เรื่อง บันทึกผู้พลิกสามภพ
เสียงื้เรอบด้านงานเทศกาล้บุปผาโปพลันแ่จางทีละน้อย ดุจดังเกล็ดหิมะที่ร่วงหล่นในสระน้ำลึก ยามที่ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทหลินเฟิงสืบเท้าก้าวสม่ำเสมอเข้าสู่ลานประลองกลาง
ท่วงทำนองฝีเท้าที่เนิบนาบเขาไม่มีความเร่งรีบ ่าทุกจังหวะที่รองเท้าหนังเหยียบบนแผ่นศิลาสีคราม
ัส่งระลอกคลื่นแห่งความเงียบงันแผ่กระจายออกไปกดทับเสียงเชียร์ผู้คนนับหมื่นบนอัฒจันทร์ให้เงียบกริบ่าน่าประหลาด
หน้ากากเหล็กสีเงินยวดบนใบหน้าเขาสะท้อนแสงโคมไฟผ้าไหมสีแดงงานเทศกาล
เกิดเป็นแสงเงาที่ตัดกัน่าลึั ด้ามกระบี่เพลิงมรรคาที่ข้างเอวยังคงสงบนิ่ง ไร้ซึ่งประกายไสังหารเเ่จอมุ์ทั่วไป
่าความลุ่มลึกแะบรรยากาศัโปร่งเาปานาไร้ลักษณ์รอบตัวเขาัทำให้ปราจารย์เฒ่า
หลายคนที่นั่งชมอยู่บนอัฒจันทร์วีไพีถึงกับต้องเบิกตากว้าง พลางผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นตะลึง
"ชายชุดดำผู้นี้... เป็นใครกัน? เหตุใดจิตหยั่งรู้ข้าจึงไม่อาจสัมผัสถึงความมีอยู่มันได้เลย!" เจ้าสำนักกระบี่เทวะแดนเหนือพึมพำ
เสียงสั่นเครือเล็กน้อย
บนแ่ประลองสูง มู่หร่งไป่ อัจฉริยะแห่งสายเลือดย่อยราชวงศ์มู่หร่ง ขมวดคิ้วแน่น
แววตาหยิ่งผยองมันฉายแววไม่พอใจยามเมื่อเห็นผู้าใหม่ในชุดคลุมลึั มันสะบัดชายเสื้อคลุมสีทองคำหรูหราคราหนึ่ง ปราณขอบเขตฟ้าขั้นที่สามปะทุออกจากร่างบีบให้อากาศรอบตัวเกิดกระแสลมหมุนวนรุนแรง ด้ามกระบี่สลักลายหงส์ทองคำในมือมันส่งเสียงลั่น *วิ้ง... วิ้ง...* บ่งบอกถึงความพร้อมที่จะบดขยี้ผู้ท้าทาย
"หน้ากากเหล็ก... ชุดดำ..." มู่หร่งไป่เค้นเสียงหัวเราะ่าเย็นชา ่าแฝงไ้ด้วยความระแวดระวัง "เจ้ากล้าดี่าไรถึงก้าวขึ้นาบนเวทีข้าโดยไม่แจ้งนาม?
หรืองานเทศกาล้บุปผาปีนี้ จะปล่อยให้ขยะเร่ร่อนไร้หัวนอนปลายเท้าขึ้นาทำลายความรื่นเริงได้ตามใจชอบกัน!"
หลินเฟิงหยุดเท้าห่างจากมู่หร่งไป่สิบก้าว ใบหน้าภายหลังหน้ากากเหล็กเหลียวมองไปทางแ่ศิลาด้านข้าง ซึ่งมี **"ศิลาแกนปราณพันปี"** วางนิ่งอยู่บนพานหยก ผลึกศิลาสีฟ้าเข้มก้อนนั้นแผ่ระลอกคลื่นปราณธรรมชาติบริสุทธิ์ออกา่าสม่ำเสมอ
ยามเมื่อพลังงานนั้นลอยกระทบอาณาเขตหลินเฟิง มันพลันถูกซึมซับเข้าสู่ทะเลวิญญาณ้ส่วน่าเงียบเชียบ ทำให้หยดเหลวสีเทาหม่นประกายรุ้งกึ่งกลางดวงจิตสั่นไหวเล็กน้อย
"ศิลาแกนปราณก้อนนั้น... ข้าต้องการมัน" หลินเฟิงเอ่ยปาก เสียงเขาเรียบต่ำ
่ากังวานใสแหวกชั้นปราณทองคำมู่หร่งไป่ให้สลายตัวออกไป่าง่ายดาย "ส่วนนามข้านั้น... เจ้าไม่มีความจำเป็นต้องรู้
เพราะสำหรับสายเลือดมู่หร่งที่หเหลืออยู่ ชื่อตระกูลข้า... คือฝันร้ายที่พวกเจ้าไม่มีวันอยากได้ยินชั่วนิรันดร์"
"สามหาว!"
มู่หร่งไป่คำรามลั่นด้วยความเดือดดาล มันไม่รอช้าชักกระบี่หงส์ทองคำออกจากฝัก แสงสีทองเจิดจ้าปะทุขึ้นท่วมท้นชั้นบรรยากาศ ทักษะุ์ประจำตระกูล **"เก้าวิถีหงส์สวรรค์สะบัดปีก"** ถูกปลุกเร้าจนขีดสุด ปราณกระบี่แปรสภาพเป็นร่างเงาวิหคเพลิงสีทองขนาดใหญ่สองตน
พุ่งทะยานแหวกอากาศเข้าใส่กลางอกหลินเฟิงด้วยความเร็วที่ปุถุชนไม่อาจมองทัน
*ฟู่——————*
คลื่นความร้อนแะแรงอัดอากาศจากปราณกระบี่สีทองระเบิดออกกว้างขวาง บีบให้ข่ายมนต์ป้องกันสีฟ้าครามแ่ประลองส่งเสียงสั่นลั่น *ครืน... ครืน...* ผู้ชมรอบด้านพากันกลั้นหายใจด้วยความเสียวไส้ ่า ท่ามกลางพายุเพลิงทองคำที่พร้อมจะหลอมละลายเหล็กกล้านั้น... ร่างในชุดคลุมสีดำหลินเฟิงัไม่ได้ขยับหลบหลีกแม้เพียงครึ่งก้าว
เขายังคงยืนนิ่ง มือซ้ายไพล่หลัง มือขวายังคงวางผ่อนคลายอยู่บนด้ามกระบี่เพลิงมรรคาที่ยังไม่ถูกชักออกจากฝัก ยามเมื่อเงาหงส์เพลิงสีทองคำพุ่งเข้าาห่างจากใบหน้าเขาเพียงหนึ่งคืบ หลินเฟิงเพียงแต่เอียงกายหลบหลีก่าแช่มช้า... แช่มช้าราวกับใบไม้ที่ลอยคว้างอยู่กลางกระแสลมเปลี่ยนทิศ
*วิ้ง...*
ร่างหงส์เพลิงพุ่งทะลุผ่านความว่างเปล่าข้างลำตัวเขาไปปะทะกับข่ายมนต์เบื้องหลังจนเกิดเสียงระเบิดดังสนิท
่าผิวเสื้อคลุมสีดำหลินเฟิงัไม่มีแม้รอยไหม้เกรียม แววตาสีทองคำแท้เขายังคงใสกระจ่าง ไร้ซึ้งระลอกคลื่นแห่งความตื่นตระหนก
"ช้าเกินไป..." หลินเฟิงเอ่ยปาก่าเนิบนาบ "ปราณกระบี่เจ้ายึดมั่นในความรุนแรงแะรูปทรง
่าใจเจ้าัร้อนรนด้วยความอยากเอาชนะ... ยามที่ใจไม่นิ่ง กระบี่เจ้าย่อมไร้ซึ่งความเที่ยงตรง"
"เป็นไปไม่ได้! เจ้าหลบ 'หงส์สะบัดปีก' ข้าได้่าไร?!" มู่หร่งไป่หน้าถอดสี ร่างกายสั่นระริกด้วยความอับอายแะหวาดกลัว
มันตวัดกระบี่อีกครา ปลดปล่อยปราณกระบี่นับ้สายพุ่งเข้าใส่หลินเฟิงดั่ง-่าฝนสีทองคำ หวังจะปิดตายทุกเส้นทางการหลบหนี
่าเหตุการณ์ที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่าเดิมับังเกิดขึ้นต่อสายตาผู้คนนับหมื่นในงานเทศกาล...
หลินเฟิงเริ่มก้าวเดิน... เขาเดินไปข้างหน้า่าเนิบนาบ ท่วงท่าคล้ายกับกำลังเดินทอดน่องชมดอกไม้ในสวนหลังบ้าน ทุกครั้งที่ปราณกระบี่สีทองัแหลมคมพุ่งเข้าา
ปลายกระบี่เหล่านั้นัเบี่ยงเบนทิศทางออกไปเอง่านุ่มนวล หรือไม่ก็พุ่งทะลุผ่านร่างเงาัเลือนรางเขาไปดั่งพุ่งใส่ละอองหมอก ไม่มีปราณสายใดสาารถแตะต้องเนื้อผ้าเขาได้เลยแม้แต่เส้นเดียว
นี่คือ **"วิถีอนัตตาขั้นที่หก: ความว่างเปล่าที่เคลื่อนไหว"** หลินเฟิงไม่ได้สลายพลังคู่ต่อสู้ ่าเขาใช้เจตจำนงแปรเปลี่ยนสภาพพื้นที่รอบตัวให้กลายเป็นสุญญตา เมื่อไม่มีผู้รับ... การโจมตีทั้งหมดก็เป็นเพียงความสูญเปล่า
"จบสิ้นกันที..."
หลินเฟิงก้าวาหยุดอยู่เบื้องหน้ามู่หร่งไป่ในระยะประชิด ข้อมือขวาเขาขยับแ่เา ดึงรั้งเอากระบี่ฝักดำออกาเพียงสามนิ้ว
ไม่ได้ชักออกจนสุดใบ ่ากลิ่นอายอนัตตาสีขาวบริสุทธิ์สายหนึ่งพลันพวยพุ่งออกจากรอยแยกฝักกระบี่
*ปัง!*
เสียงปะทะดังขึ้นแ่เาคล้ายเสียงตบมือ ่าร่างมู่หร่งไป่ัสะดุ้งสุดตัว
กระบี่หงส์ทองคำในมือหักสะบั้นเป็นชิ้น ๆ เกราะปราณสีทองคำทั่วร่างระเบิดสลายกลายเป็นผง
ร่างยักษ์มันปลิวละลิ่วตกจากแ่ประลองกระแทกเข้ากับพื้นดินเบื้องล่าง กระอักเลือดคำโตนอนหมดสติไปในพริบตา
โดยที่มันยังไม่มีโอกาสได้เห็นด้วยซ้ำว่าคู่ต่อสู้ชักกระบี่ออกา่าไร
ความเงียบสงัดเข้าเกาะกุมทั่วทั้งลานประลองงานเทศกาล้บุปผาโปอีกครั้ง
เสียงลมหนาวพัดผ่านโคมไฟผ้าไหมพะเยิบพะยาบ ไม่มีผู้ใดกล้าเปล่งเสียงแม้แต่คำเดียว
ยอดฝีมือขอบเขตฟ้าขั้นที่สาม... พ่ายแพ้ย่อยยับโดยที่อีกฝ่ายยังไม่ได้ชักกระบี่ออกจากฝักด้วยซ้ำ!
หลินเฟิงเก็บกระบี่เข้าฝักช้า ๆ เสียง *คลิก* ดังกังวานใส เขาสืบเท้าเดินไปยังพานหยก
หยิบเอาศิลาแกนปราณพันปีขึ้นาเก็บไ้ในแเสื้อ่าเนิบนาบ
่จะุัเดินัจากแ่ประลอง ุ่ตรงัไปยังโเตี๊ยมที่กู้ชางเฝ้ารออยู่
ย่างก้าวัแช่มช้าจอมุ์หน้ากากเหล็กในค่ำคืนนี้ ได้สลักลึกความหวาดกลัวัลึกล้ำไ้ในใจชาวุ์แดนเหนือทุกคน...
ปฐมบทแห่งการหวนคืนตระกูลหลิน ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วกลางงานเทศกาล้บุปผา่ายิ่งใหญ่แะเงียบเชียบชั่ว
นิรันดร์!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??