เรื่อง บันทึกผู้พลิกสามภพ
ความเีัที่ัยาวาหลังจากาัสูญทูตสวรรค์เ่ยเจิ้นนั้น
ช่างยาวนานและหนาวเหน็บจนแทบจะแช่แข็งความรู้สึกทุกสรรพสิ่ง
เศษฝุ่นผงสีเถ้าถ่านสีขาวละเอียดซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งร่างอันสูงส่งและเกราะไหลเหล็กสวรรค์ บัดนี้ถูกกระแสลมที่หมุนวนอยู่ในซอกผา
กระบี่โบราณพัดพาให้กระจายหายไปในซอกหินอย่างช้า ๆ ไม่เหลือสิ่งใดไว้พิสูจน์การคงอยู่ตัวตนจากแดนบนเลยแม้แต่น้อย
หลินเฟิงยืนนิ่งอยู่ ณ จุดเดิม มือขวาเขายังคงวางนิ่งอยู่บนด้ามกระบี่เพลิงมรรคาอย่างผ่อนคลาย ชุดคลุมสีดำสนิทไร้รอยเปื้อนหรือรอยฉีกขาดจากการปะทะครั้งใหญ่ที่เพิ่งผ่านพ้นไป เนตรมรรคาไร้ลักษณ์ภายหลังหน้ากากเหล็กสีเงินยวดทอดสายตามองตรงไปข้างหน้า แผ่นหินโบราณใต้เท้าเขาบัดนี้สะอาดหมดจด รอยร้าวและพลังอักขระสวรรค์สีทองที่เคยรุกรานผืนดินได้ถูกชำระล้างหายไปจนสิ้น เหลือไว้เพียงความบริสุทธิ์อันเป็นศูนย์
เขาสืบเท้าก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างเนิบนาบ เสียงฝีเท้าย่ำลงบนพื้นหินดัง *ตึก... ตึก...* อย่างเป็นจังหวะที่ไม่มีวันแปรเปลี่ยน
ท่วงทำนองอันนิ่งสงบนี้เองที่กำลังคืบคลานลึกเข้าไปในใจกลางหุบเขากระบี่เร้นฟ้าทีละน้อย ทลายความเงียบงันและความเย่อหยิ่งแดนสวรรค์ให้สั่นคลอน
ยามที่หลินเฟิงเดินพ้นช่วงแคบชันซอกผากระบี่โบราณ ทัศนียภาพเบื้องหน้าพลันขยายกว้างออกอย่างโอ่อ่า มันคือ **"สังเวียนแก้วผลึก"** หุบเขารูปทรงครึ่งวงกลมขนาดใหญ่หลายพันวา พื้นดินทั้งหมดมิใช่ดินโคลนหรือศิลาธรรมดา หากแต่ถูกสรรค์สร้างขึ้นจากผลึกแก้วห้าเหลี่ยมสีทองโปร่งแสงที่ฝังตัวอยู่หนาแน่น ดุจดังกระจกเงาบานยักษ์ที่สะท้อนภาพท้องฟ้ายามราตรีเบื้องบน ทว่าภาพท้องฟ้าที่สะท้อนอยู่บนพื้นแก้วผลึกนั้น กลับมิใช่ภาพเมฆทึมเทาแดนมนุษย์ หากแต่เป็นภาพนิมิตหมู่มวลวิหารหยกเทียมฟ้าและแม่น้ำดาราจักรสีทองคำแดนเทพเบื้องบน
นี่คือศูนย์กลางแห่ง "อาณาเขตสวรรค์รังสรรค์" ที่สมบูรณ์แบบที่สุด กฎเกณฑ์ฟ้าดินโลกปุถุชนถูกตัดขาดออกไปอย่างสิ้นเชิง ณ ที่แห่งนี้
ที่ใจกลางสังเวียนแก้วผลึก เงาร่างมหึมาสองร่างในชุดเกราะทองคำยังคงยืนตระหง่านอยู่ พวกมันไม่ใช่นั่งขัดสมาธิอีกต่อไป ทว่ายืนปักหลักรอคอยด้วยเจตจำนงสังหารที่เดือดพล่านจนชั้นบรรยากาศรอบตัวพวกมันปรากฏเป็นสายฟ้าแลบแปลบปลาบสีแดงฉาน
ทูตสวรรค์ทั้งสองตนนี้ คือ **"เล่ยหลง"** ทูตสวรรค์ผู้ควบคุมอสนีบาตสวรรค์ และ **"จินกัง"** ทูตสวรรค์ผู้ครอบครองกายาเพชรอมตะ ทั้งคู่มีตบะความสามารถอยู่ในขอบเขตครึ่งก้าวสู่เต๋าอันเป็นนิรันดร์ขั้นสมบูรณ์ รังสีพลังที่พวกมันปลดปล่อยออกมาข่มขวัญสยบสรรพสิ่งจนแม้แต่เศษผลึกแก้วใต้เท้ายังส่งเสียงลั่น *เปรี๊ยะ... เปรี๊ยะ...* อยู่ตลอดเวลา
"เ่ยเจิ้นประมาทเกินไป... มันจึงถูกกฎเกณฑ์นอกรีตเจ้าลบล้างรากเหง้า" เล่ยหลง ทูตสวรรค์ทางซ้ายเอ่ยขึ้นช้า ๆ เสียงมันแฝงไว้ด้วยกระแสเสียงอสนีบาตที่สะเทือนแก้วหู ดวงตาสีทองคำมันจับจ้องหลินเฟิงด้วยความอาฆาตลึกล้ำ "ทว่าสำหรับพวกข้าทั้งสอง... จะไม่มีคำว่าผิดพลาด ขยะตระกูลหลิน วันนี้เจ้าต้องทิ้งดวงวิญญาณไว้ใต้ผืนแก้วผลึกนี้!"
### แก่นแท้ที่ตื่นรู้: การเผชิญหน้าวงจรสามภพ
หลินเฟิงหยุดเท้าลงห่างจากทูตสวรรค์ทั้งสองราวหนึ่งร้อยวา บรรยากาศรอบตัวเขาถูกกดทับด้วยปราณสัจธรรมแท้จริงที่หนาแน่นปานน้ำเดือด
ทว่าแววตาภายหลังหน้ากากเหล็กกลับสว่างใสบริสุทธิ์อย่างไร้ลักษณ์ ร่างกายเขาดูโปร่งแสงและบางเบาราวกับภาพสะท้อนในกระจกเงา
*‘เจ้าหนูหลิน... พวกมันสองตนประสานค่ายกลรบสวรรค์เข้าด้วยกันแล้ว’* เสียงชราวิญญาณมรรคาภพูดขึ้นลึก ๆ ในจิตวิญญาณ *‘คนหนึ่งโจมตีด้วยอสนีบาตทำลายล้างดวงจิต อีกคนใช้กายาอมตะรับการโจมตีและสะท้อนพลัง... วิถีอนัตตาขั้นที่หกเจ้าแม้จะสลายพลังงานได้ ทว่าหากถูกกดทับด้วยมวลมหาพลังพร้อมกันสองทิศทาง ทะเลวิญญาณร้อยส่วนเจ้าอาจจะแบกรับภาระมากเกินไป เจ้ายินยอมที่จะเปิดใช้งานพลังเศษศิลาชิ้นเทพอย่างเต็มที่แล้วหรือยัง?’*
"ท่านผู้เฒ่า... พลังเศษศิลาศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่สิ่งที่จะนำมาใช้เป็นเครื่องมือเข่นฆ่าตามใจชอบ" หลินเฟิงตอบกลับอย่างเนิบนาบ "ตระตูลหลินข้าศึกษาศิลาสามภพเพื่อความหลุดพ้น... ยามนี้ ข้าเพียงแต่ยอมรับให้พลังพวกมัน 'ไหลผ่าน' ร่างข้าอย่างไร้แรงต้านทาน เมื่อไม่มีผู้รับ... การโจมตีพวกมันจะทำร้ายใครได้?"
*‘ฮ่าๆๆ! ดี! เจ้ารู้จักพลิกแพลงตามสถานการณ์ ยอดเยี่ยมยิ่งนัก!’*
ในทะเลวิญญาณร้อยส่วนหลินเฟิง วงจรพลังงานสามสี—ดำ ขาว ทอง—ที่เกิดจากการหลอมรวมเศษศิลาสามภพทั้งสามชิ้น พลันขยายวงกว้างออกช้า ๆ พลังงานเหล่านี้ไม่ได้พุ่งออกมาเคลือบใบกระบี่ ทว่ามันกลับซึมซับเข้าสู่เซลล์และทุกจุดชีพจร ผสมผสานจนดวงจิตหลินเฟิงเข้าสู่สภาวะ "สุญญตา" อันเป็นความว่างเปล่าขั้นสูงสุดที่เหนือล้ำกว่ากฎเกณฑ์ใด ๆ แดนบน
### ร่ายรำกระบี่ประสาน: ท่วงท่าฝ่าพายุสวรรค์
"ลงมือ!" จินกัง ทูตสวรรค์ผู้มีกายาอมตะคำรามลั่น มันก้าวเท้าขวาออกมากระแทกพื้นแก้วผลึกจนแตกกระจาย ร่างมหึมาพุ่งทะยานเข้ามาดุจขุนเขาเหล็กไหลสีทองคำ
ฝ่ามือกว้างใหญ่หนาสามนิ้วซัดตรงเข้าหากลางอกหลินเฟิง ฝ่ามือนี้บรรจุไว้ด้วยกฎเกณฑ์ "แรงดึงดูดสมบูรณ์แบบ" บีบบังคับให้มิติรอบตัวหลินเฟิงหดตัวเข้าหากลางฝ่ามือ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายใช้ท่าร่างหลบหนีได้
ในเวลาเดียวกัน เล่ยหลง ที่อยู่เบื้องหลังได้ยกคทาสายฟ้าขึ้นเหนือหัว
ปลุกเร้าอัสนีบาตศักดิ์สิทธิ์สีแดงฉานนับหมื่นสายให้พุ่งตกาจากฟากฟ้า
ราวกับ-่าฝนอสนีบาตที่มุ่งเป้าทำลายล้างวิญญาณเด็กหนุ่มในชุดดำชั่วนิรันดร์
*ตู้ม——————*
การโจมตีประสานสองทูตสวรรค์รุนแรงจนบดขยี้สังเวียนแก้วผลึกร้อยวาให้ทลายกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
แสงสีทองและสีแดงระเบิดออกท่วมท้นกลืนกินร่างหลินเฟิงหายไปในพริบตา
ทว่า
ท่ามกลางวงล้อมพายุทำลายล้างที่สามารถบดขยี้ครึ่งก้าวสู่เต๋าให้กลายเป็นผงได้นั้น... ร่างหลินเฟิงกลับยังคงเคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ และงดงาม
เขาไม่ได้หลบหลีกแรงดึงดูดจินกัง และไม่ได้กางข่ายมนต์ต้านรับสายฟ้าเล่ยหลง
ทว่าเขากลับตวัดกระบี่เพลิงมรรคาออกจากฝักอย่างนุ่มนวล วาดเป็นแนววงกลมสีขาวบริสุทธิ์รอบตัวช้า ๆ ท่วงท่าแช่มช้าราวกับจอมยุทธ์เฒ่าที่กำลังร่ายรำพู่กันจีน
"เพลงกระบี่มรรคาภพ ขั้นที่หก: อนัตตาว่างเปล่า สรรพสิ่งคืนสู่ศูนย์"
*วิ้ง...*
คลื่นความว่างเปล่าแผ่ซ่านออกจากปลายกระบี่เขา
ยามที่ฝ่ามือเหล็กไหลจินกังกระแทกเข้าใส่ตัวเขา
ฝ่ามือนั้นกลับทะลุผ่านร่างหลินเฟิงไปราวกับปะทะกับ
สายลมที่ไม่มีตัวตน... พลังทำลายล้างทั้งหมดจินกังพุ่งทะลุไปเบื้องหลัง และเข้าปะทะกับห่าฝนอสนีบาตสีแดงเล่ยหลงโดยตรง!
*ครืน——————*
สองพลังสวรรค์ปะทะกันเองจนเกิดแรงสะท้อนกลับมหาศาล ทูตสวรรค์จินกังกระอักเลือดสี
ทองออกมาคำโต
ร่างกายอมตะปรากฏรอยร้าวเหวอะหวะจากการถูกสายฟ้าสหายร่วมรบแผดเผา
ส่วนเล่ยหลงก็ถูกแรงอัดอากาศกระแทกจนปลิวถอยร่นไปหลายสิบก้าว
วงล้อแสงเก้าวงเบื้องหลังทั้งคู่หม่นแสงลงทันตาเห็น
พวกมันทั้งสองเบิกตากว้าง จับจ้องมองเด็กหนุ่มชุดดำที่ยังคงยืนนิ่งสนิทอยู่ที่เดิมอย่างไร้รอยขีดข่วนด้วยความสยดสยองอันไร้ที่สิ้นสุด
"เจ้า... เจ้าทำได้อย่างไร?!" จินกังเค้นเสียงถาม ร่างกายสั่นระริก "การโจมตีพวกข้าปิดตายมิติไว้หมดแล้ว
เหตุใดเจ้าถึงกลายเป็นความว่างเปล่าได้?!"
หลินเฟิงสะบัดข้อมือช้า ๆ
ปลายกระบี่เพลิงมรรคาชี้ลงพื้นแก้วผลึก แววตาสีทองคำแท้เขาทอประกายลุ่มลึก "เพราะพวกเจ้ายึดมั่นใน
'ความมีอยู่' พลัง... ยามที่พวกเจ้ายิ่งออกแรงบดขยี้ ความจริงแท้พวกเจ้าก็ยิ่งกลายเป็นเป้าหมายที่เด่นชัด ทว่าวิถีข้าคืออนัตตา
เมื่อข้าไม่มีอยู่ตั้งแต่แรก... แรงดึงดูดหรือสายฟ้าพวกเจ้า ย่อมไม่อาจสัมผัสถูกตัวข้าได้"
เขาก้าวสืบเท้าไปข้างหน้าอีกหนึ่งก้าวอย่างแช่มช้า
ระยะห่างระหว่างเขาและทูตสวรรค์ทั้งสองลดลงเหลือเพียงไม่ถึงสิบวา... ย่างก้าวแห่งยมทูตที่แท้จริงได้มาถึงแล้ว
และจุดจบทวยเทพผู้ถือดี... กำลังจะถูกจารึกไว้บนสังเวียนแก้วผลึกแห่งนี้
ชั่วนิรันดร์!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??