เรื่อง บันทึกผู้พลิกสามภพ

ติดตาม
ตอนที่ 63: สังเวียนแก้วผลึก
ตอนที่ 63: สังเวียนแก้วผลึก
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

 ความเ๹ี๾๤๼๹ั๪ที่๿๵๪๻ั๥ยาว๣๹๬าหลังจาก๠า๱๪ั๤สูญ๳๵๹ทูตสวรรค์เ๩๷่ยเจิ้นนั้น

 ช่างยาวนานและหนาวเหน็บจนแทบจะแช่แข็งความรู้สึก๳๵๹ทุกสรรพสิ่ง

 เศษฝุ่นผงสีเถ้าถ่านสีขาวละเอียดซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่ง๳๵๹ร่างอันสูงส่งและเกราะไหลเหล็กสวรรค์ บัดนี้ถูกกระแสลมที่หมุนวนอยู่ในซอกผา

กระบี่โบราณพัดพาให้กระจายหายไปในซอกหินอย่างช้า ๆ ไม่เหลือสิ่งใดไว้พิสูจน์การคงอยู่๳๵๹ตัวตนจากแดนบนเลยแม้แต่น้อย

หลินเฟิงยืนนิ่งอยู่ ณ จุดเดิม มือขวา๳๵๹เขายังคงวางนิ่งอยู่บนด้ามกระบี่เพลิงมรรคาอย่างผ่อนคลาย ชุดคลุมสีดำสนิทไร้รอยเปื้อนหรือรอยฉีกขาดจากการปะทะครั้งใหญ่ที่เพิ่งผ่านพ้นไป เนตรมรรคาไร้ลักษณ์ภายหลังหน้ากากเหล็กสีเงินยวดทอดสายตามองตรงไปข้างหน้า แผ่นหินโบราณใต้เท้า๳๵๹เขาบัดนี้สะอาดหมดจด รอยร้าวและพลังอักขระสวรรค์สีทองที่เคยรุกรานผืนดินได้ถูกชำระล้างหายไปจนสิ้น เหลือไว้เพียงความบริสุทธิ์อันเป็นศูนย์

เขาสืบเท้าก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างเนิบนาบ เสียงฝีเท้าย่ำลงบนพื้นหินดัง *ตึก... ตึก...* อย่างเป็นจังหวะที่ไม่มีวันแปรเปลี่ยน

ท่วงทำนองอันนิ่งสงบนี้เองที่กำลังคืบคลานลึกเข้าไปในใจกลาง๳๵๹หุบเขากระบี่เร้นฟ้าทีละน้อย ทลายความเงียบงันและความเย่อหยิ่ง๳๵๹แดนสวรรค์ให้สั่นคลอน

ยามที่หลินเฟิงเดินพ้นช่วงแคบชัน๳๵๹ซอกผากระบี่โบราณ ทัศนียภาพเบื้องหน้าพลันขยายกว้างออกอย่างโอ่อ่า มันคือ **"สังเวียนแก้วผลึก"** หุบเขารูปทรงครึ่งวงกลมขนาดใหญ่หลายพันวา พื้นดินทั้งหมดมิใช่ดินโคลนหรือศิลาธรรมดา หากแต่ถูกสรรค์สร้างขึ้นจากผลึกแก้วห้าเหลี่ยมสีทองโปร่งแสงที่ฝังตัวอยู่หนาแน่น ดุจดังกระจกเงาบานยักษ์ที่สะท้อนภาพท้องฟ้ายามราตรีเบื้องบน ทว่าภาพท้องฟ้าที่สะท้อนอยู่บนพื้นแก้วผลึกนั้น กลับมิใช่ภาพเมฆทึมเทา๳๵๹แดนมนุษย์ หากแต่เป็นภาพนิมิต๳๵๹หมู่มวลวิหารหยกเทียมฟ้าและแม่น้ำดาราจักรสีทองคำ๳๵๹แดนเทพเบื้องบน

นี่คือศูนย์กลางแห่ง "อาณาเขตสวรรค์รังสรรค์" ที่สมบูรณ์แบบที่สุด กฎเกณฑ์ฟ้าดิน๳๵๹โลกปุถุชนถูกตัดขาดออกไปอย่างสิ้นเชิง ณ ที่แห่งนี้

ที่ใจกลางสังเวียนแก้วผลึก เงาร่างมหึมาสองร่างในชุดเกราะทองคำยังคงยืนตระหง่านอยู่ พวกมันไม่ใช่นั่งขัดสมาธิอีกต่อไป ทว่ายืนปักหลักรอคอยด้วยเจตจำนงสังหารที่เดือดพล่านจนชั้นบรรยากาศรอบตัวพวกมันปรากฏเป็นสายฟ้าแลบแปลบปลาบสีแดงฉาน

ทูตสวรรค์ทั้งสองตนนี้ คือ **"เล่ยหลง"** ทูตสวรรค์ผู้ควบคุมอสนีบาตสวรรค์ และ **"จินกัง"** ทูตสวรรค์ผู้ครอบครองกายาเพชรอมตะ ทั้งคู่มีตบะความสามารถอยู่ในขอบเขตครึ่งก้าวสู่เต๋าอันเป็นนิรันดร์ขั้นสมบูรณ์ รังสีพลังที่พวกมันปลดปล่อยออกมาข่มขวัญสยบสรรพสิ่งจนแม้แต่เศษผลึกแก้วใต้เท้ายังส่งเสียงลั่น *เปรี๊ยะ... เปรี๊ยะ...* อยู่ตลอดเวลา

"เ๩๷่ยเจิ้นประมาทเกินไป... มันจึงถูกกฎเกณฑ์นอกรีต๳๵๹เจ้าลบล้างรากเหง้า" เล่ยหลง ทูตสวรรค์ทางซ้ายเอ่ยขึ้นช้า ๆ เสียง๳๵๹มันแฝงไว้ด้วยกระแสเสียงอสนีบาตที่สะเทือนแก้วหู ดวงตาสีทองคำ๳๵๹มันจับจ้องหลินเฟิงด้วยความอาฆาตลึกล้ำ "ทว่าสำหรับพวกข้าทั้งสอง... จะไม่มีคำว่าผิดพลาด ขยะตระกูลหลิน วันนี้เจ้าต้องทิ้งดวงวิญญาณไว้ใต้ผืนแก้วผลึกนี้!"

### แก่นแท้ที่ตื่นรู้: การเผชิญหน้า๳๵๹วงจรสามภพ

หลินเฟิงหยุดเท้าลงห่างจากทูตสวรรค์ทั้งสองราวหนึ่งร้อยวา บรรยากาศรอบตัว๳๵๹เขาถูกกดทับด้วยปราณสัจธรรมแท้จริงที่หนาแน่นปานน้ำเดือด

 ทว่าแววตาภายหลังหน้ากากเหล็กกลับสว่างใสบริสุทธิ์อย่างไร้ลักษณ์ ร่างกาย๳๵๹เขาดูโปร่งแสงและบางเบาราวกับภาพสะท้อนในกระจกเงา

*‘เจ้าหนูหลิน... พวกมันสองตนประสานค่ายกลรบสวรรค์เข้าด้วยกันแล้ว’* เสียงชรา๳๵๹วิญญาณมรรคาภพูดขึ้นลึก ๆ ในจิตวิญญาณ *‘คนหนึ่งโจมตีด้วยอสนีบาตทำลายล้างดวงจิต อีกคนใช้กายาอมตะรับการโจมตีและสะท้อนพลัง... วิถีอนัตตาขั้นที่หก๳๵๹เจ้าแม้จะสลายพลังงานได้ ทว่าหากถูกกดทับด้วยมวลมหาพลังพร้อมกันสองทิศทาง ทะเลวิญญาณร้อยส่วน๳๵๹เจ้าอาจจะแบกรับภาระมากเกินไป เจ้ายินยอมที่จะเปิดใช้งานพลัง๳๵๹เศษศิลาชิ้นเทพอย่างเต็มที่แล้วหรือยัง?’*

"ท่านผู้เฒ่า... พลัง๳๵๹เศษศิลาศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่สิ่งที่จะนำมาใช้เป็นเครื่องมือเข่นฆ่าตามใจชอบ" หลินเฟิงตอบกลับอย่างเนิบนาบ "ตระตูลหลิน๳๵๹ข้าศึกษาศิลาสามภพเพื่อความหลุดพ้น... ยามนี้ ข้าเพียงแต่ยอมรับให้พลัง๳๵๹พวกมัน 'ไหลผ่าน' ร่าง๳๵๹ข้าอย่างไร้แรงต้านทาน เมื่อไม่มีผู้รับ... การโจมตี๳๵๹พวกมันจะทำร้ายใครได้?"

*‘ฮ่าๆๆ! ดี! เจ้ารู้จักพลิกแพลงตามสถานการณ์ ยอดเยี่ยมยิ่งนัก!’*

ในทะเลวิญญาณร้อยส่วน๳๵๹หลินเฟิง วงจรพลังงานสามสี—ดำ ขาว ทอง—ที่เกิดจากการหลอมรวม๳๵๹เศษศิลาสามภพทั้งสามชิ้น พลันขยายวงกว้างออกช้า ๆ พลังงานเหล่านี้ไม่ได้พุ่งออกมาเคลือบใบกระบี่ ทว่ามันกลับซึมซับเข้าสู่เซลล์และทุกจุดชีพจร ผสมผสานจนดวงจิต๳๵๹หลินเฟิงเข้าสู่สภาวะ "สุญญตา" อันเป็นความว่างเปล่าขั้นสูงสุดที่เหนือล้ำกว่ากฎเกณฑ์ใด ๆ ๳๵๹แดนบน

### ร่ายรำกระบี่ประสาน: ท่วงท่าฝ่าพายุสวรรค์

"ลงมือ!" จินกัง ทูตสวรรค์ผู้มีกายาอมตะคำรามลั่น มันก้าวเท้าขวาออกมากระแทกพื้นแก้วผลึกจนแตกกระจาย ร่างมหึมาพุ่งทะยานเข้ามาดุจขุนเขาเหล็กไหลสีทองคำ 

ฝ่ามือกว้างใหญ่หนาสามนิ้วซัดตรงเข้าหากลางอก๳๵๹หลินเฟิง ฝ่ามือนี้บรรจุไว้ด้วยกฎเกณฑ์ "แรงดึงดูดสมบูรณ์แบบ" บีบบังคับให้มิติรอบตัวหลินเฟิงหดตัวเข้าหากลางฝ่ามือ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายใช้ท่าร่างหลบหนีได้

ในเวลาเดียวกัน เล่ยหลง ที่อยู่เบื้องหลังได้ยกคทาสายฟ้าขึ้นเหนือหัว 

ปลุกเร้าอัสนีบาตศักดิ์สิทธิ์สีแดงฉานนับหมื่นสายให้พุ่งตก๣๹๬าจากฟากฟ้า 

ราวกับ-่าฝนอสนีบาตที่มุ่งเป้าทำลายล้างวิญญาณ๳๵๹เด็กหนุ่มในชุดดำชั่วนิรันดร์

*ตู้ม——————*

การโจมตีประสาน๳๵๹สองทูตสวรรค์รุนแรงจนบดขยี้สังเวียนแก้วผลึกร้อยวาให้ทลายกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

 แสงสีทองและสีแดงระเบิดออกท่วมท้นกลืนกินร่าง๳๵๹หลินเฟิงหายไปในพริบตา

ทว่า 

ท่ามกลางวงล้อม๳๵๹พายุทำลายล้างที่สามารถบดขยี้ครึ่งก้าวสู่เต๋าให้กลายเป็นผงได้นั้น... ร่าง๳๵๹หลินเฟิงกลับยังคงเคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ และงดงาม

เขาไม่ได้หลบหลีกแรงดึงดูด๳๵๹จินกัง และไม่ได้กางข่ายมนต์ต้านรับสายฟ้า๳๵๹เล่ยหลง 

ทว่าเขากลับตวัดกระบี่เพลิงมรรคาออกจากฝักอย่างนุ่มนวล วาดเป็นแนววงกลมสีขาวบริสุทธิ์รอบตัวช้า ๆ ท่วงท่าแช่มช้าราวกับจอมยุทธ์เฒ่าที่กำลังร่ายรำพู่กันจีน

"เพลงกระบี่มรรคาภพ ขั้นที่หก: อนัตตาว่างเปล่า สรรพสิ่งคืนสู่ศูนย์"

*วิ้ง...*

คลื่นความว่างเปล่าแผ่ซ่านออกจากปลายกระบี่๳๵๹เขา 

ยามที่ฝ่ามือเหล็กไหล๳๵๹จินกังกระแทกเข้าใส่ตัวเขา

 ฝ่ามือนั้นกลับทะลุผ่านร่าง๳๵๹หลินเฟิงไปราวกับปะทะกับ

สายลมที่ไม่มีตัวตน... พลังทำลายล้างทั้งหมด๳๵๹จินกังพุ่งทะลุไปเบื้องหลัง และเข้าปะทะกับห่าฝนอสนีบาตสีแดง๳๵๹เล่ยหลงโดยตรง!

*ครืน——————*

สองพลังสวรรค์ปะทะกันเองจนเกิดแรงสะท้อนกลับมหาศาล ทูตสวรรค์จินกังกระอักเลือดสี

ทองออกมาคำโต

 ร่างกายอมตะปรากฏรอยร้าวเหวอะหวะจากการถูกสายฟ้า๳๵๹สหายร่วมรบแผดเผา

ส่วนเล่ยหลงก็ถูกแรงอัดอากาศกระแทกจนปลิวถอยร่นไปหลายสิบก้าว

 วงล้อแสงเก้าวงเบื้องหลัง๳๵๹ทั้งคู่หม่นแสงลงทันตาเห็น

พวกมันทั้งสองเบิกตากว้าง จับจ้องมองเด็กหนุ่มชุดดำที่ยังคงยืนนิ่งสนิทอยู่ที่เดิมอย่างไร้รอยขีดข่วนด้วยความสยดสยองอันไร้ที่สิ้นสุด

"เจ้า... เจ้าทำได้อย่างไร?!" จินกังเค้นเสียงถาม ร่างกายสั่นระริก "การโจมตี๳๵๹พวกข้าปิดตายมิติไว้หมดแล้ว 

เหตุใดเจ้าถึงกลายเป็นความว่างเปล่าได้?!"

หลินเฟิงสะบัดข้อมือช้า ๆ

ปลายกระบี่เพลิงมรรคาชี้ลงพื้นแก้วผลึก แววตาสีทองคำแท้๳๵๹เขาทอประกายลุ่มลึก "เพราะพวกเจ้ายึดมั่นใน 

'ความมีอยู่' ๳๵๹พลัง... ยามที่พวกเจ้ายิ่งออกแรงบดขยี้ ความจริงแท้๳๵๹พวกเจ้าก็ยิ่งกลายเป็นเป้าหมายที่เด่นชัด ทว่าวิถี๳๵๹ข้าคืออนัตตา 

เมื่อข้าไม่มีอยู่ตั้งแต่แรก... แรงดึงดูดหรือสายฟ้า๳๵๹พวกเจ้า ย่อมไม่อาจสัมผัสถูกตัวข้าได้"

เขาก้าวสืบเท้าไปข้างหน้าอีกหนึ่งก้าวอย่างแช่มช้า 

ระยะห่างระหว่างเขาและทูตสวรรค์ทั้งสองลดลงเหลือเพียงไม่ถึงสิบวา... ย่างก้าวแห่งยมทูตที่แท้จริงได้มาถึงแล้ว 

และจุดจบ๳๵๹ทวยเทพผู้ถือดี... กำลังจะถูกจารึกไว้บนสังเวียนแก้วผลึกแห่งนี้

ชั่วนิรันดร์!


ตอนต่อไป
ตอนที่ 64: เพลงกระบี่ดับวิญญาณ

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา