เรื่อง Veonestra: สงครามวันพิพากษา
เสียงไเเตือนภัยีแฉานะัวิกฤตดังก้องสะท้อนหักเหซ้ำไปซ้ำมาทลายความเงียบสงบภายในศูนย์บัญชาการภาคพื้นหมายเลข 7 ขององค์กร V.I.F. ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ ณ เขตชานเมืองทางตอนเหนือของมหานครโครเนแซนเดรีย
โลกใบนี้ช่างโหดร้ายและไม่เคยคิดจะมอบช่วงเวลาให้มนุษยชาติได้หยุดพักหายใจเลยแม้แต่น้อย สัญญาณความผันผวนของมิติเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ฝูงสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์การ์เลนอสปรากฏตัวถี่ขึ้น ถี่ขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะกลายเป็นภัยพิบัติรายวัน
ภายในห้องยุทธการและการวางแผนการรบอันตึงเครียด ริน ในชุดพร้อมรบยืนกำหมัดแน่นอยู่เบื้องหน้าจอภาพโฮโลแกรมสามมิติขนาดมหึมาร่วมกับสมาชิกเดนตายของหน่วย Vanguard แสงสีฟ้าและแดงจากหน้าจอสาดกระทบใบหน้าของทุกคน เผยให้เห็นภาพถ่ายทอดสดสัญญาณดาวเทียมและโดรนลาดตระเวนความเร็วสูงที่กำลังบินอยู่เหนือท้องฟ้าของเมืองนิคมอุตสาหกรรมขนาดเล็กแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากฐานทัพ
ภาพบนจอนั้นช่างน่าสยดสยอง...เมืองทั้งเมืองกำลังลุกเป็นไฟพวยพุ่งสู่ท้องฟ้า กลุ่มควันสีดำหนาทึบบดบังแสงอาทิตย์ ประชาชนและคนงานโรงงานจำนวนมากกำลังวิ่งหนีตายกันอย่างโกลาหลลนลาน ขณะที่เบื้องหลังของพวกเขามีฝูงอสูรกายรูปร่างคล้ายหมาป่ายักษ์เกล็ดน้ำแข็งสีดำทมิฬจำนวนหลายสิบตัวกำลังกระโจนเข้าฉีกกระชากและไล่ล่าสังหารผู้คนอย่างบ้าคลั่งไร้ความปรานี
“การ์เลนอส Class 1 สายพันธุ์ตระกูลฟรอสต์วูลฟ์ จำนวนโดยประมาณห้าสิบตัวค่ะ!” เมดิสันรัวนิ้วลงบนแผงควบคุมด้วยความเร่งรีบ น้ำเสียงของเธอเคร่งเครียด “...และมีสัญญาณพลังงานะัสูงอีกหนึ่งจุด ตรวจพบ Class 2 อีกหนึ่งตัวทำหน้าที่เป็นจ่าฝูงควบคุมพวกมันค่ะ!”
ภาพบนจอโฮโลแกรมถูกสั่งขยายซูมเข้าไปตรงกึ่งกลางลานกว้างของนิคมอุตสาหกรรม เผยให้เห็นร่างอสูรกายขนาดยักษ์มหึมาที่มีความสูงเกือบสิบเมตร รูปร่างของมันคล้ายสัตว์ร้ายสี่ขาที่ปกคลุมไปด้วยเกล็ดหนาทึบสีดำสนิท ทว่าตามแนวสันหลังและกรงเล็บกลับมีผลึกน้ำแข็งแหลมคมสีฟ้าครามงอกเงยออกมาอย่างผิดธรรมชาติ ทุกย่างก้าวที่มันเหยียบย่ำลงบนพื้นคอนกรีต ความเย็นยะเยือกจะแผ่ซ่านแช่แข็งทุกสรรพสิ่งรอบข้างจนกลายเป็นผลึกน้ำแข็งแห้งกรอบในพริบตา
“หน่วยรบภาคพื้นดินปกติกำลังพยายามใช้อาวุธหนักยิงสกัดกั้นอยู่ค่ะ” โอลิเวียกล่าวเสียงเรียบพลางกอดอก แววตาสีเงินจับจ้องภาพรถถังและปืนใหญ่เลเซอร์ที่กำลังระดมยิงเข้าใส่จ่าฝูงยักษ์ “...แต่ะัเกราะนาโนมิติของมันหนาเกินไป อาวุธปกติทำอะไรมันไม่ได้เลย พวกเขากำลังเสียเปรียบอย่างหนักและคงยื้อไว้ได้อีกไม่เกินสิบนาที”
ผู้การสาวโรซาเลียจ้องมองข้อมูลตัวเลขพลังงานที่หลั่งไหลเข้ามาอยู่ครู่หนึ่ง แววตาสีม่วงคู่คมพลันฉายประกายเด็ดขาด ก่อนที่เธอจะหันหน้ากลับมามองเด็กสาวผมแดงที่ยืนอยู่ข้างกาย
“ภารกิจกวาดล้างครั้งนี้... เธอคือกำลังหลักในการเข้าปะทะ ริน”
“...เอ๊ะ? ฉัน... ฉันเหรอคะผู้การ?” รินสะดุ้งเล็กน้อย เบิกตาเลิ่กลั่กพลางใช้นิ้วชี้เข้าหาตัวเองด้วยความคาดไม่ถึง
“ใช่” โรซาเลียตอบกลับในทันที น้ำเสียงเฉียบขาดไร้ข้อโต้แย้ง “ครั้งก่อนที่หมู่บ้านไอเซล เธอทำได้เพียงแค่ยืนมองพวกเราต่อสู้ และยอมให้ศัตรูเป็นฝ่ายต้อนให้จนมุม...แต่คราวนี้ไม่มีการออมมืออีกต่อไปแล้ว ถึงเวลาที่เธอต้องก้าวลงสู่สนามรบจริงในฐานะนักรบของ Vanguard แบกรับพลังของลีซิลนอสออกไปสยบพวกมันซะ”
หัวใจของรินพลันเต้นรัวกระหน่ำราวกองรบ แผ่นหลังของเธอเย็นวาบด้วยความตื่นตระหนก ทว่าเมื่อภาพเสียงกรีดร้องของประชาชนในจอโฮโลแกรมสะท้อนเข้ามาในดวงตา เด็กสาวก็ขบกรามแน่น สลัดความกลัวทั้งหมดทิ้งไป พยักหน้ารับคำสั่งอย่างแน่วแน่
“...รับทราบค่ะ! ฉันจะทำอย่างสุดความสามารถ!”
สามสิบนาทีต่อมา...
ยานลำเลียงพลความเร็วสูง VTOL ร่อนลงจอดฉุกเฉินท่ามกลางซากปรักหักพังและการโกลาหล ณ ใจกลางเขตนิคมอุตสาหกรรม
เสียงปืนใหญ่กลและระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวจนแก้วหูแทบฉีกขาด เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินของ V.I.F. ในชุดเกราะคอมแบทหลายสิบนายกำลังปักหลักยิงสกัดกั้นฝูงหมาป่าน้ำแข็งการ์เลนอสอย่างเอาเป็นตาย ทว่ากระสุนปืนเจาะเกราะพลังงานกลับทำได้เพียงแค่สร้างรอยขีดข่วนบนผิวเกล็ดสีดำของพวกมันเท่านั้น
“กระสุนปืนกลไรเฟิลไม่ได้ผลเลย! เกราะมันหนาเกินไป!”
“อ้ากกก! ถอยร่นแนวกั้นก่อน! ถอย!”
“คุ้มกันพลเรือนและคนงานออกจากเขตโรงงานถลุงเหล็กด่วน!”
ตึ้งงงงงง!!!
รถหุ้มเกราะหนักคันหนึ่งถูกหมาป่า Class 1 พุ่งชนกระแทกจนตัวรถลอยคว่ำคะมำหลายตลบ บดขยี้แบริเออร์คอนกรีตจนแตกกระจาย เสียงหวีดร้องด้วยความสิ้นหวังของผู้คนดังระงม ริน อาซากิ ก้าวเท้าลงมาจากประตูท้ายยาน VTOL สายตาทอดมองภาพนรกบนดินตรงหน้าพลางกำหมัดแน่นจนสั่นเทา
นี่ไม่ใช่ห้องจำลองสถานการณ์ในค่ายฝึกหัด...นี่ไม่ใช่แบบทดสอบทฤษฎี...นี่คือชีวิตจริง และผู้คนผู้บริสุทธิ์กำลังหลั่งเลือดล้มตายลงไปจริงๆ ต่อหน้าต่อตาเธอ
“ก้าวออกไปได้แล้ว ริน” โรซาเลียเดินมาหยุดยืนข้างหลัง แววตาสีม่วงจับจ้องตรงไป “แสดงให้ฉันและโลกใบนี้ได้เห็น...ว่าพลังของผู้สืบทอดที่แท้จริงมันทำอะไรได้บ้าง”
รินสูดลมหายใจเข้าปอดลึกยาวเพื่อรวบรวมสมาธิทั้งหมดที่มี เด็กสาวก้าวเท้าออกไปข้างหน้าทีละก้าว นัยน์ตาที่เคยสั่นไหวพลันแปรเปลี่ยนเป็นประกายีแอมทองเจิดจรัสส่องสว่างขึ้น
“...Evolution Weapon...”
ฟู่มมมมมมมมมม!!!
สิ้นคำประกาศ เปลวเพลิงพลังงานีแทองอันบริสุทธิ์และร้อนแรงมหันต์ก็ระเบิดกระจายออกจากร่างของเด็กสาวราวกับภูเขาไฟปะทุ คลื่นความร้อนมหาศาลม้วนตัวซัดสาดเป่าละอองน้ำแข็งรอบกายให้กลายเป็นไอในพริบตา ชิ้นส่วนเกราะชีวภาพลีซิลนอสสีขาวขลิบทองค่อยๆ ก่อตัวเข้ารูปพันธนาการเข้ากับร่างกายของเธออย่างงดงาม ปีกพลังงานเพลิงเพลิงคู่ยักษ์สยายออกทางด้านหลัง แผ่รังสีความร้อนแรงกล้าจนชั้นบรรยากาศรอบข้างบิดเบี้ยว
เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดิน V.I.F. และทหารหลายนายที่กำลังล่าถอย ต่างพากันหันกลับมามองภาพเบื้องหน้าด้วยความตกตะลึงพรึงเพริดจนลืมเหนี่ยวไกปืน
“...นั่น...นั่นมันตัวอะไรกันน่ะ? เจ้าหน้าที่หน่วยไหน?”
“...เกราะีแนั่น...!?”
“...มีคนใหม่ปรากฏตัวขึ้นงั้นเหรอ? พลังความร้อนนี่มันอะไรกัน!”
รินลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาของเธอไร้ซึ่งความลังเลใจใดๆ อีกต่อไป “...EW Level 1!”
ตูมมมมม!!!
แรงถีบส่งจากพลังงานความร้อนใต้ฝ่าเท้าส่งผลให้พื้นคอนกรีตหนาแตกกระจายระเบิดออกเป็นวงกว้าง ร่างของรินในชุดเกราะลีซิลนอสทะยานพุ่งดิ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความเร็วสูงทะลุ 600 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเสี้ยววินาที อากาศรอบตัวเกิดการเสียดสีรุนแรงจนลุกเป็นไฟ เปลวเพลิงีแทองลากเป็นเส้นสายยาวเหยียดบนแผ่นฟ้าประหนึ่งดาวตกที่ย้อนศร
ฝูงหมาป่าการ์เลนอส Class 1 หลายตัวสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามจากเบื้องบน พวกมันเงยหน้าขึ้นขู่คำราม ทว่าความเร็วของรินนั้นอยู่เหนือะัประสาทสัมผัสของพวกมันไปไกลแล้ว
ฟุ่บ—!
รินพุ่งตัดผ่านร่างของการ์เลนอสตัวแรกด้วยความเร็วสูง
ฉัวะะ!!!
คมดาบเพลิงที่งอกเงยออกมาจากแขนเกราะฟันฉีกกระชากส่วนหัวของมันจนขาดกระเด็นหลุดออกจากบ่า ร่างกายมหึมาลุกไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านสีดำในพริบตาโดยที่มันยังไม่มีโอกาสได้ส่งเสียงร้อง ก่อนที่แกนกลางชีวิตของมันจะถูกผ่าออกเป็นสองส่วน
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
เด็กสาวผมแดงเคลื่อนที่สลับไปมาราวกับแสงไฟประหลาดที่ไร้ทิศทาง เธอใช้ความเร็วและปีกเพลิงร่อนถลาตัดผ่านจุดอ่อนบริเวณซอกคอและกลางหลังของฝูงหมาป่าการ์เลนอสทีละตัว ทีละตัว ราวกับนักล่าที่กำลังเก็บเกี่ยวหัวของอสูรร้าย เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินถึงกับอ้าปากค้าง มองตามเงาร่างีแทองนั้นด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อ
“...เร็วเกินไปแล้ว! กล้องจับความเร็วสูงยังจับภาพแทบไม่ทันเลย!”
“...แข็งแกร่งมาก...นี่คืออานุภาพหน่วย Vanguard จริงๆ งั้นเหรอ...”
ทว่าในจังหวะที่ฝูง Class 1 กำลังจะถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น...
โฮกกกกก!!!
เสียงขู่คำรามกึกก้องกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งชั้นบรรยากาศและพื้นดินจนสิ่งก่อสร้างสั่นไหว จ่าฝูงยักษ์ Class 2 ปรากฏตัวออกมาแล้ว! อสูรกายน้ำแข็งสูงสิบเมตรกระโจนทะยานร่างออกมาจากซากปรักหักพังของโรงงานถลุงเหล็ก ลมหายใจเยือกแข็งสีฟ้าครามของมันถูกพ่นกระจายออกรอบทิศทาง แช่แข็งตึกและรถยนต์หลายสิบคันในรัศมีหลายร้อยเมตรให้กลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งในเสี้ยววินาที
นัยน์ตาสีน้ำเงินเรืองแสงลึกลับของมันจับจ้องตรงมาที่ร่างของรินด้วยความอาฆาตแค้น ก่อนที่มันจะสปริงข้อเท้าพุ่งทะยานเข้าหาเธอด้วยความเร็วที่ตัดกับขนาดตัวมหึมา
“...ชิ!”
ตูมมมมม!!!
กรงเล็บผลึกน้ำแข็งยักษ์ฟาดสับลงตรงตำแหน่งที่รินเคยอยู่จนพื้นคอนกรีตระเบิดพินาศกระจาย รินอาศัยปีกเพลิงเร่งความเร็วดีดตัวหลบขึ้นสู่ผืนฟ้าอันสูงชันได้อย่างหวุดหวิด แต่กระนั้นแรงลมปะทะและความเย็นจากกรงเล็บก็ยังคงส่งผลให้ระบบเตือนภัยในเกราะส่งเสียงร้องเตือน
“เร็วมาก...แข็งแกร่งกว่าพวก Class 2 ที่เคยเจอที่หมู่บ้านไอเซลคนละเรื่องเลย!” เด็กสาวกัดฟันกรอดพยายามทรงตัวกลางอากาศ
จ่าฝูงการ์เลนอสเงยหน้าขู่คำรามอย่างบ้าคลั่ง มันทำการควบแน่นความชื้นในอากาศรอบตัวจนกลายเป็นหอกผลึกน้ำแข็งแหลมคมนับร้อยนับพันเล่มลอยเด่นอยู่กลางอากาศ ก่อนจะสะบัดยิงพุ่งทะยานขึ้นฟ้าเข้าใส่รินราวกับ-่าฝนธนู
ฟิ้วววว! ฉึก! ฉึก! ฉึก!
รินเบี่ยงตัวม้วนร่างเร่งปีกเพลิงหลบหลีกคมหอกน้ำแข็งอย่างสุดกำลัง ทว่าด้วยจำนวนที่มากเกินไป หอกน้ำแข็งเล่มหนึ่งพุ่งเฉี่ยวเข้าที่บริเวณเกราะหัวไหล่ซ้ายของเธออย่างจัง!
ตูมมม!
“อ๊ากก!”
ร่างของเด็กสาวเสียสมดุลหมุนคว้างกลางอากาศ พลังงานเพลิงรอบกายวูบดับลงเล็กน้อย เสียงร้องตะโกนด้วยความตื่นตระหนกของเจ้าหน้าที่ด้านล่างดังแว่วขึ้นมา “...ระวังครับ! มันกำลังจะโจมตีซ้ำแล้ว!”
จ่าฝูงยักษ์อ้าปากกว้างเตรียมรวบรวมพลังงานแช่แข็งระลอกสอง รินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อข่มความเจ็บปวดที่บาดแผล พยายามเค้นสติและสมาธิกลับคืนมาอย่างเร่งด่วน ทันใดนั้น...ถ้อยคำและคำสอนของกัปตันและผู้การโรซาเลียในช่วงการฝึกซ้อมก็พลันผุดขึ้นมาในหัวของเธอ
‘อย่าเอาแต่ใช้ตามองรูปลักษณ์ภายนอกอันใหญ่โตของศัตรู...จงใช้สัญชาตญาณและพลังของลีซิลนอส มองหาแกนกลางและจุดอ่อนที่แท้จริงของมันซะ!’
ดรวงตาีแทองของรินพลันเบิกกว้างส่องแสงเรืองรองสีทองอร่าม ระบบตรวจจับสัญญาณพลังงานชีวภาพลีซิลนอสเปิดทำงานขั้นสูงสุด และในวินาทีนั้นเอง ภาพทุกอย่างรอบตัวคล้ายจะช้าลง...เธอมองทะลุผ่านผิวเกล็ดสีดำหนาทึบและชั้นน้ำแข็งหนาเตอะ จนกระทั่งได้พบเห็นแกนพลังงานมิติรูปทรงกลมสีฟ้าขาว ที่กำลังสั่นระริกซ่อนอยู่ลึกลงไปภายในช่องอกด้านซ้ายของสัตว์ร้าย
“...เจอตัวแล้ว เจ้าตัวสั่งการ!”
มุมปากของรินยกขึ้นคลี่รอยยิ้มออกมาเล็กน้อย เปลวเพลิงีแทองมหาศาลที่เคยแผ่กระจายอยู่รอบตัวพลันถูกบีบอัดควบแน่นและไหลหลั่งหลอมรวมไปที่ขาขวาของเธอเพียงจุดเดียว เปลวไฟลุกโชนรุนแรงแปรเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นรูปแบบใบมีดดาบเพลิงขนาดยักษ์ยาวหลายเมตร ลุกสว่างโชติช่วงชัชวาลราวกับดวงอาทิตย์ดวงย่อมๆ ที่กำลังจะตกลงสู่พื้นดิน
“Grand Flame Sword Kick!!!”
ตูมมมมม!!!
รินพุ่งดิ่งลงมาจากฟากฟ้าด้วยความเร็วสูงสุดประหนึ่งอุกกาบาตเพลิงพิฆาต จ่าฝูงการ์เลนอส Class 2 เงยหน้าขึ้นคำรามลั่น มันพยายามยกกรงเล็บน้ำแข็งทั้งสองข้างขึ้นมาไขว้กันเพื่อตั้งรับการปะทะ...ทว่าทุกอย่างมันสายเกินไปแล้ว
ฉัวะะะะ!!!
ใบมีดเพลิงความร้อนสูงนับหมื่นองศาฟันฉีกทะลวงผ่านกรงเล็บน้ำแข็งจนละลายเหลวเป็นน้ำในพริบตา ก่อนจะพุ่งตัดผ่านกระดูกแผงอก ทะลวงเข้าใส่แกนพลังงานมิติสีฟ้าขาวกึ่งกลางลำตัวของมันโดยตรงอย่างแม่นยำดุจจับวาง!
ดวงตาสีน้ำเงินของจ่าฝูง Class 2 เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงและเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ร่างกายของมันเริ่มเกิดรอยร้าวสีทองลุกลามไปทั่วตัว ก่อนที่—
ตู้มมมมมม!!!
การระเบิดของพลังงานเพลิงขนาดยักษ์มหึมาจะปะทุระเบิดออกกึ่งกลางนิคมอุตสาหกรรม คลื่นกระแทกและเปลวไฟีแทองพวยพุ่งสูงเสียดฟ้าทำลายล้างเศษซากความเย็นยะเยือกจนหมดสิ้น เมื่อกลุ่มควันและเปลวเพลิงค่อยๆ จางลง ร่างของอสูรกายน้ำแข็งยักษ์สูงสิบเมตรก็ไม่หลงเหลืออยู่อีกต่อไป...มีเพียงซากไหม้เกรียมที่กำลังสลายตัวกลายเป็นฝุ่นผงสีดำร่วงหล่นสู่พื้นดิน
ฝูงการ์เลนอส Class 1 ที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวเมื่อเห็นจ่าฝูงถูกฆ่าตายในพริบตาก็เกิดอาการแตกตื่นเสียขวัญ เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินของ V.I.F. ได้จังหวะจึงรีบกรูเข้ากวาดล้างสกัดยิงพวกมันจนราบคาบภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที...สมรภูมิที่เคยคุกรุ่นไปด้วยไฟสงครามและการล้มตาย ก็กลับคืนสู่ความสงบเงียบอีกครั้ง
รินค่อยๆ ร่อนตัวลงจอดบนพื้นคอนกรีตช้าๆ ปีกเพลิงและชุดเกราะชีวภาพสลายตัวกลับกลายเป็นละอองแสง เด็กสาวในชุดเครื่องแบบปกติทรุดตัวลงนั่งหอบหายใจเล็กน้อยด้วยความเหนื่อยล้า ทว่าใบหน้าของเธอกลับเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจ...นี่คือครั้งแรกในชีวิต ที่เธอสามารถเอาชนะและโค่นล้มการ์เลนอส Class 2 ลงได้ด้วยหยาดเหงื่อและฝีมือของตนเอง
“...หึ ทำได้ไม่เลวร้ายนักนี่”
เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลัง รินหันขวับกลับไปมองพบร่างของผู้การสาวโรซาเลียเดินกอดอกตรงเข้ามา ใบหน้าสวยยังคงนิ่งเรียบ “...แต่ถ้าวัดตามเกณฑ์มาตรฐาน ยืนตำแหน่งยังแย่ การควบคุมพลังงานช่วงหอกน้ำแข็งซัดเข้ามายังมีความลังเลและผิดพลาดอีกเพียบ”
“งะ…งั้นหรอค่ะ...” รินคอตกหน้าเจื่อนลงทันควัน
“แต่...ถ้าหากนึกถึงว่านี่คือการลงสู่สมรภูมิรบจริงครั้งแรกของเด็กใหม่อย่างเธอละก็...” โรซาเลียหยุดเดิน ก่อนจะคลี่รอยยิ้มบางเบาที่แฝงไปด้วยความอ่อนโยนและยอมรับออกมาอย่างหาได้ยาก “...ถือว่าสอบผ่านอย่างเป็นทางการแล้วล่ะ ริน อาซากิ”
ดวงตาของรินเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง หัวใจพองโตด้วยความดีใจจนแทบจะกระโดดโลดเต้น ก่อนที่เธอจะเผลอยิ้มกว้างออกมาด้วยความปีติยินดีอย่างที่สุด...นี่เป็นครั้งแรกเลยจริงๆ ที่เธอได้รับคำชื่นชมโดยตรงจากปากผู้การสาวจอมโหดคนนี้
ทว่า...ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปด้วยดีนั้นเอง
เมดิสันที่กำลังคุกเข่าใช้เครื่องมือไฮเทคตรวจสอบพิกัดเศษซากพลังงานที่เหลืออยู่ของการ์เลนอส Class 2 พลันขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าของเธอเปลี่ยนสีในพริบตา
“...เดี๋ยวก่อนค่ะ...ทุกคน...นี่มันมีบางอย่างผิดปกติแล้วค่ะ!”
“มีอะไรเกิดขึ้นงั้นเหรอ เมดิสัน?” โรซาเลียหันไปถาม เสียงกลับมาเคร่งเครียด
เมดิสันค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาจากหน้าจอเครื่องสแกนเนอร์ช้าๆ ใบหน้าของเธอซีดเผือดอย่างไร้สีเลือด ดวงตาสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวสุดขีด “...พลังงานมิติผันผวนที่ยังคงหลงเหลือและไหลเวียนอยู่ในเศษซากศพของพวกมัน... มันไม่ได้กำลังสลายหายไปตามธรรมชาติค่ะ...แต่มันเหมือนกำลัง ส่งสัญญาณระบุพิกัด บางอย่างสะท้อนกลับไปยังแหล่งกำเนิดหลัก...”
“...ส่งกลับไปที่ไหน?” รินเผลอถามด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี
เมดิสันกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเอ่ยตอบออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “...ฉัน...ฉันไม่สามารถระบุพิกัดที่แน่นอนบนแผนที่โลกได้...แต่แหล่งกำเนิดคลื่นสะท้อนกลับปริมาณมหาศาลนี้...มันตั้งอยู่ลึกลงไปในพื้นที่รกร้าง ทางตอนเหนือสุด ของโลกใบนี้ค่ะ...”
“...และที่น่ากลัวที่สุดคือ...พลังงานฝั่งนั้นมันกำลังตื่นขึ้นด้วยความเร็วที่น่ากลัวมากค่ะ!”
วิ้งงงงงงง!!!
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง...สัญญาณเตือนภัยีแฉานะัพระกาฬก็พลันปรากฏแจ้งเตือนเด้งขึ้นบนหน้าจออุปกรณ์สื่อสาร ดิจิตอลแท็บเล็ต และเครื่องมือไฮเทคของเจ้าหน้าที่ V.I.F. ทุกคนในบริเวณนั้นพร้อมๆ กันโดยมิได้นัดหมาย ตัวอักษรีแกะพริบถี่รัวจนน่ากลัว
[WARNING: ตรวจพบคลื่นความผันผวนมิติะัทำลายล้างสูดสุด (Dimensional Shockwave Detected)] [ะัภัยคุกคาม (Threat Level) : UNKNOWN (ไม่สามารถประเมินค่าได้)] [กำลังทำการวิเคราะห์และประเมินผลข้อมูลยุทธศาสตร์...]
รอยยิ้มและ ความดีใจบนใบหน้าของรินและทุกคนในหน่วย Vanguard พลันเลือนหายไปในพริบตา ความเงียบงันและไอเย็นเยือกอันน่าขนลุกเข้าปกคลุมสมรภูมิอีกครา...
เพราะพวกเขาทุกคนต่างรับรู้และตระหนักได้เป็นอย่างดีในส่วนลึกของจิตวิญญาณ...ว่าชัยชนะเหนือการ์เลนอส Class 2 ในวันนี้ มันอาจเป็นเพียงแค่บทโหมโรง จุดเริ่มต้นของมหาภัยพิบัติครั้งใหม่ที่จะทวีความโหดเหี้ยมวิปลาสยิ่งกว่าสิ่งใดๆ ที่มนุษยชาติเคยเผชิญหน้ามาในประวัติศาสตร์โลกใบนี้...
[จบตอนที่ 15 : เปลวเพลิงแห่งผู้สืบทอด]
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??