เรื่อง เทพยุทธ์หลอมภพ สยบหมื่นวิถี
ตอนที่ 1 : หยาดโลหิตปลุกเจดีย์ ความอัปยศกลางสายฝน
พิรุณ-่าใหญ่เทกระหน่ำลงมาประดุจฟากฟ้าพิโรธ ท้องฟ้าเหนือเมืองเมฆาคล้อยมืดมิดไร้แสงจันทร์ สายฝนเย็นเยียบสาดซัดกระทบแผ่นหินปูถนนจนเกิดเสียงดังระงม ทว่าเสียงเหล่านั้นกลับไม่อาจกลบเสียงหอบหายใจรวยรินของร่างสายหนึ่งที่นอนคุดคู้จมกองเลือดอยู่หน้าจวนซอมซ่อท้ายเมือง อวิ๋นเซียว นายน้อยแห่งตระกูลอวิ๋นสาขานอกนอนคลุกฝุ่นโคลน ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์ กระดูกซี่โครงหักไปหลายซี่ สิ่งที่เลวร้ายที่สุดคือเส้นชีพจรลมปราณในร่างถูกพลังปราณอันเหี้ยมโหดกระแทกจนขาดสะบั้น ความเจ็บปวดแล่นริ้วจู่โจมไปทุกสัดส่วนของร่างกาย ทว่าความเจ็บปวดทางเนื้อหนังกลับเทียบไม่ได้กับความเคียดแค้นที่สุมแน่นอยู่ในอก เพียงเพราะก้อนหินวิญญาณระดับล่างอันเป็นทรัพยากรฝึกตนรายเดือนเพียงน้อยนิด เขาจึงถูกศิษย์ร่วมตระกูลสายหลักกลุ้มรุมทุบตีและช่วงชิงไปอย่างหน้าด้านๆ ทิ้งให้เขานอนรอความตายประดุจสุนัขข้างถนน
ท่ามกลางความมืดมิดและสติสัมปชัญญะที่เริ่มเลือนราง เสียงล้อรถม้าบดถนนหินพลันดังแทรกทะลุม่านฝน รถม้าหรูหราทำจากไม้หอมจันทน์แดงเทียมด้วยอสูรอาชาเกล็ดนิลมาหยุดนิ่งเบื้องหน้าจวนสาขานอก ชายวัยกลางคนในชุดคลุมผ้าไหมเนื้อดีก้าวลงมาพร้อมร่มกระดาษน้ำมัน แววตาของมันมองเหยียดลงมายังร่างของเด็กหนุ่มที่นอนจมกองเลือดราวกับกำลังมองดูหนอนแมลงที่ไร้ค่า มันคือพ่อบ้านแห่งตระกูลมู่... ตระกูลของคู่หมั้นหมายที่เคยให้คำสัตย์สาบานกันไว้ตั้งแต่รุ่นบรรพชนเมื่อครั้งที่ตระกูลอวิ๋นสาขานอกยังรุ่งเรือง
"สภาพน่าสมเพชเช่นนี้ ช่างขัดหูขัดตายิ่งนัก" น้ำเสียงเย้ยหยันดังลอดริมฝีปากของพ่อบ้านมู่ มันล้วงมือเข้าไปในสาบเสื้อ ก่อนจะโยนม้วนกระดาษสีแดงแผ่นหนึ่งอัดกระแทกใส่ใบหน้าที่เปรอะเปื้อนคราบเลือดของอวิ๋นเซียวอย่างแรง กระดาษแผ่นนั้นร่วงหล่นลงบนพื้นโคลน อักษรคำว่า 'ถอนหมั้น' เด่นหรากรีดแทงนัยน์ตา "คุณหนูของข้าคืออัจฉริยะแห่งยุค อนาคตย่อมโบยบินสู่เก้าชั้นฟ้า คางคกตาบอดที่เส้นชีพจรพิการเช่นเจ้า ยังกล้าหวังจะกินเนื้อหงส์ฟ้าอีกหรือ? ข้าได้รับคำสั่งจากท่านผู้นำตระกูล ให้นำหนังสือถอนหมั้นมาส่ง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ตระกูลมู่และเจ้าถือว่าขาดสะบั้น ไม่มีความเกี่ยวข้องอันใดต่อกันอีก!"
อวิ๋นเซียวมิได้เอื้อนเอ่ยคำใดออกมาแม้แต่ครึ่งคำ สองมือที่สั่นเทาจากการสูญเสียโลหิตค่อยๆ กำหมัดแน่นจนเล็บจิกทึ้งเข้าไปในฝ่ามือ เลือดสดๆ ไหลรินผสมกลืนไปกับน้ำฝน ฟันกรามบดเข้าหากันจนเกิดเสียงลั่นกรอบ แววตาที่ช้อนมองขึ้นไปนั้นมืดมิดและเย็นเยียบประดุจเหวสวรรค์ ไร้ซึ่งน้ำตาแห่งความอ่อนแอ มีเพียงเพลิงโทสะที่ลุกโชนอยู่เบื้องลึก เป็นสายตาที่ดุดันจนทำให้พ่อบ้านมู่ถึงกับลอบสะท้านในใจครู่หนึ่ง มันรีบสะบัดชายแขนเสื้อเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหว ก่อนจะแค่นเสียงเย็นชาเดินกลับขึ้นรถม้าและควบขับออกไป ทิ้งเพียงฝุ่นโคลนที่สาดกระเซ็นใส่ร่างของเด็กหนุ่ม
เมื่อสรรพสิ่งรอบกายเหลือเพียงความอ้างว้าง โลหิตอุ่นร้อนที่รินไหลจากมุมปากและบาดแผลฉกรรจ์บนทรวงอกของอวิ๋นเซียว ได้ไหลย้อนซึมซาบลงสู่ผิวหนังบริเวณหน้าอกด้านซ้าย... ตรงนั้นมีรอยสักรูป ‘เจดีย์โบราณ’ ขนาดเล็กที่ติดตัวเขามาแต่กำเนิด พริบตานั้น รอยสักเจดีย์พลันเปล่งประกายแสงสีทองเรืองรองฝ่าความมืดมิด หยาดเลือดของเขาถูกดูดกลืนเข้าไปจนหมดสิ้น สติสัมปชัญญะของอวิ๋นเซียวถูกกระชากอย่างรุนแรง พลัดหลงเข้าไปในห้วงมิติอันว่างเปล่าที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายบรรพกาล เบื้องหน้าของเขาคือเจดีย์ขนาดยักษ์สูงเสียดฟ้าที่แผ่กลิ่นอายกดข่มสวรรค์และปฐพี
"มารดามันเถอะ! ผู้สืบทอดรุ่นนี้เหตุใดจึงบอบบางประดุจเศษเต้าหู้เยี่ยงนี้! อ่อนแอ! อ่อนแอเสียจนข้าอยากจะเอาหัวโขกเตาหลอมให้ตายไปให้รู้แล้วรู้รอด!" เสียงแหลมเล็กทว่าแฝงด้วยความเย่อหยิ่งดังก้องขึ้นทั่วห้วงมิติ พร้อมกับการปรากฏตัวของสิ่งมีชีวิตประหลาดขนาดเท่าลูกแมว ทว่าทั่วร่างกลับปกคลุมด้วยเกล็ดมังกรสีนิลประกายทอง เขี้ยวเล็บคมกริบ นัยน์ตาสีชาดจ้องมองอวิ๋นเซียวด้วยความหงุดหงิด "ข้าคือ ‘หลิงทง’ จิตวิญญาณแห่งเจดีย์หมื่นวิถีหลอมภพ! เจ้าหนู หากไม่อยากตายเยี่ยงสุนัขข้างถนน ก็จงอ้าแขนรับความเจ็บปวดนี้เสีย!"
สิ้นเสียงคำรามของมังกรจิ๋ว แสงสีทองสายหนึ่งพุ่งทะลวงจากยอดเจดีย์เข้าสู่หว่างคิ้วของอวิ๋นเซียวโดยตรง ข้อมูลมหาศาลสลักลึกซึมซาบเข้าสู่ทะเลวิญญาณปรากฏเป็นตัวอักษรโบราณ 'เคล็ดวิชากายาหลอมมังกร ระดับนภา!' ทันใดนั้น ร่างกายเนื้อที่นอนอยู่กลางสายฝนด้านนอกพลันกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง พลังปราณขุมหนึ่งที่บ้าคลั่งดั่งสัตว์ป่าทะลักเข้าสู่ร่าง เส้นชีพจรที่เคยขาดสะบั้นกำลังถูกบังคับให้เชื่อมต่อและหลอมรวมขึ้นใหม่ ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นนั้นเหนือล้ำกว่าคำว่าสาหัส มันราวกับมีเข็มเหล็กนับหมื่นเล่มทิ่มแทงทะลวงไขกระดูกและฉีกทึ้งกล้ามเนื้อออกเป็นชิ้นๆ แล้วประกอบใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร่างของเด็กหนุ่มบิดเร่า อาบย้อมไปด้วยเหงื่อและโลหิตที่ทะลักออกจากทุกรูขุมขน ทว่าในท่ามกลางความทรมานที่แทบจะบดขยี้วิญญาณนั้น อวิ๋นเซียวกลับไม่ส่งเสียงร้องออกมาแม้แต่ครึ่งคำ ริมฝีปากที่ซีดเซียวของเขาค่อยๆ แสยะยิ้มออกมาช้าๆ... เป็นรอยยิ้มที่เย็นเยียบและบ้าคลั่งประดุจมัจจุราชที่เพิ่งตื่นจากขุมนรก ในเมื่อสวรรค์ยังไม่ยอมให้เขาตาย เช่นนั้นหนี้เลือดของตระกูลหลักและความอัปยศที่ตระกูลมู่มอบให้ในวันนี้... เขาจะทวงคืนมันกลับมาเป็นพันเท่า!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??