เรื่อง เพราะระบบหลอกว่าข้าอ่อนแอ ข้าเลยต้องใช้ชีวิตแบบยาจก
แสงตะวันัขอบฟ้าใคืน่ทาบท้องฟ้าเป็สีส้มม่วง่ หลี่เฉินก้าวเท้าเดินลงจากภูเขาด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้าถึงขีดสุด แต่ใใจกัเปี่ยมสุขอย่างประหลาด ตะกร้าสะพายหลังของเขาหนักอึ้งไปด้วยเห็ดป่าดอกโตและผักป่าสดๆ ที่ดูอวบอิ่มผิดตา ราวกับว่าป่าผืนนี้เพิ่งได้รับการรดน้ำด้วยยาอายุวัฒนะชั้นเลิศ เมื่อกัมาถึงหมู่บ้านชิงอวิ๋น หลี่เฉินไม่ได้เก็บของป่าทั้งหมดไว้กับตัว เขาเดินตรงไปยังบ้านของเฒ่าผู้ใหญ่บ้านเป็ที่แรกด้วยท่าทางมุ่งมั่น
"ท่านตาผู้ใหญ่! ข้าขึ้นไปบนเขามา ได้เห็ดกับผักมาเยอะพอสมควร ท่านรับไว้ปรุงอาหารบ้างเถิด" เขาเอ่ยพลางยื่นเห็ดดอกที่ใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดให้ด้วยรอยยิ้ม เฒ่าผู้ใหญ่รับไปดูด้วยความประหลาดใจระคนตื่นเต้น "เจ้าได้มามากมายขนาดนี้เชียวหรือเสี่ยวเฉิน? ช่วงนี้ของป่าหากันยากนัก แต่เจ้ากัหามาได้มากโข ช่างมีความสามารถจริงๆ"
ไม่เพียงเท่านั้น หลี่เฉินยังแบ่งผักและเห็ดส่วนที่เหลือให้กับเพื่อนบ้านที่เขาเดินผ่านระหว่างทาง แม้บางคนจะเคยรังเกียจหรืองเขาด้วยสายตาดูแคลน แต่เมื่อได้รับน้ำใจที่เป็ 'อาหาร' ใยามข้าวยากหมากแพงเช่นนี้ แววตาของชาวบ้านก็เริ่มเปลี่ยนไป พวกเขาพยักหน้าให้เขาด้วยความเกรงใจมากขึ้น บางคนถึงกับเอ่ยปากถามไถ่ด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลกว่าปกติ หลี่เฉินได้แต่คิดใใจว่า 'ดูท่าว่าการมีน้ำใจบ้างเล็กน้อย ก็ช่วยเปลี่ยนสถานะจากตัวตลกของหมู่บ้านให้กลายเป็คนที่พึ่งพาได้เหมือนกันนะ' การได้รับความยรับจากผู้คนรอบข้าง แม้จะเพียงเล็กน้อย แต่มันก็ทำให้เขารู้สึกมีกำลังใจใการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่หมู่บ้านแห่งนี้อย่างยิ่ง
เมื่อถึงเวลาค่ำ หลี่เฉินกัถึงกระท่ที่เงียบสงัด เขาเอนกายลงนอนบนกองฟางเก่าๆ พลางผล็อยหัไปพร้กับความครุ่นคิดถึงแผนการใหญ่ใการเตรียมที่นาใวันพรุ่งนี้ ทว่าใยามดึกสงัด ฝน-่าใหญ่ก็เทลงมาอีกครั้ง เสียงน้ำฝนกระทบหลังคาดังสนั่นหวั่นไหว แต่คราวนี้มันไม่ได้นำมาซึ่งความหนาวเหน็บอย่างที่เคยเป็ มันมาพร้กับกลิ่นหจางๆ ที่ทำให้ต้นไม้ใบหญ้าทั่วทั้งหมู่บ้านสั่นไหว มันคือ 'ฝนทิพย์' ที่เปี่ยมไปด้วยพลังงานชีวิตที่รุนแรงกว่าครั้งไหนๆ ท่ามกลางสายฝนที่ชุ่มฉ่ำ พลังงานเร้นับางอย่างไหลผ่านเข้าสู่พื้นดินที่หลี่เฉินเพิ่งจะฝังปุ๋ยพิเศษเอาไว้ มันคือคืนแห่งการแปรเปลี่ยน โดยที่ตัวเขาเองยังคงนอนหัลึกและไม่รู้เลยว่า คืนนี้ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กำลังเริ่มต้นขึ้นและจะเปลี่ยนโชคชะตาของเขาและหมู่บ้านแห่งนี้ไปตลอดกาล
เมื่อแสงแรกของรุ่งอรุณสาดส่องผ่านรอยแตกของกระท่ไม้ หลี่เฉินลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ต่างจากทุกวันอย่างสิ้นเชิง ร่างกายที่เคยเหนื่อยล้ากัเบาหวิวและเปี่ยมไปด้วยพลัง ลมหายใจโล่งสบายราวกับปอดได้รับการชำระล้างด้วยอากาศบริสุทธิ์จากยอดเขา ความกระปรี้กระเปร่าแล่นพล่านไปทั่วทุกอณูขุมขนจนเขารู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่น่าอัศจรรย์ เขาขยับตัวลุกขึ้นจากกองฟางแล้วก้าวเท้าออกมาหน้ากระท่ทันที!
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้เขาต้องเบิกตากว้างจนแทบหยุดหายใจ! บรรยากาศโดยรอบหมู่บ้านชิงอวิ๋นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ต้นไม้ใบหญ้าที่เคยเหี่ยวแห้งและแห้งกรอบจากภัยแล้ง บัดนี้กัเขียวขจีอุดมสมบูรณ์ ราวกับเวลาถูกเร่งให้เจริญเติบโตข้ามปี ดอกไม้เล็กๆ ผลิบานส่งกลิ่นหฟุ้งไปทั่วหมู่บ้าน แม้แต่ต้นไม้กินผลตามริมทางที่เคยตายซาก บัดนี้กัผลิผลลูกเล็กๆ ออกมามากมายอย่างเป็ปาฏิหาริย์ และที่น่าตะลึงที่สุดคือ 'ต้นกล้าแอปเปิ้ล' ของเขา! บัดนี้มันเติบโตพุ่งสูงท่วมหัวหลี่เฉินไปแล้ว ใบสีเขียวมรกตสะท้อนแสงแดดระยิบระยับราวกับมีชีวิต ราวกับมันกำลังหยั่งรากดูดซับพลังงานจากพื้นดินอย่างบ้าคลั่ง!
ไม่เพียงแต่ธรรมชาติเท่านั้น แม้แต่ชาวบ้านที่เริ่มทยอยตื่นขึ้นมาต่างก็อยู่ใอาการแตกตื่น เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังระงมไปทั่ว "นี่มันเกิดอะไรขึ้น! เมื่อวานพื้นที่ตรงนี้ยังแห้งแล้งอยู่เลย! ดินที่เคยแตกระแหงบัดนี้กัชุ่มชื้นเหมือนกับดินใเขตแดนเซียน!" หญิงชราคนหนึ่งอุทานพลางลูบต้นไม้ด้วยความตกใจ ขณะที่ชาวบ้านอีกกลุ่มที่เคยผแห้งบัดนี้กัดูมีเลือดฝาด ร่างกายแข็งแรงขึ้นราวกับได้รับการปลดปล่อยจากความเจ็บป่วย ผู้ใหญ่บ้านรีบเดินออกมาดูด้วยความตื่นเต้น เขามองไปรอบๆ หมู่บ้านด้วยความตื้นตัน "ปาฏิหาริย์! นี่คือปาฏิหาริย์ของทวยเทพที่ประทานพรลงมาให้หมู่บ้านของเรา!" ชาวบ้านต่างพากันโห่ร้องด้วยความดีใจ บางคนถึงกับคุกเข่าลงกับพื้นดินที่อุดมสมบูรณ์ด้วยความซาบซึ้งใจ
เฒ่าผู้ใหญ่บ้านรีบจัดแจงนำชาวบ้านทุกคนไปรวมตัวกันที่ศาลเจ้าเก่าแก่ของหมู่บ้านเพื่อขอบคุณเทพเจ้า ศาลเจ้าแห่งนี้ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเนินเขาเล็กๆ หลังหมู่บ้าน มันเป็เรือนไม้เก่าคร่ำคร่าที่ทำจากไม้จันทน์หซึ่งผ่านกาลเวลามานานนับร้อยปี ผนังศาลเจ้าแตกร้าวและเต็มไปด้วยหยากไย่แสดงให้เห็นถึงความทรุดโทรมจากการขาดการดูแลมาอย่างยาวนาน แต่รูปปั้นเทพเจ้าภายใยังคงดูน่าเกรงขาม การจะเดินไปถึงศาลเจ้านี้ต้องอาศัยการเดินเท้าขึ้นบันไดหินเก่าๆ ที่คดเคี้ยวและยาวเหยียด ซึ่งต้องใช้เวลาเดินนานกว่าครึ่งชั่วยามจึงจะถึงจุดหมาย ระหว่างทางชาวบ้านต่างสวดอ้อนวอนด้วยความศรัทธาอย่างแรงกล้า
"นี่คือความเมตตาของทวยเทพ! เราต้องไปขอบคุณท่าน!" เฒ่าผู้ใหญ่ร้องบอกด้วยความปิติ และไม่ลืมที่จะชวนหลี่เฉินที่ยืนทำหน้ามึนงงอยู่ด้วย เมื่าถึงบรรยากาศที่ศาลเจ้าเต็มไปด้วยความศรัทธา ชาวบ้านจุดธูปไหว้รูปปั้นเทพเจ้าด้วยความนอบน้ ทุกคนจุดธูปไหว้ทีละคนจนมาถึงคิวของหลี่เฉิน เมื่อเขาหยิบธูปขึ้นมาจุด... ทันใดนั้น! ท้องฟ้าที่เคยแจ่มใสกัร้องครืนๆ ราวกับพายุจะเข้า ลมกรรโชกแรงพัดผ่านศาลเจ้าจนธูปใมือของหลี่เฉินดับวูบลงทันที เขาขมวดคิ้วแล้วลองจุดใหม่ แต่ผลก็ยังเหมือนเดิม ลมปริศนาพัดผ่านมากดดันจนธูปดับลงทุกครั้งที่เขาเข้าใกล้รูปปั้นเทพ กระทั่งครั้งที่ 3 ที่หลี่เฉินพยายามจุดธูปจนติด... *เปรี้ยง!!* สายฟ้าฟาดลงมาจากท้องฟ้าที่ไร้เมฆฝน พุ่งตรงลงมาที่ศาลเจ้าและจัดการฟาดใส่รูปปั้นเทพเจ้าจนแตกกระจายกลายเป็ผุยผง!
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวดังไปทั่วภูเขา ฝุ่นควันตลบอบอวล ชาวบ้านทุกคนตกตะลึงจนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป ศาลเจ้าที่เคยศักดิ์สิทธิ์บัดนี้เหลือเพียงซากปรักหักพังท่ามกลางความเงียบงันที่น่าขนลุก ทว่าใกลุ่มคนที่กำลังตื่นตระหนกนั้น 'อาฝู' เด็กหนุ่มกำพร้าวัย 15 ปี ผู้มีชีวิตอันยากเข็ญและสูญเสียพ่อแม่ไปตั้งแต่เด็ก กัยืนนิ่งค้าง... ดวงตาของเขาไม่ได้มีความกลัวเจือปนเลยแม้แต่น้อย ใทางกักัน ดวงตาของเขากัเป็ประกายเจิดจ้าและเปล่งประกายอย่างรุนแรงเมื่องไปยังร่างของหลี่เฉินที่ยืนงงอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง ใความรู้สึกของอาฝู ภาพที่เขาเห็นไม่ได้เป็เรื่องน่ากลัว แต่เป็ความ 'เท่' และ 'เหนือชั้น' อย่างที่ไม่เคยพบเห็นมา่ใชีวิต ความสงสัยเริ่มเปลี่ยนเป็ความเลื่ใส เขาตัดสินใจใวินาทีนั้นเองว่า ชายผู้นี้คือคนที่เขาต้องติดตามไปให้ได้
หลี่เฉินยืนงงอยู่ท่ามกลางความเงียบงัน ่จะรีบถามระบบใใจด้วยความมั่นใจ "ระบบ... เจ้าบอกข้ามาตามตรง นี่เป็เพราะใตัวข้ามีพลังเซียนที่ยิ่งใหญ่จนแม้แต่เทพเจ้ายังต้องหวาดกลัว ข้าทรงพลังเกินไปจนสวรรค์ไม่อาจยรับได้ใช่หรือไม่? การที่รูปปั้นแตกสลายแบบนี้ มันต้องเป็เพราะตัวตนอันสูงส่งของข้าแน่ๆ!"
ระบบเงียบไปครู่หนึ่ง ่จะตอบกัด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยที่ทำลายความฝันของเขาจนราบคาบ: *[ติ๊ง! โฮสต์คิดมากไป... มันเป็เพียงความบังเอิญที่ศาลเจ้าตั้งอยู่บนจุดที่สูงที่สุดของหมู่บ้านและเป็จุดล่อฟ้าที่ดีที่สุดเท่านั้นแหละ! เลิกหลงตัวเองแล้วรีบไปทำนาได้แล้วโฮสต์!]*
หลี่เฉินถึงกับใบ้กิน ขณะที่เฒ่าผู้ใหญ่บ้านเห็นชาวบ้านเริ่มแตกตื่น จึงรีบก้าวออกมาเพื่อปลอบโยนทุกคน "ใจเย็นๆ ทุกคน! เรื่องนี้มันแค่เรื่องบังเอิญ ฟ้าผ่าลงมาถูกจุดพอดีเท่านั้นเอง! เทพเจ้าอาจจะส่งสัญญาณบอกเราว่า ศาลเจ้าหลังนี้เก่าเกินไปและท่านคงอยากให้พวกเราสร้างศาลเจ้าใหม่ที่ใหญ่และสวยงามกว่าเดิมเสียมากกว่า! ไว้พวกเราเก็บเกี่ยวผลผลิตและมีเงินงเพิ่มขึ้น เราค่อยมาช่วยกันสร้างศาลเจ้าที่สง่างามให้ท่านใหม่ก็ยังไม่สาย!"
ชาวบ้านเริ่มพยักหน้าและเห็นด้วยกับเหตุผลของผู้ใหญ่บ้าน ความตื่นตระหนกจึงเริ่มลดลง แต่ทว่า... เมื่อทุกคนเริ่มหันมามองหลี่เฉินอีกครั้ง สายตาที่มองมาก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่เคารพเทิดทูน กักลายเป็ความหวาดระแวงและสงสัยใตัวชายหนุ่มมแมมผู้นี้ว่า 'เจ้าหนุ่มนี่นำพาความซวยมาให้หมู่บ้านหรือเปล่ากันแน่!'
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??