เรื่อง วิถีศัสตราไร้ลักษณ์ : The Formless Immortal Blade
แสงสว่างสีทองคำขาวี่อาบไล้ร่างของหลินเฟยขณะ้าข้ามผ่านประตูมิติบรรพกาล ค่อยๆ จางหายไปพร้อมกับความรู้สึกถึงแรงเหวี่ยงอันมหาศาลี่ฉีกกระชากมิติ ทว่าสิ่งี่เข้ามาแทนี่เมื่อเขา้าเท้าลงสัมผัสผืนดินแห่งใหม่ กลับไม่ใช่ความปลอดโปร่งหรือความเบาสบายอย่างี่ผู้ฝึกยตนระดับสูงควรจะได้รับ แต่มันคือ 'แรงกดดันแห่งกฎเกณฑ์' ี่ถาโถมลงมาครอบงำร่างของเขาทั้งร่างประดุจขุนเขาเหล็กกล้านับหมื่นลูกี่หล่นทับลงมาในคราวเดียว!
ตึง!
ร่างของหลินเฟยี่เคยยืนหยัดต้านทานเนตรสวรรค์ได้อย่างองอาจ บัดนี้กลับทรุดฮวบลงคุกเข่ากระแทกกับพื้นผิวี่เย็นเยียบแะแข็งแกร่งดุจเพชรสวรรค์ เสียงกระดูกทั่วทั้งร่างกายลั่นกรอบแกรบอย่างน่าหวาดเสียวราวกับว่ามันกำลังจะแตกหักออกเป็นเสี่ยงๆ เลือดสีแดงสดี่ยังคงเจือปนความเป็นมนุษย์ ซึมทะลักออกจากมุมปาก รูจมูก แะตามรูขุมขนทั่วร่างกาย แรงโน้มถ่วงแะกฎเกณฑ์ของสถานี่แห่งนี้รุนแรงกว่าทวีปเบื้องล่างี่เขาจากมาถึงหนึ่งร้อยเท่า! หากเป็นยอดฝีมือระดับแก่นแท้ขั้นสูงสุด หรือแม้แต่ครึ่ง้าวิญญาณแรกกำเนิดจากโลกมนุษย์คนอื่นๆ หลุดเข้ามาี่นี่ ร่างกายของพวกมันคงถูกบดขยี้กลายเป็นเพียงกองเลือดแะเศษกระดูกี่แหลกเหลวภายในเสี้ยววินาที
หลินเฟยกัดฟันกรอดจนเลือดซิบ เขาดันฝ่ามือทั้งสองข้างลงกับพื้นศิลา พยายามฝืนต้านทานกฎเกณฑ์ของมิติใหม่แห่งนี้อย่างสุดกำลัง อากาศี่นี่ไ่ไ้เบาบางหรือว่างเปล่า แต่มันอัดแน่นไปด้วย 'ปราณเซียน' ี่บริสุทธิ์ หนาแน่น แะหนักอึ้งจนแทบจะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ ทุกครั้งี่เขาสูดลมหายใจเข้า ปราณเซียนเหล่านี้จะไหลทะลักเข้าสู่ปอดราวกับมีดโกนนับพันเล่มี่แหลมคม กรีดเฉือนเส้นชีพจรแะอวัยวะภายในี่ยังไม่คุ้นชินให้ได้รับความเจ็บปวดแสนสาหัสประดุจถูกลงทัณฑ์
'ทนเอาไว้ เด็กน้อย... นี่คือบททดสอบแรกของา้าข้ามขีดจำกัด!' เสียงกระซิบี่เก่าแก่แะทรงอำนาจของจิตวิญญาณศาสตราดังก้องขึ้นในโสตประสาทของเขา 'ี่นี่คือแสวรรค์เื้ มิติี่กฎเกณฑ์แห่งจักรวาลมีความสมบูรณ์แบบแะแข็งแกร่งี่สุด ร่างกายของมนุษย์เบื้องล่างี่ถูกสร้างขึ้นจากมิติี่เปราะบาง ไม่มีทางทนรับความบริสุทธิ์ของี่นี่ได้ เจ้าต้องใช้ปราณปฐมกาลเพื่อชำระล้าง เผาผลาญสายเลือดเดิม แะผลัดเปลี่ยนกระดูกของเจ้าใหม่ทั้งหมด! หากเจ้าผ่านไปไ่ไ้ เจ้าก็จะกลายเป็นเพียงปุ๋ยคอกให้แก่ผืนดินแห่งนี้!'
"เรื่องแค่นี้... ไม่ต้องบอก... ข้าก็รู้!"
หลินเฟยคำรามในลำคอด้วยน้ำเสียงี่ดุดัน นัยน์ตาสีเทาลึกล้ำี่แฝงประกายหยินหยางเบิกกว้างขึ้น เขาไ่ไ้ใช้ัปราณเพื่อสร้างเกราะป้องกันหรือต้านทานแรงกดดันอีกต่อไป แต่เขาเลือกี่จะ 'เปิดรับ' มันอย่างบ้าบิ่น! จักรวาลจำลองี่เพิ่งก่อตัวขึ้นในจุดตันเถียนของเขาหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ัปราณปฐมกาลี่เกิดจากาหลอมรวมแสงสว่างสูงสุดแะัมารี่มืดมิดี่สุด ไหลทะลักออกจากแก่นแท้ เข้าโอบรัดแะดูดกลืนปราณเซียนรอบนอกี่กำลังกรีดเฉือนร่างกายของเขา เข้ามาอย่างตะกละตะกลาม
ครืนนนนน! เพล้ง!
ร่างของหลินเฟยสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนมิติรอบข้างเกิดรอยร้าว เลือดสีแดงคล้ำซึ่งเป็นสิ่งเจือปนแะของเสียจากมิติเบื้องล่าง ถูกัปฐมกาลขับดันออกจากรูขุมขนจนหมดสิ้น กระดูกทุกชิ้นในร่างกายของเขาแตกร้าว แหลกละเอียด แะถูกสร้างขึ้นใหม่แบบฉับพลันด้วยความหนาแน่นี่เพิ่มขึ้นนับร้อยเท่า ผิวพรรณี่เคยเปล่งประกายสีทองแดงดุจโลหะ แปรเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดี่แฝงไปด้วยความมันวาวดุจหยกศักดิ์สิทธิ์ แต่กลับมีความแข็งแกร่งแะทนทานยิ่งกว่าโลหะสวรรค์ใดๆ ภายในเวลาเพียงไม่ถึงสิบลมหายใจ กระบวนา 'ผลัดกระดูกเปลี่ยนเส้นเอ็น' เพื่อปรับตัวเข้าสู่มิติเื้ก็เสร็จสมบูรณ์แบบ
หลินเฟยค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นยืนได้อย่างมั่นคงแะสง่างาม แรงกดดันมหาศาลี่เคยกดทับเขาจนแทบกระอักเลือด บัดนี้ให้ความรู้สึกเบาหวิวราวกับสวมใส่เสื้อผ้าี่ทอจากขนนก เขาสูดลมหายใจลึก กลิ่นอายของปราณเซียนี่เคยบาดลึก บัดนี้กลับกลายเป็นน้ำทิพย์อันหอมหวนี่หล่อเลี้ยงแะเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ร่างกายในทุกจังหวะาหายใจ เขาทอดสายตามองไปรอบๆ เพื่อสำรวจดินแี่เพิ่ง้าเข้ามาเหยียบย่างเป็นครั้งแรก
สถานี่ี่เขายืนอยู่คือ 'แท่นศิลาลอยฟ้า' ขนาดยักษ์ี่มีความกว้างหลายร้อยลี้ มันถูกสร้างขึ้นจากหินหยกสวรรค์สีขาวบริสุทธิ์ี่สลักลวดลายเมฆามงคล เบื้องล่างของแท่นศิลาคือทะเลหมอกสีทองี่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา คลื่นหมอกม้วนตัวไปมาราวกับมหาสมุทรี่มีชีวิต ท้องฟ้าเื้เป็นสีครามกระจ่างใสอย่างี่โลกมนุษย์ไม่เคยมี แะสิ่งี่น่าตื่นตาี่สุดคือ มีดวงอาทิตย์สีทองคำถึงสามดวงลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้า สาดส่องแสงสว่างี่อบอุ่นแะเปี่ยมไปด้วยัชีวิต ทัศนียภาพรอบด้านเต็มไปด้วยเกาะลอยฟ้าน้อยใหญ่ น้ำตกคริสตัลี่ไหลย้อนกลับขึ้นสู่เื้ตามแรงโน้มถ่วงี่แปลกประหลาด แะวิหคเพลิงสวรรค์ี่โบยบินส่งเสียงร้องก้องกังวานอยู่ลิบๆ ช่างเป็นดินแี่งดงาม ศักดิ์สิทธิ์ แะบริสุทธิ์ประดุจความฝันของมวลมนุษย์
ทว่า ภายใต้ความงดงามแะเงียบสงบนั้น สัญชาตญาณอันเฉียบคมของหลินเฟยกลับสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตแะจิตัาี่กำลังพุ่งตรงมาหาเขาด้วยความเร็วสูง!
วูบบบบ! วูบบบบ! วูบบบบ!
ทันใดนั้น ทะเลหมอกสีทองเบื้องห้าก็ถูกแหวกออกอย่างรุนแรง ลำแสงสีเงินวาววับนับสิบสายพุ่งทะยานลงมาจากเกาะลอยฟ้าี่อยู่สูงขึ้นไป ปรากฏเป็นร่างของเหล่ายอดฝีมือในชุดเกราะสีเงินสลักลายสวรรค์ี่ขี่ 'กระเรียนเซียน' ขนสีขาวบริสุทธิ์ขนาดใหญ่เท่าบ้านเป็นพาหนะ พวกเขาทั้งสิบคนถือหอกยาวี่ปลดปล่อยประกายสายฟ้าสวรรค์สีครามออกมาเป็นระยะ รังสีัี่แผ่ออกมาจากร่างของทหารองครักษ์แต่ละคน ล้วนอยู่ในระดับ 'วิญญาณแรกกำเนิดขั้นต้น' ซึ่งเป็นระดับี่สูงส่งจนสามารถทำลายล้างทวีปเบื้องล่างได้อย่างง่ายดาย!
ตรงกลางกลุ่มทหารองครักษ์ มีบุรุษหนุ่มใบห้าหล่อเหลาหมดจดทว่าแฝงไปด้วยความเย่อหยิ่งแะเย็นชา สวมชุดเกราะสีทองคำขาว สวมมงกุฎขนนกสวรรค์ี่เปล่งประกายเจิดจ้า รังสีัของมันล้ำลึกแะแข็งแกร่งยิ่งกว่าใคร มันคือระดับ 'วิญญาณแรกกำเนิดขั้นกลาง'! ชายผู้นี้คือ 'แม่ทัพพิทักษ์ด่านสวรรค์' ผู้มีห้าี่เฝ้าระวังแะกวาดล้างสิ่งแปลกปลอมี่เล็ดลอดผ่านรอยต่อของมิติ
"เจ้าหนูสกปรกจากแเบื้องล่าง!" แม่ทัพหนุ่มเกราะทองคำขาวชี้ปลายหอกี่เปล่งประกายสายฟ้ามาี่หลินเฟย น้ำเสียงของมันดังกังวานแะเต็มไปด้วยความดูแคลนอย่างถึงี่สุด ราวกับกำลังพูดคุยกับหนอนแมลงี่น่ารังเกียจ "แกกล้าดีอย่างไรถึงใช้กำลังเถื่อนฉีกกระชากเนตรสวรรค์ ทำลายกฎเกณฑ์ แะลักลอบขึ้นมายังแสวรรค์เื้อันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้! กลิ่นอายี่แผ่ออกมาจากตัวแก... มันคละคลุ้งไปด้วยความตายแะความมืดมิด มันคือกลิ่นอายของ 'ศัสตราต้องห้าม' ชิ้นนั้น ี่องค์มหาเทพบัญชาให้ตามหาแะทำลายทิ้งให้สิ้นซาก!"
หลินเฟยยังคงยืนเอามือไพล่หลัง ลมสวรรค์ี่พัดผ่านแท่นศิลาพัดชายเสื้อคลุมสีดำสนิทของเขาให้สะบัดพลิ้ว เขาปรายตามองกลุ่มผู้พิทักษ์นับสิบคนี่อยู่บนหลังกระเรียนเซียนด้วยแววตาี่เย็นชา ว่างเปล่า แะปราศจากความหวาดกลัวใดๆ
"ศัสตราต้องห้ามงั้นรึ?" หลินเฟยแค่นเสียงหัวเราะเยาะ "ดูเหมือนว่าพวกสุนัขรับใช้บนสวรรค์ จะมีนิสัยชอบเห่าหอนน่ารำคาญ แะชอบตั้งชื่อโง่ๆ ให้กับสิ่งี่พวกตนหวาดกลัว ไม่ต่างจากพวกสุนัขบนโลกมนุษย์เลยสินะ ช่างน่าสมเพชจริงๆ"
"สามหาว! เป็นแค่มดปลวกโสมมี่เพิ่งคลานขึ้นมาจากโคลนตม กลับกล้าจาบจ้วงแม่ทัพแห่งเก้าสวรรค์!" เหล่าทหารองครักษ์เกราะเงินโกรธจัดจนห้าแดงก่ำ ไม่เคยมีใครกล้าดูหมิ่นตัวตนของพวกมันเช่นนี้มาก่อน พวกมันกระตุ้นกระเรียนเซียนด้วยปราณวิญญาณ กระเรียนยักษ์ทั้งสิบตัวกระพือปีกอย่างบ้าคลั่ง ปลดปล่อยพายุ 'เข็มน้ำแข็งสวรรค์' นับหมื่นๆ เล่ม ี่แหลมคมแะแฝงไปด้วยไอเย็นระดับสัมบูรณ์ พุ่งเข้าใส่ร่างของหลินเฟยราวกับ-่าฝนดาวตกมฤตยู าโจมตีประสานนี้รวดเร็วแะทรงัพอี่จะเจาะทะลุภูเขาเหล็กกล้าให้เป็นรังผึ้งได้ในพริบตา
หลินเฟยไ่ไ้ขยับเท้าถอยหลังแม้แต่้าเดียว เขาเพียงแค่ยกมือขวาขึ้นมาเบื้องห้าอย่างเชื่องช้า ศัสตราไร้ลักษณ์ี่สมบูรณ์แบบปรากฏขึ้นในฝ่ามืออย่างเงียบกริบ! ใบดาบี่ไร้รอยต่อ ครึ่งหนึ่งดำสนิทดุจความมืดมิดของรัตติกาล แะอีกครึ่งหนึ่งขาวสว่างดุจความบริสุทธิ์ของดวงตะวัน ส่องประกายลี้ลับี่ทำให้มิติรอบๆ บิดเบี้ยว โกร่งกระบี่ี่สลักรูปทูตสวรรค์แะมารร้ายโอบกอดกัน แผ่รังสีแห่งาก่อกำเนิดแะาทำลายล้างี่สอดประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ
"ให้ข้าได้ลองทดสอบดูหน่อยเถิด... ว่าเลือดของพวกเซียนี่ชอบอวดอ้างตนว่าสูงส่งบนสวรรค์แห่งนี้ จะมีสีแดงแะคาวคลุ้งเหมือนกับเลือดของมนุษย์หรือไม่!"
หลินเฟยตวัดศัสตราไร้ลักษณ์ไปเบื้องห้าด้วยท่วงท่าี่เรียบง่ายี่สุด เจตจำนงกระบี่ 'สมดุลหยินหยาง' ถูกปลดปล่อยออกมา มันไ่ไ้ระเบิดเป็นคลื่นัี่บ้าคลั่งแะกึกก้อง ทว่ามันก่อตัวเป็น 'เส้นด้ายแสงสีเทา' ี่บางเฉียบยิ่งกว่าเส้นผมของมนุษย์ มันแหวกอากาศออกไปอย่างเงียบกริบ ไร้สุ้มเสียง ไร้แรงกดดัน ราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
ฉึบ! ฉึบ! ฉึบ!
ทว่าวินาทีี่พายุเข็มน้ำแข็งสวรรค์นับหมื่นเล่มี่พุ่งเข้ามาอย่างดุดัน ปะทะเข้ากับเส้นด้ายสีเทานี้ พวกมันกลับสลายกลายเป็นความว่างเปล่าราวกับถูกยางลบของจักรวาลลบเลือนไปในพริบตา เส้นด้ายมฤตยูยังคงพุ่งทะยานต่อไปข้างห้า ทะลวงผ่านร่างของทหารองครักษ์เกราะเงินระดับวิญญาณแรกกำเนิดทั้งสิบคน แะกระเรียนเซียนขนาดยักษ์ี่เป็นพาหนะของพวกมันอย่างเรียบเนียน ไร้ซึ่งแรงต้านทาน ไร้ซึ่งาปะทะของโลหะ
เวลาบนแท่นศิลาลอยฟ้าดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ทหารองครักษ์เกราะเงินแะกระเรียนเซียนหยุดชะงักค้างอยู่กลางอากาศในท่าทางี่กำลังโจมตี วินาทีต่อมา ร่างกายอันแข็งแกร่งแะชุดเกราะสวรรค์ี่ทนทานของพวกมัน ก็ถูกแยกออกเป็นสองส่วนอย่างสมบูรณ์แบบแะหมดจด! เลือดเซียนสีทองคำี่เต็มไปด้วยัวิญญาณบริสุทธิ์ พุ่งกระฉูดออกมาราวกับฝนสีทอง รดลงบนความขาวบริสุทธิ์ของแท่นศิลาหยก ร่างไร้วิญญาณี่ถูกหั่นครึ่งร่วงหล่นลงสู่ทะเลหมอกเบื้องล่างอย่างเงียบงัน
ยอดฝีมือระดับวิญญาณแรกกำเนิดขั้นต้นนับสิบคน... ถูกสับเป็นชิ้นๆ อย่างง่ายดายด้วยาฟันเพียงดาบเดียว!
"บะ... บ้าน่า! เป็นไปไ่ไ้!" แม่ทัพหนุ่มเกราะทองคำขาวเบิกตากว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า ใบห้าี่เคยเย่อหยิ่งแะหล่อเหลาบัดนี้ซีดเผือดไร้สีเลือด มันมองดูซากศพของลูกน้องหัวกะทิี่ร่วงหล่นลงไปต่อห้าต่อตาด้วยความหวาดกลัวสุดขีดจนร่างกายสั่นสะท้าน "แก... แกเป็นแค่ตัวตนระดับครึ่ง้าวิญญาณแรกกำเนิดแท้ๆ ทำไมถึงสามารถทำลายเกราะสวรรค์แะัาพวกมันี่มีระดับสูงกว่าได้อย่างง่ายดายเช่นนี้! ดาบนั่น... ดาบของแกมันคือตัวอันตรายระดับลบล้างจักรวาล!"
"ความแตกต่างของขอบเขตัี่พวกเจ้าใช้แบ่งแยกแะภาคภูมิใจนักหนา... มันไม่มีความหมายแะไร้ค่า เมื่ออยู่ต่อห้าศัสตราี่สามารถตัดได้แม้กระทั่งกฎเกณฑ์อันเป็นรากฐานของสวรรค์" หลินเฟยลดดาบลงชี้พื้น เลือดสีทองหยดหนึ่งไหลลงมาจากปลายกระบี่ เขา้าเดินช้าๆ ไปหาแม่ทัพหนุ่มี่กำลังสั่นงันงกอยู่บนหลังกระเรียนี่กำลังถอยหนี
"อย่า... อย่าเข้ามานะ! ข้าคือแม่ทัพชั้นแนวห้าแห่งตำหนักเก้าสวรรค์! หากแกกล้าแตะต้องข้า องค์มหาเทพจะ..."
ซวบบบบ!
คำขู่ี่แสนขี้ขลาดของแม่ทัพหนุ่มยังไม่ทันได้จบประโยค หลินเฟยก็ใช้วิชา้าพริบตาี่ผสานกับปราณปฐมกาล ทะลวงมิติแะละเลยระยะทาง มาโผล่เบื้องห้าของมันในเสี้ยววินาที มือซ้ายี่แผ่รังสีสีเทาลึกล้ำกระชากคอเสื้อเกราะของแม่ทัพหนุ่ม ดึงร่างของมันให้หลุดจากหลังกระเรียนเซียน ก่อนจะยกกะโหลกศีรษะของมันขึ้นบีบอย่างรุนแรงกลางอากาศ
"อ๊ากกกกก!"
แม่ทัพหนุ่มกรีดร้องโหยหวนอย่างสุดเสียง เมื่อัปฐมกาลของหลินเฟยแทรกซึมทะลวงเข้าไปในสมองแะจิตวิญญาณของมันโดยตรง มันไม่ใช่แค่าทำร้ายร่างกายให้เจ็บปวด แต่มันคือ 'วิชาค้นวิญญาณกลืนกิน' ขั้นสูงสุด ี่หลินเฟยดัดแปลงแะต่อยอดมาจากจิตมารของจักรพรรดิบรรพกาล
ความทรงจำนับพันปี ประสบาณ์ แะความรู้ทั้งหมดของแม่ทัพสวรรค์ ไหลทะลักเข้าสู่สมองของหลินเฟยราวกับเขื่อนแตก โครงสร้างทางภูมิศาสตร์ของแสวรรค์เื้ ขุมอำนาจต่างๆ ี่ตั้งของตำหนักเก้าสวรรค์ นิกายเซียนอมตะ แะข้อมูลเบื้องลึกเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตระดับ 'เทพเจ้า' แะ 'มารสวรรค์' ี่ปกครองดินแแห่งนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างถูกหลินเฟยสูบกลืนมาจนหมดสิ้นภายในไม่กี่อึดใจ
เขาได้เรียนรู้ความจริงว่า โลกใบนี้้าใญ่แะลึกล้ำกว่าทวีปเบื้องล่างนับล้านเท่า แะ 'สำนักกระบี่ไร้นาม' รวมถึง 'วิหารเทพสุริยัน' ี่เขาเพิ่งทำลายทิ้งไปนั้น เป็นเพียงแค่จุดเล็กๆ เป็นเพียงเครื่องมือหมากรุกี่พวกตัวตนบนสวรรค์ใช้เพื่อค้นหาแะรวบรวมชิ้นส่วนศาสตราเท่านั้น ผู้บงาี่แท้จริง ผู้อยู่เบื้องหลังานองเลือดทั้งหมด คือ 'มหาเทพบรรพกาล' ี่นั่งประทับอยู่บนบัลลังก์สูงสุดของตำหนักเก้าสวรรค์!
"ี่แท้... โลกนี้ก็ยังมีสุนัขตัวใหญ่กว่าให้ข้าสับเนื้ออีกมากมายรออยู่สินะ"
เป๊าะ!
หลินเฟยแสยะยิ้มกว้างี่มุมปาก ก่อนจะออกแรงบีบมือเพียงเล็กน้อย กะโหลกศีรษะแะวิญญาณแรกกำเนิดี่ซ่อนอยู่ภายในของแม่ทัพสวรรค์ ก็แหลกละเอียดเป็นผุยผงคามือของเขาอย่างง่ายดายราวกับบีบลูกองุ่น ร่างไร้วิญญาณี่กระตุกเกร็งถูกหลินเฟยโยนทิ้งลงสู่ทะเลหมอกอย่างไม่ไยดี เลือดเซียนสีทองคำหยดลงมาจากฝ่ามือของเขา หยดลงกระทบพื้นศิลา
หลินเฟยเงยห้ามองดวงอาทิตย์สีทองคำทั้งสามดวงี่ทอแสงอยู่บนท้องฟ้า นัยน์ตาสีเทาลึกล้ำี่สะท้อนสัจธรรมของจักรวาล ทอประกายความทะเยอทะยาน จิตัา แะความปรารถนาในาทำลายล้างี่ไม่มีวันดับสูญ แสวรรค์เื้ี่เคยเงียบสงบ เสวยสุข แะหลงระเริงในอำนาจมานานนับแสนปี บัดนี้ กำลังจะได้ทำความรู้จักกับความหวาดกลัวี่แท้จริง
"มหาเทพบรรพกาล... ตำหนักเก้าสวรรค์... จงเตรียมตัวแะล้างคอรอข้าไว้เถิด!"
ร่างของเด็กหนุ่มในชุดเกราะสีดำ พุ่งทะยานขึ้นสู่อากาศด้วยความเร็วี่เหนือล้ำกว่าอุกกาบาต แหวกม่านทะเลหมอกสีทอง มุ่งห้าสู่ใาอัน้าใญ่ของแสวรรค์เื้ ตำนานาล่าัาทวยเทพแะาพลิกฟ้าคว่ำแ่ิของ 'มารไร้ลักษณ์' ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางาแะไม่อาจหวนกลับได้อีกแล้ว!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??