เรื่อง War of the gods destroy Multiverse
เมืองเาปลิดะั เมืองเล็กๆที่ตั้งู่ทางแทิศเหนือราชอาณาัรเวายุ ใดินแดนแ่นี้็เหมือนดินแดนื่ๆ นั่นื มีเีผู้แ็แ่และาด้วยาทรัพิเงินทองเ่าั้ ถึงัมีวันเิาดั่งดวงะัภายใต้เัหนาทึบ เฉกเช่นดั่งเมืองนี้ ที่เนั้นหนาทึบแต่แสงดวงะั็ยังคงสาดส่องเิา ให้คนเรานั้นมองเห็น
ลานหน้าบ้านผู้อาวุโสใหญ่แ่ตระกูลเซี่ย ยามเฉิน(07:00 - 08:59)
ย้า
ยะ
ปรากฏเด็กหนุ่มวัย สิบหกย่างสิบเจ็ด ผู้หนึ่งกำลังนั่งเก้าอี้อากาศและฝึกต่อยสลับมือไปด้านหน้าอย่างต่อเนื่อง จนเหงื่อไหลร่วง ดั่งหยดน้ำฝนเม็ดใหญ่
" ลูกเยี่ย ฝึกพอได้แล้ว เข้าาินข้าวเช้าก่อนเถอะ เดี๋ยวข้าวเช้าจะเย็นเอาหมดนะ " สุ้มเสียงอ่อนโยนอิสตรี ตะโกนกล่าวบอก ดังออกมาจากภายใเคหสถานอาศัย
" ขอรับ " สุ้มเสียงนุ่มสดใสเด็กหนุ่มกล่าวตอบกลับ
"เซี่ย ไป๋ เยี่ย หลง" แซ่นามนี้คงมิมีผู้ใดไม่รู้ั หากอาศัยู่ภายใต้ผืนฟ้าแ่เมืองเาปลิดะั เพราะเมื่อประมาณ สิบถึงสิบเอ็ดปีก่อนนั้น เกิดเหตุการณ์ถึง สี่เรื่องที่ทำให้ทั้งเมืองต้องตกตลึงงัน "บุตรชายบุญธรรมผู้อาวุโสใหญ่แ่ตระกูลเซี่ยถูกรอบทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส แปดปีต่อมาหลังจากนั้นตระกูลฉู่ยกเลิกการมั่นหมาย หักหน้าผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลเซี่ย ไข่มุกมังกรเบิกปราณสวรรค์ถูกขโมยสาบสูญหาย สาขาตระกูลเฟินตั้งถิ่นฐานยังเมืองเปลิดะั" จึงทำให้ชาวเมืองใกาลนี้ขนานนามเหตุการณ์เหล่านั้นว่า " แผ่นผ้าใต้คอมังกรราตรีกาล "
เอี๊ยด เสียงเปิดประตูดังเบาบาง
ปรากฏชายวัยกลางคนใกล้ชรารูปร่างกำยำ เค้าหน้าตาคมดูดีไว้หนวดเคราลักษณะตอสั้น เดินเข้ามาภายใเคหสถานแล้วนั่งยังโต๊ะรับประทานอาหารกลางบ้านด้วยท่าทางหมองเศร้าเล็กน้อยถึงปานกลาง
" เกิดอะไรขึ้นหรือขอรับ ท่านพ่อ? ลูกเห็นท่านหม่องเศร้าขุ่นเืงยิ่ง " หนุ่มน้อยแก้มป้องเต็มด้วยข้าวชำเลืองตากล่าวคำถาม
ชายวัยกลางคนใกล้ชราสอดส่ายสายตามองตา ภรรยาแลเด็กหนุ่มหนึ่งครา ก่อนจะถอนหายใจ " เฮ้อ " และกล่าวบอกคลายความกังวลสงสัย " เรื่องใวันนี้พวกเจ้าคงจะทราบข่าวมาแล้วบ้างพอสมควรว่า คุณชายตระกูลเฟินจะมาเยี่ยมเยือนกระชับมิตรกับตระกูลเซี่ยเรา แต่ทว่านั่นมันเป็นแค่เรื่องบังหน้า " ชายวัยกลางคนใกล้ชรากำหมัดแน่น " เบื้องลึกนั้น...."
สถานที่ประชุมตระกูลเซี่ย ช่วงเวลายาม เหม่า (5.00 - 6.59) ภายให้องประชุมขนาดใหญ่ คน 9 คน นั่งเก้าอี้วางตรงข้ามกัน กำลังถกเถียงเรื่องคุณชายน้อยตระกูลเฟินกันใหญ่
จนชายวัยกลางคนนั่งด้านหน้าตรงกลางระหว่างสองฝั่งตะโกนออกมาคำดังลั่น คำใหญ่
" เงียบ "
ตู้ม เสียงไม้หนาระเบิดแตกกระจาย
" คงซือ "
" หื้ม " เซี่ยคงซือยกมือขึ้นระงับคำบอกกำลังจะกล่าวชายวัยกลางคนใกล้ชราฝั่งซ้าย " ข้ารู้แล้ว " สองตาจดจ้องยังหน้าประตู
ตู้ม
เสียงระเบิดทางด้านประตูเกิดดังสนั่น เปลวเิงสีแดงชาดลุกไหม้เผาประตูลับที่ทำมาจากหินจนเป็นเถ้าถ่าน
ปรากฏชายสามคนยื่นู่เบื้องนั้น ก่อนค่อยๆย่างก้าวกันเข้ามา เริ่มจากชายตรงกลางตรงหน้าสุด
" ขออภัยขออภัยจริงๆ เีเราผู้น้อย หึ เีเราผู้น้อย คิดว่า ตระกูลเซี่ยที่ยิ่งใหญ่ ทั้งการค้าขายและยุทโธปกรณ์เป็น ัดับ สอง เมืองคงจะมียุทโธปกรณ์คุ้มกันที่แน่นหนาไว้ภายใไม่น้อย ที่สามารถป้องกันได้แม้แต่เศษเสี้ยวังัน้อยนิดเราจนหมดจด แต่เมื่อมาเห็นกับตา ลองกับมือ ที่ไหนกัน เฮ้อ " บุรุษหนุ่มยิ้มมุมปากสองตามองพื้นต่ำ " หวังว่าท่านจะไม่ถือโทษโกรธเรานะ ท่านเจ้าตระกูล " เฟินเจวี๋ยปี้กล่าวอย่างใจเย็น
" เหอะ " คงซือถอนหายใจเบือนแสร้งหน้ายิ้มรับ
" ขออภัย ถือโทษ งั้นรึ? " คงซือกล่าวางมองยังใบหน้าบุรุษหนุ่ม ตุบ เสียงตบที่ว่างมือเก้าอี้ดังคนันลุกขึ้นพร้อมเสียงกล่าวคำรามดัง " ไม่ต้องมาพูด่ามแสร้งนอบน้อมเป็นคนซื่อต่อหน้าข้า เฟินเจวี๋ยปี้ เจ้า มา ด้วยเหตุใด "
คงซือกล่าวจบด้วยน้ำเสียงอำมหิต และกล่าวต่อ " หากเป็นเรื่องนั้น กำหนดเรา ื อีก สาม เดือน "
" ใช่แล้ว ใช่แล้ว อีกสามเดือน เมื่อถึงตอนนั้นพวกท่านคงจะมิอาจยื้อเวลาระหว่างข้ากับนางได้อีกแล้ว ดั่งที่เคยเป็นมา เพราะภายใวันนั้น จะเป็นทั้งวันประลองแสนสำคัญ และวันประกาศการเชื่อมสัมพันระหว่างสองตระกูลเรา โดยการแต่งงาน ข้า กับบุตรสาว ผู้อาวุโสเก้า อย่างเป็นทางการ เป็นธรรม โดยไร้การขู่เข็นใดๆ จิ๊จิ๊จิ๊ "
" แต่ทว่า สามเดือน เนี่ยมันนานาเลยนะ ข้าน่ะเป็นคนใจร้อนแต่็เป็นคนมีสัมมาคารวะ เลยอยากจะมา
บอกพวกท่านที่เป็นดั่งญาติผู้ใหญ่นางก่อนว่า ข้าจะรับตัวนางมาู่ใตระกูลข้าตั้งแต่วันนี้ เป็น ต้น ไป เพื่อเป็นการศึกษาดูใจ "
ตู้ม กำปั้นเจ้าตระกูลฟาดลงโต๊ะประชุมไม้จนแหลกละเอียดลอยกระเดนขื้นกลางอากาศ
เฟินเจวี๋ยปี้ไม่สนสิ่งใดแสดงการคารวะอย่างนอบน้อมด้วยความรวดเร็ว ก่อนค่อยๆหันหลังเดินจากไปด้วยทีท่าสงบใจเย็น
" เจ้าคิดจะ หยามเกียรตินางและพวกเรางั้นรึ " สุ้มเสียงอำมหิต สองตาจ้องพิฆาต
เฟินเจวี๋ยปี้หยุดชะงักหันข้างชำเลืองตามอง " ไม่เลย ไม่เลย ท่านเข้าใจผิดแล้ว ตัวข้าไม่อาจบังคับใคร หากนางผู้นั้นไม่ยินยอม และอีกอย่างข้าเอ่ยขอนางจาก
ท่านรึยังล่ะ ็ไม่หนิ อย่าคิดเองเออเองสิ "
" เฟินเจวี๋ยปี้ " คงซือกระโจนพุ่งตัว ง้างหมัด พุ่งเข้าใส่หมัดตรงยังศีรษะเฟินเจวี๋ยปี้ด้วยความรวดเร็วสูง
ทันใดนั้นก่อนที่หมัดจะได้แตะต้องทำลายศีรษะ บุรุษหนุ่ม ปรากฏชายวัยกลางคนใกล้ชราผู้หนึ่งใช้มือเข้ารับหมัดนั้นไว้อย่างทันท่วงที จนมือทั้งมือเกิดรอยแผลแทบัทั้งมือ
" เอี้ยเฉิน!! "
ชายผู้นั้นืผู้อาวุโสใหญ่ที่นั่งู่ฝั่งซ้าย เอี้ยเฉิน เขาไม่พูดตอบกลับแต่อย่างไร กระทำเีส่ายหน้าเป็นคำบอก
" แต่ว่ามัน " ชโงกนิดมองด้านหลังเอี้ยเฉิน เฟินเจวี๋ยปี้หายไปแล้วไร้ร่องรอยใดตามสืบค้น
" ชิ ตาแก่สองตัวนั่น "
" หนึ่งปี กับอีก สามเดือน " เอี้ยเฉินพูดขึ้น " เรายื้อมาาพอแล้ว " คำกล่าวพร้อมด้วยน้ำเสียงหดหู่แต่แฝงด้วยความเด็ดขาด กล่าวบอกยังเซี่ยคงซือที่กำลังเจ็บแค้นโมโห จนพาให้คนเบือนหน้ามองต่ำต้องจำยอม
กริ๊ด
" อะ อ๊า " " ท่านชาย ได้โปรด อย่าทำเช่นนี้ อ๊า " หญิงสาวใชุดผ้าบาง กล่าวางร้องครางพร้อมร่างกายพยายามสะบัดดิ้นรน ใขณะที่ร่างถูกกดทับ สองมือถูกตรึงด้วยมือสองข้าง ชายหนุ่มลุกไล่ไซ้คอ สูดดม กัด เลีย ซ้ายขวา จนหญิงสาวต้องร้องและครางออกมาพร้อมกับหลั่งน้ำตา
" อ๊า อย่าพูดเช่นนี้สิ มันทำเหมือนข้าเป็นผู้กระทำผิดเช่นไร็ไม่รู้นะ " ชายหนุ่มดึงตัวขึ้นจากซอคอัหอมหวนหญิงสาว " แต่ถึงมันจะผิดจริงๆ็เถอะ เจ้าคิดว่าภายใเมืองนี้ จะมี ใครสนกันเล่า " เฟินเจวี๋ยปี้ปลดเปลืองอาภรณ์ท้อนบนออกด้วยมือหนึ่งข้าง และใช้อาภรณ์นั้นมัดมือทั้งสองข้างหญิงสาวไว้กับหัวเตียงไม้
ก่อนจะค่อยๆบรรจงนำแก่นกายออกมา นำมือซ้ายจับมันชักขึ้นชักลงเล็กน้อยด้วยความเร็วเบาบางธรรมดา และเขาจึงใช้หัวมังกรที่ทะนุบำรุงมา จ่อยังหน้าปากถ้ำแดงบริสุทธิ์ ปราศจากแก่นมนุษย์ชีวิตใดลุกล้ำ เขาจับมันถูขึ้นถูลงช้าๆหน้าปากถ้ำอ้า ท่ามกลางผ้าัเบาบางักั้นไว้
อื้อ
น้ำตกใสหลั่งไหลอาบหัวมังกร
" เอาล่ะนะ " เฟินเจวี๋ยปี้โน้มตัวเตรียมเอาทั้งหัวแลลำตัวมังกรเอ็นนำเข้าถ้ำ
หนึ่ง
สอง
สาม
ตู้ม
กำแพงถูกกระทบแตกละเอียด ร่างคนลอยกระเด็นผ่านหัว ดวงตาเฟินเจวี๋ยปี้เบิกโง คนใช้ังวิญญาณ ดึงชุดทีู่่ไกลเข้ามาสวมใส่ ง้างหมัดเสริมกำลังเตรียมพุ่งเข้าสังหาร ทว่าร่างชายคนนั้นกลับถูกทำร้ายจนสลบู่ก่อนแล้ว
เสียงชายหนุ่มผู้หนึ่งดังขึ้น " แหม แหม เข้ามาโจมตีคนไม่รู้ั เช่นนี้ ได้เช่นไรเล่า "
" โต๊ะนี้ ็ไม่เห็นมีใครมานั่งจองไว้ก่อนหนิ ดังนั้นผม็มีสิทธิ์ถูกมั้ย "
เฟินเจวี๋ยปี้เดินออกมาตามแสเสียง พบผู้อาวุโสทั้งสองยืนขนานดูเหตุการณ์ู่หน้านั้น คนเดินเข้ามาหยุดตรงกลาง ใบหน้าคนเชิดขึ้นดวงตามองเบื้องล่าง พบชายนิรนามผ้าคลุมหัวสีขาวใชุดขาว นั่งไขว่ห้าง มือหนึ่งยกจิบน้ำชาอย่างไม่รู้สึกรู้สาถึงสิ่งใด
รอยขมวดเกิดยังใบหน้าเฟินเจวี๋ยปี้ สุ้มเสียงอำมหิตบังก่อกล่าว " มัน เป็น ใคร "
ช่วงเวลาก่อนเริ่มหัวค่ำ ณ หน้าเคหสถานใกล้รกร้างท้ายซอยหนึ่งเมืองเาปลิดะั ชายวัยกลางคนนั่งโศกเศร้าร่ำไห้ท่ามกลางยามสนธยาใกล้ค่ำ
เสียงสะอึกสะอื้นกับหยดน้ำตาแสนอาวรณ์นั้น ร่ำร้องพรรณนาถึงบุตรสาวช่างเจ็บปวดรัญจวนจนถึงแก่นใจ
เสียงประตูเปิดออกเบาบางเช่นลม คนหยุดสะอื้นคร่ำครวญหา หันเอี้ยวซ้ายทั้งมือปาดน้ำตา
ชายหนุ่มอายุดูแลไม่น่าถึงสามสิบห้าปีผู้หนึ่งยืนกางร่มกระดาษสีดำยามสนธยาใกล้ค่ำไร้ฝน
คนดวงหน้าคมคายหล่อเหลาหมดจดเรียกเทพบุตร ทรงผมสั้นแปลกตา เขาช้อนผมด้านหน้าและด้านข้างทั้งสองไปด้านหลัง เหลือไว้เีกลุ่มผมกลุ่มหนึ่ง รวบเป็นคล้ายเส้นเดียวกันห้อยลงมาู่ตรงบริเวณกลางหน้าผาก ใส่ชุดด้านใสีขาวบริสุทธิ์ตัดขอบด้วยสีดำ มีผ้าคาดเอวสีมาเจนต้า ส่วนผ้าด้านล่างเป็นกระโปรงขาวบางที่ถูกตัดกลางเปิดหว่างขาให้เดินเหินง่าย ภายใต้กระโปรงสวมกางเกงขาว ด้านนอกด้านบนบริเวณตัวสวมใส่เสื้อคลุมสีขาวยาวจรดตาตุ่มทับซ้อน โดยเสื้อคลุมสีขาวขอบดำนี้เปิดด้านหน้าเอาไว้ให้เห็นชุดด้านใ ทำให้ดูรวมๆนับว่าไม่ต่างอะไรจากเทวดาเทพบุตรเดินดิน
ชายวัยกลางคนหากมิใช่ชายผู้ทุกข์โศกคงกลายเป็นดรุณีเพ้อเจอรักแรกพบเป็นแน่ ชายผู้นี้มิเีมีใบหน้าหล่อเหลาเกินมนุษย์ เขายังมีองค์ประกอบชุดเสื้อผ้าอาภรณ์แปลก เชิดชูความงามัเหนือล่ำก้าวข้ามทั่วหล้า เีแค่อีกก้าว็นับว่าข้ามผ่านล้ำไตรภพ
ชายหนุ่มมองมายังชายชราวัยกลาง ก่อนจะชำเลืองมองฟ้าคราหนึ่งและกล่าวอย่างนิ่มนวลว่า " ท่านผู้อาวุโสข้าน้อยอัลเบียนรู้สึกว่าอีกไม่ฝนคงจะตกแล้ว เชิญเข้ามาหลบฝนภายใสำนักงานเราก่อนดีกว่า "กล่าวจบางเอานิ้วชี้ขึ้นด้านบน
" สำนักงานเรอะ? "ชายวัยกลางคนฉงนมิน้อย หากชายหนุ่มไม่ชิ้นิ้วค้างบอก คอยตาเขาเงยขึ้นมองคงมิอาจได้เห็นป้ายอักษรไม้เก่าๆแขวนู่ เขียนว่า "สำนักงานรับจ้าง แลกเปลี่ยน สารพัด"
ชายวัยกลางคนลุกขึ้น " ข้าเซี่ยเซียวหยง ผู้อาวุโสเก้าแ่ตระกูลเซี่ย มิทราบว่าแถวนี้มีคนู่ ข้าคงรบกวนแล้ว เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน " หลังกล่าวจบเตรียมตัวเดินจากลา เม็ดฝนจากฟากฟ้า็ตกซาลงมา-่าใหญ่
ชายวัยกลางคนหันกลับมาเห็นชายหนุ่มเตรียมท่าต้อนรับด้วยรอยยิ้ม " เชิญ "
เซี่ยเซียวมองยังแผ่นฟ้า นึกถึงถ้อยวาจาคนภายใตระกูลััต้องเข้ามาบอกกล่าวปลอบประโลมแด่เขา เซี่ยเซียวหยงก้มหน้าแววตาหม่องเศร้า แลหันกลับมามองยังใบหน้าชายหนุ่มที่ท่าเตรียมต้อนรับด้วยรอยยิ้ม เซียวหยงมิมีทางเลือกจึงจำใจต้องเข้าไปตามคำเชิญชวน
เมื่อเข้ามาด้านใเซี่ยเซียวยังคงู่ใวังวนความหมองเศร้า กระนั้นเขา็ยังคงรู้สึกถึงอีกสี่ชีวิต
นอกเหนือจากอัลเบียน ภายใร้านอย่างชัดแจ้ง แม้ตอนนี้ดวงตาเขาัเห็นเีแค่สามคน็ตาม ไม่รวมอัลเบียน
อัลเบียนเชิญชายวัยกลางคนนั่งโต๊ะกลางร้าน ก่อนจะเริ่มแนะนำชีวิตทั้งหมดให้รู้ถึงทราบ เริ่มจากชายนั่งฝั่งด้านซ้ายเซี่ยเซียวหยงแลนั่งตรงข้ามกับตัวเขา อัลเบียน " ชายที่นั่งู่โต๊ะเดียวกับเรามีนามว่า กิลด์ เขาเป็นหนึ่งใผู้ก่อตั้งเช่นเดียวกับผมแลทุกคน ณ สำนักงานแ่นี้ ที่ท่านผู้อาวุโสได้รู้เห็น กิลด์เขาทำงานเป็นหน่วยงานตามล่าจับกุมสำนักงานเรา "
กิลด์นั่งเก้าอี้ทิศตรงข้างเซี่ยเซียวหยงกำลังดื่มเหล้าองุ่นรสดีู่อย่างสบายใจ็ลุกขึ้นเคารพแด่ชายชราวัยกลางคนอย่างเซๆ
ชายนามกิลด์มีใบหน้าคล้ายคนอายุสี่สิบปีที่ไม่มีรอยเหี่ยวย่น บนใบหน้ามีหนวดเคราลักษณะตอสั้น ทรงผมนั้นยุ่งเหยิงยาวจรดถึงบ่า ลักษณะเสื้อผ้าภายใมิอาจเห็นได้ ด้านนอกสวมผ้าคลุมยาวสีขาวยาวจรดตาตุ่ม
ภายใด้านใ กำแพงห้องมีลักษณะเป็นแปดเหลี่ยม มีโต๊ะทรงกลมคู่เก้าอี้วางเกือบตรงกลางห้อง มีที่นั่งัสามารถนอนไดู้่ฝั่งซ้ายใกล้บันไดลงประตูทางเข้า ทางขวามีสถานบริการเครื่องดื่มภายใบ้าน
อัลเบียนเอี้ยวหน้าเล็กน้อยใช้ปลายตามองยังชายที่ยืนเช็ดแก้วู่ ณ สถานบริการเหล้าเครื่องดื่มภายใบ้าน " ส่วนชายตรงนั้นมีชื่อเสียงเรียงนามว่า ซีค เขาเป็นหน่วยงานคุ้มกันิค้าสำนักงานเราและทำงานคู่กับกิลด์ขอรับ "
ซีคผโงกหัวคราหนึ่งช้าๆทำเคราพชายวัยกลางคน ชายวัยกลางคนเซี่ยเซียวหยง็ตอบรับทำเช่นเดียวกัน
ซีคมีลักษณะเป็นชายคล้ายวัยสามสิบปี บนใบหน้ามีหนวดเคราไม่ยาวไม่สั้น ทรงผมนั้นเป็นแบบทรงเสยขึ้น ไปด้านหลัง ส่วนเสื้อผ้านั้นมิใส่ด้านบน เปลือยท่อนบนตลอดเวลา
อัลเบียนหันกลับใช้มือชี้ยังชายที่นั่งใกล้ประตูที่สุดด้านหลังชายวัยกลางและกล่าว " ชายที่โฟฟาผู้นั้นมีนามว่า รัชชานนท์ เรียกสั้นๆว่า แคน หรือ รัชชา เขาเป็นหน่วยงานคุ้มกันบุคคลและงานตรวจสอบคุณภาพิค้าแ่สำนักงานรับจ้างสารพัดเรา "
รัชชานนท์พนมมือไหว้ทำความเคราพพร้อมกับกล่าวคำทักทาย " สวัสดีครับ " เซี่ยเซียวหยง็ยกมือคำนับรับตอบคำทักทายให้คราหนึ่ง
ชายนามรัชชานนท์เป็นชายหนุ่มอายุราวยี่สิบห้าปีมีใบหน้าหล่อเหลาบ้างบางมุม ลักษณะเสื้อผ้าเหมือนดั่งกิลด์
" ส่วนอีกคนนามว่าฟีนิกซ์ แต่พวกเรามักเรียกเขาว่ากระตั้วน้อย เขาเป็นหน่วยงานจัดหาิค้าให้แก่สำนักงานรับจ้างแลกเปลี่ยนสารพัดเรา โอ๊ะ ออกมาพอดีเลย " อัลเบียนกำลังจะแนะนำสหายอีกคนให้รู้ั ทว่าใเวลานั้น ็มีร่างออกมาจากเงาแสงไฟ เริ่มแรกทั่วทั้งร่างคลุมด้วยเงาสีดำก่อนที่มันจะแตกออกคล้ายฟองสบู่
ปรากฏร่างชายหนุ่มอายุราวยี่สิบห้าปี ใบหน้ามีรอยแผลเป็นจากสิวและสิว โครงหน้าดูเฉกเช่นบุรุษดูเหมือนหล่อบางมุม ใส่ชุดผ้าลักษณะคล้ายดั่งคนเชิญชวนเขาเซี่ยเซียวหยง
คนทำความคารวะเซี่ยเซียวหยงแบบขอไปทีคราหนึ่ง ก่อนจะเดินมุ่งไปหาตู้แปลกอย่างที่เซี่ยเซียวหยงมิเคยเห็น และเปิดมันค้นหาบางสิ่ง
" ฟีนิกซ์ น้ำวิตามินรสทับทิมใตู้เย็นมันหมดแล้วนะ ไม่ต้องหาหรอก " อัลเบียนกล่าว
" อ๋อ หรอ แล้วใครมันกินอะ " ฟีนิกซ์เสียงใสซื่อหน้าซื่อราวเด็กน้อย กล่าวพร้อมมองอัลเบียนและสอดส่ายสายตามายังอีกสามคนด้วยท่าทีคงเดิมเฉกเช่นคนสงสัย
ทันใดนั้นเสียงกิลด์็เปล่งตะโกนดังออกมาราวคนเมาว่า " ใครกิน ไม่รู้ ไม่รู้ กูไม่เกี่ยว กูเมา กูคนบ้า ไม่ต้องมายุ่งกับกู กูมิทราบ กูหลับล่ะ ครอก " กิลด์กรนเสียงดังสนั่นหลังกล่าวจบ
" หลับไวจริงๆนะสัตว์ " แคนกล่าวเสียงสั่นประชด
" ขอบอกตรงนี้ " เสียงตะโกนดังสนั่นฉับันราวราชสีห์คำราม ณ สถานบริการเหล้าเครื่องดื่มภายใบ้าน เสียงนั้นราวกับผู้กล้าหาญแ่ยุค ผู้ประดุจราวเทพเจ้าให้วงฝันและทันใดนั้นเสียงมัน็เปลี่ยนไป เป็นเสียงเล็กแหลมคล้ายหนูใทันใด " ผม ไปกินก๋วยน้ำตกดีกว่า "
" โห ไอ้ตัวนี้หนักเลย " แคนกล่าวางหัวร่อเอามือหนึ่งเกยหน้าผากส่วนมือถือแก้วน้ำส้มเตรียมดื่มหลังกล่าวจบ
" อัลเบียนใครเป็นคนกินอะ นายกินรึเปล่า " ฟีนิกซ์กล่าวเสียงใสถามอัลเบียน
อัลเบียนนั้นสีหน้าปกติกล่าว "ผม็ไม่รู้ หรอกนะ " นิ้วมือชี้ยังแคน ทำเอาน้ำใปากแคนพุ่งพรวดใทันที
" ปากบอกไม่รู้ แต่นิ้วมือชี้มาทางกูเชียวนะ " แคนเอามือเช็ดปาก
" เดี๋ยวก่อนฟีนิกซ์!! " แคนตะโกนพร้อมยื่นมือไปด้านหน้าขึ้นทันควัน หลังเห็นฟีนิกซ์เข้ามาใกล้ตนพร้อมเลื่อยไฟฟ้าออกมาจากแหวนมิติ
" กูยังไม่ได้กิน กูแค่เอาไปซ่อน " แคนกล่าวอย่างลนลาน
ฟีนิกซ์กล่าวต่อด้วยเสียงโมโหหิวปานกลาง " ถ้าเอาไปซ่อน็เอาออกมา ถ้าไม่ส่งมา "
" ให้เธอมี.. " แคนขับลำนำสีหน้ายิ้มางหัวร่อบางช่วง
ฟีนิกซ์ขับลำนำต่อแคนางยิ้มหัวร่อเช่นกัน
จากนั้น็ แปะ เสียงตบหัวสนั่น
" มึงจะเอาให้ติดลิขสิทธิ์เลยมั้ยเล่า " ฟีนิกซ์ยกเครื่องประหารชีวิตเตรียมเข้าหั่น
ทันใดนั้น
" เดี๋ยวก่อน!! " แคนพยายามกลั้นขำและเดินเข้าไปหาฟีนิกซ์ด้วยสีหน้าเคร่งขรึมจากนั้นจึงกล่าวด้วยเสียงหล่อเหลาว่า " ทางที่ดีืทางลาดยาง ทางรอดจากสถานการณ์ ืจ่ายค่าลิขสิทธิ์ เกี่ยวอะไร งงมั้ย ใช่กู็งง กูวิ่งล่ะ "
เสียงเปิดประตูดัง คนหนึ่งวิ่งไป คนสองวิ่งตาม การกระทำทั้งสอง เซี่ยเซียวหยงหน้านิ่งางคิดขึ้น ' บัดซบอะไรเนี่ย ' แม้เขาจะเป็นผู้ใหญ่แล้ว แถมยังู่ใแววหมองเศร้า ยังอดครุ่นคิดเช่นนี้ไม่ได้
" สองคนนี้เขารับมุขกันน่ะ ไม่ต้องตกใจหรอกครับ " อัลเบียนกล่าวบอก
เสียงเปิดประตูดังขึ้น ชายร่างอ้วนท้วนวัยกลางคนสวมเสื้อผ้าอาภรณ์ราคาแพง เซี่ยเซียวหยงมองดูเีแวบ็จดจำได้ " อ้าว พี่ถงหลางมิใช่รึ "
" อ้าวอ้าว น้องเซี่ยเซียวหยงมิใช่รึ เจ้ามาทำอะไรที่นี่ล่ะ " ถงหลางเดินเข้ามาด้านข้างเซี่ยเซียว
" รึว่า " ถงหลางเอื้อนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบ
" มิใช่เช่นนั้น มิใช่เช่นนั้น ตัวข้าผู้อาวุโสเก้าผู้ตำแหน่งเล็กจ้อย ไหนเลยัมีสิทธิ์บังอาจคิดเช่นนั้น " คำว่า บังอาจคิดเช่นนั้น สุ้มเสียงที่เอื้อนเอ่ยออกมาราวคนคิดแค้นโกรธเืง แต่็คงไว้ด้วยความสิ้นหวังภายใลมหายใจสุ้มเสียง
" อืม แล้วท่านล่ะ มาทำอะไรใที่แ่นี้ " เซี่ยเซียวหยงหน้าใบหมองเศร้า แต่็ฉงนยิ่งนักมิคาดมิยักคิดสำนักงานหน้าร้านเก่าๆใที่ใกล้กันดารเช่นนี้มีค่าพอให้ตระกูล "ถง" ลำดับสองแ่โลกการค้า ณ เมืองเปลิดะัย่างกายเข้ามาเยือนเชียวฤา
หากกล่าวถึงสำนักคุ้มกันภัยสำหรับพ่อค้าแล้ว มัน็เสมือนกับปราการยักษ์ป้องกันสวรรค์ ที่ทำการคุ้มกันมิให้ิค้าสูญหาย หากสูญหายแม้จะได้รับค่าชดเชย ทว่า็จะสูญเสียความน่าเชื่อถือทางการค้าไป ด้วยเหตุนี้ผู้ทำการค้าจึงจำต้องเลือกสำนักคุ้มกันภัยที่เปรียบดั่งปราการยักษ์ป้องกันสวรรค์มิให้พังทลาย
" ถามแปลก มาสำนักงานรับจ้าง ็ต้องมาจ้างงานสิคิดว่าข้าจะมาหาหนูกินรึไง อะ ฮะ ฮา ฮ่า "
ถงหลางกล่าวแกมหยอกเล่น เนื่องเห็นใบหน้าคนหมองเศร้า
" พี่หลางข้ามิได้หมายความเช่นนั้น ข้ามะ "
" โอ้ เจ้าเป็นลูกค้าใหม่ิะ " ถงหลางกล่าวตัดหลังฟังคำกำลังจะอธิบาย ถงหลางกล่าวต่อพร้อมอัลเบียนที่เชิญทั้งสองนั่ง " ข้าจะบอกให้ เจ้ายังไม่รู้อะไร แม้ว่าสำหรับพวกเราตระกูลพ่อค้าใหญ่แล้ว สำนักคุ้มกันภัยระดับสูงจะเสมือนกิ่งทองกะใบหยก ทว่าการคุ้มกันบางครั้ง็มัน็หละหลวมเกินไปไม่สมราคา "
" ที่สำคัญเลยนะน้องเซี่ยวหยงืิค้าที่ส่งไป บางครั้งมันเสียหายไม่น้อยเลยนี่สิ เจ้า็รู้สำหรับเรื่องนี้พวกเรามันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แม้จะค้าขายได้ทว่าความน่าเชื่อถือนี่สิ เีมิกี่ชั่วยาม็ว่ากันไปปากต่อปากแล้ว "
" แต่รู้อะไรมั้ย นับตั้งแต่ที่เขาเจอข้า ข้าจ้างเขา ็มิเคยมีิค้าขายส่งใดบุบสลาย สิ่งต้องจ่ายกลายเป็นลดลง เจ้าแ่สมาคมการค้า จื่อ กง จี้ ยังต้องเอ่ยคำชมเลย ฮะ ฮา ฮ่า "
เรื่องคำชมเป็นที่รู้กันดีใหมู่แวดวงผู้ทำการค้าขายรายน้อยใหญ่ เซี่ยเซียวหยงแม้ตัวเขาจะมาจากตระกูลเซี่ยัมิใช่ตระกูลค้าขายโดยตรง แม้เช่นนั้นตระกูลเขา็ยังคงได้รับชื่อเป็นตระกูลผู้ค้าขาย เพราะตลอดมาหลายช่วงชีวิตคนตระกูลเขา็นำส่งิค้าขายชั้นเริ่ดเข้าสู่ตลาดมาตลอด
ถึงแม้กระนั้นตระกูลเขาัมีชื่อจากเรื่องนี้เช่นไร ทั้งมิใช่ตระกูลค้าขายด้วยซ้ำ กลับมิเคยได้รับคำชมจาก
จื่อกงจี้ แม้เีนิด อย่าว่าแต่ตระกูลเขาหากแต่สำนักใหญ่ๆหลายแ่ จวบจนปัจจุบันมีเีหนึ่ง นั่นื ตระกูล ถง
' เหตุแท้เป็นเช่นนี้ 'เซี่ยเซียวหยงยังอดลอบครุ่นคิดตื่นใจมิได้ สำนักงานเล็กๆเช่นนี้กับศักยภาพ ัน่าตระหนกนับว่าแปลกตาที่ได้เห็นยิ่ง
" เออ คุยกับเจ้าเินเกินเวลาแล้ว หากคราวหน้าวันใดมีเวลาข้าจะขอเยี่ยมเยือนน้องเซียวหยงและตระกูลเซี่ยสักหน่อยแล้ว " ถงหลางกล่าวางยิ้ม
เซี่ยเซียวหยงตอบรับ ทั้งสองสิ้นสุดการสนทนา ถงหลางลุกขึ้นเดินเข้าหาซีค
ซีคโค้งตัวต้อนรับลูกค้าครั้งหนึ่ง ก่อนพูดขึ้นกล่าวถาม " คุณลูกค้าได้นำบัตรสมาชิกมาหรือไม่ "
" อ๋อ เอามา เอามา " ถงหลางหยิบสิ่งที่เรียกว่าบัตรออกมา ลักษณะหน้าตาสีดำกว้าง สองถึงสามนิ้ว ยาวสามถึงสี่นิ้ว ไม่บางไม่หนาเกิน ทว่าแข็งพอประมาณไม่หักง่าย ทั้งด้านหน้าด้านหลังมีลวดลายคลายดอกไม้ ร่างลายเป็นมังกรอสูรขาวู่เป็นฝั่งข้างหนึ่ง ส่วนที่ว่างสลักด้วยชื่อตัวผู้นำทาง
ซีคหยิบบางสิ่งขึ้นมา ลักษณะมันสี่เหลี่ยมผืนผ้าเป็นกล่องขนาดเล็กสีดำและมีช่องเสียบบัตร
ก่อนกิลด์จะกล่าวทักท้วงการกระทำ " ซีค เครื่องอ่านบัตรเครื่องนั้นมันเสียแล้ว เมื่อวานฟีนิกซ์เอาไปเหวี่ยงเล่นน่ะ "
" หรอครับ " " งั้นกรุณารอสักครู่นะครับคุณลูกค้า "
ซีคหยิบเครื่องอ่านบัตรสมาชิคใต้เค้าเตอร์ขึ้นมาเปลี่ยน หลังซีคเสียบบัตรข้อมูลเข้าเครื่อง เครื่องจึงฉายอักษรสีขาวทีู่่ใกรอบสีทองพร้อมไฟให้องที่หรี่ลง รายระเอียดอักษรประกอบด้วย ข้อมูลส่วนตัวสมาชิก รายการคำสั่ง แต้มสะสมและระดับสมาชิก
" วันนี้มิทราบว่าท่านจะมาทำรายการคำสั่งอย่างใดหรอครับคุณลูกค้า " ซีคกล่าวถามางเอานิ้วมือสัมผัสใกรอบอักษรรายการคำสั่ง
" ข้ามาทำรายการส่งิค้าและต้องการให้ค้นหากระดูกวิญญาณสัตว์วิเศษระดับพันปีส่วนหัวหรือตัวจากสัตว์วิเศษประเภทใด็ได้ เอามาส่งให้ข้า ณ ที่บ้าน ภายใเจ็ดวันนับตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปนะ ฝากด้วยล่ะ "
' กระดูกวิญญาณสัตว์วิเศษระดับพันปีเชียวรึ? พี่ถงหลางมิจ่ายโจทย์ยากไปรึไงกัน เกรงว่าแม้สำนักนักล่าระดับสูง ณ เมืองเปลิดะัยังคงมิอาจกล้ารับปากว่าัสามารถหามันได้ '
หากกล่าวถึงบรรดาสัตว์วิเศษาหน้าหลายตา สัตว์วิเศษระดับพันปีหมื่นปีนับว่ายากจะพบพอควรภายใเาปลิดะั แต่ถึงแม้มันจะหายาก ทว่านั่น็ยังมิอาจเทียบเท่า กระดูกวิญญาณ ซึ่งมีโอกาสพบยากยิ่งกว่า เีอยากพบเีครึ่งยังต้องพึ่งหวังโชคชะตา หนึ่งใร้อยสัตว์วิเศษเดิม อาจเป็นการเสียเวลาหากต้องการหา
ซีคเรียกใช้ระบบคีย์บอร์ดสามมิติ นิ้วทั้งสิบจึงเริ่มร่ายเรียงรายระเอียดภารกิจ หลังเสร็จก่อนจะดึงบัตรออกซีคแวะดูแต้มสมาชิกและกล่าวบอก " ท่านลูกค้าแต้มสมาชิกท่านเต็มแล้ว ท่านสามารถนำมาแลกเป็นภารกิจไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายหนึ่งครั้ง หรือ นำมาแลกเป็นบริการยกเลิกคำสั่งผู้อื่น หากเป็นคำสั่งตายทางเรามีกลไกส่งการเตือนให้ท่านก่อน หลังจากนั้นค่อยรอรับคำยืนยัน แต่หากท่านต้องการที่จะใช้กับคำสั่งอื่นท่านต้องมาดำเนินการลงรายละเอียดที่ภายใร้านเราขอรับ "
" ถ้าเช่นนั้น เอาเป็นยกเลิกคำสั่งเป็นตายล่ะกันนะ " ถงหลางกล่าวจบ็ยกมือประสานกล่าวจากลาบอกทุกคนแล้วเดินจากไป
หลังถงหลางไปสักพักอัลเบียนจึงเริ่มกล่าว " ท่านผู้อาวุโสข้าน้อยรู้สึกท่านคงจะทราบพอสมควรแล้วเกี่ยวกับสำนักงานเรา เหตุนี้เรามาเริ่มคุยธุระเรากันดีกว่า " อัลเบียนไม่รอให้เซี่ยเซียวกล่าวตอบ " สิ่งที่ข้าต้องการื เด็กรับใช้ จะเป็นใคร็ได้ แต่มีข้อแม้ว่า " อัลเบียนหยุดกล่าวยกแก้วชาจิบน้ำชา
เซี่ยเซียวหยงสิ่งที่เขาต้องการืลูกสาว หากผู้ใดได้ฟังกล่าวสิ่งที่เขาต้องการ เกรงว่าคงต้องหัวร่อเบื้องแรกเป็นบ้าเป็นหลัง เพราะหากเป็นพวกโจรต่างถิ่นหรือพวกสติฟั่นเฟือน อำนาจตระกูลเซี่ยเป็นรองเีหนึ่งหาได้เป็นสาม รองใครใเมืองเปลิดะัอีกไม่ เรื่องแค่นี้จัดเองหรือไม่็จ้างพวกนักฆ่ากำจัดย่อมได้ ทว่าคนที่เอาบุตรสาวเขาไปหาใช่บุคคลเช่นดังคำกล่าว แต่หากเป็นคุณชายน้อยตระกูลเฟินผู้าด้วยกามตัณหา เซี่ยเซียวหยงหวั่นว่าแม้แต่นำไินนิลกาฬล้ำค่ามาเสนอคงเป็นได้แค่ลมผ่านหู ฉะนั้นคงมีแต่ต้องหยิบแย่งฉกชิงสังหาร แต่ใครล่ะจะกล้า คงมิบ้า็โง่ เกรงอัลเบียนยังไม่ทราบว่าผู้นั้นเป็นใคร พื้นเพมาอย่างไรถึงกล้ากล่าวยื่นข้อเสนอ
" เจ้ารู้หรือไม่ว่าเขา ใครเอาบุตรสาวข้าไป เขาื " เซี่ยเซียวกำลังกล่าวบอกเหตุสำคัญ ทว่าหาได้ทัน
อัลเบียนโผงกล่าวตัดบท
" คุณชายน้อยตระกูลอัคคีโลหิต เฟินเจวี๋ยปี้ ลูกรักหัวแก้วหัวแหวนเจ้าตระกูลเฟิน เฟินชิงเฉิง "
อัลเบียนกล่าวจบ ยกน้ำชาจิบอย่างสบายใจ
ขณะที่เซี่ยเซียวหยงตระหนกสักระยะ มิคาดชาย
นามอัลเบียนหาใช่งูไร้ตาเลื้อยหากัดเสาเข็ม ถ้าว่าทราบแล้วเหตุไฉนชายผู้นี้ยังคิดเป็นต่อเข้าตอแย
เซี่ยเซียวหยงคิดเท่าไหร่็มิอาจเข้าใจ เพราะเด็กรับใช้ไยมุ่งทำเยี่ยงนี้ มันช่างเป็นเหตุผลที่ยากจะยอมรับ ทว่าสายตาอัลเบียนหาได้โกหกเขาไม่
มันืเรื่องจริงแท้แน่นอนหากเขากล่าวว่าจ้าง
ทว่าสิ่งสำคัญกว่านั้นืการสังหารคนตระกูลเฟินหาใช่เรื่องธรรมดาง่ายดายปานปอกกล้วย ขนาดคนใช้ยังมีระดับฝีมือมิธรรมดาคาดอาจถึงขั้นใกล้เคียงระดับแนวหน้าเมืองเาปลิดะั
แต่ระดับคุณชายน้อยไยเล่าไหนเลยเอาบุคคลระดับคนใช้มาคุ้มครอง เพราะเีแค่ฝีมือตน็ลำพองได้ครึ่งเมืองไยอีกตนต้องการ
แม้เฟินเจวี๋ยปี้หาได้ต้องการ มารดาบุญธรรมสุดรักสุดหวง็ยากนักไว้ใจทางวางใจคน จึงส่งผู้อาวุโสบุรุษสองคนและบริวารสิบนายคอยตามติดพิทักษ์อารักขา
หากอัลเบียนประสงค์ทวงธิดาเซี่ยเซียวหยงคืนมา คงต้องฝ่าบุคคลเหล่านี้เสียก่อน งานเยี่ยงงี้อัลเบียนกล้ารับทำแสดงว่าข้อเสนอไหนเลยัธรรมดา
" งานเช่นนี้เกรงผู้ใดไหนใครกล้าทำ เจ้ากล้า เหตุว่าข้ากลัวข้อเสนอเจ้าไฉนเลยจะธรรมดา แม้ฟังดูแค่คนรับใช้ มันต้องย่อมพิเศษตาม เกรงว่าเด็กรับใช้ที่เจ้าหาคงจะพิเศษาเกรงว่าข้าไหนเลยมีปัญญาหา "
" คนเช่นนั้นจะต้องไร้ัง ที่สำคัญคนภายนอกไม่ค่อยสนใจเขาสักเท่าไหร่ " อัลเบียนกล่าวโผงตัดคำและนำน้ำชาขึ้นมาจิบต่อ
ปล่อยให้เซี่ยเซียวหยงอึ้งงุนงงเป็นไก่ตาแตกตาค้างไม่อาจกระพริบู่นานสองนาน อัลเบียนไม่รีรอช้าจับมือเซี่ยเซียวหยงขึ้นมาจับปากกาขีดเขียนสัญญาแล
ปั้มลายนิ้วด้วยหมึกแดง คนวางมือเซี่ยเซียวหยงลง จากนั้นลุกยืนกล่าวบอกซีคและกิลด์ว่า " ทำบัตรสมาชิกให้ผู้อาวุโสเซี่ยเซียวหยงด้วยนะซีค ส่วนนาย
กิลด์ไปหาสิ่งที่พวกมันจะปฏิเสธไม่ได้มา เอาแบบอึ้งไปเลย็ดีนะกระตั้วน้อยเขาชอบน่ะ "
" อืม "
" อืม "
กล่าวจบอัลเบียนเดินออกมาหน้าประตูสำนักงานเห็นฟีนิกซ์กำลังนั่งค้อมบีบคอแคนู่
" มึงตาย มึงตาย "
ส่วนแคนร่างนอนหงายตาเหลือกลิ้นห้อยมือถือมีดแทงเอวฟีนิกซ์เหมือนตายแต่ไม่ตาย
อัลเบียนกล่าว " กระตั้วน้อย พอก่อนไว้เล่นกันที่หลังนะ มีงานให้พวกนายสองคนทำน่ะ ฟีนิกซ์เฝ้าดูพวกตระกูลเฟินเอาไว้ หากกิลด์ส่งข้อมูลมาแล้วให้นายเข้าไปพบเจ้าตระกูลเฟินแลยื่นข้อเสนอที่พวกมันไม่อาจปฏิเสธได้ให้แก่พวกมัน หากพวกมันไม่รับข้อเสนอ ดำเนินการตามที่นายต้องการได้ แคนนายมารอรับตัวบุตรสาวลูกค้าและจัดการตาเฒ่าสองตัว "
" อ๋อ งั้นขอสิบนาทีนะ " ฟีนิกซ์ปล่อยมือเอี้ยวตัวกล่าว
" ทำไมหรอ " แคนกล่าวถาม
ฟีนิกซ์หันกลับมายิ้มแลกล่าว " ็บีบคอมึงต่อไง "
" อ๊าก จะตายแล๊ว "
ฉึก ฉึก ฉึก
" ตาย ตาย มึงตายซะ "
ฉึก ฉึก ฉึก
" หึหึ " อัลเบียนหัวเราะใลำคอ " งั้นฉันล่วงหน้าไปก่อนล่ะกันนะ " คนกล่าวและเดินผ่านฟีนิกซ์กับแคนมาครึ่งครึ่งลี้ันมีหมอกควันไม่ทราบที่มาค่อยๆปรากฏบดบังร่าง ก่อนจะหายจากไปพร้อมร่างคน
' ช่วงเวลาามายก่อเกิดเรื่องราวนับนานาประการ สำหรับพวกเราแล้วมันคงเป็นแค่สายลมผ่านชั่ววูบยาวๆสายหนึ่งเ่าั้ เพราะหลังจากสงครามพวกเราจบลง ข้า็เฝ้ามองพวกเจ้าผ่านการเดินทางมาเนิ่นนาน ช่างเป็นบทความแ่พระเจ้าที่หน้าสนใจ' อัลเบียนคิด
หมอกหนาปรากฏและจางหาย ณ หน้าโรงเตี้ยมแ่หนึ่งนอกเมืองเปลิดะัห่างไปสองลี้ อัลเบียนปรากฏร่างหลังครุ่นคิดเสร็จ เขาหยุดเท้าแทนที่จะเดินเข้าโรงเตี้ยมทันที ดวงตาชำเลืองมองยังพระจันทร์ทรงกลดัเจิดจรัสพร้อมด้วยรอยยิ้มที่มุมปากที่หากมีใครเห็น็มิอาจเข้าใจการกระทำัแฝงด้วยเลศนัยเช่นนี้ได้เป็นแน่
" เขา็ด้วยเช่นกัน " อัลเบียนกล่าวประโยคสั้นๆและเดินเข้าไปใโรงเตี้ยม
ณ ทางด้านฟีนิกซ์กับแคน
หลังพวกเขาเล่นด้วยการฆ่ากันเสร็จ ฟีนิกซ์็ไปเข้าน้ำเปลี่ยนชุดที่เต็มไปด้วยคราบเลือด ส่วนแคน็ไปหาผ้าพันคอและเปลี่ยนชุด
" ฟีนิกซ์เสร็จยัง กูเสร็จล่ะ " แคนตะโกนถามฟีนิกซ์ใส่โทรศัพท์
" ไปก่อนเลย กูขีู้่ " ฟีนิกซ์ตะโกนบอกพร้อมเสียงตด ปู้ด ป้าด จม ออกลำโพงโทรศัพท์
" ลักษณะท่อนสุดท้ายเงคงจะไม่มีดนตรี เพราะมีแต่ขี้ล้วนๆ " " เออกูไปล่ะ "
ผ่านไปห้านาทีฟีนิกซ์จึงเริ่มออกเดินทาง
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??