เรื่อง Veonestra: สงครามวันพิพากษา
ภายในห้องบัญชาการส่วนตัวของผู้การบนยานเรือธง ORCA บรรยากาศรอบตัวทวีความเคร่งเครียดและกดดันจนอึดอัดกว่าปกติหลายเท่า แสงไฟสลัวจากผนังห้องขับเน้นให้เห็นประกายตากวิตกของิซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงานโลหะขนาดใหญ่
เบื้องหน้าเธอ ผู้การโรซาเลียกำลังวาดมือเปิดข้อมูลโฮโลแกรมสามมิติหลายชุดให้ลอยเรียงรายอยู่กลางอากาศ แสงสีฟ้าและสีแดงจากจอภาพสะท้อนลงบนใบหน้าเรียบเฉยผู้นำสูงสุด ภาพเหล่านั้นคือรายงานสรุปโศกนาฏกรรมทางยุทธศาสตร์—มันคือแผนที่แสดงการโจมตีอาณานิในพื้นที่ Y Zone กว่าสิบแห่งภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา
ตัวเลขจำนวนผู้เสียชีวิต...ตัวเลขจำนวนผู้สูญหาย... และสถิติปริมาณผลึกจีโนซิสสีแดงที่ถูกเก็บเกี่ยวไปจากร่างผู้เคราะห์ร้าย
ทุก่าพุ่งทะยานขึ้นสูง่าผิดปกติจนน่ากลัว
"สถานการณ์กำลังเลวร้ายลงกว่าที่เราประเมินไว้มาก" โรซาเลียกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบต่ำทว่าทรงอำนาจ "พวกการ์เลนอสไม่ได้บุกจู่โจมแบบไร้ทิศทางตามสัญชาตญาณสัตว์ร้ายอีกต่อไปแล้ว... ตอนนี้พวกมันเริ่มฉลาดขึ้น พวกมันกำลังเลือกเป้าหมาย่ามีแบบแผน"
"การคัดเลือก..." ิพึมพำเสียงแผ่ว
"ใช่ พวกมันเลือกโจมตีเฉพาะอาณานิที่ระบบป้องกันผู้อพยพทลายลงหรืออ่อนแอที่สุด เพื่อเก็บเกี่ยวผลึกจีโนซิส่าเป็นระบบราวกับอุตสาหกรรมมรณะ"
ิเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ภาพถ่ายภาคสนามจากอาณานิผู้รอดชีวิตที่ถูกทำลายย่อยยับยับเยินยังคงฉายชัดติดอยู่ในหัวสมองเธอ เศษซากปรักหักพัง คราบเลือด และร่องรอยความสิ้นหวัง... ทั้งเด็ก ผู้หญิง คนชรา ทุกชีวิตในพิกัดนั้นล้วนกลายเป็นเพียงเหยื่อสังเวยในการเร่งวิวัฒนาการพวกมัน
โรซาเลียตวัดนิ้วเลื่อนข้อมูลอีกชุดหนึ่งขึ้นมาทดแทน คราวนี้มันไม่ใช่รายงานความเสียหาย แต่เป็นตราสัญลักษณ์สลักลวดลายเรขาคณิตอันซับซ้อนสภาสูงแห่งมนุษยชาติ
"นี่คือคำสั่งลับขั้นเด็ดขาดโดยตรงจากสภาสูง"
ดวงตาิขยับไหวเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ แววตาผู้การสาวจ้องลึกเข้าไปในตาเธอ "พวกสภาต้องการให้เธอเข้าสู่กระบวนการ Evolution Wave ขั้น 2 ให้เร็วที่สุด"
ภายในห้องบัญชาการเงียบกริบลงทันที มีเพียงเสียงครางเบาๆ ระบบหล่อเย็นในห้องทำงาน
"Evolution Wave ขั้น 2..." ิพึมพำทวนคำพูดนั้นเบาๆ เธอเคยได้ยินคำศัพท์เทคนิคนี้ผ่านหูมาจาก ดร.นิโคล เบล อยู่บ้างในระหว่างการตรวจเช็กร่างกายประจำสัปดาห์ แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีผู้ใหญ่คนไหนยอมอธิบายรายละเอียดที่แท้จริงให้เธอฟัง่าจริงจังเลยสักครั้ง
โรซาเลียพยักหน้ารับ "Evolution Wave คือขั้นตอนกระบวนการวิวัฒนาการขั้นบันไดลีซิลนอส ยิ่งระดับคลื่นความถี่สูงขึ้นเท่าไหร่ พลังดิบ The One ก็จะยิ่งหลอมรวมแปรสภาพเข้ากับเซลล์และเนื้อเยื่อในร่างกายผู้ถือครองได้สมบูรณ์มากขึ้นเท่านั้น ในปัจจุบัน... ระดับเธอยังติดอยู่แค่ระดับเริ่มต้นขั้นแรก แต่หากเธอสามารถก้าวข้ามไปถึงระดับ EW-2 ได้สำเร็จ ศักยภาพและขีดจำกัดพลังไฟคลั่งเธอจะเพิ่มพูนขึ้นจากเดิมหลายเท่าตัว"
ินิ่งเงียบไปครู่ใหญ่เพื่อประมวลผลความเสี่ยงในใจ ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นถามคำถามสำคัญที่ค้างคา
"...แล้วฉันต้องทำยังไงบ้างคะ"
โรซาเลียไม่ตอบในทันที แต่เบนสายตาไปมองอีกคนที่ยืนกอดอกพิงผนังเงียบๆ อยู่ข้างหน้าต่างบานกว้าง—กัปตันแบล็คเบิร์ด
ชายหนุ่มวัยยี่สิบหกปีเจ้าของเรือนผมสีดำสนิทขยับกายเดินเข้ามาในระยะแสงไฟ เขาวางผลึกแก้วใสทอประกายสีน้ำเงินครามขนาดเล็กลงบนโต๊ะโลหะเบื้องหน้า ิเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย เธอจำสัมผัสและกลิ่นอายรังสีมันได้ทันที มันคือผลึกปริศนาที่เคยควบแน่นขึ้นหลังจากการต่อสู้เสี่ยงตายครั้งก่อนเธอ
"มันคือ จีโนซิสสีน้ำเงิน" แบล็คเบิร์ดกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มเย็น "โครงสร้างผลึกมันต่างจากจีโนซิสสีแดงพวกการ์เลนอสโดยสิ้นเชิง ผลึกชนิดนี้เกิดจากการแปรสภาพแร่ธาตุและพลังงานผ่านแกนเมล็ดพันธุ์ The One ในร่างเธอหลังจากสลายมานาศัตรู"
ิก้มมองผลึกสีน้ำเงินที่สะท้อนแสงแวววาว "หมายความว่า... ฉันเองก็สามารถดูดซับพลังงานเพื่อเพิ่มระดับเหมือนกับที่พวกการ์เลนอสทำงั้นเหรอคะ?"
แบล็คเบิร์ดพยักหน้า "ใช่... แต่ผลลัพธ์ลึกๆ ต่างกัน พวกการ์เลนอสใช้จีโนซิสสีแดงเพื่อวิวัฒนาการแบบก้าวร้าวและสูญเสียสติสัมปชัญญะ ส่วนเธอ... จะได้รับจีโนซิสสีน้ำเงิน ซึ่งมันเป็นรูปแบบพลังงานบริสุทธิ์สะอาดยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับการเติบโตและเสถียรภาพลีซิลนอส"
โรซาเลียเอ่ยสรุปใจความสำคัญ "ภารกิจต่อจากนี้เธอคือการออกปฏิบัติการกวาดล้างและกำจัดการ์เลนอสในแนวพื้นที่แนวหน้า Y Zone ช่วยเหลืออาณานิที่หลงเหลือ และเก็บรวบรวมผลึกจีโนซิสสีน้ำเงินกลับมา ในขณะเดียวกัน ทางทีมวิจัยจะเฝ้าสังเกตวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงคลื่น Evolution Wave ในตัวเธอ่าใกล้ชิด"
ิมองหน้าบุคคลระดับสูงทั้งสองคนสลับกัน ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดลึก เรียกความมั่นใจและเปลวไฟในอกให้ตื่นขึ้น
"รับทราบค่ะ! ฉันจะทำให้สำเร็จให้ได้"
สามวันต่อมา ณ บริเวณสมรภูมิภาคพื้นดิน พื้นที่ Y Zone อาณานิหมายเลข 91
หวอออออออออ—!!!
เสียงไซเรนเตือนภัยระดับสีแดงฉานดังลั่นระงมไปทั่วผืนฟ้าเมืองหน้าด่าน ฝูงการ์เลนอสจำนวนมหาศาลกำลังบุกทะลักออกมาจากชายป่าดิบทึบโดยรอบราวกับคลื่นทมิฬ สัตว์ประหลาดดุร้ายหลายร้อยตัววิ่งกรูเข้าหากำแพงเมืองคอนกรีตเสริมเหล็ก ทหารรักษาการณ์ท้องถิ่นกำลังสาดกระสุนปืนกลหนักและระเบิดเพลิงเข้าใส่พวกมัน่าสิ้นหวัง
บนสะพานเดินเรือยานเรือธง ORCA ที่ลอยตัวอยู่เหนือชั้นบรรยากาศ กัปตันแบล็คเบิร์ดและผู้การโรซาเลียกำลังจ้องมองหน้าจอแสดงภาพพิกัดภาคพื้นดินที่เต็มไปด้วยจุดสีแดงศัตรู
"ปล่อยตัวหน่วย Vanguard" โรซาเลียสั่งการเสียงเฉียบ
แบล็คเบิร์ดกดสวิตช์สื่อสารตรงหน้าด้วยแววตาจริงจัง "ถึงทุกยูนิตภาคพื้นดิน เข้าสู่พิกัดปฏิบัติการได้... เริ่มเปิดฉากกวาดล้าง"
และวินาทีต่อมา... แคปซูลส่งกำลังรบก็พุ่งดิ่งลงมาจากใต้ท้องยาน ORCA สู่ใจกลางสมรภูมิ!
ตูมมมมมมมมมม—!!!!
แรงกระแทกวินาศสันตะโรส่งผลให้ผืนดินรอบพิกัดแตกออกเป็นหลุมยักษ์ขนาดกว้าง คลื่นช็อกเวฟกวาดล้างฝูงสัตว์ประหลาดแถวหน้าจนปลิวว่อน ท่ามกลางกลุ่มควันและละอองดินที่คละคลุ้ง ร่างสมาชิกหน่วยแนวหน้าทั้งสี่คนปรากฏตัวขึ้นพร้อมอาวุธครบมือ และเปิดฉากสงครามพลิกกระดานทันที!
ทางฝั่งทิศตะวันออกแนวรบ การ์เลนอสระดับ Class 2 รูปร่างคล้ายกิ้งก่ายักษ์หุ้มเกราะหนากำลังอ้าปากคำรามพุ่งเข้าใส่แนวกำแพงเมืองที่ร้าวระแหง ทว่า...
ปัง—!
เสียงปืนไรเฟิลซุ่มยิงคำรามขึ้นเพียงนัดเดียวดังกึกก้อง กระสุนพลังงานแรงดันสูงพิเศษพุ่งแหวกอากาศด้วยวิถีโค้งสมบูรณ์แบบ มันทะลวงผ่านแผ่นเกราะหนาและเจาะทะลุเข้ากลางกะโหลกศีรษะมัน่าแม่นยำ ร่างขนาดมหึมาล้มตึงกระแทกพื้นดินแน่นิ่งทันที
เมดิสันค่อยๆ ลดลำกล้องไรเฟิลคู่ใจลงช้าๆ นัยน์ตาสีฟ้าครามเย็นเยือกจับจ้องไปยังเป้าหมายถัดไป่าไร้ความหวั่นไหว
"เป้าหมายแรก... เคลียร์"
ปัง! ปัง! ปัง!
กระสุนสามนัดถัดมาถูกลั่นไกออกไปในชั่วพริบตา สังหารการ์เลนอสระดับสูงอีกสามตัวในเวลาไม่ถึงสองวินาที ความแม่นยำระดับปาฏิหาริย์ที่ไร้ซึ่งความผิดพลาดนี้ คือความสามารถอันเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้เธอถูกขนานนามและยกย่องว่าเป็น "ดวงตาแห่ง ORCA"
ในอีกฟากหนึ่งสนามรบ อายาโกะกำลังเคลื่อนที่ร่างประดุจภูตพรายท่ามกลางฝูงศัตรูที่รุมล้อม ร่างเธอเคลื่อนไหวรวดเร็วเสียจนสายตามนุษย์ทั่วไปมองไม่ทัน สิ่งเดียวที่หลงเหลือไว้ในทัศนวิสัยมีเพียงประกายแสงสีเงินยวบยาบจากดาบคู่
ฉัวะ! ฉัวะ! ฉัวะ!
การ์เลนอสหลายสิบตัวถูกฟันขาดสะบั้นออกเป็นสองส่วน่าประณีต ก่อนที่พวกมันจะทันได้อ้าปากส่งเสียงกรีดร้องหรือตอบโต้ ร่างหญิงสาวก็เลือนหายไปกับสายลมแล้ว เธอไปปรากฏตัวอีกครั้งด้านหลังการ์เลนอส Class 2 ตัวใหญ่ ตวัดดาบเดี่ยวตัดผ่านทางเดินประสาทเพียงครั้งเดียว ศีรษะมันก็หลุดกระเด็นออกจากบ่า
"ช้าเกินไปจนน่าเบื่อ..." อายาโกะเอ่ยเรียบๆ พร้อมกับตวัดสะบัดเลือดสีดำ้ำออกจากดาบาานะ่างดงาม
้าผืน้ฟ้า เสียงะืปีเทคโนโลยีัั่ ฝูงโนรบติดอาวุธหนักนับร้อยเครื่องกำลังบินแปรขบวนเป็นรูปแบบค่ายกลซับซ้อน โอลิเวียยืนอยู่บนจุดปลอดภัยระเบียงตึกสูง เธอควบคุมทุกยูนิตโนพร้อมกันผ่านระบบเชื่อมต่อประสาทส่วนกลางแววตาเธอส่องประกายสีฟ้าเรืองรอง ราวกับเธอมีดวงตานับร้อยคู่อยู่บนฟากฟ้า
"เปิดฉากยิงระเบิดปูพรม" คำสั่งเฉียบขาดระเบิดขึ้น
วูมมมมมมม—!!! โครม! โครม!
ลำแสงพลาสม่านับร้อยสายสาดเทลงมาจากก้อนเมฆดั่ง-่าฝนแสง ถล่มเข้าใส่ใจกลางฝูงการ์เลนอสจนร่างพวกมันฉีกขาดระเบิดกระจาย พื้นที่รบและพิกัดยุทธศาสตร์ทั้งหมดถูกยึดครองและควบคุมโดยสมบูรณ์ด้วยมันสมองเธอ
และตรงจุดศูนย์กลางอันเป็นจุดปะทะที่หนาแน่นที่สุด ิ ในร่างวิวัฒนาการระดับเริ่มต้น EW-1 (Evolution Wave ขั้น 1) กำลังยืนเผชิญหน้ากับการ์เลนอสระดับ Class 2 ร่างยักษ์พร้อมกันถึงสามตัว!
"เข้ามาเลย...พวกแก!"
ิตะโกนก้อง เปลวเพลิงสีแดงทองอร่ามอันเป็นเอกลักษณ์ระเบิดวาบจากแกนกลางลีซิลนอสลุกโชนท่วมร่าง อุณหภูมิโดยรอบพุ่งสูงขึ้นจนแผ่นดินหลอมละลาย เธอเปิดฉากจู่โจมด้วยกระบวนท่าแรกเพื่อหยั่งเชิง วิ่งทะยานร่างตัดหน้าศัตรูตัวแรกด้วยความเร็วสูง พร้อมกับกระโดดม้วนตัวตวัดขาขวาขึ้นสู่ฟากฟ้า พลังงานความร้อนบีบอัดจนขยายตัวกลายเป็นใบมีดเพลิงขนาดยักษ์รูปทรงคล้ายดาบอัศวินห่อหุ้มเรียวขาเธอเอาไว้
"แกรนด์ แฟลมซอร์ด คิก !!"
ฟึ่บ—ตูมมมมมม!!
ลูกเตะดาบเพลิงสับดิ่งลงมาจากกลางอากาศราวดาวตก ดาบเพลิงผ่าร่างการ์เลนอสตัวแรกแยกออกเป็นสองซีกตามแนวยาวทันที แรงระเบิดเพลิงทองแผดเผาซากมันจนกลายเป็นเถ้าถ่านก่อนจะตกถึงพื้น ทว่าในจังหวะนั้นเอง การ์เลนอสตัวที่สองฉวยโอกาสพุ่งเข้ามาจากมุมอับด้านหลัง หวังจะใช้กรงเล็บพิษฉีกกระชากตัวเธอ
ิไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง สัญชาตญาณแห่งเดอะวันกระตุ้นเตือนฉับพลัน เธอหมุนตัวกลับหลังด้วยความเร็วสูง อาศัยแรงเหวี่ยงจากจุดศูนย์กลางรวบรวมเปลวเพลิงสีแดงทองทั้งหมดแปรสภาพให้กลายเป็นคลื่นรูปวงพระจันทร์เสี้ยวแหลมกริบ ตวัดมือฟันสวนออกไปดั่งการวาดดาบยักษ์กลางอากาศ
"แกรนด์ แฟลมซอร์ด สไตรก์!!"
ฟู่มมมมมม—ฉัวะ!!!
คลื่นดาบเพลิงรูปจันทร์เสี้ยวพุ่งแหวกอากาศตัดผ่านลำตัวหนาการ์เลนอสตัวที่สองจนขาดสะบั้น อานุภาพความร้อนแรงกดดันสูงบดขยี้สะเก็ดแผลและเนื้อเยื่อมันจนระเบิดกระเด็นทะลุอาคารคอนกรีตหนาไปหลายหลัง ซากตึกถล่มลงมาทับถมร่างไร้วิญญาณมันจนมิด
บัดนี้เหลือเพียงการ์เลนอส Class 2 ตัวสุดท้าย มันเริ่มรับรู้ถึงความต่างชั้นพลังอันมหาศาล สัตว์ประหลาดร้ายอ้าปากกว้างรวบรวมกระสุนมานาสีดำทมิฬขนาดใหญ่เตรียมจะพ่นระเบิดฆ่าตัวตายเพื่อลากิให้ตายตกไปตามกัน
"คิดว่าฉันจะปล่อยให้แกทำงั้นเหรอ...จบแค่นี้แหละ!"
ินัยน์ตาส่องประกายสีทองเจิดจ้า เธอรวบรวมไอความร้อนและเปลวเพลิงสีแดงทองทั้งหมดในสนามรบให้ไหลย้อนกลับคืนสู่ร่างกระตุ้นขีดจำกัดสูงสุดโหมด EW-1 พลังงานความร้อนระอุถูกบีบอัด่าหนาแน่นไปรวมอยู่ที่กำปั้นขวาจนกลายเป็นแสงสีขาวทองบริสุทธิ์ที่เปล่งรังสีแผดเผาทุกสิ่ง บรรยากาศรอบตัวนิ่งสงบลงชั่วอึดใจราวกับเวลาถูกหยุด... มันคือท่าไม้ตายปิดฉากระดับล้างบาง
"ฮีท เอ็นด์ !!!"
วูมมมม—ตึ้งงงงงงงงงง!!!!
ิพุ่งตัวประดุจลำแสงสีทอง ทะยานเข้าประชิดอกการ์เลนอสตัวสุดท้ายในเสี้ยววินาที ปลายดาบเฟลม เฟเน็กซ์ ซอร์ดอัดกระแทกแทงเข้ากลางลำตัวมันเต็มแรง เสาเพลิงมหาศาลสีแดงทองที่แฝงไปด้วยพลังทำลายล้างจากภายในก็ระเบิดพุ่งทะยานจากพื้นดินทะลุขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศกลืนกินร่างสัตว์ประหลาดร้ายตัวนั้นจนอันตรธานหายไปในกองเพลิง ไม่เหลือแม้แต่เศษอนุมูลเซลล์ให้ฟื้นตัวได้อีก
และเมื่อสิ้นสุดเสียงระเบิดอันกึกก้องและเปลวเพลิงค่อยๆ มอดดับลง ผลึกแก้วใสทอประกายสีน้ำเงินครามขนาดเล็กจำนวนหลายสิบก้อนก็เริ่มควบแน่นและปรากฏขึ้นท่ามกลางกองเเถ้าสีดำศัตรู ิมองดูพวกมันด้วยความประหลาดใจ แกนกลาง The One ภายในอกเธอส่งคลื่นสั่นสะเทือนตอบรับเบาๆ ราวกับสัญชาตญาณความหิวโหย
ฟึ่บ...
ผลึกสีน้ำเงินทั้งหมดลอยละล่องเข้ามาหาตัวเธอเองโดยอัตโนมัติ ก่อนจะซึมซับผ่านผิวกายและถูกดูดกลืนเข้าไปในแกนกลางทันที
ครืนนนนนนน...
กระแสพลังงานชีวภาพึัภายในร่างกายิพุ่งทะยานสูงขึ้น่าเด่นชัด แม้จะเป็นเปอร์เซ็นต์ที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่ประสาทสัมผัสลีซิลนอสกลับรับรู้มันได้่าแจ่มชัด... เธอกำลังวิวัฒนาการและแข็งแกร่งขึ้นจริงๆ
ค่ำวันเดียวกันนั้นเอง ภายในห้องวิจัยลับสุดยอดบนยานเรือธง ORCA
ดร.นิโคล เบล ในชุดกาวน์สีขาวกำลังยืนเบิกตากว้าง จ้องมองข้อมูลและกราฟสถิติจำนวนมหาศาลที่กำลังประมวลผลอยู่บนหน้าจอโฮโลแกรมสามมิติ แสงสีเขียวสะท้อนบนแว่นสายตาเธอ ทั้งค่าพลังงานชีวภาพ คลื่นความถี่ลีซิลนอส และอัตราการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างโครงข่ายแกนกลาง ทุก่าถูกบันทึกไว้่าละเอียดในระดับนาโนวินาที โดยเฉพาะข้อมูลการปลดปล่อยกระบวนท่าสายฟันและเตะเพลิงยักษ์รวมถึงท่าปิดฉากเมื่อช่วงบ่าย
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความตื่นเต้น ก่อนจะกดบันทึกรวบรวมไฟล์ข้อมูลทั้งหมด แล้วรีบก้าวเท้าเดินตรงไปยังสะพานเดินเรือบัญชาการส่วนกลางทันที
ที่นั่น ผู้การโรซาเลียและกัปตันแบล็คเบิร์ดกำลังยืนกอดอกอยู่หน้าแผงควบคุมหลักคอยมอนิเตอร์สถานการณ์โดยรวมยานและกองทัพอยู่ก่อนแล้ว
"ผลการวิเคราะห์ตัว่าพลังงานจากสมรภูมิล่าสุดเป็นยังไงบ้างด๊อกเตอร์" โรซาเลียเอ่ยถามทันทีที่ประตูอัตโนมัติเปิดออกโดยไม่ละสายตาจากหน้าจอหลัก
นิโคลไม่พูดพร่ำทำเพลง เธอวาดนิ้วส่งรายงานและกราฟข้อมูลขึ้นสู่หน้าจอกลาง ตัวเลขและค่าสมการชีวภาพจำนวนมหาศาลพลันปรากฏขึ้น ก่อนที่เธอจะกล่าวออกมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย
"...ความเร็วขีดจำกัดในการพัฒนาและดูดซับจีโนซิสสีน้ำเงินิหลังจากปลดปล่อยท่า แกรนด์ แฟลมซอร์ด และ ฮีท เอ็นด์ ในสนามรบ...ในตอนนี้มันพุ่งสูงกว่าสถิติและอัตราที่เราเคยคาดการณ์กันไว้ตอนแรกถึงสามเท่าค่ะ!"
แบล็คเบิร์ดที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ข้างกันหรี่ตาลงต่ำ แววตาฉายประกายความระแวดระวัง "สามเท่างั้นเหรอ?"
นิโคลพยักหน้ารับ่าหนักแน่น ก่อนจะกางนิ้วเปิดกราฟเส้นแสดงทิศทางคลื่นความถี่อีกชุดหนึ่ง ซึ่งเส้นกราฟนั้นกำลังพุ่งชันทะยานสูงขึ้น่าต่อเนื่องไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่ง "หากแนวโน้มโครงสร้างพลังงานยังคงเติบโตในรูปแบบก้าวกระโดดแบบนี้... ิอาจจะเข้าสู่สภาวะ Evolution Wave ขั้น 2 ได้เร็วกว่ากำหนดการเดิมที่เราตั้งไว้หลายเดือนเลยค่ะ"
สะพานเดินเรือทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันปะปนไปด้วยความทึ่ง ทว่า... ก่อนที่ใครจะได้ทันอ้าปากพูดหรือวิเคราะห์อะไรต่อ นิโคลกลับขยับนิ้วเรียกหน้าต่างข้อมูลลับหน้าสุดท้ายที่เพิ่งประมวลผลเสร็จขึ้นมา สีหน้าดร.สาวแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกและเคร่งเครียดลงทันตาเห็น
"...แต่ว่า มันมีอีกเรื่องหนึ่งที่ฉันเพิ่งตรวจพบและมันน่ากังวลมากค่ะ" นิโคลเว้นจังหวะหายใจ "ฉันพบสัญญาณสะท้อนแปลกปลอมบาง่า...ปะปนแทรกซึมลึกอยู่ภายในส่วนลึกแกนกลางของิ และมันเป็นคลื่นข้อมูลลักษณะพิเศษที่ฉันไม่เคยพบเห็นจากบันทึกประวัติศาสตร์ลีซิลนอสคนไหนมาก่อนเลยในชีวิต"
ภาพคลื่นพลังงานดิบสีทองเข้มขลักที่มีลวดลายประหลาดขยับตัวราวกับสิ่งมีชีวิตพลันปรากฏขึ้นบนหน้าจอหลัก มันมีรูปแบบโมเลกุลและความถี่ที่ไม่ตรงกับฐานข้อมูลกองทัพมนุษยชาติเลยแม้แต่เปอร์เซ็นต์เดียว
ผู้การโรซาเลียและกัปตันแบล็คเบิร์ดหันมาสบตากันด้วยความนัยบาง่าผ่านแสงสลัวห้องบัญชาการบนยาน ขณะที่ดร.นิโคล เอ่ยประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงอันหนักอึ้งชวนขนลุก
"...บางที... สิ่งที่เรียกว่า The One ที่หลับใหลอยู่ในส่วนลึกตัวิ... มันอาจจะไม่ได้แค่ให้ยืมพลัง... แต่มันกำลังจะตื่นขึ้นมาลืมตาดูโลกจริงๆ แล้วก็ได้ค่ะ"
[จบตอนที่ 26: คลื่นวิวัฒนาการ]
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??