เรื่อง Veonestra: สงครามวันพิพากษา
ตูมมมมมมมม—!!
เสียงระเบิดกึกก้องกัมปนาทสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับฟ้าถล่มทลายลงมาในม่านวิกาล แนวป้องกันโครงสร้างส่วนเหนือของอาณานิคมผู้รอดชีวิตหมายเลข 47 สั่นสะท้อนอย่างรุนแรงปานแผ่นดินไหว เมื่องามหึมาของอสูรกายการ์เลนอสระดับ Class 2 ตนหนึ่งที่ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อชีวภาพและประจุหนามแหลม พุ่งทะยานเข้ากระแทกใส่กำแพงเหล็กกล้าเสริมไทเทเนียมแผ่นหนาด้วยแรงกระแทกมหาศาลจลน์อันมหาศาลยากจะประเมินค่า
ครืนนนนนนนนนนนน—!!
แผ่นเกราะโลหะต้านทานแรงดันสูงหนาหลายเมตรปริแตกออก แตกแขนงลากยาวเป็นรอยร้าวใยแมงมุมขนาดมหึมา เศษปูนคอนกรีตอัดแรงและเหล็กเส้นส่วนต่อขยายฉีกขาดสะบั้น ปลิวกระเด็นว่อนกระจายผ่านชั้นบรรยากาศดุจ-่ากระสุนปืน
“แจ้งระบบควบคุมส่วนกลาง! กำแพงป้องกันโซน B ได้รับความเสียหายอย่างหนักหน่วงจนถึงโครงสร้างหลัก!!”
“เกราะสนามพลังงานล่มสลาย! แนวป้องกันแตกพ่ายแล้ว!!”
“การ์เลนอส Class 1 และฝูงย่อยกำลังเคลื่อนพลทะลวงผ่านรอยแยกเข้ามาด้านในอาณาเขตเมืองแล้วครับ!!”
เสียงแผดตะโกนแจ้งรายงานสถานการณ์สดฉุกเฉินดังระงมสวนทางกันไปมาผ่านคลื่นช่องสัญญาณสื่อสาร ทหารราบสังกัดกองกำลังปกติของ V.I.F. หลายนายที่ประจำการตรึงพิกัดอยู่บริเวณป้อมยามส่วนนั้น ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยววินาทีหรือโอกาสที่จะก้าวขาหลบหนีออกจากวงรัศมีมรณะ
ตูมมมมมมมมมม!!
ร่างของพวกเขารวมถึงป้อมปืนกลหนักถูกอุ้งเท้าหนาทมิฬขนาดยักษ์ของสัตว์ประหลาดบรรพกาลบดขยี้ตะปบลงมาจนแหลกละเอียดเหลวเหลวสิ้นสภาพในพริบตา ก้อนผลึกพลังงานโลหิตสีแดงฉานสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนแนวผนังกำแพงสีเทาหม่น นำพามาซึ่งกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งลอยอบอวลไปตามกระแสลมหนาว
“อ๊ากกกกกกกกกกกก!!”
“หน่วยแพทย์สนาม! หน่วยแพทย์ด่วนที่สุด ขอกำลังเสริมมาที่พิกัดโซน Bเดี๋ยวนี้!!”
“ผู้บาดเจ็บล้นทะลัก! แนวรบแถวหน้ากำลังจะล่มสลาย!!”
สมรภูมิรบภายนอกกำแพงเมืองที่ก่อนหน้านี้ยังพออาศัยกำลังทางยุทธวิธีและปืนใหญ่ยับยั้งควบคุมเอาไว้ได้ บัดนี้เริ่มดิ่งดิ่งเข้าสู่สภาวะแห่งความโกลาหลและหายนะอย่างเต็มรูปแบบ อสูรกายระดับ Class 2 ทั้งเจ็ดตนเริ่มกระจายกำลังแยกย้ายออกไปถล่มโจมตีแนวรับมนุษย์ในแต่ละทิศทาง รถถังศึกหุ้มเกราะหนัก Cerberus สองคันในแนวหน้าถูกกรงเล็บคมกริบเรืองแสงสีฟ้าตวัดฟันฉีกกระชากจนตัวถังโลหะขาดครึ่งท่อน ระเบิดเพลิงปะทุ ยานเกราะลำเลียงพล APC อีกหลายสิบคันพลิกคว่ำไถลไปกับพื้นและลุกไหม้เป็นท่อนฟืน ทหารภาคพื้นดินจำนวนมากล้มตายลงไปกองกับพื้นเป็นใบไม้ร่วงภายในเวลาไม่ถึงสิบนาทีนับตั้งแต่การปะทะเริ่มต้นขึ้น
รินยืนนิ่งงันอยู่บนยอดสูงสุดของกำแพงเมืองที่สั่นไหว นัยน์ตาสีแดงเพลิงสว่างเรืองคู่สวยคู่นั้นกำลังสั่นระริกขยายกว้างด้วยความตื่นตระหนก...
นี่คือครั้งแรกในชีวิต...ครั้งแรกอย่างแท้จริงที่เธอได้มาเห็นภาพของทหารมนุษย์และผู้บริสุทธิ์จำนวนมากมายมหาศาลถูกเข่นฆ่าสังหาร สภาพร่างแหลกเหลวสิ้นลมหายใจไปต่อหน้าต่อตา มันไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขอสถิติแห้งๆ บนหน้ากระเบื้องรายงานสรุปผลภารกิจ ไม่ใช่ภาพจำลองสถานการณ์หรือข่าวสารประชาสัมพันธ์ชวนเชื่อในห้องเรียนส่วนกลาง...
ชีวิตของเพื่อนมนุษย์ที่มีครอบครัวเฝ้ารออยู่ที่บ้าน มีคนรัก มีความฝันอันสวยงาม และมีอนาคตที่ควรจะก้าวเดินไปต่อ ทว่าบัดนี้ สิ่งเหล่านั้นกำลังถูกความโหดร้ายของการ์เลนอสพรากสะบั้นตัดขาดไปทีละคน...ทีละคน...
“...”
กำปั้นทั้งสองข้างของเด็กสาวชาววาเรียนต์กำแน่นเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดโปน ร่างกายสั่นเทิ้มไปด้วยความโกรธแค้นและความอัดอั้นตันใจที่ยากจะอธิบายออกมาเป็นคำพูด
ทันใดนั้นเอง สุ้มเสียงอันทุ้มต่ำ เยือกเย็น ทว่าทรงพลังแฝงความเด็ดขาดของกัปตันแบล็คเบิร์ดก็ดังแทรกกระชากจิตวิญญาณของทุกคนผ่านทางระบบสื่อสารในหู
“ถึงสมาชิกหน่วยรบพิเศษ Vanguard ทั้งหมด...”
“...ได้เวลาทำงานของพวกเราแล้ว”
พริบตานั้น แววตาของสมาชิกทีม Vanguard ทุกคนพลันเปลี่ยนสภาพเป็นเฉียบคม ดุดัน และเปี่ยมไปด้วยจิตสังหารอันเข้มข้นจับจิตในทันที โหมดผู้ล่าถูกเปิดใช้งาน
“...ออกปฏิบัติการได้!!”
วูมมมมมมม—!!
ระบบชุดเกราะวีโอซูท ภายในร่างกายและบนผิวหนังของพวกเขาเริ่มทำงานส่งกระแสพลังงานเต็มพิกัด 100% เปลวออร่าพลังงานชีวภาพหลากสีสันปะทุพวยพุ่งระเบิดออกมาล้อมรอบร่างกายอย่างน่าเกรงขามดุจเทพสงคราม
“ในที่สุด...ในที่สุดก็ได้ยืดเส้นยืดสายออกไปขยับเนื้อขยับตัวจริงๆ สักทีนะ” อายาโกะยกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น แววตาสีดำสนิททอประกายวาบ พลางใช้นิ้วมือเรียวลูบคมดาบเลเซอร์คู่กาย “ฉันเริ่มจะเบื่อกับการนั่งทนรอดูไอ้พวกสัตว์ประหลาดชั้นต่ำนี่ระเริงเมืองเต็มทีแล้วล่ะ”
“อย่าประมาทและทำอะไรวู่วามเด็ดขาดนะ อายาโกะ” โอลิเวียเอ่ยเตือนเสียงเข้มผ่านระบบประมวลผลส่วนกลาง “สัญญาณชีพและโครงสร้างพลังงานชีวภาพของการ์เลนอส Class 2 แต่ละตัวในศึกครั้งนี้มีข้อมูลแพตเทิร์นการโจมตีที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ห้ามประเมินพวกมันต่ำไป”
“รับทราบและเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วค่ะ รุ่นพี่โอลิเวีย” เมดิสันเอ่ยตอบ พลางยกปืนลำแสงพลังงานจลน์ขนาดใหญ่ขึ้นพาดบ่าเตรียมพร้อม
รินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ จนเต็มปอดเพื่อเรียกสติระงับความสั่นไหว ก่อนที่แววตาสีแดงเพลิงจะแปรเปลี่ยนเป็นความแน่วแน่มั่นคงดั่งหินผา เปลวไฟสีแดงทองเริ่มเลียลามทั่วพื้นผิวเกราะ
“...พวกเรา..ไปกันเถอะค่ะ!”
ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!
เงาร่างของทั้งห้านักรบแห่ง Vanguard พุ่งทะยานทิ้งตัวดิ่งลงมาจากยอดกำแพงเมืองสูงลิบลิ่วฉีกกระชากชั้นบรรยากาศลงสู่ผืนดินเบื้องล่างราวกับ-่าฝนดาวตกมรณะ
ณ สมรภูมิรบเบื้องหน้า...การ์เลนอส Class 2 ตัวแรกที่มีรูปร่างคล้ายสัตว์ร้ายสี่เท้าหุ้มเกราะหนามขนาดยักษ์ กำลังใช้กรงเล็บและฟันอันแหลมคมฉีกกระชากรถถังศึก Cerberus คันหนึ่งออกเป็นเศษเหล็กชิ้นๆ อย่างมันมือ ทว่ายังไม่ทันที่มันจะได้อ้าปากแผดเสียงร้องคำรามแสดงความยโสออกออกมา
ฉัวะ——!!
ประกายแสงสว่างวาบของคมดาบสีดำทมิฬสายหนึ่งตัดผ่านช่องว่างมิติ ฟาดฟันผ่านอากาศธาตุไปด้วยความเร็วที่มองไม่ทันด้วยตาเปล่า...พริบตาเดียว ศีรษะขนาดยักษ์เกราะหนาของการ์เลนอส Class 2 ตนนั้นก็หลุดกระเด็นออกจากลำตัวทันทีอย่างไร้แรงต้านทาน เลือดสีดำสนิททะลักพุ่งพวยพุ่งดุจน้ำพุ
กัปตันแบล็คเบิร์ดยืนนิ่งสงบอย่างสง่างามอยู่บนยอดซากศพของมัน โลหิตสีดำชะโลมเปรอะเปื้อนเสื้อคลุมยาวสีเข้มของเขา แววตาสีเหล็กจับจ้องความวุ่นวาย
“...ตัวแรก” เขากล่าวสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนที่ร่างสูงจะพุ่งหายวับกลายเป็นเงาเลือนหายไปจากจุดเดิมในเสี้ยววินาที
อีกด้านหนึ่งของแนวรบ โซนทิศตะวันออก... การ์เลนอส Class 2 รูปร่างอัปลักษณ์คล้ายแมงมุมยักษ์แปดขาสูงท่วมหัวกำลังใช้ขาแหลมคมดุจใบมีดปีนป่ายไต่ขึ้นไปตามแนวกำแพงเมืองเหล็กกล้าเพื่อมุ่งหวังเข้าไปเข่นฆ่าผู้คนด้านใน
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงปืนไรเฟิลซุ่มยิงพลังงานจลน์แรงดันสูงแผดลั่นสามนัดซ้อนติดต่อกันอย่างแม่นยำ กระสุนแสงเจาะทะลวงเข้าทำลายดวงตาขนาดใหญ่ทั้งสามข้างของมันพร้อมๆ กันอย่างพอดิบพอดี ร่างมหึมาขนาดยักษ์ชะงักกึกสูญเสียการทรงตัวดิ้นพล่านด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่จะถูกลำแสงอนุภาคทำลายล้างขนาดใหญ่ยักษ์จากปืนพลังงานของเมดิสัน ยิงทะลวงเข้าใส่ขั้วหัวใจกลางอกอย่างรุนแรง
ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!! แรงระเบิดส่งผลให้ร่างของแมงมุมยักษ์แหลกเป็นผงร่วงหล่นลงสู่พื้นเบื้องล่าง
ทางด้านแนวรับทิศตะวันตก อายาโกะปรากฏกายขึ้นท่ามกลางวงล้อมของฝูงการ์เลนอส Class 1 นับร้อยตัวราวกับเงาภูตพรายไร้ลักษณ์ ร่างของเธอพริ้วไหวหลบหลีกคมเขี้ยวได้อย่างอัศจรรย์พร้อมกับตวัดแกว่งดาบคู่กายอย่างบ้าคลั่ง
ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!
ซากศพและร่างของสัตว์ประหลาดนับสิบตัวถูกผ่าแยกออกเป็นสองซีกตามรอยจังหวะก้าวเดินอย่างงดงาม การ์เลนอส Class 2 ตัวหนึ่งที่แอบซ่อนอยู่ในเงามืดพยายามจะฉวยโอกาสตวัดฟันกรงเล็บขนาดยักษ์เข้าใส่แผ่นหลังของเธอ ทว่าหญิงสาวผมดำเพียงแค่เอี้ยวตัวหมุนหลบไปตามแรงเหวี่ยงอย่างง่ายดาย ก่อนจะสับฝ่าเท้ากระโดดขึ้นฟ้าแล้วตวัดคมดาบเลเซอร์เฉือนตัดเข้าที่ลำคอหนาของมันจนขาดสะบั้นสะท้อนแสงจันทร์
ในส่วนของโอลิเวีย เธอรับหน้าที่หลักในการควบคุมสถานการณ์และสนับสนุนพื้นที่แนวหลังทั้งหมด ฝูงโดรนรบอัตโนมัติ นับร้อยเครื่องถูกลิงก์เชื่อมต่อเข้ากับระบบประสาทสัมผัสและ AI อัจฉริยะของเธอโดยตรง ฝูงโดรนเหล่านั้นบินแปรขบวนพุ่งเข้าใส่ซัดถล่มการ์เลนอส Class 2 ตัวที่เหลืออยู่ ระเบิดทำลายล้างปะทุต่อเนื่องยาวนานราวดอกไม้ไฟแห่งความตายที่เบ่งบานกลางความมืดมิด
ส่วนทางด้านของริน...บัดนี้ เด็กสาวกำลังยืนเผชิญหน้าอยู่กับการ์เลนอส Class 2 ตัวที่มีขนาดเนื้อร่างกายใหญ่โตมโหฬารที่สุดในบรรดาทั้งหมด
มันคืออสูรกายรูปร่างคล้ายยักษ์ปักหลั่นที่สูงเกือบยี่สิบเมตร ร่างกายของมันทั้งหมดถูกปกคลุมและหุ้มห่อเอาไว้ด้วยเกราะชีวภาพหนาเตอะสีดำด้านดูแข็งแกร่ง มันอ้าปากกว้างแผดเสียงร้องคำรามลั่นจนมวลอากาศและพื้นดินสั่นสะเทือนสะท้านจนปวดหู
“กรรรรรรรรรรรรรรรร๊าาาาาาาาาาาาาาาา!!!”
รินไม่ได้ถอยหนีแม้แต่ก้าวเดียว เธอสูดลมหายใจแล้วก้าวฝ่าเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว เปลวเพลิงสีแดงทองคำลีซิลนอสปะทุเดือดลุกโชนลามเลียท่วมไปทั่วทั้งร่างกายและชุดเกราะอย่างบ้าคลั่ง “...ฉัน...ฉันจะไม่ยอมปล่อยให้แกก้าวเท้าผ่านกำแพงตรงนี้เข้าไปหาพวกเขาได้เด็ดขาด...ไอ้สัตว์ประหลาด!!”
ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!
ร่างของรินพุ่งทะยานแหวกมิติออกไปด้านหน้าด้วยความเร็วสูงสุดดุจดาวหางเพลิง หมัดขวาที่รวบรวมประจุเปลวไฟเรโซแนนซ์เข้มข้นถูกชกตรงเข้าใส่ใจกลางใบหน้าหุ้มเกราะของสัตว์ประหลาดร่างยักษ์เข้าอย่างเต็มเหนี่ยวแรงเกิด!
เปรี้ยงงงงงงงงอนานต์———!!
แรงกระแทกมหาศาลส่งผลให้อวัยวะส่วนหัวและกะโหลกเกราะชีวภาพของมันบิดเบี้ยวผิดรูปทรงหักงอไปตามแรงหมัด และในวินาทีถัดมา เปลวเพลิงความร้อนสูงลีซิลนอสก็ระเบิดกระจายตัวออกจากภายในหัวของมันลุกลามท่วมร่างขนาดยักษ์
ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!
ร่างขนาดเกือบยี่สิบเมตรถูกความร้อนแผดเผาทำลายล้างจนกลายเป็นเถ้าถ่านสีขาวปลิวหายไปกับสายลม สิ้นสุดการฉากต่อสู้อันดุเดือดลงในที่สุด
สามสิบนาทีต่อมา
สุ้มเสียงของปืนใหญ่และเสียงระเบิดในสมรภูมิเริ่มเงียบสงบลงอย่างช้าๆ หลงเหลือไว้เพียงกลุ่มควันไฟหนาทึบลอยขึ้นสู่ฟ้า ทั่วทั้งบริเวณพื้นที่ราบหน้ากำแพงเมืองเต็มไปด้วยซากศพของการ์เลนอสที่กำลังสลายตัว เปลวไฟยังคงลุกไหม้หย่อมๆ ตามเศษซากอาวุธยุทโธปกรณ์
ทว่า...ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ในค่ำคืนนี้ กลับไม่ได้มาโดยไร้ซึ่งต้นทุนหรือค่าตอบแทนที่ต้องสูญเสียไปเลย
รถถังศึก Cerberus ถูกทำลายเสียหายยับยันไปสิบกว่าคัน ยานเกราะลำเลียงพลได้รับความเสียหายอีกหลายสิบคันและที่สำคัญที่สุด...ทหารกล้าต้องจบชีวิตเสียชีวิตในหน้าที่ไปมากกว่าหนึ่งร้อยนาย ผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสและพิการอีกหลายร้อยคน สุ้มเสียงแห่งความโศกเศร้า ร้องไห้ระงม และเสียงคร่ำครวญปานจะขาดใจของทหารและครอบครัวดังแทรกซึมอยู่ท่ามกลางชั้นบรรยากาศแห่งชัยชนะอันจืดชืด
รินยืนนิ่งสงบมองดูภาพความสูญเสียเหล่านั้นด้วยแววตาที่หม่นหมองอย่างที่สุด...บัดนี้เธอเริ่มเข้าใจและตระหนักรู้ถึงสัจธรรมความจริงข้อหนึ่งของโลกใบนี้อย่างลึกซึ้งแล้วว่า
ทุกๆ ครั้งที่มีเมืองหรืออาณานิคมแห่งหนึ่งรอดพ้นจากความตายมาได้... จะต้องมีใครบางคนยอมจ่ายราคาค่างวดอันแสนแพงด้วยชีวิตและคราบน้ำตาเสมอ
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ณ มหานครโครเนแซนเดรีย
ศูนย์กลางความเจริญรุ่งเรืองและอารยธรรมที่เพียบพร้อมที่สุดของมนุษยชาติที่เบื้องหน้าดูสวยหรูราวกับสรวงสวรรค์ภายในห้องพักส่วนตัวสไตล์โมเดิร์นสุดหรูหราแห่งหนึ่งใจกลางเขตรัฐบาล โรเชลล์ เด็กสาวผมทองกำลังนั่งกอดเข่าเงียบเชียบอยู่บนโซฟาขอบหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ทอดสายตามองดูแสงสีระยิบระยับของเมืองหลวง นับตั้งแต่เหตุการณ์ที่เธอถูกสั่งกักบริเวณอย่างเข้มงวดโดยคำสั่งจากเบื้องบนหลังกลับมาจากเขตอันตราย เธอถูกตัดขาดการติดต่อและแทบจะไม่ได้พบเจอหน้าใครเลยนอกจากหุ่นยนต์รับใช้
ก๊อก...ก๊อก...
สุ้มเสียงเคาะประตูไม้เนื้อดีดังขึ้นทำลายความเงียบงัน โรเชลล์สะดุ้งเล็กน้อยพลางหมุนใบหน้าหันไปมองยังประตูทางเข้า ก่อนที่ดวงตาคู่สวยของเธอจะเบิกกว้างและแข็งค้างชะงักไปในทันที...เมื่อบานประตูเปิดออกพร้อมกับการก้าวเท้าเดินเข้ามาของชายหนุ่มเรือนผมสีขาวบริสุทธิ์ในชุดคลุมยาวกรอมเท้าผู้คุ้นตา
“...ส...สตีฟ...” โรเชลล์พึมพำเสียงสั่น
ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มบางเบาอันแสนอบอุ่นทว่าลึกลับส่งกลับมาให้ “ไม่ได้พบเจอกันนานเลยนะ...โรเชลล์”
“น...นาย...นายลอบเข้ามาที่ห้องพักส่วนตัวในเขตรักษาความปลอดภัยสูงแบบนี้ได้ยังไงกัน?!” โรเชลล์รีบลุกขึ้นยืนทำท่าทางระแวดระวัง
“เรื่องวิธีการลอบเข้ามาหรือเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยพรรค์นั้น...มันไม่ได้มีความสลักสำคัญอะไรให้ต้องใส่ใจหรอก โรเชลล์” สตีฟก้าวเท้าเดินเข้ามาหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้าของเด็กสาวอย่างใจเย็น ก่อนจะยื่นมือไปโยนแท็บเล็ตข้อมูลแผ่นหนาเครื่องหนึ่งลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าเธอ “...สิ่งที่มันมีความสำคัญและมีค่ามากกว่าในตอนนี้...คือความจริงของโลกใบนี้ต่างหากล่ะ”
โรเชลล์ขมวดคิ้วแน่นด้วยความสับสนและระแวง ทว่าความอยากรู้กลับมีมากกว่า เธอค่อยๆ เอื้อมมืออันสั่นเทาไปหยิบแท็บเล็ตเครื่องนั้นมาเปิดใช้งานและไล่ดูไฟล์ข้อมูลภายใน
ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาของเธอ...คือแผนที่โลกที่มีการทำเครื่องหมายสัญลักษณ์พิกัดอาณานิคมและชุมชนผู้รอดชีวิตจำนวนหลายสิบหลายร้อยแห่งที่ถูกตราหน้าขีดฆ่าทับ และบัดนี้สถานที่เหล่านั้นได้ถูกลบเลือนหายไปจากแผนที่ทางการอย่างสิ้นเชิง
“...นี่มัน...นี่มันเรื่องอะไรกัน?” โรเชลล์เอ่ยถามเสียงสั่น
“นั่นคือรายชื่อและพิกัดพิกัดของอาณานิคมมนุษย์ภายนอกที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ Y Zone...ที่ทางสภาบริหารสูงสุดขององค์กร V.I.F. มีมติเห็นชอบและตัดสินใจทอดทิ้งให้เผชิญหน้ากับความตายยังไงล่ะ” สตีฟเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าบาดลึกเข้าไปในจิตใจ “...เหตุผลน่ะเหรอ? ก็เพราะพวกเบื้องบนประเมินแล้วว่า ชุมชนเหล่านั้นไม่มีมูลค่าทางยุทธศาสตร์หรือทรัพยากรที่คุ้มค่าพอให้ออกแรงส่งกำลังไปปกป้องยังไงล่ะ”
ดวงตาของเด็กสาวผมทองเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกขั้นสุด “...อะไรนะ...? ไม่จริง...มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน...V.I.F พวกเขาก่อตั้งขึ้นมาเพื่อปกป้องผู้คนไม่ใช่หรอ?!”
“ชีวิตของมนุษย์ธรรมดาๆหลายแสนหลายล้านชีวิตภายนอกนั่น ถูกปล่อยให้เผชิญหน้าให้การ์เลนอสรุมทึ้งฉีกกระชากจนตาย...ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว องค์กร V.I.F. มีกำลังและอาวุธยุทโธปกรณ์ล้ำยุคมากพอที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือและปกป้องพวกเขาได้แท้ๆ...แต่พวกเบื้องบนกลับเลือกที่จะเมินเฉย และปล่อยให้พวกเขาตายไปอย่างทรมาน” สตีฟเน้นย้ำคำพูดอย่างเชื่องช้า
“องค์กร V.I.F. ที่พวกเธอเคารพรักและเทิดทูนนักหนา...แท้จริงแล้วไม่ได้ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อปกป้องมวลมนุษยชาติอย่างที่พวกมันใช้โฆษณาชวนเชื่อหรอกนะ โรเชลล์...พวกมันทำไปทั้งหมด...ก็แค่เพื่อรักษาอำนาจและความมั่งคั่งในการควบคุมโลกใบนี้ของพวกมันเอาไว้แต่เพียงผู้เดียวต่างหาก”
นิ้วมือของโรเชลล์รัวเลื่อนหน้าจอโฮโลแกรมเปิดไฟล์ข้อมูลถัดๆ ไปด้วยความตื่นตระหนก... ทั้งภาพเอกสารลับสุดยอด รายงานผลการทดลองชีวภาพในมนุษย์ที่ผิดมนุษยธรรม ข้อมูลบันทึกการสั่งปิดข่าวสารและสังหารแกนนำประชาชนผู้ประท้วง ข้อมูลดิบด้านมืดทั้งหมดที่ประชาชนคนธรรมดาทั่วไปในเมืองหลวงไม่มีวันที่จะมีโอกาสได้เห็นหรือรับรู้ตลอดชีวิต สีหน้าของโรเชลล์ค่อยๆ ซีดเผือดลงเรื่อยๆ จนไร้สีเลือด แผ่นหลังเนียนเนียนชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็น
“ไม่นะ...ไม่จริง...ต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ...” เธอพยายามปฏิเสธความจริงตรงหน้า
“ข้อมูลทั้งหมดที่เธอเห็นอยู่นี้...คือเรื่องจริงที่ถูกบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์มืดทั้งหมด โรเชลล์” สตีฟก้าวเท้าขยับเข้ามาประชิดตัวเด็กสาวมากขึ้น แววตาสีทองคู่นั้นฉายแสงลึกลับน่าสะพรึงกลัว “...และตัวของรินเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเธอในตอนนี้...สำหรับพวกมันแล้ว เธอก็เป็นเพียงแค่เครื่องมือวิจัยเดินได้อีกชิ้นหนึ่งในคอลเลกชันเท่านั้นแหละ”
“เครื่องมือ...งั้นเหรอ?” โรเชลล์เงยหน้าขวับขึ้นมอง
“ใช่...รินถูกมองว่าเป็นอาวุธที่ประเมินค่าไม่ได้เพื่อใช้ประโยชน์จากพลังงานลีซิลนอสอันยิ่งใหญ่ พวกเขาจึงคอยชี้นำความคิด และทำให้รินถูกกักขังควบคุมอย่างเป็นระบบให้ออกไปสู้รบแทน…และเชื่อฉันเถอะโรเชลล์ เมื่อใดก็ตามที่ร่างกายของรินหมดสิ้นผลประโยชน์ หรือพลังของเธอเสื่อมถอยลงจนไม่เหลือคุณค่าใช้งาน...ไอ้พวกสารเลว V.I.F. พวกนั้น มันก็จะเฉดหัวทิ้งหรือทำลายเธอทิ้งเหมือนกับขยะชิ้นหนึ่ง...ไม่ต่างจากชะตากรรมของผู้คนในอาณานิคมพวกนั้นเลยสักนิดเดียว”
โรเชลล์กำหมัดทั้งสองข้างแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อจนเจ็บแปลบ “...ไม่จริง...ริน...รินจะไม่ยอมโดนทำแบบนั้นแน่...”
“หึ...ถ้าหากสิ่งที่ฉันพูดมันเป็นเรื่องโกหกบิดเบือนจริงอย่างที่เธอคิดล่ะก็...งั้นทำไมพวกเบื้องบนและคนในองค์กร V.I.F. ถึงได้พยายามปกปิดข้อมูล ตั้งกำแพงพลังงานครอบพื้นที่ G zone ขังประชาชนเอาไว้ และไม่ยอมแม้แต่จะให้ประชาชนจากพื้นที่ Y Zone ป่าวประกาศบอกความจริงให้ผู้คนในพืิ้นที่ G zone รู้ความจริงล่ะ?”
คำถามนั้น...เปรียบเสมือนลิ่มแหลมที่แทงทะลวงลึกเข้าไปในจิตใจของโรเชลล์ จนเด็กสาวถึงกับอุดปากเงียบกริบ ไม่สามารถเค้น สุ้มเสียงหรือหาเหตุผลใดๆ มาเอ่ยเอื้อนเอ่ยโต้แย้งชายหนุ่มตรงหน้าได้เลยแม้แต่คำเดียว เพราะทุกสิ่งที่สตีฟพูดมา...มันช่างประจวบเหมาะกับพฤติกรรมน่าสงสัยขององค์กรที่เธอกำลังเผชิญอยู่จริงๆ
“สาเหตุที่ไม่มีใครเคยป่าวประกาศความจริงเรื่องนี้จากผู้คนที่อพยพมาจากพื้นที่ Y zone ให้ใครรู้เลย นั่นเพราะพวกเขาถูกควบคุมตัวอย่างเข้มงวด และใครก็ตามที่ต้องการจะเปิดโปงก็จะถูกฆ่าปิดปาก นี่คือความจริงโรเชลล์”
สตีฟค่อยๆ ยื่นฝ่ามือขวาอันเรียวยาวของตนเองออกไปตรงหน้าของเด็กสาวผมทอง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความน่าค้นหาและทรงพลัง
“ถ้าหากว่าตัวเธอ...มีความรักและอยากที่จะช่วยปกป้องรินให้รอดพ้นจากนรกแห่งการโดนใช้เป็นเครื่องมือจริงๆ...และถ้าหากเธออยากที่จะช่วยเปลี่ยนแปลงแก้ไขโลกอันบิดเบี้ยวและเน่าเฟะใบนี้ให้มันถูกต้องเสียใหม่...” น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาช่างเย้ายวนดุจเสียงกระซิบของปีศาจ “...จงเลือกก้าวเท้าเดินมากับฉันซะเถอะ โรเชลล์ ฉันจะมอบพลังที่สามารถกำหนดชะตากรรมของโลกนี้ได้ให้เธอ”
โรเชลล์ก้มใบหน้าลงต่ำ จ้องมองฝ่ามือขวาของสตีฟที่ยื่นมาตรงหน้าสลับกับหน้าจอแท็บเล็ตความจริงอันโหดร้าย ภายในส่วนลึกของหัวใจและสมองในยามนี้ เต็มไปด้วยความสับสนอลหม่าน ความสิ้นหวังระคนเสียใจ และความหวาดกลัวต่อสิ่งไม่รู้ที่กำลังจะเกิดขึ้น
ทว่า...เหนือสิ่งอื่นใดในโลกใบนี้ สำหรับตัวของโรเชลล์แล้ว...สิ่งที่มีค่าและสำคัญที่สุดสำหรับเธอ คือความปลอดภัยของริน
หากว่าเรื่องราวร้ายกาจทั้งหมดที่สตีฟนำมาเปิดเผยในวันนี้เป็นเรื่องจริงแท้แน่นอนล่ะก็...ตัวเธอเองก็ยอมอยู่เฉยไม่ได้ และไม่มีวันที่จะทนอยู่เฉยๆ ปล่อยให้เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวในชีวิต ต้องถูกองค์กรหน้าเนื้อใจเสืออย่าง V.I.F. หลอกใช้และทำลายชีวิตจนกลายเป็นเครื่องมือไร้ค่าเด็ดขาด!
เด็กสาวผมทองค่อยๆ สูดลมหายใจเพื่อรวบรวมความกล้าครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต ก่อนจะเงยใบหน้าขึ้นมองตรงเข้าไปในดวงตาสีทองเรืองรองของสตีฟด้วยแววตาที่แปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นและแน่วแน่
ขณะที่ชายหนุ่มผมขาวเมื่อเห็นปฏิกิริยาดังกล่าว ก็ค่อยๆ เผยรอยยิ้มบางเบาที่ยากจะคาดเดาความหมายปรากฏขึ้นบนใบหน้า...ราวกับว่าตัวเขานั้น ได้พบภารชนะที่เหมาะสมสำหรับการเริ่มพิธีกรรมพิพากษาแล้ว
[จบตอนที่ 20 : เบื้องหลังความจริง]
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??