เรื่อง บันทึกผู้พลิกสามภพ
เียงปะูศิลาิฬห้าีที่ถูกผลักแยกออกดังครืนครั่นดั่งเียงฟ้าคำรามต่ำลึกในค่ำคืนอันมืดมิด ไอเย็นยะเยือกกลืนวิญญาณภายนอกเทือกเขาอนธการสลักลักษณ์ไม่ได้หลั่งไหลตามหลินเฟิงเข้ามาภายใน ทว่าสิ่งที่เข้ามากระทบประสาทสัมผัสกลับเป็นความหลากหลายกลิ่นอายอันน่าสะอิดสะเอียน—กลิ่นอายคาวเลือดเข้มข้นที่ผสมปนเปไปกับปราณมารสวรรค์ที่หนืดข้นจนอากาศภายในโถงทางเิแห่งนี้กลายเป็นีแดงสลัว
หลินเฟิงก้าวเท้าสืบไปข้างหน้าอย่างเนิบนาบ ชุดคลุมีดำสนิทแหวกผ่านม่านอากาศีเลือดอย่างเชื่องช้า ทุกย่างก้าวเขายังคงรักษาความสม่ำเสมอได้อย่างน่าประหลาด ไม่เร่งรีบ ไม่ลังเล และไม่มีความพรั่นพรึง เนตรมรรคาไร้ลักษณ์ภายหลังหน้ากากเหล็กส่องประกายีทองคำจาง ๆ สะท้อนภาพสถาปัตยกรรมภายในที่สร้างขึ้นจากการสลักเสลาโครงกระดูกสัตว์อสูรโบราณนับหมื่นชิ้นตามแนวผนัง ราวกับเป็นอนุสาวรีย์แห่งการทำลายล้างที่ตำหนักสวรรค์มืดภาคภูมิใจ
*‘เจ้าหนู... ข้าสัมผัสได้แล้ว’* เียงวิญญาณมรรคาภพดังก้องขึ้นในหัวใจ ทว่าน้ำเียงในยามนี้ไม่ได้เต็มไปด้วยความเคียดแค้นดั่งเช่นทุกที หากแต่แฝงไปด้วยความโศกเศร้าอันลึกซึ้งและเียงสั่นเครือแผ่วเบา *‘มันอยู่เบื้องหน้า... เศษเี้ยว "ศิลาสามภพ" ชิ้นสำคัญที่ถูกพวกมันแย่งชิงไปเมื่อสามหมื่นปีก่อน ยามนี้มันกำลังร่ำไห้... มันถูกมลทินด้วยวิชามารโลหิตกลืนสวรรค์จนแก่นแท้ภายในเกือบจะดับสูญ เจ้าต้องเร่งมือขัดเกลามันก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป’*
"ร่ำไห้งั้นรึครับ..." หลินเฟิงพึมพำในใจ แววตาีทองฉายประกายความกร้าวแกร่งขึ้นเล็กน้อย ฝ่ามือขวาเขาขยับไปแตะที่ด้ามกระบี่เพลิงมรรคาที่ข้างเอวช้า ๆ พลางโคจรผลึกแก้วเก้าีในทะเลวิญญาณร้อยส่วนให้หมุนวนอย่างนุ่มนวล ปล่อยให้กฎแห่งอนัตตาีขาวบริสุทธิ์ซึมซาบออกมารอบกาย คอยชะล้างปราณมารีเลือดที่พยายามคืบคลานเข้ามากัดกร่อนร่างกายเขา
### เส้นทางที่ทอดยาว: ค่ายกลลวงตาสิบสองภพอนัตตาเทียม
ทางเิยาวสายนี้แฝงไปด้วยความหลากหลายค่ายกลลวงตาระดับสูง ทันทีที่หลินเฟิงก้าวลึกเข้ามา ภาพลวงตาแห่งอดีตอันแสนเจ็บปวดพลันผุดขึ้นมารอบตัว ราวกับผืนฉายภาพมายาโบราณ ภาพตระกูลหลินที่ถูกไฟไหม้เผาทำลายล้าง เียงกรีดร้องเด็กทารกและสตรีที่ถูกคมดาบมารฟันแทง และภาพมารร้ายเก้าหัวที่กำลังหัวเราะเยาะเย้ยหยันเหนือซากศพบรรพชน
หากเป็นยอดฝีมือขอบเขตสวรรค์ทั่วไปที่ิตใจไม่มั่นคง ยามกระทำสิ่งใดในค่ายกลนี้ ย่อมต้องตกอยู่ในอาการสับสนคลุ้มคลั่งและดวงิตวิญญาณพังทลายลงในพริบตา ทว่าสำหรับหลินเฟิง ผู้สืบทอดที่ครอบครองสัจธรรมอนัตตาอันเป็นความว่างเปล่าขั้นสูงสุด ภาพลวงตาเหล่านั้นไม่อาจสร้างระลอกคลื่นในิตใจเขาได้เลยแม้แต่เศษเี้ยว
"สรรพสิ่งเกิดจากความว่างเปล่า... ย่อมกลับคืนสู่ความว่างเปล่า มายาภาพเหล่านี้จะมีความหมายอันใด"
เขาเอ่ยเียงเรียบ สะบัดชายเสื้อคลุมซ้ายเบา ๆ คราหนึ่ง คลื่นพลังงานอนัตตาีขาวแผ่ะาออกไปดั่งวงแหวนแสง สลายภาพมายาีเลือดรอบกายให้แตกะากลายเป็นเศษละอองอากาศธาตุทันทีอย่างเงียบเชียบ เปิดทางให้โถงทางเิกลับคืนสู่ความจริงอันอ้างว้าง
### มุมมองเบื้องบน: ผู้สังเกตการณ์ในเงามืด
เหนือหลังคาโถงศิลาิฬที่ซ่อนเร้นจากสายตาทั่วไป
ฉินเทียนหมิง อัจฉริยะลึกลับแห่งอารามสวรรค์เสบียงฟ้า ยามนี้กำลังใช้คาถา **"ดวงตาสวรรค์เร้นลักษณ์"** แอบมองการเคลื่อนไหวหลินเฟิงอย่างเงียบเชียดจากระยะไกล ใบหน้าหน้าผากปานพระจันทร์เี้ยวเขาฉายประกายแสงีครามเข้มขึ้นเรื่อย ๆ ตามความตื่นตะลึงในิตใจ
"ิตใจแกร่งกล้าปานศิลาเซียนโบราณ... ค่ายกลสิบสองภพเทียมตำหนักสวรรค์มืดไม่ใช่อะไรที่ปุถุชนจะเิผ่านได้สบาย ๆ ถึงเพียงนี้" ฉินเทียนหมิงพึมพำกับตนเอง มือซ้ายเขากระชับคัมภีร์หยกขาวแน่นขึ้น "อาจารย์บอกว่าตระกูลหลินคือตัวแปรที่จะพลิกโฉมสามภพ... ยามนี้ดูเหมือนคำกล่าวนั้นจะไม่เกินจริงเลยแม้แต่น้อย ข้าต้องดูให้แน่ใจว่ายินิ่วอู่จะงัดไพ่ใบใดออกมาสยบสัตว์ร้ายตนนี้"
### โถงกลางสระโลหิต: เผชิญหน้าเหล่าผู้นำมาร
*ครืน...*
หลินเฟิงก้าวพ้นทางเิยาว เข้าสู่ **"โถงกลางสระโลหิตเดือด"** ทัศนียภาพเบื้องหน้าขยายกว้างใหญ่ไพศาลปานสนามรบขนาดย่อม ใจกลางโถงมีสระน้ำพุโลหิตขนาดกว้างร้อยวาที่กำลังปะทุเดือดพล่าน ปล่อยไอความร้อนและกลิ่นอายอัปมงคลพวยพุ่งขึ้นสู่เพดานหิน เหนือสระโลหิตนั้น มีเศษศิลาสามภพชิ้นส่วนมารขนาดเท่ากำปั้นลอยเด่นอยู่ มันส่งแสงีม่วงดำกระพริบถถี่ ๆ ราวกับกำลังส่งเียงร่ำไห้โหยหวนในโลกิตวิญญาณตามที่วิญญาณมรรคาภพกล่าวไว้
รอบสระโลหิต ยอดฝีมือระดับสูงจากตระกูลมารเซี่ยและตระกูลมารเจียงนับสิบตนในชุดเกราะิฬยืนตั้งแถวหน้ากระดานอย่างพร้อมเพรียงกัน สายตานับสิบคู่ที่เต็มไปด้วยความอาฆาตและหวาดกลัวจับจ้องตรงมาที่ผู้บุกรุกหน้ากากเหล็ก
และที่เบื้องบนัั์กระดูกมนุษย์สูงสุด จอมมารอนธการ ยินิ่วอู่ นั่งไขว่ห้างอย่างสงบนิ่ง ใบหน้าหน้ากากหยกขาวที่สลักรอยยิ้มบิดเบี้ยวจ้องมองต่ำลงมา แผ่รังีพลังขอบเขตสวรรค์ขั้นสูงสุดระยะต้นออกมากดดันชั้นบรรยากาศจนเกิดรอยบิดเบี้ยวเป็นดั่งเส้นเกลียวคลื่นีดำ
"หลินเฟิง... เจ้าช่างมีความหลากหลายในวิธีการเิทางดีนัก" ยินิ่วอู่เอ่ยเียงทุมนุ่มนวล ทว่าเียงนั้นกลับดังก้องกังวานสะท้อนเสาศิลานับสิบต้นจนเกิดรอยร้าว "สามารถกวาดล้างตระกูลถิง ตระกูลโม่ และทำลายหุ่นรบอสูรโลกันตร์สิบสองตนได้ในวันเดียว สายเลือดตระกูลหลินเจ้ายามนี้ช่างน่าประทับใจยิ่งนัก"
หลินเฟิงหยุดยืนอยู่ที่ริมขอบโถง ฝีเท้านิ่งสนิท แววตาีทองคำแท้ไม่ได้จับจ้องที่ยินิ่วอู่ ทว่ากลับจับจ้องไปยังเศษศิลาสามภพที่ลอยเด่นอยู่ใจกลางสระโลหิต "ยินิ่วอู่... เจ้าใช้โลหิตผู้บริสุทธิ์นับแสนสังเวยชิ้นส่วนศิลาสามภพ เพื่อบ่มเพาะวิชามารดัดแปลงเจ้า... โทษทัณฑ์นี้ ต่อให้เจ้าดับสูญนับพันครั้งก็ไม่อาจชดใช้ได้หมด"
"ฮ่า ๆ ๆ ๆ!" ยินิ่วอู่หัวเราะลั่น เียงหัวเราะแฝงปราณมรรคมารสวรรค์บีบคั้นดวงิต "โทษทัณฑ์งั้นรึ? ในโลกแห่งผู้แข็งแกร่งกลืนผู้อ่อนแอ คำกล่าวเจ้าช่างไร้เดียงสานัก! พวกขยะปุถุชนเหล่านั้นควรจะภาคภูมิใจที่ได้กลายเป็นสารอาหารให้แก่การตื่นรู้มรรคมารสูงสุดข้า! อาวุโสตระกูลเซี่ย ตระกูลเจียง... จงออกไปสับร่างมันซะ!"
### เปิดฉากศึกปิดตาย: มรณกรรมมหาตระกูลมาร
"รับบัญชาท่านประมุข!"
เซี่ยิ้น และ เจียงหร่ง สองผู้นำมหาตระกูลมารคำรามลั่นพร้อมกัน พวกมันพร้อมด้วยยอดฝีมือขอบเขตสวรรค์ขั้นกลางอีกนับสิบตนพุ่งทะยานร่างออกจากริมสระโลหิต วิชามารประจำตระกูลที่หลากหลายระดมปลดปล่อยออกมาพร้อมกันจนกลายเป็นโครงข่ายพลังงานสังหารขนาดยักษ์
"วิชามารเซี่ย: กรงเล็บมังกรมารทลายมิติ!"
"วิชามารเจียง: ศรโลหิตกลืนวิญญาณหมื่นสาย!"
กรงเล็บมังกรีดำขนาดใหญ่นับสิบสายพุ่งฉีกกระชากอากาศธาตุหมายจะทึ้งร่างหลินเฟิงให้เป็นชิ้น ๆ พร้อมกับศรโลหิตีแดงฉานนับหมื่นสายที่พุ่งพวยพุ่งลงมาจากฟ้าดั่ง-่าฝนกรด พลังทำลายล้างรอบนี้รุนแรงกว่าที่หุบเขามารล่องหนนับสิบเท่า บ่งบอกถึงความทุ่มเทสุดกำลังพวกมันเพื่อเอาชีวิตเด็กหนุ่ม
หลินเฟิงยังคงยืนนิ่งสงบ ผ้าคลุมีดำสะบัดพลิ้วช้า ๆ ท่ามกลางพายุพลังงานมาร เขาขยับมือขวาชักกระบี่เพลิงมรรคาพ้นฝักอย่างเชื่องช้า แสงีทองคำขาวใบกระบี่ส่องสว่างวาบสะท้อนขับไล่ความมืดสลัวภายในโถงจนหมดสิ้น
เขาไม่หลบหลีก ไม่ตั้งรับ ทว่าก้าวเท้าขวาเิสวนพายุการโจมตีไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ตวัดกระบี่ออกไปเป็นแนวราบอย่างนุ่มนวล ไร้สุ้มเียง
"เพลงกระบี่มรรคาภพ ขั้นที่ห้า: อนัตตาสัจธรรม ดับสูญชั่วกัลป์"
*วิ้ง——————*
คลื่นแสงีขาวบริสุทธิ์หนาเพียงเส้นด้ายแผ่ขยายวงกว้างออกไปกวาดผ่านโถงศิลาในพริบตา ทันทีที่กรงเล็บมังกรมารและศรโลหิตนับหมื่นสัมผัสถูกแสงีขาว พลังงานเหล่านั้นกลับสลายตัวกลายเป็นอากาศธาตุอันบริสุทธิ์ปานหิมะต้องแดดแผดเผา และคลื่นแสงีขาวไม่หยุดเพียงแค่นั้น มันยังคงเคลื่อนผ่านร่างยอดฝีมือกองทัพมารทั้งสิบเอ็ดตนรวมถึงเซี่ยิ้นและเจียงหร่งอย่างแม่นยำ
*ฟุ่บ... ฟุ่บ... ฟุ่บ...*
ร่างยอดฝีมือขอบเขตสวรรค์นับสิบตนหยุดชะงักค้างอยู่กลางอากาศ แววตาอาฆาตแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกขั้นสูงสุด ก่อนที่เกราะเหล็ก เนื้อหนัง และจุดตันเถียนพวกมันจะค่อย ๆ เปลี่ยนสภาพกลายเป็นผงธุลีีขาวละเอียด แล้วระเหยหายไปในความว่างเปล่าทันทีอย่างเงียบเชียบ... ดับสูญไปจากสามภพโดยไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะส่งเียงอ้อนวอน
เพียงการสะบัดกระบี่ครั้งเดียว สองมหาตระกูลมารที่เหลือรอดแดนเหนือกลับล่มสลายลงโดยสิ้นเชิงในเวลาไม่ถึงสามอึดใจ ความเงียบสงัดอันน่าสะพรึงกลัวกลับคืนสู่โถงสระโลหิตอีกครั้ง เหลือเพียงหลินเฟิงที่กำลังก้าวเท้าเิตรงไปยังัั์สูงสุดยินิ่วอู่ช้า ๆ ดั่งยมทูตผู้ถือครอง
สัจธรรมสากลจักรวาล!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??