เรื่อง “คัมภีร์เต๋าเหนือโลกันตร์”
รุ่งเช้าาึช้า่าปกติ
สีขาวัลอยปุป่าื่เงา
แสงอาทิตย์อ่อน ๆ ส่อง่ายอดไม้าเป็นำแสงเล็ก ๆ
เีหยดน้ำัเป็นจังหวะ
ิ๋...
ิ๋...
ิ๋...
หลินเวีนั่งู่้ากองไฟที่ดดับไปตั้งแต่กลางดึก
เาไม่ได้หลับ
ตลอดทั้งคืน
เาัคิดถึงการต่อสู้เมื่อวาน
ิม่อเหยี
ชายผู้นั้นไม่ได้ต้องการฆ่าเา
ไม่ได้ต้องการจับตัวเา
แต่กลับปล่อยใ้เามีชีวิตู่
และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ
อีกฝ่ายำัรอ
รอใ้เาแข็งแกร่งขึ้น
หลินเวีกำหมัดแน่น
"เหตุใด..."
เาพึมพำ
"ถึงต้องรอใ้ข้าเติบโต?"
ถ้าัิเงาทมิฬมีอำนาจาพอ
พวกัสามารถส่งคนจำนวนามาฆ่าเาได้
แต่พวกัไม่ทำ
นั่นหมายความ่า
การมีชีวิตู่ของเา
อาจมีความหมายบางอ่าต่อแผนการของพวกั
และนั่นำใ้เาไม่สบายใจยิ่ง่าการถูกไล่ล่า
"เจ้าก็ไม่ได้น?"
เีหนึ่งัขึ้น
หลินเวีหันกลับ
เยี่ยเทีเหิงเดิอกมาจากด้านหลังต้นไม้
เสื้อคลุมัมีรอยเลือดจากการต่อสู้เมื่อวาน
แต่สีหน้าของเากลับสงบนิ่ง
หลินเวีส่ายหน้า
"ไม่"
เยี่ยเทีเหิงนั่งลงตรงข้าม
ทั้งสองเีู่ครู่หนึ่ง
่ที่เยี่ยเทีเหิงะพูด
"ิม่อเหยี"
หลินเวีงเา
"เจ้าคิดอ่าไร?"
"แข็งแกร่ง"
"แค่นั้น?"
"ไม่"
เยี่ยเทีเหิงหยิบกิ่งไม้ขึ้นมาเขี่ยกองเถ้า
"เาไม่ได้แข็งแกร่งเาะพลัง"
หลินเวีพยักหน้า
"เาแข็งแกร่งเาะรู้่าเราะทำะไ ่ที่เราะทำ"
"ใช่"
เยี่ยเทีเหิงงเา
"เจ้ากับข้าแตกต่างกัน"
"เจ้างเส้นทางของศัตรู"
"ข้างการเคลื่อนไหวของศัตรู"
หลินเวียิ้ม
"แต่เมื่อวาน"
"เราสองคนก็ัแพ้"
เยี่ยเทีเหิงไม่ได้ปฏิเสธ
"ันั้นครั้งหน้า"
"ข้าะไม่แพ้"
หลินเวีงเาู่ครู่หนึ่ง
่หัวเราะเา ๆ
"ข้าก็คิดเหมือนกัน"
"ตื่นได้แล้ว!"
เีของืเหว่ยัขึ้นจากอีกด้าน
"อาหารเสร็จแล้ว!"
หลินเวีกับเยี่ยเทีเหิงหันไป
บนกองไฟมีหม้อใบหนึ่งตั้งู่
กลิ่นเนื้อสัตว์อสูรลอยออกมา
ู่หยุนหลานำัตักอาหาร
หาวี่ำัเติมฟืน
ส่วนืเหว่ั่งกอดอกด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ
"ข้าขอประกาศ"
"อาหารมื้อนี้เป็นฝีมือของข้า"
หาวี่พูดทันที
"ข้าเป็นคนล้างเนื้อ"
ู่หยุนหลานเสริม
"ข้าเป็นคนปรุง"
เยี่ยเทีเหิงกล่าว
"ข้าเป็นคนหาไม้"
ทุกคนงืเหว่ย
ืเหว่ิ่ง
"เอาล่ะ"
"ข้าเป็นคนจุดไฟ"
หาวี่ตอบ
"ข้าเป็นคนจุด"
"เจ้า..."
ืเหว่ยกัดฟัน
หลินเวีหลุดหัวเราะ
เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เมืองชิงหยุน
ที่เารู้สึ่า
ทุกอ่าไม่ได้ัอึ้งไปเสียหมด
พวกเาัเป็นศิษย์รุ่นเยาว์
ัมีเวลาหัวเราะ
ัสามารถนั่งิอาหารด้วยกัน
ัสามารถพูดเรื่องไร้สาระ
่ที่ะต้องกลับไปเผชิญโลกที่เต็มไปด้วยอันตราย
หลินเวีนั่งลง
รับชาาหารจากู่หยุนหลาน
"ขอบคุณ"
นางยิ้ม
"ิเยอะ ๆ"
"วันนี้เราต้องเดินทางอีกไกล"
หลินเวีพยักหน้า
หลังรับประทาาหาร
ู่หยุนหลานเ้าไปตรวจเ็า
นางัไม่ฟื้
แต่สภาพร่างกายดีขึ้นา
หลินเวีนั่ง้า ๆ
ดวงตาแ่กรรมเปิเพียงเ็้
เส้นกรรมสีดำที่เคันรอบเ็า
ตอนนี้จางาก
แต่ัมีเส้นหนึ่ง
ทอดออกจากร่าง
มุ่งไปทางตะวัอก
หลินเวีงเส้นนั้น
"ัเชื่อยู่"
ู่หยุนหลานถาม
"กับัิเงาทมิฬ?"
"น่าะใช่"
"ตัดได้ไหม?"
หลินเวีส่ายหน้า
"ถ้าตัดตอนนี้"
"อาจฆ่านาง"
ู่หยุนหลานเี
หลินเวีกล่าว
"เส้นนี้ไม่ได้เป็นเพียงพันธนาการ"
"ัเหมือนเครื่องหมาย"
"พวกัใช้ัเพื่อตามหาผู้สูญสิ้น"
ู่หยุนหลานเข้าใจทันที
"ันั้นถ้าเราพานางกลับสำนัก"
"ัิเงาทมิฬก็ะตามไป"
หลินเวีพยักหน้า
นี่คือปัญหา
หากนำเ็ากลับ
สำนักอาจตกู่ใันตราย
หากทิ้งนางไว้
นางอาจถูกจับกลับไป
เาหลับตา
คิดู่ครู่หนึ่ง
าั้กล่าว
"เราะไม่กลับสำนักทันที"
ู่หยุนหลานงเา
"แล้วะไปไหน?"
"เมืองไป๋หลิน"
"เมืองไป๋หลิน?"
หลินเวีพยักหน้า
"หอเฝ้าราตรีมีจุดติดต่อู่ที่นั่น"
"เราะใ้พวกเาช่วยลบเครื่องหมาี้"
ู่หยุนหลานพยักหน้า
"ดี"
่ออกเดินทาง
หลินเวีเ้าไปตรวจสอบพื้นที่ต่อ
ซากอาคารที่พวกเาพบเมื่อคืน
มีสิ่งหนึ่งที่ัค้างู่ในใจเา
ตราสีเงิน
ของเยี่ยเทีเหิง
เายืนู่หน้าห้องใต้ดิน
งตรานั้น
เยี่ยเทีเหิงเดินเข้ามา
"เจ้าสงสัยข้า?"
หลินเวีหันกลับ
"ไม่"
"แต่เจ้าสงสัยตรานี้"
"ใช่"
เยี่ยเทีเหิงยืน้าเา
"ตรานี้เป็นของคนที่ช่วยข้า"
หลินเวีเลิกคิ้ว
"ช่วยเจ้า?"
"เมื่อหลายปี่"
เยี่ยเทีเหิงกล่าว
"ข้าถูกล่าจากกลุ่มคนชุดดำ"
"มีคนหนึ่งช่วยข้า"
"เาไม่เคยบอกชื่อ"
"ทิ้งไว้เพียงตรานี้"
หลินเวีงตราสีเงิน
"เจ้ารู้หรือไม่่าคนคนนั้นเป็นใคร?"
เยี่ยเทีเหิงส่ายหน้า
"ไม่รู้"
"แต่เาบอกข้า่า"
เาหยุด
"ถ้าวันหนึ่งข้าเจอัิเงาทมิฬ"
"อย่าเ้าไปยุ่ง"
หลินเวีนิ่ง
"แล้วเหตุใดเจ้าถึงเข้ามายุ่ง?"
เยี่ยเทีเหิงงเา
"เาะตอนนี้"
"ข้าเจอพวกัแล้ว"
ทั้งสองสบตากัน
ไม่มีใครพูดต่อ
แต่หลินเวีเข้าใจ
เส้นทางของเยี่ยเทีเหิง
มีบางอ่าซ่อนู่
และวันหนึ่ง
มัาจเชื่อมกับัิเงาทมิฬ
พวกเาออกเดินทางช่วงสาย
เ็าถูกวางไว้บนรถม้าขนาดเล็ก
ืเหว่ยเป็นั
หาวี่นั่ง้า ๆ
ู่หยุนหลานดูแลเ็า
ส่วนหลินเวีกับเยี่ยเทีเหิงเดินขนาบ้า
ระห่างทาง
พวกเาพบสัตว์อสูรระดับต่ำสองตัว
ืเหว่ยำัะชักกระบี่
แต่หลินเวีห้าม
"ไม่จำเป็น"
สัตว์อสูรทั้งสองไม่ได้โจมตี
เพียงยืนงพวกเา
าั้ก็หันหลังวิ่งเ้าไปในป่า
ืเหว่ยเกาหัว
"วันนี้สัตว์อสูรใจดีจัง"
หาวี่ตอบ
"อาจเาะัสัมผัสได้่าเจ้าโหด่า"
"ข้า?"
"ใช่"
"ข้าดูเหมือนคนโหด?"
"า"
เีหัวเราะัขึ้นจากรถม้า
หลินเวีส่ายหน้า
แต่รอยยิ้มัู่บนใบหน้า
ช่วงบ่าย
พวกเาหยุดพักริมแม่น้ำ
ู่หยุนหลานก่อไฟ
หาวี่ไปหาน้ำ
ืเหว่ยจับปลา
เยี่ยเทีเหิงนั่งฝึกกระบีู่่ใต้ต้นไม้
ส่วนหลินเวี
ำัทำสมาธิ
เาตรวจสอบร่างกายของตนเอง
พลังปราณไหลเวีอ่ามั่นคง
ไม่มีความผิดปกติ
แต่เมื่อเาสัมผัสกำแพงขั้นที่ห้า
กลับเกิดความรู้สึกประหลาด
กำแพงนั้น
ไม่ได้เป็นเพียงกำแพงพลัง
ัเหมือนประตู
ที่กั้นระห่างโลกสองใบ
ด้านหนึ่ง
คือพลังปราณ
อีกด้านหนึ่ง
คือบางสิ่งที่ลึก่านั้น
หลินเวีพึมพำ
"มรรคา..."
คำนี้ปรากฏขึ้นในใจ
อ่าไร้เหตุผล
เาลองสัมผัสั
แต่ทันทีที่จิตสัมผัสกำแพง
ความเจ็บปวดรุนแรงพุ่งขึ้น
หลินเวีรีบถอนจิต
เลือดหยดหนึ่งไหลออกจากจมูก
ู่หยุนหลานเห็นทันที
"หลินเวี!"
นางรีบเข้ามา
"เจ้าเป็นะไ?"
"ไม่เป็นไร"
"เลือดออกแล้ว"
หลินเวีเช็ดเลือด
"ข้าแค่ลองแตะกำแพง"
"ขั้นที่ห้า?"
"ใช่"
ู่หยุนหลานถาม
"ใกล้แล้วหรือ?"
หลินเวีงมือของตัวเอง
"ใกล้"
"แต่ข้าคิดผิด"
"ผิดอ่าไร?"
"ข้าเคยคิด่าตัวเองต้องสะสมพลังใ้าพอ"
เาเงยหน้า
"แต่ขั้นที่ห้า"
"ไม่ใช่เรื่องของพลัง"
ู่หยุนหลานงเาอ่าตั้งใจ
หลินเวีกล่าว
"ัคือการเลือกมรรคาของตัวเอง"
เยี่ยเทีเหิงทีู่่ไม่ไกลหยุดฝึก
เาได้ยินทุกคำ
"เจ้ารู้แล้ว?"
หลินเวีงเา
"เพิ่งเข้าใจ"
เยี่ยเทีเหิงเดินเข้ามา
"ข้าก็คิดเช่นนั้น"
"เจ้ารู้มา่?"
"ไม่ทั้งหมด"
เยี่ยเทีเหิงกล่าว
"แต่ตั้งแต่เริ่มฝึกกระบี่"
"ข้ารู้่าพลังเพียงอ่าเดียวไม่พอ"
หลินเวีงกระบี่ของเา
"แล้วมรรคาของเจ้าคือะไ?"
เยี่ยเทีเหิงไม่ตอบทันที
เางแม่น้ำ
งแสงอาทิตย์
งกระบี่ในมือ
่กล่าว
"ข้าไม่รู้"
"แต่ข้าะหาัด้วยตัวเอง"
หลินเวียิ้ม
"ดี"
"ข้าก็เหมือนกัน"
ทั้งสองไม่ได้พูดะไอีก
แต่ตั้งแต่วินาทีนั้น
ความสัมพันธ์ระห่างพวกเาเปลี่ไปเ็้
ไม่ใช่ศัตรู
ไม่ใช่เพื่อนสนิท
แต่เป็นคนสองคน
ที่ำัเดินไปบนเส้นทางเดียวกัน
และต่างต้องการค้นหาคำตอบของตัวเอง
ค่ำคืน
พวกเาพักที่ริมแม่น้ำ
เ็าัไม่ฟื้
แต่ใบหน้าไม่ซีดเหมือน่
ืเหว่ั่ง่าปลา
หาวี่นั่งู่้า ๆ
"ข้าขอถาม"
ืเหว่ยกล่าว
"เจ้าคิด่าเด็กคนนั้นะฟื้เมื่อไร?"
หาวี่ส่ายหน้า
"ไม่รู้"
"ถ้านางฟื้"
"เจ้าะถามะไ?"
ืเหว่ยคิด
"ข้าะถาม่า..."
เาหยุด
"นางกลัวไหม"
ทุกคนเี
คำถาม่า ๆ
กลับำใ้บรรยากาศัขึ้น
หลินเวีงกองไฟ
ืเหวู่ดต่อ
"เมื่อวานตอนเห็นนาง"
"ข้ารู้สึกโกรธ"
"แต่ข้าก็กลัว"
"ถ้าวันหนึ่งคนที่ถูกขังู่ในกรงนั้นเป็นคนที่ข้ารู้จัก..."
เาไม่พูดต่อ
หาวี่ตบไหล่เา
"อย่าคิดา"
ืเหว่ยยิ้ม
"ข้ารู้"
หลินเวีงพวกเา
ในใจเกิดความรู้สึกบางอ่า
เาเริ่มเข้าใจ
เหตุใดเาถึงเดินต่อ
ไม่ใช่เพียงเาะผู้ถือโคม
ไม่ใช่เพียงเาะัิเงาทมิฬ
แต่เาะคนเหล่านี้
เาะผู้คนที่ไม่ควรถูกพรากสิ่งที่เป็นของตน
ชีวิต
ความทรงจำ
ความหวัง
และชะตากรรม
คืนนั้น
หลินเวีนั่งสมาธิอีกครั้ง
ตะเกียงวิญญาณเก้าชั้นฟ้าู่ในทะเลจิต
ชั้นที่สองัมีรอยร้าว
แต่ไม่เปิออก
เาไม่ได้ฝืน
เาะเาเข้าใจแล้ว
บางสิ่ง
ไม่สามารถบังคับใ้เปิได้
ต้องรอเวลาที่เหมาะสม
เปลวเพลิงชะตากรรมลอยู่ด้าน้า
สีทองของั
เข้มขึ้น่าเดิมเ็้
หลินเวียื่นมือ
สัมผัสเปลวเพลิง
ภาพหนึ่งปรากฏขึ้น
เมือง
ภูเา
แม่น้ำ
ผู้คนนับไม่ถ้วน
เส้นกรรมามาย
และเหนือทุกสิ่ง
มีเงาดำขนาดมหึมา
ำัทอดา
หลินเวีรีบถอนมือ
หายใจแรง
"นี่คือ..."
เาไม่รู้
แต่่ภาพะหายไป
เาเห็นสิ่งหนึ่ง
ดวงไฟจำนวนา
เรียงตัวู่ในความมืด
หนึ่ง
สอง
สาม
...
ถึงแปด
หลินเวีเบิกตา
"แปด..."
ภาพดับลง
เานั่งนิ่ง
หัวใจเต้นแรง
เาอยากรู้่าดวงไฟทั้งแปดคือะไ
แต่เีโบราณจากตะเกียงกลับไม่ัขึ้น
ไม่มีคำอธิบาย
ไม่มีคำตอบ
มีเพียงความรู้สึกหนึ่ง
่าเาัไม่ถึงเวลา
ในเวลาเดียวกัน
หลายร้อยลี้ออกไป
ภายในโรงเตี๊ยมแ่หนึ่ง
ชายชุดดำคุกเข่าต่อหน้าิม่อเหยี
"ผู้บังคับการ"
"รายงาน"
"ผู้สูญสิ้นำดับที่เจ็ดถูกช่วยออกไปแล้ว"
"ตราควบคุมถูกทำลาย"
ิม่อเหยีำัรินชา
มือไม่ได้สั่นแม้แต่น้อย
"แล้วอ่าอื่น?"
"ผู้ถือโคมใช้พลังที่เราไม่เคยบันทึกไว้"
ิม่อเหยียิ้ม
"พลังชะตากรรม?"
"ขอรับ"
"ดี"
เายกถ้วยชา
"ส่งข้อมูลกลับไป"
ชายชุดดำถาม
"แล้วะจับผู้ถือโคมหรือไม่?"
ิม่อเหยีส่ายหน้า
"ไม่"
"ปล่อยเา"
"แต่..."
"ข้าบอ่าปล่อย"
น้ำเีัสุภาพ
แต่แรงกดดันำใ้ชายชุดดำก้มศีรษะ
"ขอรับ"
เมื่อคนผู้นั้อกไป
ิม่อเหยีวางถ้วยชา
รอยยิ้มบนใบหน้าหายไป
เางแผนที่บนโต๊ะ
มีจุดสีดำจำนวนา
และตรงกลาง
มีจุดสีทองเพียงจุดเดียว
หลินเวี
ิม่อเหยีใช้นิ้วแตะจุดนั้น
"เติบโตอีกหน่อย"
"แล้วข้าะได้รู้..."
"่าผู้ถือโคมรุ่นนี้"
"ะเดินไปได้ไกลแค่ไหน"
เช้าวันต่อมา
หลินเวีืา
ดวงอาทิตย์ำัขึ้น
เ็าที่นู่ในรถม้า
ันิ้ว
าั้
ค่อย ๆ ืา
"ที่นี่..."
ู่หยุนหลานรีบเข้ามา
"เจ้าฟื้แล้ว"
เ็างนาง
าั้งไปรอบ ๆ
สายตาหยุดู่ที่หลินเวี
ดวงตาของนางสั่น
"ท่าน..."
หลินเวีเดินเข้ามา
"ไม่ต้องกลัว"
"พวกเราะไม่ทำร้ายเจ้า"
เ็างเา
ริมฝีปากสั่น
่ถามคำถามแรก
"ท่าน..."
"คือผู้ถือโคมหรือ?"
ทุกคนเี
หลินเวีงนาง
เาไม่ได้ตอบทันที
เาะในวินาทีนั้น
เารู้แล้ว่า
ต่อใ้เาพยายามซ่อนตัว
ชื่อของผู้ถือโคม
ำัถูกเปิเผยออกไปทีละน้อย
และวันหนึ่ง
ทั้งโลกอาจรู้่า
เาคือผู้ถือโคม
หลินเวีจึงตอบเพียง่า
"ข้าคือหลินเวี"
เ็างเา
่กล่าวด้วยเีแผ่วเา
"ถ้าเช่นนั้น..."
"ท่านต้องหนี"
หลินเวีขมวดคิ้ว
"ทำไม?"
เ็าตัวสั่น
"เาะผู้บังคับการ..."
"ไม่ได้ต้องการฆ่าท่าน"
นางกำผ้าห่มแน่น
"เาต้องการใ้ท่าน..."
"เดินไปถึงขั้นที่ห้า"
หลินเวีนิ่ง
สีหน้าของทุกคนเปลี่ไป
เ็ากล่าวต่อ
"เาะเมื่อผู้ถือโคมทะลวงขั้นที่ห้า..."
นางหยุด
ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
"ประตูแ่ชะตา..."
"ะเปิ"
ลมหนาวพัด่า
หลินเวีหันไปงท้องฟ้า
ตะเกียงวิญญาณเก้าชั้นฟ้าในทะเลจิต
สั่นสะเทือีกครั้ง
ครั้งนี้
รอยร้าวบนชั้นที่สอง
เพิ่มขึ้นเ็้
แกร็ก...
เีเาา
แต่หลินเวีได้ยินชัดเจน
เากำมือ
ดูเหมือน่า
ขั้นที่ห้า
ะไม่ได้เป็นเพียงการก้าวขึ้นของพลัง
แต่ัำัเป็น
กุญแจสำคัญ
ที่เปิประตูบางอ่า
ึ่ถูกปิึมาาแา
และัิเงาทมิฬ
ำัรอคอยใ้เา
เป็นคนเปิัด้วยตัวเอง
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??