รัตติกาลโอบนภา
สามแดนดำรงอยู่ใต้สมดุลของสภาเซียน
แดนเซียน แดนมนุษย์ และแดนปีศาจ ต่างมีกฎของตนเอง หากแดนใดแดนหนึ่งปั่นป่วน ย่อมกระทบถึงอีกสองแดนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ด้วยเหตุนี้ ห้าตำหนักใหญ่จึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อค้ำจุนความสงบของสามแดน
ตำหนักนภาสถิต ผู้ดูแลม่านนภาและสมดุลฟ้าดิน
ตำหนักพฤกษาหวนชีพ ผู้คุ้มครองเส้นชีพจรชีวิต
ตำหนักเพลิงสุริยัน ผู้ชำระสิ่งอัปมงคลด้วยเพลิงสวรรค์
ตำหนักวารีบรรพกาล ผู้เก็บรักษาความทรงจำและชะตาเก่าแก่
และ ตำหนักจันทราอัสดง ผู้ถือครองพลังรัตติกาลและดารา กล่อมปราณแปรปรวนและเยียวยาจิตใจ
ทว่าหลังเหตุการณ์ คืนดาราดับ เมื่อหลายร้อยปีก่อน ตำหนักจันทราอัสดงกลับล่มสลาย ชื่อของรัตติกาลถูกลบเลือนไปจากสภาเซียน เหลือไว้เพียงคำเล่าลือ คัมภีร์ต้องห้าม และผนึกเก่าแก่บางชิ้นที่ไม่มีผู้ใดกล้าแตะต้อง
ผู้คนส่วนใหญ่ไม่กล่าวถึงตำหนักจันทราอัสดงอีก
บ้างว่าเพราะหวาดกลัว
บ้างว่าเพราะละอาย
และบ้างก็เลือกเงียบ เพราะความจริงในคืนนั้นอาจไม่งดงามพอให้เล่าขาน
หลายสิบปีต่อมา เด็กกำพร้าผู้หนึ่งถูกพามาไว้ใต้ชายคาตำหนักนภาสถิต
เขามีนามว่า เยี่ยเฉิน
ประมุขชิงหานรับเด็กผู้นั้นเข้าตำหนัก หลังบิดาของเยี่ยเฉินสละชีวิตช่วยตระกูลชิงไว้
และผู้ที่คอยดูแลเยี่ยเฉินมาตั้งแต่วันแรก คือบุตรชายของประมุข ผู้ดำรงตำแหน่งรองประมุขแห่งตำหนักนภาสถิตในเวลาต่อมา
ชิงอวิ๋น
รองประมุขแห่งตำหนักนภาสถิต ผู้สูงศักดิ์ งดงาม และเย็นชาจนไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้โดยง่าย
เขาอยู่สูงดั่งนภา สุขุมดั่งเมฆาคราม
ไม่ว่าเหล่าเซียนหรือปีศาจ ผู้ใดก็ไม่กล้าประมือหรือหยอกเย้าด้วย
เพียงถูกสายตาเย็นชาของเขามองมา ก็แทบทำให้ผู้คนต้องถอยหลังไปสามก้าว
ยกเว้นเพียงผู้เดียว
เยี่ยเฉิน
เด็กน้อยที่เขาเลี้ยงมากับมือ
หลายสิบปีก่อน เยี่ยเฉินเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่เดินตามหลังเขาต้อย ๆ
หลายสิบปีต่อมา เด็กคนนั้นกลับเติบโตเป็นศิษย์น้องรูปงาม ยิ้มเก่ง ปากหวาน อ่อนโยนกับผู้อื่น แต่กลับปีนเกลียวกับเขาเก่งยิ่งกว่าผู้ใดในสามแดน
“ท่านพี่ชิงอวิ๋น วันนี้ท่านจะยอมพักสักครึ่งชั่วยามดีหรือไม่ขอรับ”
“ผู้ใดเป็นพี่เจ้า ข้าบอกเสมอว่าให้เรียกศิษย์พี่”
เยี่ยเฉินยิ้มตาหยี ประสานมืออย่างว่าง่าย
“ขอรับ ศิษย์พี่”
ชิงอวิ๋นยังไม่ทันคลายสีหน้า อีกฝ่ายก็เอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงใสซื่อ
“เช่นนั้นศิษย์พี่คนงาม วันนี้ยอมพักสักครึ่งชั่วยามดีหรือไม่ขอรับ”
“เยี่ยเฉิน”
“ขอรับ ข้าอยู่นี่”
เด็กคนนี้ยิ่งโตยิ่งรับมือยาก
กวนก็เก่ง อ้อนก็เก่ง เถียงก็เก่ง
แต่ยามเขาเหนื่อย เยี่ยเฉินกลับเป็นคนแรกที่ยกชาร้อนมาให้
ยามเขาบาดเจ็บ เยี่ยเฉินเป็นคนแรกที่ยืนเฝ้าอยู่ข้างเตียง
และยามที่เขาแบกภาระของตำหนักนภาสถิตไว้เพียงลำพัง เยี่ยเฉินก็มักจะยิ้มแล้วเอ่ยว่า
“แม้ท่านจะแข็งแกร่งเพียงใด ก็ย่อมมีวันที่เหนื่อยล้าได้เช่นกันขอรับ”
ชิงอวิ๋นเคยคิดว่า เยี่ยเฉินคือเด็กที่เขาต้องปกป้อง
จนวันที่ หยกสาส์นโบราณ ที่บิดาของเยี่ยเฉินทิ้งไว้ตื่นขึ้น
สาส์นนั้นไม่ได้บอกเพียงคำลาของผู้ล่วงลับ
แต่ยังฝากคำเตือนไว้ถึงวันที่ “ความล่มสลาย” อาจคืบคลานกลับมา
~~~ หากวันหนึ่ง ผู้คนบอกว่าเป็นเจ้าที่ต้องแบกรับทุกสิ่ง
จงอย่าตัดสินใจเพียงเพราะคำว่า “ต้องเป็นเจ้า”
จงใช้หัวใจของเจ้า
ใช้ศรัทธาของเจ้า
และเลือกทางที่เจ้าอยากเดินด้วยตนเอง ~~~
นับแต่นั้น ความสงบในตำหนักนภาสถิตก็เริ่มสั่นคลอน
สภาเซียนเริ่มจับตามองหยกสาส์น
บันทึกเก่าที่ถูกลบเริ่มเผยร่องรอย
ชื่อของตำหนักจันทราอัสดงที่ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยถึง เริ่มหวนกลับมาจากเงามืดของประวัติศาสตร์
และเยี่ยเฉิน เด็กกำพร้าที่เคยคิดว่าตนมีชีวิตอยู่เพื่อทำหน้าที่แทนบิดา
กลับค่อย ๆ ถูกดึงเข้าไปใกล้ความจริงบางอย่างที่อาจเปลี่ยนชะตาของทั้งสามแดน
ท่ามกลางคำเตือนจากผู้ล่วงลับ หน้าที่ ชะตาเก่า และความรู้สึกที่ไม่ควรเกิดขึ้นระหว่างศิษย์พี่ศิษย์น้อง
เยี่ยเฉินจะยังเลือกยืนข้างชิงอวิ๋นเพราะหน้าที่
หรือเพราะหัวใจ
และชิงอวิ๋นเล่า…
จะยังกล้าหลอกตนเองได้อีกหรือไม่ว่า
เขามองเจ้าหมาเด็กผู้คอยชงชาผู้นี้ เป็นเพียงศิษย์น้องเท่านั้น.
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,
สารบัญ
CONTENT
|
|
|
นิยายแนะนำ |
ดูทั้งหมด |
รายการรีวิว
REVIEW
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00

นิยายแนะนำสำหรับคุณ
ดูทั้งหมด
นิยายแนะนำสำหรับคุณ