เรื่อง บันทึกผู้พลิกสามภพ

ติดตาม
ตอนที่ 20: ตำหนักหยกเย็น และค่ายกลหมื่นหงส์กลืนโลหิต
ตอนที่ 20: ตำหนักหยกเย็น และค่ายกลหมื่นหงส์กลืนโลหิต
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

   เสียงฝ่ามืออนัตตาที่บดขยี้สามเฒ่าโอสถพิษจนแหลกสลายกลายเป็นผงธุลียังคงทิ้งร่องรอยแห่งความพินาศไว้เบื้องหลัง หลุมยักษ์รูปฝ่ามือขนาดร้อยวากลายเป็นประจักษ์พยานถึงพลังอันไร้ก้นบึ้งของเด็กหนุ่มหน้ากากเหล็ก ทว่าในยามนี้ เบื้องหน้าของหลินเฟิงไม่มีสิ่งใดขวางกั้นอีกต่อไป มีเพียงสะพานหินหยกขาวทอดยาวข้ามสระน้ำแข็ง มุ่งตรงสู่ **"ตำหนักหยกเย็น"** สถานที่ประทับของอัครมเหสีมู่หรงเสวี่ย

บรรยากาศรอบตำหนักหยกเย็นแตกต่างจากส่วนอื่นของพระราชวังอย่างสิ้นเชิง สายฝนที่ตกลงมาเหนือน่านฟ้าแห่งนี้แปรเปลี่ยนเป็นเกล็ดหิมะสีเลือด ร่วงหล่นลงมากระทบผิวกายอย่างเยือกเย็น ไอเย็นที่แผ่ออกมาจากตำหนักหนาแน่นจนกลายเป็นหมอกสีฟ้าครามที่ลอยระเรี่ยอยู่บนผิวน้ำ สระน้ำแข็งรอบตำหนักเต็มไปด้วยบัวหิมะพันปีที่บานสะพรั่ง ทว่ากลีบของพวกมันกลับเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิตสด

"เฟิงเอ๋อร์... บรรยากาศเช่นนี้ หมายความว่ามู่หรงเสวี่ยได้เปิดใช้งาน 'ค่ายกลหมื่นหงส์กลืนโลหิต' อย่างสมบูรณ์แล้ว" หลินเทียนห่าวที่อยู่บนหลังของลูกชายเอ่ยเสียงเคร่ง แววตาของอดีตแม่ทัพใหญ่ฉายประกายแห่งความรอบรู้ "ค่ายกลนี้ไม่ได้ใช้เพียงหินวิญญาณในการขับเคลื่อน ทว่ามันใช้โลหิตของหญิงสาวพรหมจรรย์นับหมื่นคนเป็นเครื่องเซ่นสังเวย เพื่อปลุกจิตวิญญาณของวิหคน้ำแข็งสวรรค์โบราณให้ตื่นขึ้น พลังของมันสามารถสะกดได้แม้กระทั่งผู้ฝึกตนระดับสวรรค์ขั้นสูงสุด!"

หลินเฟิงหยุดยืนอยู่ที่เชิงสะพานหยกขาว แววตาสีทองเบื้องหลังหน้ากากเหล็กนิ่งสงบดั่งบ่อน้ำโบราณ เขาขยับเสื้อคลุมสีดำที่เปียกชื้นเล็กน้อย ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ "ใช้เลือดเนื้อของผู้อื่นเพื่อค้ำจุนบารมีของตนเอง... ตระกูลมู่หรงสายรองช่างสรรหาวิธีการที่น่ารังเกียจมาใช้ได้ไม่เว้นแต่ละวัน"


*วิ้งงงงงงง!*

ทันทีที่เท้าของหลินเฟิงแตะลงบนสะพานหยกขาว ผิวน้ำในสระน้ำแข็งพลันเดือดพล่าน เสียงกรีดร้องโหยหวนของวิญญาณหญิงสาวนับหมื่นดังก้องสะท้านโสตประสาท ม่านหมอกสีฟ้าครามรอบตำหนักม้วนตัวควบแน่นกลายเป็นนกหงส์น้ำแข็งขนาดยักษ์นับร้อยนับพันตัว ลอยเด่นอยู่กลางเวหา ดวงตาของพวกมันเป็นสีแดงฉานดั่งทับทิม แผ่รังสีพลังงานที่พร้อมจะแช่แข็งทุกสรรพสิ่งในรัศมีสิบลี้

นี่คือ **"ค่ายกลหมื่นหงส์กลืนโลหิต"** ข่ายอาคมระดับปฐพีขั้นสูงสุดที่ใกล้เคียงกับระดับสวรรค์ มันผสมผสานระหว่างศาสตร์อักขระควบคุมวิญญาณและพลังสายเลือดวิหคน้ำแข็งสวรรค์อย่างลงตัว ทำให้เกิดความหลากหลายในการโจมตี ทั้งทางกายภาพ จิตวิญญาณ และธาตุความเย็น

ที่ใจกลางสะพานหยก เงามืดสองสายพลันปรากฏขึ้นอย่างเงียบเชียบ พวกมันคือ **"สองอาวุโสสูงสุดตระกูลมู่หรง"** (มู่หรงชิง และ มู่หรงอวิ๋น) ชายชราสองคนผู้มีผมและหนวดเคราสีขาวโพลน ทว่าใบหน้ากลับเต่งตึงดั่งทารก กลิ่นอายพลังยุทธ์ของพวกมันแผ่ออกมาอย่างรุนแรง... **ระดับครึ่งก้าวสู่สวรรค์!**

"หลินเฟิง! เจ้าเด็กเดรัจฉาน เจ้าล้างบางกองทัพหลวงและสังหารผู้อาวุโสของตระกูลเราไปมากมาย ยามนี้ยังกล้ามาเสนอหน้าถึงตำหนักหยกเย็น!" มู่หรงชิงตวาดลั่น เสียงของมันทรงพลังจนทำให้เกล็ดหิมะกลางอากาศระเบิดแตกกระจาย

"ตระกูลหลินของเจ้าล่มสลายไปสิบหกปีแล้ว เจ้าคิดว่าการที่เจ้าพึ่งพาวิชาพิลึกพิลั่นบางอย่าง จะสามารถคว่ำแผ่นดินต้าเซี่ยได้งั้นรึ? ช่างโง่เง่านัก!" มู่หรงอวิ๋นกล่าวเสริม พร้อมทั้งยกคทากระดูกสัตว์อสูรในมือขึ้นชี้หน้าหลินเฟิง

หลินเฟิงก้าวเดินต่อไปอย่างไม่เร่งรีบ กระบี่เพลิงมรรคาที่ข้างเอวยังคงสงบนิ่ง "สุนัขชราสองตัว... ข้าไม่มีเวลามาฟังพวกเจ้าเห่าหรอก มู่หรงเสวี่ยอยู่ที่ไหน? ให้นางออกมาคุกเข่ารับความตายซะ"

"บังอาจ! วันนี้พวกเราสองคนจะใช้ค่ายกลหมื่นหงส์นี้ บดขยี้วิญญาณของเจ้าให้แหลกเป็นผง!"


สิ้นเสียงคำรามของสองอาวุโส ฝูงหงส์น้ำแข็งนับพันตัวกลางเวหาพลันขยับปีกพุ่งทะยานดิ่งลงมาจากท้องฟ้าดั่ง-่าฝนดาวตก พวกมันอ้าปากพ่นลำแสงเยือกแข็งสีฟ้าครามเข้าใส่หลินเฟิงพร้อมกัน ไอเย็นที่แผ่ออกมาทำให้สะพานหยกขาวเริ่มปริแตกและกลายเป็นน้ำแข็งหนาทึบในพริบตา พลังเยือกแข็งนี้ร้ายกาจจนสามารถหยุดยั้งการไหลเวียนของปราณในร่างของผู้ฝึกตนระดับนภาได้ทันที

หลินเฟิงหลับตาลงเบื้องหลังหน้ากากเหล็ก ทะเลวิญญาณร้อยส่วนในร่างหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง พลังงานสองขั้ว—เพลิงมรรคาและเหมันต์วิหค—ที่เขาได้รับจากการสืบทอดมรดกพลันตื่นตัวขึ้นพร้อมกัน **"วิชายุทธ์สลับลักษณ์: สัจธรรมสองขั้วหลอมรวม!"**

*พรึ่บ!*

มือขวาของหลินเฟิงปรากฏเปลวไฟสีทองแดงอันร้อนแรง (เพลิงมรรคา) ส่วนมือซ้ายปรากฏเกล็ดน้ำแข็งสีฟ้าบริสุทธิ์อันเยือกเย็น (เหมันต์วิหค) เขาประสานฝ่ามือทั้งสองเข้าด้วยกัน เกิดเป็นวงล้อพลังงานสองสีขนาดยักษ์ร้อยเมตรหมุนวนอยู่เบื้องหน้า ดั่งสัญลักษณ์สัจธรรมที่คอยค้ำจุนโลก

*ตูม ตูม ตูม ตูม!*

ลำแสงเยือกแข็งจากฝูงหงส์น้ำแข็งนับพันพุ่งเข้าปะทะกับวงล้อสองขั้วพลังเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงระเบิดทำลายล้างทำให้ผืนน้ำในสระระเบิดพุ่งขึ้นฟ้ากลายเป็นเสาน้ำแข็งขนาดยักษ์ ทว่าวงล้อของหลินเฟิงกลับไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย พลังความเย็นของค่ายกลถูกดูดซับเข้าสู่ฝั่งเหมันต์วิหค ส่วนพลังวิญญาณที่แฝงมาถูกเผาทำลายด้วยเพลิงมรรคา

"อะไรกัน?! มันสามารถควบคุมพลังงานสองขั้วที่ขัดแย้งกันอย่างรุนแรงได้พร้อมกันงั้นรึ?!" มู่หรงชิงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ในทำเนียบยุทธ์ของอาณาจักรต้าเซี่ย ไม่เคยมีผู้ใดสามารถฝึกฝนธาตุไฟและธาตุน้ำแข็งให้บรรลุถึงขั้นสูงสุดพร้อมกันได้มาก่อน เพราะพลังทั้งสองจะปะทะกันจนร่างระเบิดตายไปเอง

"ศาสตร์ค่ายกลของพวกเจ้านับว่ามีความหลากหลาย ทว่ากิเลสและจิตมารของพวกเจ้ากลับทำให้มันมีรอยร้าวลึก..." หลินเฟิงเอ่ยเสียงเรียบ "ยามนี้... จงดูศาสตร์แห่งการควบคุมธรรมชาติที่แท้จริงซะ"

หลินเฟิงสะบัดฝ่ามือทั้งสองข้างออกไปด้านข้าง วงล้อสองขั้วพลังระเบิดกระจายออกกลายเป็นคลื่นพลังงานสีทองและสีฟ้าครามพุ่งทะยานไปตามสะพานหยกขาว ตรงเข้าหาฝูงหงส์น้ำแข็งและสองอาวุโสสูงสุดด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายตา


"หลบเร็ว!" มู่หรงอวิ๋นร้องลั่น มันรีบยกคทากระดูกขึ้นร่ายอักขระป้องกัน สร้างเป็นเกราะน้ำแข็งหนานับสิบชั้นล้อมรอบร่างของตนและสหาย

ทว่าคลื่นพลังงานของหลินเฟิงไม่ใช่พลังงานดิบธรรมดา มันแฝงไปด้วย **"กฎแห่งสัจธรรมอนัตตา"** ที่สามารถเปลี่ยนสถานะของพลังงานศัตรูได้ ทันทีที่คลื่นพลังสีทองสัมผัสถูกเกราะน้ำแข็ง เกราะเหล่านั้นกลับแปรเปลี่ยนเป็นเปลวไฟแผดเผาพวกมันเองทันที!

"อ๊ากกกกกก! เกราะน้ำแข็งของข้า... กลายเป็นไฟได้ยังไง?!" มู่หรงอวิ๋นร้องลั่นด้วยความทรมาน ยามเมื่อเปลวไฟสีทองแดงลุกท่วมร่าง เผาผลาญผิวหนังและเนื้อหนังของมันจนกลายเป็นถ่านดำในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ

มู่หรงชิงที่เห็นท่าไม่ดี คิดจะระเบิดพลังสายเลือดเพื่อหลบหนี ทว่าหลินเฟิงพลันปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าของมันดั่งภูตผี หน้ากากเหล็กธรรมดาอันเยือกเย็นอยู่ห่างจากใบหน้าของมันเพียงหนึ่งคืบ ดวงตาสีทองของเด็กหนุ่มทอประกายแสงลึกลับที่สะกดดวงจิตของมันให้หยุดนิ่ง

"ตระกูลมู่หรงสายรอง... ถึงเวลาชดใช้แล้ว" หลินเฟิงเอ่ยเสียงเบา

*ฉัวะ!*

มือขวาของหลินเฟิงที่ควบแน่นด้วยดรรชนีปราณกระบี่ พุ่งทะลวงผ่านหน้าอกซ้ายของมู่หรงชิงอย่างแม่นยำ ควักเอาแก่นแท้ทะเลวิญญาณของมันออกมาบดขยี้จนแหลกสลายคามือ ร่างของอาวุโสสูงสุดคนที่สองร่วงหล่นลงสู่สระน้ำแข็งเบื้องล่าง กลายเป็นอาหารของบัวหิมะสีเลือดไปสิ้น

สองอาวุโสสูงสุดระดับครึ่งก้าวสู่สวรรค์... ตกตายภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูป!


*ปัง!*

ประตูใหญ่ของตำหนักหยกเย็นพลันระเบิดออกซ้ายขวา ม่านหมอกสีฟ้าครามสลายหายไป เผยให้เห็นร่างของสตรีผู้หนึ่งที่เดินก้าวออกมาอย่างช้า ๆ นางสวมชุดคลุมหงส์สีทองคำหรูหรา ยาวลากพื้น บนศีรษะประดับด้วยมงกุฎหงส์เพชรเจ็ดสี ใบหน้าของนางงดงามไร้ที่ติตุจรูปสลักหยก ทว่าดวงตาสีครามคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยความเย็นชาและความแค้นอันลึกล้ำดั่งมหาสมุทรน้ำแข็ง

นางคือ **"อัครมเหสีมู่หรงเสวี่ย"** ศัตรูหมายเลขหนึ่งผู้บงการอยู่เบื้องหลังการล่มสลายของตระกูลหลิน!

กลิ่นอายพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของนางยามนี้ สูงส่งและกดดันยิ่งกว่ายอดฝีมือทุกคนที่หลินเฟิงเคยพบเจอมา... **ระดับสวรรค์ขั้นต้นอย่างแท้จริง!** พลังของนางทำให้มิติรอบตัวบิดเบี้ยวจนเกิดเป็นภาพลวงตาของวิหคน้ำแข็งสวรรค์ตัวจริงที่กำลังสยายปีกอยู่ด้านหลัง

"หลินเฟิง... เจ้าเด็กเหลือขอตระกูลหลิน" มู่หรงเสวี่ยเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลังจนทำให้แผ่นดินสั่นสะเทือน "เจ้ากล้าดีอย่างไรมาทำลายกองทัพและสังหารคนของตระกูลข้าจนหมดสิ้น? เจ้าคิดว่าการที่เจ้ามีความลับของมรรคาภพ จะสามารถเอาชนะข้าที่เป็นระดับสวรรค์ได้งั้นรึ?"

หลินเฟิงประคองร่างของหลินเทียนห่าวลงจากหลัง ให้บิดานั่งพักบนเก้าอี้หินหยกที่ยังไม่พังทลาย ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับมู่หรงเสวี่ยตรง ๆ เขาเอื้อมมือไปจับด้ามกระบี่เพลิงมรรคา แววตาสีทองเปล่งประกายแสงดุดันขั้นสูงสุด

"มู่หรงเสวี่ย... สิบหกปีก่อน เจ้าทรยศตระกูลหลิน แย่งชิงสายเลือดและรากฐานวิญญาณ ทำร้ายท่านพ่อของข้าจนต้องทนทุกข์ในคุกสวรรค์" หลินเฟิงเอ่ยน้ำเสียงต่ำ แฝงรังสีฆ่าฟันที่หนาแน่นจนกลายเป็นออร่าสีทองแดงเดือดพล่านรอบตัว "วันนี้... ต่อให้เจ้าเป็นเทพสวรรค์ ข้าก็จะลากเจ้าลงมานรก และสับร่างของเจ้าเป็นหมื่นชิ้นเพื่อเซ่นสรวงดวงวิญญาณของคนตระกูลหลินที่ต้องตายด้วยน้ำมือของเจ้า!"

"ฮ่า ๆ ๆ! โอหังนัก! เช่นนั้นก็เข้ามาดูซิว่า... พลังสายเลือดวิหคน้ำแข็งสวรรค์ที่ข้าหลอมรวมจนสมบูรณ์ จะบดขยี้เจ้าได้ในกี่อึดใจ!" มู่หรงเสวี่ยหัวเราะลั่นอย่างบ้าคลั่ง

สงครามล้างตระกูลและหนี้เลือดสิบหกปีกำลังจะได้รับการชำระ ณ ใจกลางตำหนักหยกเย็นแห่งนี้ และค่ำคืนนี้... จะมีเพียงหนึ่งเดียวที่เหลือรอด

ชีวิตพ้นไปจากนครหลวงตี้ตู!


ตอนต่อไป
ตอนที่ 21: หนี้เลือดสิบหกปี แล...

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา