพรากอาบแผ่นหลังราชาหมาป่า ม้าศึกสีนิลใต้ร่างเข่าอ่อนทรุดตัวลงกับพื้น
'ชายผู้นี้คือเทพเจ้าอสนีบาต! เขาสามารถบงการสายฟ้าแลโลหะให้ฉีกทึ้งเกราะศิลาได้ดั่งใจนึก! สู้กับมนุษย์ข้าอาจชนะ... ทว่าสู้กับเทพเจ้าข้ามีแต่แหลกสลาย!'
เคร้ง!
ราชาหมาป่าทิ้งดาบประจำตระกูลลงบนพื้นหิมะ ทรุดตัวลงคุกเข่าโขกศีรษะรับความพ่ายแพ้อย่างไร้ข้อแม้
"ทัพหมาป่ายอมศิโรราบ!! ข้าน้อยมีตาหามีแววไม่ บังอาจท้าทายเทพเจ้า!! พวกเราขอยอมจำนนเป็นเมืองขึ้นแว่นแคว้นของท่านตลอดกาล!!"
เสียงโห่ร้องสรรเสริญชัยชนะ ดังกึกก้องกังวานไปทั่วกำแพงด่านเยี่ยนเหมิน ทหารฮั่นนับ 10000 กระโดดกอดกันร่ำไห้ด้วยความปีติยินดีรอดตายอย่างปาฏิหาริย์
ส่วนฮีโร่กู้ชาติ... กลับพ่นลมหายใจออกทางปาก แล้วคิดเพียงเรื่องเดียว
'ฮู่ววว... ในที่สุดศัตรูเบื้องล่างหยุดตีกลองหนวกหูนั่นเสียที... กลับไปนอนต่อดีกว่า...'
ทว่าความสุขของคนขี้เกียจมักสั้นเสมอ
กระทั่ง 3 วันต่อมา... ราชทูตด่วนพิเศษจากเมืองหลวงควบม้าฝ่าหิมะมาถึงด่านเยี่ยนเหมิน
"ฮ่องเต้มีพระราชโองการ!!" ราชทูตประกาศก้องหน้าจวนที่พัก "มหาผู้ตรวจการลู่ชิง! มีวิสัยทัศน์กว้างไกลดุจพญาอินทรี! ประดิษฐ์อาวุธเทวะ สยบราชาหมาป่าโดยไร้รอยขีดข่วน! ความดีความชอบกึกก้องไป 3 โลก!"
ลู่ชิงหลับตาปี๋ ลางร้ายระดับจักรวรรดิคืบคลานเข้ามาอีกแล้ว
"โปรดเกล้าแต่งตั้งมหาผู้ตรวจการลู่ชิง ขึ้นเป็น... จอมทัพมหาเสนาบดีพิทักษ์อุดร! บัญชาการทหารชายแดนเหนือเด็ดขาด!!"
ราชทูตยิ้มกว้างทิ้งระเบิดลูกสุดท้าย "แลเพื่อความมั่นคงของแว่นแคว้น ฮ่องเต้ทรงมีพระราชบัญชา... ให้ท่านมหาเสนาบดี ผลิตปืนใหญ่เทวะเพิ่มเติมอีก 1
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??