เรื่อง Eternal Fate: โชคชะตาพาไปต่างโลก
ตูมมมม—!!
เปลวเพลิงอัปลักษณ์สีม่วงดำระเบิดกวาดล้างพื้นที่รอบลานพิธีโบราณจนผืนดินชั้นบนแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ อานุภาพของศาสตร์มืดอันบ้าคลั่งฉีกกระชากต้นไม้เก่าแก่ขนาดหลายคนโอบโดยรอบจนหักสะบั้นกลายเป็นเศษฟืนปลิวว่อนไปในอากาศ
ร่างของเรนพุ่งทะยานถอยหลังอย่างรวดเร็วด้วยทักษะ ออโร รันนิ่ง ในร่าง นูทอล ฟอร์ม กระแสพลังงานอันเปี่ยมล้นหมุนวนอยู่ใต้ฝ่าเท้า พลังออโรเลี่ยนสีขาวขุ่น เข้มข้นที่หมุนพวยพุ่งดั่งหมอกหนา ส่งร่างของเขาให้เคลื่อนที่หลบหลีกคลื่นระเบิดพลังเวทมนตร์ที่ไล่หลังมาได้อย่างหวุดหวิด ทิ้งรอยไหม้เกรียมเป็นทางยาวไว้บนพื้นดินที่เขาเคยยืนอยู่เมื่อครู่
"หอบแล้วหรือยัง? ผู้ถือครองพลังแห่งพระแม่ไมอาร์!"
สุ้มเสียงทุ้มต่ำหัวเราะเยาะเย้ยอย่างผู้เหนือกว่าดังเล็ดลอดออกมาจากใต้หน้ากากเหล็กสลักลวดลายอสรพิษของ เอเรบัส
ในเวลานี้ สภาพของลานพิธีศักดิ์สิทธิ์พังพินาศยับเยินจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม ซากศพของเหล่าสัตว์ประหลาดและมอนสเตอร์กลายพันธุ์ที่ถูกอันเชิญมาตอนแรกนอนตายก่ายกอง เลือดสีดำคล้ำของพวกมันไหลนองท่วมจนส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งไปทั่วพื้นที่ ทว่า...ตัวการที่แท้จริงเบื้องหลังโศกนาฏกรรมครั้งนี้ยังคงยืนตระหง่านอยู่กึ่งกลางแท่นพิธี และบาดแผลบนร่างกายของมันแทบจะเรียกได้ว่าไม่มีเลยด้วยซ้ำ
เรนหรี่ตาลงเล็กน้อยเพื่อปรับระยะสายตาท่ามกลางกลุ่มควันหนาทึบ นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มฉายประกายเคร่งเครียด ยอมรับตามตรงจากใจจริงเลยว่า จอมเวทศาสตร์มืดตรงหน้าแข็งแกร่งและรับมือได้ยากเย็นกว่าที่เขาประเมินเอาไว้มาก
เอเรบัสคือ จอมเวทศาสตร์มืดโดยสมบูรณ์ ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ทั่วไปไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเวทมนตร์โจมตีสายทำลายล้าง เวทคำสาปกัดกินวิญญาณ เวทป้องกันบาเรียมืด หรือแม้กระทั่งเวทควบคุมอาณาเขตพื้นที่ ทุกท่วงท่าการร่ายและขยับไหวของอีกฝ่ายสอดประสานกันได้อย่างไร้รอยต่อ ชำนาญราวกับผ่านสมรภูมิเดือดที่ต้องแลกด้วยชีวิตมานับไม่ถ้วน
ปัง! ปัง! ปัง!
สุ้มเสียงกัมปนาทปืนพกคู่ในมือเรนระเบิดขึ้นอีกครั้ง กระสุนออโรเลี่ยน สามนัดที่อัดแน่นไปด้วยกระแสพลังงานชีวิตสีขาวขุ่นอันลึกลับพุ่งแหวกอากาศตรงดิ่งไปยังจุดตายของเป้าหมาย ทว่าก่อนที่มันจะเข้าถึงตัว กำแพงเวทมนตร์สีดำทมิฬที่มีลวดลายคล้ายใบหน้าคนกรีดร้องก็พลันปรากฏขึ้นขวางกั้นกลางอากาศทันควัน
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
กระสุนทั้งสามนัดปะทะเข้ากับบาเรียมืดอย่างจังจนเกิดประกายไฟสีขาวนวลและสาดกระเซ็นสะท้อนออกไปคนละทิศละทางอย่างไร้ผล
"น่าสมเพชจริงๆ..." เอเรบัสค่อยๆ กางแขนทั้งสองข้างออกอย่างทรนง "แกมีพลังงานของไมอาร์อันมหาศาลซ่อนอยู่ภายในร่าง แต่กลับไม่มีปัญญาหยิบจับและใช้สอยได้เลยแม้แต่นิดเดียว...เป็นเพียงแค่สัตว์ป่าโง่เขลาที่แข็งแรงกว่ามนุษย์ทั่วไปเท่านั้นแหละ!"
"..."
"ต่อให้แกจะมีไอพลังแปลกประหลาดแผ่ออกมาเป็นหมอกขาวขุ่นรอบตัวเพียงใด...แต่สัตว์ป่าที่ไร้ซึ่งปัญญาและมีดีแค่พลังของพระแม่ ก็ไม่มีวันเอาชนะผู้เชี่ยวชาญศาสตร์แห่งความมืดชั้นสูงอย่างข้าได้หรอก!"
เรนไม่ได้เอ่ยปากตอบโต้ถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามเหล่านั้นแม้แต่คำเดียว นัยน์ตาเขายังคงนิ่งงันไปชั่วครู่ แววตาแปรเปลี่ยนเป็นความนิ่งสงบอันลึกล้ำดั่งสระน้ำโบราณที่ไม่สะท้อนความหวั่นไหวใดๆ เขายังคงทุ่มเทสมาธิทั้งหมดไปกับการเฝ้ามองทุกการเคลื่อนไหว ทุกท่วงท่าการขยับมือ และทุกจังหวะในการร่ายอักขระเวทของศัตรู...ราวกับสมองของเขากำลังประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลบางอย่างในระดับวินาที
เมื่อเห็นว่าเรนไม่ยอมจำนน เอเรบัสก็แค่นเสียงเหยียดหยามในลำคอ ก่อนจะกระแทกไม้เท้าหัวกะโหลกลงพื้นดินอย่างรุนแรง
ตึง—!!
วงเวทเงาสีดำทมิฬห้าวงพลันผุดขึ้นมารอบตัวของจอมเวทมืด "ในเมื่อแกชอบดิ้นรนนัก...งั้นก็ลองเล่นกับสมุนบริวารของข้าดูหน่อยเป็นไง!"
สิ้นเสียงแผดคำราม อสรพิษเงาทมิฬขนาดมหึมาห้าตนที่มีดวงตาสีแดงฉานดั่งโลหิตก็พุ่งทะยานออกมาจากวงเวท พวกมันอ้าปากกว้างเผยให้เห็นเขี้ยวพิษที่หล่อหลอมขึ้นจากไอมานามืด แล้วพุ่งเข้าจู่โจมเรนจากห้าทิศทางพร้อมกัน หวังจะรัดร่างและกัดกระชากเนื้อหนังของชายหนุ่มให้แหลกคามือ
เรนขยับตัวตอบโต้ในทันที นัยน์ตาคมกริบกวาดมองวิถีการเคลื่อนที่ของพวกมัน เบี่ยงหลบการพุ่งฉกของอสรพิษตัวแรกได้อย่างฉับไว พร้อมกับยกปืนพกคู่กระหน่ำยิงสวนในระยะเผาขน
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
กระสุนออโรเลี่ยนสีขาวขุ่นพุ่งทะลวงเข้ากลางแสกหน้าของพวกมันอย่างแม่นยำ อานุภาพพลังงานบริสุทธิ์สลายร่างเงาทมิฬให้กลายเป็นควันโขมงไปทีละตัว ทว่าในจังหวะที่เขากำลังหันไปจัดการกับอสรพิษสองตัวสุดท้ายที่เหลืออยู่นั้น เอเรบัสกลับใช้ช่วงเวลาที่เรนถูกเบี่ยงเบนความสนใจ ยกไม้เท้าขึ้นเหนือศีรษะเพื่อเตรียมปิดฉากการต่อสู้ทันที
ทันใดนั้นเอง วงเวทสีม่วงดำขนาดมหึมารัศมีหลายร้อยเมตรก็พลันปรากฏขึ้นปกคลุมเต็มผืนท้องฟ้าเหนือป่าเวเรนท์ คลื่นพลังมานามืดอันบ้าคลั่งลึกล้ำหลั่งไหลทะลักออกมาจากวงเวทอย่างไม่ขาดสาย พื้นแผ่นดินเริ่มสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น อากาศรอบตัวบิดเบี้ยวจนมองเห็นเป็นภาพเบลอ แม้แต่เรนยังสัมผัสได้ถึงสัญชาตญาณความตายที่ส่งสัญญาณเตือนภัยถถี่รัวในหัวสมอง
"จงพินาศไปพร้อมกับความหวังทั้งหมดของเจ้าซะเถอะ! เวทมนตร์ต้องห้ามชั้นสูง..." เอเรบัสแผดเสียงก้องดังกังวาน ดึงพลังมานาทั้งหมดในร่างออกมา "อเวจีพันวิญญาณ!!"
ครืนนนนนนน—!!!
เสาวิญญาณสีดำสนิทนับหลายร้อยสายระเบิดพุ่งทลายลงมาจากฟากฟ้าดั่ง-่าฝนทำลายล้าง ทุกตารางนิ้วในลานพิธีถูกปกคลุมไปด้วยมวลพลังงานกัดกินวิญญาณที่ไม่มีช่องว่างให้หลบหลีก ไม่มีมุมให้อาศัยซ่อนตัว
ตูมมมมมมมมมม—!!!
การระเบิดต่อเนื่องระดับมหากาฬเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าทั่วทั้งลานพิธี สุ้มเสียงสนั่นหวั่นไหวดังราวกับวันสิ้นโลก ฝุ่นควันและเปลวเพลิงสีม่วงพวยพุ่งขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศหนาทึบ
เมื่อกระแสคลื่นทำลายล้างค่อยๆ สงบลงและจางหายไป ภาพเบื้องล่างปรากฏรอยหลุมลึกขนาดมหึมา และในจุดที่ลึกที่สุดของหลุมนั้น... ร่างของเรนนอนสงบนิ่งจมกองเศษหินอยู่ เสื้อผ้าบนตัวขาดวิ่นจนเกือบหมด โลหิตสีแดงฉานไหลอาบชโลมไปทั่วทั้งร่าง กระดูกหลายส่วนในร่างกายส่งเสียงลั่นเปรี๊ยะจากการแตกร้าวภายใน แม้แต่ทักษะการป้องกันขั้นสุดยอดอย่าง ออโร บอดี้ ที่ในตอนนี้เค้นพลังสีขาวขุ่นออกมาห่อหุ้มผิวกายอย่างหนาแน่น ก็ยังแทบจะไม่สามารถรับแรงกระแทกอันมหาศาลมรณะเมื่อครู่ไว้ได้ไหว ไอพลังงานสีขาวลอยอวลออกจากร่างที่สะบักสะบอมช้าๆ
เอเรบัสที่เห็นภาพนั้นพลันหัวเราะร่าออกมาอย่างคนคลุ้งคลั่งและสะใจขีดสุด
"จบสิ้นแล้ว! จบสิ้นเสียทีไอ้ตัวขัดขวาง!"
"แกไม่มีวัน...ไม่มีวันหยุดยั้งแผนการอันยิ่งใหญ่ของท่านผู้นั้นได้หรอก ฮ่าๆๆๆ!"
จอมเวทศาสตร์มืดค่อยๆ ก้าวเท้าเดินลงไปในหลุมลึกมุ่งตรงไปหาร่างของเรน ทีละก้าว...ทีละก้าว...ด้วยความชะล่าใจและลำพองตน จนกระทั่งระยะห่างลดน้อยลงและมาหยุดอยู่ตรงหน้าของชายหนุ่มในระยะประชิด
ทว่า...ในวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง...มุมปากของเรนที่ควรจะแน่นิ่งกลับค่อยๆ ยกขึ้นเล็กลงจนกลายเป็นรอยยิ้มเยือกเย็น
"...ใครบอกแก...ว่าฉันแพ้แล้วกันล่ะ?"
เอเรบัสชะงักก้าวเท้าชะงักงันด้วยความตกใจ ทันใดนั้นเอง สัญชาตญาณอันเฉียบคมจอมเวทก็ทำให้เขาเริ่มสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติรอบตัว...วัตถุเศษผลึกแก้วใสขนาดเล็กจิ๋วหลายสิบชิ้น กำลังลอยละล่องคว้างอยู่กลางอากาศรอบๆ กายของเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจทราบได้
แฟรงค์ คริสตัล!
ตลอดระยะเวลาการต่อสู้อันยาวนานที่ผ่านมา ที่เรนแสร้งทำเป็นเพลี่ยงพล้ำและคอยวิ่งหนีอย่างเอาเป็นเอาตาย แท้จริงแล้วเขาแอบกระจัดกระจายและวางตำแหน่งผลึกใสเหล่านี้เอาไว้ทั่วทุกพิกัดในพื้นที่อย่างแนบเนียน เพื่อใช้พวกมันเป็นอุปกรณ์ ตัวชี้วัดตำแหน่ง และระบบวิเคราะห์รูปแบบวงจรการไหลเวียนคลื่นมานาและการร่ายมหาเวทของศัตรูมาโดยตลอด!
ดวงตาเรนเบิกโพลงขึ้น นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มเย็นเฉียบและคมกริบดั่งใบมีด ปลดปล่อยออร่าพลังงานสีขาวขุ่นระเบิดวาบออกมาล้อมรอบตัวอย่างรุนแรง ราวกับนักล่าที่ซ่อนเขี้ยวเล็บรอกลืนกินเหยื่อมาเป็นเวลานับชั่วโมง
"คนอย่างแก...มัวแต่หลงระเริงในพลังอันยิ่งใหญ่ของตัวเองจนน่าขำ" เรนเอ่ยเสียงต่ำเรียบ "จนไม่เคยสังเกตหรือเอะใจเลยสักครั้งเลยว่า..."
"ทุกๆ ครั้งที่แกตัดสินใจร่ายเวทมนตร์ขนาดใหญ่...เพื่อความเสถียรวงเวท แกจะเปิดช่องว่างและปลดการป้องกันทาง ด้านหลัง ของตัวเองออกเสมอ"
สีหน้าภายใต้หน้ากากเหล็กเอเรบัสแปรเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนกและซีดเผือดลงทันควัน "อะไรนะ—!?"
ฟึ่บ!
ไม่รอให้อีกฝ่ายได้มีโอกาสร่ายเวทป้องกันหรือถอยหนี เรนระเบิดพลังออโรเลี่ยนเฮือกสุดท้ายในร่างกายขยายตัว ทักษะ ออโร มัชเซิล บีบอัดกล้ามเนื้อจนตึงแน่นทำงานร่วมกับ ออโร รันนิ่ง ในเสี้ยววินาที ขับดันพลังงานออโรเลี่ยนสีขาวขุ่นปริมาณมหาศาลระเบิดปะทุออกจากร่าง ร่างของเขาพุ่งทะยานดีดตัวออกจากหลุมหินราวกระสุนปืนใหญ่ที่หลุดออกจากลำกล้อง รวดเร็วและรุนแรงเกินกว่าที่ประสาทสัมผัสของจอมเวทสายตั้งรับจะตอบสนองได้ทัน
ปืนพกคู่ใจ Nemesis ในมือขวาถูกยกขึ้นเล็งตรงดิ่งแนบเข้าพิกัดศีรษะเอเรบัสในระยะห่างที่ไม่ถึงครึ่งเมตร!
ดวงตาสีน้ำเงินเข้มอันเปี่ยมไปด้วยสติปัญญาและแผนการเรน สบประสานเข้ากับดวงตาสีแดงฉานอันเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกขีดสุดศัตรู โดยมีหมอกพลังงานสีขาวขุ่นล้อมรอบประกายปืนราวกับกรงเล็บยมทูต
"บิงโกเลยนะเนี่ย..."
ปังงงงง—!!!
กระสุนขนาด .45 ACP ที่ถูกเคลือบแฝงและอัดแน่นไปด้วยพลังออโรเลี่ยนสีขาวอันบริสุทธิ์และเข้มข้นทะยานพุ่งแหวกอากาศ ทะลวงผ่านหน้ากากเหล็กและเจาะตัดเข้ากลางกะโหลกศีรษะเอเรบัสโดยตรง แรงระเบิดของพลังงานศักดิ์สิทธิ์อัดเข้าส่วนสมองจนหัวของจอมเวทศาสตร์มืดระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เศษหน้ากากและหยาดเลือดสีดำสาดกระจายไปทั่วทิศทาง
ร่างไร้วิญญาณอันไร้ส่วนหัวเอเรบัส ทรุดฮวบลงกระแทกพื้นดินแน่นิ่งไปในทันที...ความเงียบสงัดอันเยือกเย็นเข้าปกคลุมทั่วทั้งบริเวณลานพิธีอีกครั้ง วงเวทสีม่วงดำขนาดมหึมาบนท้องฟ้าเริ่มเกิดรอยร้าวฉานก่อนจะแตกสลายกลายเป็นละอองแสงพินาศไป มวลพลังงานศาสตร์มืดอันชั่วร้ายคละคลุ้งค่อยๆ จางหายไปตามกระแสลม
เรนยืนหยัดกายอันสะบักสะบอมหอบหายใจเข้าปอดอย่างหนักหน่วงอยู่กึ่งกลางซากปรักหักพัง ประกายแสงสีขาวขุ่นรอบตัวค่อยๆ ดับวูบและหลั่งไหลกลับคืนสู่ภายในกาย ปืนในมือยังคงมีควันจางๆ ลอยล่องออกมา เขาเหลือบสายตามองลงต่ำจับจ้องร่างอันไร้วิญญาณศัตรูที่เคยโอหังเมื่อครู่ด้วยความเรียบเฉย
“เท่านี้ตัวการที่ก่อความวุ่นวายก็ถูกจัดการเรียบร้อย ที่เหลือก็กลับไปที่หมู่บ้านแล้วไปรายงานผลลัพธ์ภารกิจในเมืองก็เป็นอันเสร็จ”
สายลมเย็นสดชื่นพัดโชยผ่านลานพิธีโบราณอันพังทลายอีกครั้ง และนี่ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา... ที่ผืนป่าเวเรนท์อันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ได้หวนคืนสู่ความสงบสุขร่มเย็นที่แท้จริง โดยปราศจากเงาร่างและกลิ่นอายความชั่วร้ายofเอเรบัสอีกต่อไป...
[จบตอนที่ 12: กระสุนสังหารแห่งปัญญา]
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??