เรื่อง บันทึกผู้พลิกสามภพ

ติดตาม
ตอนที่ 8: ย่างก้าวลบมิติ และโลหิตชโลมคฤหาสน์ตระกูลหลิน
ตอนที่ 8: ย่างก้าวลบมิติ และโลหิตชโลมคฤหาสน์ตระกูลหลิน
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

   กระแสลมยามค่ำคืนหวีดหวิวบาดผิวหน้า ทว่าความเย็นยะเยือกของอากาศไม่อาจเทียบได้แม้เพียงเศษเสี้ยวของรังสีสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างของหลินเฟิง เด็กหนุ่มในชุดดำสวมหน้ากากเหล็กธรรมดาทะยานร่างผ่านความมืดมิดดั่งมัจจุราชไร้เงา

*‘ก้าวที่สาม... พลิกฟ้าดิน!’*

เสียงของวิญญาณมรรคาภพดังก้องชี้นำในจิตสำนึก พร้อมกับการปลดปล่อยเทคนิค **"ย่างก้าวมรรคาไร้ลักษณ์"** ขั้นสูงสุดเท่าที่ร่างกายของหลินเฟิงในระดับแก่นแท้จะรับไหว พลังวิญญาณสีทองบริสุทธิ์สลักลึกเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ ทันทีที่เท้าของเขาเหยียบลงบนความว่างเปล่า มิติตรงหน้าพลันบิดเบี้ยวและหดระยะทางลงอย่างน่าอัศจรรย์ ร่างของเขาเลือนหายไปจากจุดเดิมและไปปรากฏตัวห่างออกไปอีกหลายลี้ในชั่วพริบตา

ความเร็วระดับนี้สร้างภาระให้แก่เส้นชีพจรวิญญาณอย่างมหาศาล เสียงเนื้อหนังและกระดูกในร่างของหลินเฟิงลั่นประท้วง *กร๊อบแกร๊บ* ทว่าแววตาเบื้องหลังหน้ากากเหล็กกลับไม่มีความเจ็บปวดแม้แต่น้อย มีเพียงความกังวลและเพลิงโทสะที่ลุกโชนจนแทบจะระเบิดทะลักออกมา

*‘ตระกูลจ้าว... หากพวกเจ้ากล้าแตะต้องเส้นผมของท่านแม่แม้เพียงเส้นเดียว ข้าจะล้างบางพวกเจ้าไม่ให้เหลือแม้แต่สุนัขหรือไก่สักตัวเดียวในเมืองชิงหยางแห่งนี้!’* หลินเฟิงคำรามลั่นในใจ


ในเวลาเดียวกัน ณ คฤหาสน์ตระกูลหลินอันเงียบสงบ บรรยากาศภายนอกที่เคยร่มรื่นบัดนี้กลับอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดจางๆ

*ฉัวะ!*

"อั่ก..." ร่างของยามเฝ้าประตูตระกูลหลินคนสุดท้ายล้มคว่ำลงจมกองเลือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่ยินยอม คมดาบอาบพิษสีม่วงคล้ำของนักฆ่าชุดดำแทงทะลุหัวใจของเขาอย่างโหดเหี้ยม

นักฆ่าชุดดำจำนวนหกคนก้าวข้ามซากศพเข้ามาในลานบ้านอย่างย่ามใจ พวกมันทุกคนแผ่กลิ่นอายพลังในระดับมนุษย์ ขั้นที่ 1 ระดับก่อตั้งขั้นสูงสุด และผู้ที่เดินนำหน้าคือ **"จ้าวเหว่ย"** ผู้อาวุโสรองของตระกูลจ้าว ยอดฝีมือระดับหลอมรวมขั้นต้น ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียมและลำพองใจ

"ค้นหาตัวหลินซู่ซู่ให้เจอ! นายน้อยจ้าวคังส่งสัญญาณมาแล้วว่าแผนการในป่าหมอกทมิฬราบรื่นดี ยามนี้เราต้องจับตัวนางแพศยาหลินซู่ซู่ไปไว้ที่ตระกูลจ้าว เพื่อบังคับให้ตระกูลหลินเซ็นสัญญาโอนย้ายที่ดินและเหมืองทั้งหมดมาให้เรา!" จ้าวเหว่ยสั่งการเสียงต่ำ

"น้อมรับคำสั่งครับผู้อาวุโสรอง!" นักฆ่าทั้งหกคนแยกย้ายกันพุ่งเข้าสู่เรือนนอนหลักทันที

*ปัง!*

ประตูห้องโถงใหญ่ถูกเตะจนพังพินาศ เศษไม้ปลิวว่อน ภายในห้องนั้น แสงตะเกียงน้ำมันกะพริบไหวอย่างอ่อนแรง เผยให้เห็นร่างของสตรีวัยกลางคนในชุดผ้าไหมสีเรียบพราก... **หลินซู่ซู่** ผู้เป็นมารดาของหลินเฟิง นางนั่งนิ่งสงบอยู่บนเก้าอี้ประธาน ใบหน้าที่ยังคงหลงเหลือเค้าความงดงามในอดีตไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ดวงตาของนางจับจ้องไปยังผู้บุกรุกด้วยความเย็นชา

"ผู้อาวุโสรองตระกูลจ้าว... ลอบเข้าคฤหาสน์ตระกูลอื่นในยามวิกาล พร้อมทั้งสังหารคนงานบริสุทธิ์ ตระกูลจ้าวของพวกท่านช่างไร้ยางอายและไม่เห็นกฎหมายของเจ้าเมืองอยู่ในสายตาเลยรึ?" หลินซู่ซู่เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลัง

จ้าวเหว่ยหัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่ง "กฎหมายรึ? หลินซู่ซู่... ในเมืองชิงหยางแห่งนี้ กำปั้นและเงินตราคือกฎหมาย! ตระกูลหลินของเจ้าตกต่ำจนเหลือแค่ขยะสองแม่ลูก หนี้สินห้าพันศิลาวิญญาณก็ไม่มีปัญญาจ่าย ยามนี้ลูกชายของเจ้าป่านนี้คงกลายเป็นศพเฝ้าป่าหมอกทมิฬด้วยน้ำมือของสำนักอสรพิษทมิฬไปแล้ว! เจ้ายังจะหวังพึ่งสิ่งใดอีก?!"

เมื่อได้ยินคำว่าลูกชายกลายเป็นศพ หัวใจของหลินซู่ซู่พลันกระตุกวูบ ความเจ็บปวดแล่นพล่านทว่านางกลับสูดหายใจเข้าลึกและระงับอารมณ์ไว้ได้ *‘เฟิงเอ๋อร์... แม่เชื่อในตัวเจ้า เจ้าไม่มีวันตายง่ายๆ เช่นนั้นแน่’*

"จับตัวนางไป! หากนางดิ้นรน ก็หักแขนหักขานางซะ!" จ้าวเหว่ยโบกมือสั่ง

นักฆ่าสองคนพุ่งเข้าหาหลินซู่ซู่พร้อมกุญแจมือเหล็กวิญญาณ ทว่าในยามที่พวกมันกำลังจะก้าวเท้าเข้าใกล้ระยะสามก้าว...

*วูมมมมม!*

กระแสลมปราณสีฟ้าครามสายหนึ่งพลันระเบิดออกจากร่างของหลินซู่ซู่! พลังวิญญาณอันหนาแน่นและเยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลกพุ่งทะยานออกมารอบทิศทาง บดขยี้ร่างของนักฆ่าทั้งสองคนจนปลิวละลิ่วกระแทกเสาเรือนกระอักเลือดคำโต!

"อะไรกัน?!" จ้าวเหว่ยเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง "เจ้า... เจ้ามีพลังวิญญาณรึ?! แถมยังเป็นระดับหลอมรวมขั้นสูงสุด?! เป็นไปไม่ได้! เส้นชีพจรวิญญาณของเจ้าถูกทำลายไปตั้งแต่วิบัติการณ์เมื่อสิบปีก่อนแล้วไม่ใช่รึ?!"

หลินซู่ซู่ลุกขึ้นยืนช้าๆ กลิ่นอายพลังวิญญาณสีฟ้าครามรอบตัวนางทวีความเข้มข้นจนทำให้อากาศในห้องเริ่มจับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็ง แววตาของนางเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว *‘ข้าอุตส่าห์ปิดผนึกพลังและแสร้งทำเป็นคนพิการมานับสิบปีเพื่อไม่ให้ศัตรูในเมืองหลวงจับตามอง... แต่ในเมื่อยามนี้พวกเจ้ากล้าคิดจะทำลายลูกชายของข้า ข้าก็ไม่มีความจำเป็นต้องซ่อนมันอีกต่อไป!’*

"จ้าวเหว่ย... พวกเจ้าประเมินตระกูลหลินต่ำเกินไปแล้ว" หลินซู่ซู่เอ่ยเสียงเย็น นางสะบัดฝ่ามือ พลังไอเย็นควบแน่นกลายเป็นศรน้ำแข็งนับสิบเล่มพุ่งเข้าใส่นักฆ่าที่เหลือทันที!


*เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!*

เสียงปะทะอาวุธดังสนิทดังก้องคฤหาสน์ตระกูลหลิน จ้าวเหว่ยชักดาบใหญ่ของตนออกมาแผ่พลังธาตุปฐพีเข้าต้านทานศรน้ำแข็งอย่างยากลำบาก มันพบว่าพลังน้ำแข็งของหลินซู่ซู่นั้นบริสุทธิ์และแกร่งกร้าวอย่างเหลือเชื่อ ราวกับเป็นพลังที่มาจากสายเลือดระดับสูง!

"พวกเจ้าทั้งหมดล้อมนางไว้! นางเพิ่งฟื้นฟูพลัง รากฐานยังไม่มั่นคงแน่นหนา! ใช้ค่ายกลตัดกำลังนาง!" จ้าวเหว่ยตะโกนลั่น มันมองออกว่าแม้หลินซู่ซู่จะมีพลังระดับสูง แต่ใบหน้าของนางกลับเริ่มซีดขาวและมีเหงื่อกาฬผุดพราย เนื่องจากเส้นชีพจรที่เคยเสียหายในอดีตยังไม่สมบูรณ์เต็มร้อย

นักฆ่าที่เหลืออีกสี่คนรวมกำลังกับจ้าวเหว่ย ล้อมหน้าล้อมหลังหลินซู่ซู่และสลับกันเข้าโจมตีอย่างต่อเนื่อง คมดาบอาบพิษกรีดผ่านชายเสื้อผ้าไหมของนางหลายครั้ง สถานการณ์ของหลินซู่ซู่เริ่มตกลงเป็นรองอย่างช้าๆ

"ฮ่าฮ่าฮ่า! หลินซู่ซู่ เจ้าต้านทานได้ไม่นานหรอก! ยอมสยบเสียดีๆ!" จ้าวเหว่ยได้ใจ มันสะบัดดาบใหญ่ปลดปล่อยทักษะ "ดาบศิลาทลายภูผา" คลื่นดาบสีเหลืองหม่นขนาดใหญ่พุ่งเข้ากระแทกเกราะน้ำแข็งของหลินซู่ซู่จนแตกกระจาย

*เพล้ง! อึ่ก...*

หลินซู่ซู่ถูกแรงกระแทกจนร่างถอยครูดไปกับพื้น มุมปากมีโลหิตสีแดงสดไหลซึมออกมา เส้นชีพจรวิญญาณในร่างของนางเริ่มส่งเสียงประท้วงด้วยความเจ็บปวดจากการฝืนใช้พลังงานเกินขีดจำกัด

"หมดเวลาสนุกแล้วจับนางซะ!" จ้าวเหว่ยพุ่งเข้ามา เงื้อมมือขวาเตรียมจะสกัดจุดตายของหลินซู่ซู่

หลินซู่ซู่หลับตาลงในใจคิดถึงใบหน้าของลูกชาย *‘เฟิงเอ๋อร์... แม่ขอโทษที่ปกป้องตระกูลไว้ไม่ได้...’*

ทว่า ในวินาทีแห่งความเป็นตายนั้นเอง...


*ตูมมมมมมมมม!*

หลังคาห้องโถงใหญ่พลันระเบิดแตกกระจายกลายเป็นเศษอิฐเศษหินร่วงหล่นลงมาราวกับ-่าฝน แสงสีทองเจิดจ้าดุจดั่งดวงอาทิตย์อุทัยระเบิดพุ่งลงมาจากฟากฟ้า ความกดดันวิญญาณอันมหาศาลและหนักแน่นดั่งจักรพรรดิเทพจุติลงมาบดขยี้ทั่วทั้งคฤหาสน์ในพริบตา!

"อั่ก!" นักฆ่าทั้งสี่คนรวมถึงจ้าวเหว่ยถูกแรงกดดันวิญญาณบีบอัดจนเข่าทรุดฮวบลงกับพื้นดิน ร่างกายขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว ราวกับมีขุนเขานับสิบลูกมากดทับไว้บนบ่า!

ท่ามกลางกลุ่มควันและเศษฝุ่นที่คละคลุ้ง เงาร่างในชุดดำสวมหน้ากากเหล็กก้าวเดินออกมาจากรอยแตกของพื้นดิน มือขวากระชับกระบี่เพลิงมรรคาที่บัดนี้เปลวไฟลุกโชนสีแดงฉานสลับทอง แผ่รังสีความร้อนอันน่าสะพรึงกลัวออกมารอบตัว

"ใคร... ใครกัน?!" จ้าวเหว่ยเงยหน้าขึ้นด้วยความยากลำบาก ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด แรงกดดันนี้... มันเหนือกว่าผู้นำตระกูลจ้าวเทียนฮวาหลายเท่า! นี่มันคือตัวตนระดับแก่นแท้ขั้นสูงสุดหรือระดับนภากันแน่?! เหตุใดเมืองชิงหยางถึงมียอดฝีมือระดับนี้ปรากฏตัวขึ้น?!

หลินเฟิงไม่สนใจจ้าวเหว่ย เขารีบหันไปมองมารดา เมื่อเห็นรอยเลือดที่มุมปากของหลินซู่ซู่ ดวงตาเบิกกว้างเบื้องหลังหน้ากากเหล็กก็พลันเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานด้วยโทสะอันคลั่งแค้นถึงขีดสุด! ทั่วร่างของเด็กหนุ่มสั่นสะท้าน คลื่นพลังวิญญาณสีทองระเบิดออกจนโครงสร้างคฤหาสน์ไม้เริ่มส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดจวนจะพังทลาย

"พวกเจ้า... กล้าดียังไงถึงทำร้ายท่านแม่ของข้า!!!"

เสียงคำรามของหลินเฟิงดั่งสายฟ้าฟาดกึกก้องสะท้อนไปทั่วน่านฟ้าเมืองชิงหยาง

"ท่านแม่... ลูกมาสายไป ขออภัยด้วยขอรับ" หลินเฟิงรีบทรุดกายลงประคองหลินซู่ซู่ พร้อมทั้งส่งผ่านพลังวิญญาณสีทองอันอบอุ่นเข้าสู่ร่างของนางเพื่อช่วยระงับอาการบาดเจ็บและชะล้างเส้นชีพจร

หลินซู่ซู่เบิกตากว้าง มองเด็กหนุ่มใต้หน้ากากเหล็กตรงหน้า แม้น้ำเสียงจะเปลี่ยนไปเล็กน้อยและแฝงไปด้วยความทรงพลังอันน่าเหลือเชื่อ แต่นางผู้เป็นมารดาย่อมจำสัมผัสและแววตาของลูกชายตนเองได้ในพริบตา!

"เฟิงเอ๋อร์... เจ้า... เจ้าจริงๆ หรือ?!" น้ำตาของหลินซู่ซู่ไหลพรากด้วยความตื้นตันและไม่ยากจะเชื่อ พลังระดับแก่นแท้นี้... กระบี่เพลิงเล่มนี้... ลูกชายของนางกลายเป็นยอดฝีมือระดับนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?!

"ขอรับท่านแม่... ยามนี้ลูกมีพลังพอจะปกป้องท่านและตระกูลหลินแล้ว ท่านพักผ่อนก่อนเถิด... ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของลูก" หลินเฟิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอย่างที่สุด ก่อนจะหันกลับมามองพวกตระกูลจ้าว แววตาแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบดั่งธารน้ำแข็งหมื่นปี


หลินเฟิงลุกขึ้นยืนช้าๆ กระบี่เพลิงมรรคาในมือส่งเสียงครางฮึ่มๆ ดั่งสัตว์ร้ายที่กระหายเลือด เขาเดินเข้าหาจ้าวเหว่ยและนักฆ่าทีละก้าว แรงกดดันวิญญาณร้อยส่วนบีบอัดจนนักฆ่าคนหนึ่งทนไม่ไหว กระดูกทั่วร่างแหลกเหลวตายคาทันทีภายใต้แรงกดดัน!

"อ๊ากกกก! ปีศาจ! แกมันเป็นปีศาจ!" นักฆ่าอีกคนร้องโหยหวนด้วยความสติแตก

*ฟับ!*

หลินเฟิงสะบัดกระบี่เบาๆ คลื่นดาบเพลิงสีแดงฉานพุ่งตัดผ่านร่างของนักฆ่าทั้งสามคนที่เหลือจนขาดเป็นสองท่อนในพริบตา เปลวไฟเพลิงมรรคาเข้าแผดเผาเศษซากเหล่านั้นจนสลายกลายเป็นเถ้าถ่านสีดำร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน ไม่เหลือแม้แต่กระดูกให้ฝัง!

ยามนี้ ในห้องโถงเหลือเพียงจ้าวเหว่ย ผู้อาวุโสรองตระกูลจ้าวที่นอนสั่นเทาดั่งสุนัขจนตรอกจมกองเลือดของตัวเอง มันมองดูสมุนฝีมือดีของตนถูกฆ่าล้างบางในชั่วพริบตา ความหยิ่งผยองและเกียรติยศของผู้อาวุโสตระกูลใหญ่พังทลายลงสิ้นเหลือเพียงความกลัวตาย

"ได้โปรด... ได้โปรดละเว้นชีวิตข้าด้วย! ข้าเพียงทำตามคำสั่งของผู้นำตระกูลจ้าวเทียนฮวาและจ้าวคังเท่านั้น! พวกมันเป็นคนวางแผนทั้งหมด ข้าไม่เกี่ยว!" จ้าวเหว่ยโขกศีรษะลงกับพื้นจนเลือดอาบ อ้อนวอนขอชีวิตอย่างน่าอนาถ

"ละเว้นชีวิตเจ้างั้นหรือ?" หลินเฟิงเดินมาหยุดตรงหน้ามัน ใช้ปลายเท้าเหยียบลงบนมือขวาของจ้าวเหว่ยจนกระดูกมือนวดแหลกพินาศ

"อ๊ากกกกกก!" จ้าวเหว่ยร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด

"ตอนที่พวกเจ้าสังหารคนงานตระกูลหลิน... พวกเจ้าเคยละเว้นชีวิตพวกเขารึไม่? ตอนที่พวกเจ้าเงื้อดาบใส่ท่านแม่ของข้า... เคยมีความปรานีรึไม่?!" หลินเฟิงเอ่ยเสียงเย็นเยียบดุจมัจจุราช "จ้าวเหว่ย... จงกลับไปบอกจ้าวเทียนฮวาและจ้าวคัง... ให้พวกมันเตรียมโลงศพไว้รอได้เลย เพราะในอีกเจ็ดวันข้างหน้า ณ วันสิ้นสุดการแข่งขันล่าสัตว์วิญญาณ... ข้าหลินเฟิงจะเป็นคนไปถอนรากถอนโคนตระกูลจ้าวให้สิ้นซากด้วยมือของข้าเอง!"

"เจ้า... เจ้าคือหลินเฟิงจริงๆ รึ?!" จ้าวเหว่ยเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีดก่อนที่คำพูดทั้งหมดจะถูกกลืนหายไป

หลินเฟิงสะบัดเท้าเตะเข้าที่จุดตันเถียนของจ้าวเหว่ยอย่างรุนแรง พลังวิญญาณสีทองพุ่งเข้าทำลายเส้นชีพจรและฐานพลังบ่มเพาะของมันจนหมดสิ้น กลายเป็นคนพิการไร้ค่าในพริบตา ร่างของจ้าวเหว่ยปลิวละลิ่วออกไปนอกประตูคฤหาสน์ นอนร้องครวญครางด้วยความทรมานแสนสาหัส

"ไสหัวไป! ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจตัดหัวเจ้าตรงนี้!" หลินเฟิงตวาดเสียงต่ำ

จ้าวเหว่ยใช้มือข้างที่เหลือกระเสือกกระสนคลานหนีออกจากคฤหาสน์ตระกูลหลินไปดั่งสุนัขข้างถนนที่น่าเวทนา


หลังจากความวุ่นวายสิ้นสุดลง หลินเฟิงรีบหันกลับมาดูอาการของหลินซู่ซู่ ทว่านางกลับยิ้มบางๆ และโบกมือปฏิเสธ "แม่ไม่เป็นไรแล้วเฟิงเอ๋อร์... พลังวิญญาณของเจ้าช่างมหัศจรรย์และบริสุทธิ์ยิ่งนัก มันช่วยประสานเส้นชีพจรของแม่ได้ดีกว่ายาทิพย์ใดๆ"

หลินเฟิงถอดหน้ากากเหล็กออก เผยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย "ท่านแม่... พลังของท่านเมื่อครู่... ท่านไม่ใช่ผู้ใช้วิญญาณธรรมดาใช่ไหมขอรับ? เหตุใดท่านต้องปิดบังข้าและคนทั้งเมืองมานับสิบปี?"

หลินซู่ซู่ถอนหายใจยาว แววตาเต็มไปด้วยความลึกล้ำและปนเศร้า นางเอื้อมมือไปลูบแก้มของลูกชาย "เฟิงเอ๋อร์... มีหลายเรื่องที่แม่ยังบอกเจ้าไม่ได้ในยามที่เจ้ายังไม่แข็งแกร่งพอ... ตระกูลหลินของพวกเราเดิมทีไม่ใช่คนของเมืองชิงหยางอันห่างไกลนี้ แต่เบื้องหลังของพวกเราเชื่อมโยงกับตัวตนระดับสูงในเมืองหลวงอันเป็นสายเลือดราชวงศ์... การที่แม่ต้องผนึกพลังและแสร้งทำเป็นคนพิการ ก็เพื่อปกป้องเจ้าจากศัตรูเหล่านั้นที่จ้องจะล้างบางสายเลือดของพวกเราให้สิ้นซาก"

นางจับบ่าของหลินเฟิงแน่น แววตาทอประกายภูมิใจ "แต่ในยามนี้... เจ้าเติบโตขึ้นจนก้าวเข้าสู่ระดับแก่นแท้ตั้งแต่อายุเท่านี้ มังกรหลับเช่นเจ้าได้ตื่นขึ้นแล้ว แม่ก็ไม่มีสิ่งใดต้องกังวลอีกต่อไป จงทำในสิ่งที่เจ้าเห็นสมควรเถิดเฟิงเอ๋อร์ ตระกูลจ้าวช่างกล้าดีมาล่วงเกินพวกเรา ยามนี้ถึงเวลาที่พวกมันต้องชดใช้ด้วยโลหิตแล้ว!"

*‘หึหึ มารดาของเจ้าช่างไม่ธรรมดาจริงๆ เจ้าหนู’* เสียงวิญญาณมรรคาภพดังก้องชี้นำ *‘สายเลือดของนางแฝงไปด้วยกลิ่นอายของ "เทพวารีบรรพกาล" ระดับสูง ไม่แปลกใจเลยที่เจ้าจะมีพรสวรรค์ทะเลวิญญาณร้อยส่วนที่สามารถรับสืบทอดมรรคาภพของข้าได้! เบื้องหลังของตระกูลเจ้าในเมืองหลวง... ต้องมีความลับระดับพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินซ่อนอยู่เป็นแน่!’*

หลินเฟิงกำหมัดแน่น ความจริงเรื่องเบื้องหลังตระกูลทำให้เขายิ่งทวีความมุ่งมั่นที่จะแข็งแกร่งขึ้น "ข้าเข้าใจแล้วครับท่านแม่... ข้าจะจัดการตระกูลจ้าวให้เสร็จสิ้นในการแข่งขันครั้งนี้ จากนั้นเราจะมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงเพื่อทวงทุกสิ่งที่เป็นของพวกเราคืนมา!"


ในค่ำคืนเดียวกันนั้น จ้าวเหว่ยผู้อาวุโสรองตระกูลจ้าวในสภาพสะบักสะบอม เส้นชีพจรขาดสะบั้น กลายเป็นคนพิการ คลานกลับมาถึงประตูคฤหาสน์ตระกูลจ้าว สร้างความตื่นตระหนกและโกรธแค้นให้แก่ จ้าวเทียนฮวา ผู้นำตระกูลอย่างที่สุด

"เกิดอะไรขึ้น?! ใครเป็นคนทำร้ายเจ้าขนาดนี้?! หลินซู่ซู่งั้นรึ?!" จ้าวเทียนฮวาตวาดลั่น แววตาแดงฉานด้วยโทสะ

จ้าวเหว่ยกระอักเลือดคำโต ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว "ไม่ใช่... ไม่ใช่หลินซู่ซู่... แต่เป็น... เป็นยอดฝีมือชุดดำสวมหน้ากากเหล็ก... มัน... มันบอกว่ามันคือหลินเฟิง! พลังของมันอยู่ระดับแก่นแท้หรือสูงกว่านั้น! มันฆ่าคนของเราหมดสิ้น... และมันฝากมาบอกท่านว่า... ในอีกเจ็ดวันข้างหน้า มันจะมาล้างบางตระกูลจ้าวเราให้สิ้นซาก... อั่ก!" พูดจบจ้าวเหว่ยก็ทนพิษบาดแผลไม่ไหวสลบไสลไปทันที

"หลินเฟิงงั้นรึ?! เป็นไปไม่ได้! ไอ้ขยะนั่นจะมียอดฝีมือระดับแก่นแท้หนุนหลังขนาดนั้นได้อย่างไร?!" จ้าวเทียนฮวาหน้าถอดสี จิตใจเริ่มเกิดความหวั่นไหวและหวาดกลัวขึ้นมาเป็นครั้งแรก

ทว่า มันไม่มีทางถอยอีกต่อไปแล้ว "ดี! ในเมื่อเจ้าอยากเล่นสงครามล้างตระกูล... ข้าจ้าวเทียนฮวา ก็จะขอเดิมพันด้วยทุกสิ่ง! ข้าจะส่งสารไปถึงเจ้าสำนักอสรพิษทมิฬโดยตรง ให้ท่านส่งยอดฝีมือระดับนภาลงมาจัดการกับแกในการแข่งขันล่าสัตว์วิญญาณ! ข้าอยากจะเห็นนักว่า ระดับแก่นแท้ของแกจะต้านทานระดับนภาได้อย่างไร!"

กระแสลมแห่งสมรภูมิกำลังพัดโบก เมืองชิงหยางในอีกเจ็ดวันข้างหน้าจะกลายเป็นลานประหารขนาดมหึมา ที่เดิมพันด้วยการอยู่รอดหรือล่มสลายของตระกูลใหญ่! และหลินเฟิง... มัจจุราชใต้หน้ากากเหล็ก บัดนี้พร้อมแ

ล้วที่จะกรีดเลือดล้างแค้นและพลิกชะตาสามภพให้ทุกคนได้ประจักษ์!



ตอนต่อไป
ตอนที่ 9: ค่ายกลกลืนโลหิต และก...

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา