เรื่อง วีรษุรุษแห่งมหานครไร้ตะวัน
แสงระยิบระยับจากิาดาราาบนเาถ้ำ ะ้ลงบน้า่ากระจกายักษ์ของคฤหาสน์หินผาอันโอ่อ่า คฤหาสน์หลังนี้ตั้งอยู่บนจุดที่สูงที่สุดของเขตชนชั้นสูง เป็นที่พำนักของ ‘ครอส’ หนึ่งใน 4 ราชาไร้มงกุฎผู้กุมอำนาจอันยิ่งใหญ่
คำว่า 4 ราชาไร้มงกุฎ คือกลุ่มคนที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเมืองไร้ตะวัน ประกอบไปด้วย "ครอส" ราชาแห่ง 108 ขุนพลผู้มีกองกำลังกล้าตาย, "เพกรีช" ราชาศรเทวะผู้มีพลังโจมตีระยะไกลอันน่ากลัว, "เพลิงกัลป์" ราชามอดไหม้ผู้ใช้มหาเวทไฟ และ "ธรุช" ราชาแห่งความมั่งคั่งผู้ควบคุมเส้นทางการเงินทั้งหมด
คืนนี้ครอสกำลังนั่งดื่มเหล้าองุ่นราคาแพงอยู่ในห้องโถงกว้างขวาง เขามั่นใจในระบบป้องกันของตนเองอย่างที่สุด รอบคฤหาสน์มีทหารยามฝีมือดีนับร้อยนาย มีค่ายกลเวทมนตร์ตรวจจับสิ่งมีชีวิตติดตั้งไว้ทุกตารางนิ้ว
ฟุ่บ!
เงาดำสายหนึ่งเคลื่อนผ่าน้า่าชั้นบนไปอย่างเงียบเชียบ พิรุณใช้ทักษะเร้นกายขั้นสูงสุดในการลอบเข้ามา ร่างกายผิวสีทองแดงของเขาแนบชิดไปกับเงามืดใต้ตึก ขยับตัวในจังหวะที่ค่ายกลเวทมนตร์หมุนเวียนเปลี่ยนผ่าน ทหารยามคนแล้วคนเล่าเดินผ่านเขาไปโดยไม่รู้สึกถึงกลิ่นอายพลังแม้แต่น้อย พิรุณไร้ความรู้สึก ไร้จิตสังหาร จนเปรียบเสมือนก้อนหินก้อนหนึ่งในปราสาท
พิรุณผลักประตูายักษ์เข้าไปในห้องนอนส่วนตัวของครอสอย่างแผ่วเบา ครอสผู้เป็นยอดฝีมือพลันรู้สึกถึงความผิดปกติ สัญชาตญาณสัตว์ป่าของเขาร้องเตือน เขาหันควับกลับมาทันที ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นชายหนุ่มชุดดำยืนอยู่
“ใครน่ะ! บังอาจนัก!”
ครอสแผดเสียงก้อง พร้อมปลดปล่อยพลังปราณป้องกันขั้นสูงสุด พลังปราณสีทองหนาแน่นระเบิดออกจากร่าง ควบแน่นกลายเป็นโล่เหล็กกล้าและเกราะทองคำหนาหลายนิ้วครอบคลุมทั่วร่างกายของเขา
แต่ครอสรู้ดีว่าผู้ที่ลอบเข้ามาถึงห้องนอนของเขาได้ย่อมไม่ใช่คนธรรมดา เขากระแทกเท้าลงบนพื้นหินผาจนแตกละเอียด ปากเรียกอาวุธคู่กาย "ทวนศึกร้อยภักดี" ทวนเหล็กกล้าเล่มยักษ์พุ่งทะลุมาจากแท่นวางอาวุธเข้าสู่มือของเขาในพริบตา!
"ตายซะ!" ครอสคำราม สองมือควงทวนยักษ์จนเกิดเป็นพายุหมุนสีทอง พลังปราณอันหนักหน่วงบดขยี้เตียงนอนและเครื่องเรือนรอบข้างจนกลายเป็นผุยผง ก่อนจะแทงพุ่งตรงเข้าใส่ยอดอกของพิรุณด้วยความเร็วที่ฉีกกระชากอากาศจนเกิดเสียงระเบิด ตูม! ตูม! ตูม!
พิรุณไม่เอ่ยวาจาตอบรับ ใบหน้าของเขายังคงนิ่งสนิท ชายหนุ่มขยับข้อมือขวาอย่างเชื่องช้าทว่ามั่นคง ชักกระบี่สั้นเล่มบางออกจากฝัก ทันทีที่ตัวกระบี่สัมผัสอากาศ ออกซิเจนรอบตัวพลันเดือดพล่านด้วยพลัง ‘ปราณดาบไร้ลักษณ์’ พลังพิเศษที่ติดตัวเขามาตั้งแต่กำเนิด มันคือปราณดาบที่คมกริบเกินกว่ากฎเกณฑ์ธรรมชาติ คมจนสามารถตัดผ่านมิติและตัดได้ทุกสรรพสิ่งในโลก ไม่ว่าจะเป็นเหล็กกล้า คาถาเวทมนตร์ หรือพลังปราณ
เคร้ง!!
เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่นจนกระจกายักษ์ของคฤหาสน์ร้าวเป็นเสี่ยงๆ พิรุณไม่ได้ใช้แรงปะทะ แต่เขาเบี่ยงตัวหลบปลายทวนอย่างฉิวเฉียด พร้อมกับตวัดกระบี่สั้นตัดเข้าที่ตัวด้ามทวนเหล็กกล้า คมปราณที่มองไม่เห็นกรีดผ่านเนื้อเหล็กหนาจนเกิดประกายไฟสว่างวาบ
"อะไรกัน?!" ครอสเบิกตากว้างเมื่อพบว่าทวนศึกระดับสมบัติฟ้าของเขาถูกฟันจนเนื้อเหล็กแหว่งเว้าไปเกือบครึ่งในการปะทะเพียงครั้งเดียว
ครอสไม่ยอมเพลี่ยงพล้ำ เขาตวาดก้องกระตุ้นพลังขุนพล ร่างกายขยายใหญ่ขึ้นจนเกราะทองคำส่องแสงเรืองรองทวีคูณ เขาวาดทวนเป็นวงกลม สร้างคลื่นพลังปราณสีทองนับร้อยสายพุ่งกระจายออกไปทั่วห้องเพื่อปิดทางหนีของพิรุณ "ค่ายกลทวนร้อยขุนพล!"
คลื่นพลังสีทองกดทับจนอากาศหนักอึ้ง แต่พิรุณกลับก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างเยือกเย็น ร่างกายผิวสีทองแดงของเขาพลิ้วไหวราวกับสายน้ำสายหนึ่งท่ามกลาง-่าฝนพลังปราณ ทุกครั้งที่เขาตวัดข้อมือ คลื่นพลังสีทองของครอสจะขาดสะบั้นและสลายหายไปในความว่างเปล่าอย่างน่าอัศจรรย์ด้วยอำนาจของปราณดาบไร้ลักษณ์
พิรุณพุ่งตัวประชิดร่างของครอสในเสี้ยววินาที ครอสสัมผัสได้ถึงความตายที่คืบคลานเข้ามา เขาเค้นพลังเฮือกสุดท้าย สร้างโล่ปราณทองคำซ้อนกันถึงเก้าชั้นเบื้องหน้า "เกราะของข้าไร้พ่าย! ไม่มีสิ่งใดทำลายได้!"
ฉับ!
ไม่มีเสียงระเบิดอันยิ่งใหญ่ มีเพียงเสียงฉีกขาดแผ่วเบา เกราะปราณทองคำที่แกร่งกล้าดังภูผา ทั้งเก้าชั้นกลับขาดสะบั้นลงอย่างง่ายดายราวกับแผ่นกระดาษบางๆ คมปราณดาบไร้ลักษณ์แล่นผ่านลำคอของครอสไปในพริบตา ศีรษะของราชาแห่ง 108 ขุนพลหลุดออกจากบ่าตกลงสู่พื้น เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นดั่ง-่าฝนตกลงบนพื้นพรมสีขาวสะอาด พิรุณเก็บกระบี่เข้าฝักอย่างเยือกเย็น ภาิจแรกสำเร็จลงหลังจากผ่านการต่อสู้อันดุเดือด
ทว่า... ในขณะที่พิรุณกำลังจะหันหลังกลับ ความเงียบสงัดในห้องกลับถูกทำลายด้วยเสียงปรบมือช้าๆ ที่ดังมาจากมุมมืดที่ลึกที่สุดของห้องโถง
แปะ... แปะ... แปะ...
“ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมมาก สมแล้วที่เป็นมือดีที่สุดขององค์กรทมิฬ”
ชายชุดหรูหราลายปักดิ้นทองก้าวออกมาจากกรงเล็บแห่งความมืด ในมือของเขาถือคันธนูสีทองลวดลายโบราณอันงดงาม แผ่กลิ่นอายกดดันอันน่าสะพรึงกลัวจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยว เขาคือ ‘เพกรีช’ ราชาศรเทวะ ผู้ว่าจ้างภาิจลับในครั้งนี้!
พิรุณเบิกตากว้างเล็กน้อย สัญชาตญาณนักฆ่าในร่างร้องเตือนถึงอันตาขั้นสุดยอดที่กำลังจะมาถึง
“ท่านมาทำอะไรที่นี่ เพกรีช ภาิจเสร็จสิ้นแล้ว” พิรุณถามเสียงเรียบ มือขวากลับไปแตะที่ด้ามกระบี่อีกครั้ง
“ข้าก็มาปิดปากเจ้าอย่างไรเล่า เจ้านักฆ่าโง่” เพกรีชยิ้มเหี้ยมเกรียม แววตาเต็มไปด้วยความโลภแฝงความอำมหิต “ข้าใช้เจ้าล้มครอสเพื่อทำลายกองกำลัง 108 ขุนพล และในเวลานี้ ทหารส่วนตัวของข้าพร้อมยอดฝีมือก็กำลังเข้าถล่มรังขององค์กรทมิฬจนย่อยยับไปแล้ว เมื่อไม่มีครอส และไม่มีองค์กรนักฆ่าคอยขัดขวาง เมืองไร้ตะวันแห่งนี้ก็จะตกเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว!”
ลูกศรแสงเวทมนตร์นับร้อยพุ่งออกมาจากความว่างเปล่ารอบตัวเพกรีช คันธนูสีทองถูกน้อมสายจนสุด กลิ่นอายสังหารรุนแรงดั่งพายุหมุน พุ่งตรงเข้าใส่พิรุณหมายเอาชีวิตล้างบางทุกสิ่งเพื่อขึ้นเป็นใหญ่สูงสุดในมหานครแห่งนี้!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??