เรื่อง Reborn : ระบบผู้ถูกเลือก จากขยะสู่ตำนาน
เรนี่่ตัวอยู่หลังโขดหินลอบมองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ แวมไพร์สาวระดับ Rank S อย่างเซลีน กลับถูกล้อมกรอบโดยกิลด์ใหญ่ถึงสองกิลด์ โดยที่เธอไม่ได้ตอบโต้กลับด้วยพลังเวททำลายล้างอย่างที่ควรจะเป็น
เมื่อเขาสังเกตดีๆ ก็พบว่ามี 'เสาผลึกสีทอง' สี่ต้นถูกปักไว้รอบทิศทาง ักำลังปลดปล่อยคลื่นพลังงานประหลาดที่สร้างอาณาเขตสะกดข่มพลังเวทเอาไว้ ทำให้จ้าวแห่งความว่างเปล่าอย่างเธอไม่สามารถเปิดรอยแยกมิติหรือใช้พลังเวทมนตร์ได้ดั่งใึก
อ้อ... โดนไอเทมระดับสูงผนึกพลังเอาไว้นี่เอง มิน่าล่ะถึงได้ยืนหน้าตึงอยู่แบบนั้น
เรนลอบยิ้มมุมปาก ความจริงเขาจะปล่อยให้กิลด์ใหญ่จัดการเธอไปเลยก็ได้ แ่พอนึกถึงความ 'บังเอิญ' หลายๆ ครั้งที่เธอแอบยื่นมือเข้ามาช่วยเขา (แม้เขาจะไม่ได้ร้องขอและแอบรำคาญก็ตาม) ชายหนุ่มก็ตัดสินใจได้
เอาวะ... ถือซะว่าตอบแทนที่ตามสะกดรอยดูแลฉันมาตลอดก็แล้วกัน
เรนยกฮู้ด [ผ้าคลุมผู้พากเพียร]ขึ้นมาสวมปิดบังครึ่งบนใบหน้า ลำพังแค่สกิล [อำพรางสัจธรรม] ก็สามารถหลอกให้ระบบคนอื่นเห็นว่าเขาเป็นแค่ Rank F เลเวล 60 ได้อยู่แล้ว... ทว่าเมื่อัผสานเข้ากับพลังไอเทมระดับวัตถุโบราณชิ้นนี้ ัคือการ 'ลบตัว'อย่างสมบูรณ์แบบ
หากมีใครพยายามใช้สกิลตรวจสอบเขาในตอนนี้ หน้าต่างระบบจะแสดงผลข้อมูลทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ชื่อ, เลเวล, อาชีพ หรือ Rank เป็นเครื่องหมาย '???'ทั้งหมด ไม่มีใครหน้าไหนในจักรวาลนี้ที่จะเจาะทะลวงม่านหมอกแห่งความลับนี้เข้ามาได้
ชายหนุ่มกดยกเลิกสกิล [ย่างก้าวพรานป่า] แล้วเดินทอดน่องออกจากหลังโขดหินอย่างสบายอารมณ์
ตึก... ตึก... กรอบ... แกรบ...
เสียงฝีเท้าที่เหยียบย่ำลงบนกิ่งไม้แห้ง ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางบรรยากาศอันตึงเครียดลานกว้าง
สมาชิกกิลด์ทมิฬและกิลด์แสงศักดิ์สิทธิ์นับร้อยชีวิต หันขวับไปมองยังทิศทางเดียวกันเป็นตาเดียว อาวุธทุกชิ้นถูกกระชับแน่น สกิลตรวจสอบหลายสิบสายถูกยิงามาที่ร่างเขา ทว่าสิ่งที่พวกกิลด์ใหญ่ได้รับกลับไป มีเพียงความว่างเปล่าและหน้าต่างระบบที่ขึ้นเครื่องหมายคำถามรัวๆ
แ่นั่นไม่ได้ทำให้พวกเขารู้สึกหวาดกลัว เพราะถึงจะดูสถานะไม่ได้ แ่ภาพลักษณ์คนที่สวมผ้าคลุมซอมซ่อ และถือเพียงอาวุธระดับหายาก (Rank D) กระจอกๆ ัก็บ่งบอกได้ดีว่าหมอนี่ไม่ใช่ตัวอันตรายอะไร เป็นแค่ไอ้โง่ที่เดินล้วงกระเป๋าเข้ามากลางวงล้อมราวกับกำลังเดินเล่นในสวนหลังบ้านก็เท่านั้น
"เอ่อ... ขอโทษนะครับ"เรนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัวต่อจิตสังหารนับร้อยที่พุ่งเป้ามาที่เขา
"มายืนมุงอะไรกันตรงนี้เยอะแยะครับเนี่ย? มีอีเวนต์แจกฟรีหรือไง?"
ทุกคนอ้าปากค้าง ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีไอ้บ้าที่ไหนกล้าเดินทะเล่อทะล่าเข้ามาขัดจังหวะการเจรจาระดับกิลด์ท็อปแบบนี้
"ว่าแ่..." เรนทำเป็นชะโงกหน้ามองข้ามหัวพวกแนวหน้ากิลด์แสงศักดิ์สิทธิ์ ไปยังปากทางเข้าดันเจี้ยน
"ในดันเจี้ยนนี่มีคนจองคิวไว้หรือยังครับ? ถ้ายังไม่มีกิลด์ไหนลง... ผมขออนุญาตเข้าไปลุยก่อนเลยนะครับ พอดีผมรีบทำรอบฟาร์มน่ะ"
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมลานกว้างไปชั่วขณะ ก่อนที่ัจะถูกทำลายลงด้วยเสียงตวาดกร้าวหัวหน้าหน่วยกิลด์ทมิฬ
"ไอ้สวะนี่มาจากไหนวะ!? แกมองสถานการณ์ไม่ออกหรือไงว่าพวกกิลด์ใหญ่กำลังทำธุระสำคัญกันอยู่!" ชายร่างยักษ์ในเกราะดำชี้หน้าด่า
"แกอยากตายนักใช่ไหม!? ไสหัวไปให้พ้นก่อนที่ข้าจะสับแกเป็นชิ้นๆ!"
เรนไม่ได้สนใจคำขู่ตะคอกนั้นเลยแม้แ่น้อย เขาทำทีเป็นกวาดสายตามองไปรอบๆ วงล้อม ก่อนจะมาหยุดสายตาลงที่ใจกลางวง... ตรงจุดที่เซลีนยืนอยู่
ชายหนุ่มเบิกตากว้างเล็กน้อย ทำสีหน้าประหลาดใจแบบโอเวอร์แอคติ้งสุดๆ
"อ้าว! นั่นัยัยเพี้ยน... เอ้ย เซลีนนี่นา?" เรนโบกมือทักทายหยอยๆ รอยยิ้มกวนประสาทปรากฏขึ้นบนมุมปาก
"บังเอิญจังเลยนะ มาทำอะไรตรงนี้เนี่ย? มาเดินเล่นหาเห็ดอีกหรือเปล่า?"
เซลีนที่กำลังตึงเครียดกับการถูกผนึกพลัง ถึงกับชะงักกึก นัยน์ตาสีโลหิตเบิกกว้างแทบถลน
ไอ้เด็กบ้าเอ๊ย!!เธอสบถลั่นในใจ แกเห็นว่าสถานการณ์ัเป็นยังไง แกยังจะกล้าเดินหน้ามึนเข้ามาทักทายข้าอีกรึ!? อยากตายนักหรือไงไอ้มนุษย์โง่!!
และก่อนที่เซลีนหรือใครจะได้อ้าปากพูดอะไร เรนก็จัดการทิ้งระเบิดลูกใหญ่ลงกลางวงสนทนาด้วยความหน้าด้านขั้นสุด
"นี่... เธอว่างอยู่หรือเปล่า?" เรนเอียงคอถามหน้าตาย ท่ามกลางสายตาอาฆาตคนนับร้อย
"สนใจมาร่วมปาร์ตี้ลงดันเจี้ยนกับฉันไหม? พอดีฉันเพิ่งออกจากปาร์ตี้เก่าน่ะ ตอนนี้กำลังขาดคนช่วยหาร EXP อยู่พอดี... มาสิ ถือซะว่าฉันตอบแทนที่เธอชอบมา 'บังเอิญ' ช่วยฉันบ่อยๆ ไง"
กรอด...
เสียงกัดฟันดังกรอดออกมาจากฝั่งทั้งสองกิลด์ การกระทำเรนไม่ใช่แค่การเสียมารยาท แ่ัคือการ 'เหยียบหน้า' และหยามเกียรติสองกิลด์ใหญ่แบบไม่เหลือชิ้นดี!
พวกเขาอุตส่าห์ยกพลมาเป็นร้อย ตั้งค่ายอาคมผนึกพลังเพื่อแย่งชิงตัวจ้าวแห่งความว่างเปล่าคนนี้แทบตาย แ่จู่ๆ ก็มีไอ้สวะที่ไหนไม่รู้ เดินหน้ามึนเข้ามาโฉบตัวหล่อนไปเข้าปาร์ตี้หน้าตาเฉย!
"ไอ้ขยะนี่วอนหาที่ตาย..." ผู้นำกิลด์แสงศักดิ์สิทธิ์กัดฟันแน่นเส้นเลือดปูดโปน "ฆ่าั!! สับไอ้สวะอวดดีนั่นให้เละเดี๋ยวนี้!!"
คำสั่งประหารดังลั่น แนวหน้าทั้งสองกิลด์ต่างพุ่งทะยานเข้าหาเด็กหนุ่มในชุดคลุมพร้อมกัน อาวุธหลากชนิดนับสิบเล่มง้างขึ้นสุดแขน หมายจะบดขยี้ตัวกวนประสาทให้กลายเป็นเศษเนื้อในพริบตา!
เซลีนกัดฟันกรอด นัยน์ตาสีโลหิตวาวโร์ แม้จะถูกค่ายกลเสาผลึกสะกดข่มพลังเวทเอาไว้ แ่ในฐานะจ้าวแห่งความว่างเปล่า เธอไม่มีทางยอมยืนดูเฉยๆ แวมไพร์สาวรีบเค้นมานาเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่ เตรียมจะพุ่งเข้าไปกระชากคอพวกที่กล้าหันหลังให้เธอเพื่อสวนกลับ
ทว่า... การตอบสนองเธอกลับช้ากว่าไอ้เด็กหนุ่มมนุษย์หน้ามึนคนนั้นไปหลายขุม!
ฟุ่บ!!
พริบตาที่คมอาวุธแนวหน้ากิลด์แสงศักดิ์สิทธิ์กำลังจะสับลงบนหัวเรน ร่างในชุดคลุมเก่าๆ ก็เลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงกลุ่มควันพิษสีม่วงเข้มที่ระเบิดออกมารอบทิศทางด้วยสกิล [ก้าวพริบตาพิษ]
"แค่กๆๆ!! อะไรวะเนี่ย!? ควันพิษ!?"
"ัหายไปไหนแล้ว!? อ๊ากก! ตาข้า! พิษักัดตา!!"
เหล่านักรบแนวหน้ากิลด์แสงศักดิ์สิทธิ์ที่พุ่งเข้ามาเป็นกลุ่มแรกสูดดมควันพิษเข้าไปเต็มปอด พวกัสำลักอย่างรุนแรงและเสียจังหวะการทรงตัว ทว่าความน่ากลัวที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น
"มองหาใครอยู่เหรอครับ?"
เสียงกระซิบเย็นเยียบดังขึ้นจากด้านหลังอัศวินเกราะเงินคนหนึ่ง
ฉัวะ!!!
ยังไม่ทันที่ัจะได้หันกลับไปมอง ดาบเหล็กกล้าเจือเวท (Rank D) ในมือเรนที่อัดแน่นไปด้วยพลัง ก็ตวัดตัดผ่านช่องว่างชุดเกราะที่ลำคออย่างหมดจด หัวอัศวินกิลด์แสงศักดิ์สิทธิ์หลุดกระเด็นออกจากบ่า เลือดสีแดงฉานพุ่งกระฉูดขึ้นฟ้าดั่งน้ำพุ!
"เฮ้ย!! ไอ้เวสท์ตายแล้ว!! ัอยู่ตรงนั้น!"
นักรบอีกสามคนกิลด์แสงศักดิ์สิทธิ์คำรามลั่น หันขวับกลับมาแทงหอกและเงื้อขวานเข้าใส่เรนพร้อมกัน แ่ด้วยความเร็ว (AGI) ที่สูงเกือบ 700 แต้ม การโจมตีพวกัในสายตาเรนก็ไม่ต่างอะไรกับภาพสโลว์โมชั่น
ชายหนุ่มฉากหลบปลายหอกได้อย่างพลิ้วไหวราวกับสายลม ก่อนจะสวนกลับด้วยการถีบยอดอกนักรบถือหอกเต็มแรง
เปรี้ยงงง!! กร๊อบบบ!
แรงถีบมหาศาลบดขยี้เกราะอก Rank C แหลกละเอียดยุบลงไปถึงกระดูกซี่โครง ร่างัปลิวละลิ่วกระแทกต้นไม้ใหญ่กระอักเลือดคำโต สิ้นใจตายคาที่ในทันที
"ตายซะไอ้สวะ!!" นักรบถือขวานสบโอกาส ฟาดคมขวานลงมากลางแสกหน้าเรน
ทว่าเรนเพียงแค่ยกมือซ้ายขึ้นมาจับด้ามขวานนั้นไว้ด้วยมือเปล่า!
"บ... บ้าน่า! แรงระดับนี้ัตัวอะไรกันวะ!?" นักรบถือขวานหน้าถอดสี พยายามออกแรงดึงขวานกลับแ่ก็ไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แ่มิลลิเมตรเดียว
"อาวุธดีนี่... แ่ใช้ไม่เป็นเอาซะเลย"
เรนแสยะยิ้มกวนประสาท ก่อนจะออกแรงกระชากด้ามขวานดึงร่างศัตรูเข้ามาหาตัว แล้วใช้หอกทหารผ่านศึก (Rank D) ในมือขวา แทงทะลวงทะลุเกราะหน้าท้องัทะลุออกแผ่นหลัง เลือดสดๆ ากระเซ็นเปรอะเปื้อนไปทั่วผืนหญ้า
ชายหนุ่มสะบัดหอกเหวี่ยงร่างไร้วิญญาณนั้นทิ้งไปกระแทกกับเพื่อนร่วมกิลด์แสงศักดิ์สิทธิ์อีกคนที่กำลังจะพุ่งเข้ามา ้กลิ้งระเนระนาดไปคลุกฝุ่นด้วยกัน
เวลาผ่านไปเพียงเสี้ยววินาที... แนวหน้าฝีมือดีกิลด์แสงศักดิ์สิทธิ์ 3 คน ถูกสังหารโหดอย่างง่ายดายราวกับผักปลา ท่ามกลางกองเลือดและเสียงกรีดร้องที่ดังก้องไปทั่วลานกว้าง
เซลีนเบิกตากว้างแทบลืมหายใจ มือที่เตรียมจะชักมีดสั้นคู่ใจออกมาถึงกับสั่นระริก
ไอ้เด็กบ้าเรน... ทำไมการเคลื่อนไหวเขาถึงได้รวดเร็วและอำมหิตขนาดนี้!?
แวมไพร์สาวสบถในใจอย่างตื่นตะลึง ภาพที่เด็กหนุ่ม Rank F ฉีกกระชากแนวหน้ากิลด์แสงศักดิ์สิทธิ์เป็นชิ้นๆ ในเสี้ยววินาที ทำเอาความเข้าใจทั้งหมดที่เธอมีต่อเขาสั่นคลอน นี่น่ะเหรอ พลังที่ได้จากเควสหมู่บ้านเริ่มต้น? โกหกหน้าตาย! สปีดและความบ้าเลือดระดับนี้ ัสัตว์ประหลาดชัดๆ!
ความโกลาหลเข้าครอบงำกิลด์แสงศักดิ์สิทธิ์ทันที สมาชิกคนอื่นๆ เริ่มก้าวถอยหลังด้วยความหวาดผวา ไม่มีใครกล้าบุ่มบ่ามเข้าไปใกล้กลุ่มควันพิษและแอ่งเลือดนั่นอีก
"อ้าวๆ ทำไมถอยกันล่ะครับ?" เรนสะบัดคราบเลือดออกจากคมดาบ ยืนท่ามกลางซากศพด้วยท่วงท่าสบายๆ "เมื่อกี้ยังเห็นแย่งกันจะเป็นจะตายอยู่เลย อ่อนปวกเปียกแบบนี้ จะรีบแย่งกันไปลงนรกทำไมครับเนี่ย?"
คำพูดเหยียดหยามนั้นทำเอา หัวหน้าหน่วยกิลด์แสงศักดิ์สิทธิ์โกรธเลือดขึ้นหน้า
"หนอย... แกกล้าฆ่าคนกิลด์แสงศักดิ์สิทธิ์งั้นรึ! ไอ้ตัวประหลาดนี่ัไม่ใช่พวก Rank ต่ำๆ แล้ว! ทุกหน่วยถอยร่นออกมารวมกลุ่มกันเดี๋ยวนี้!"
อาร์คตะโกนสั่งการลูกน้อง ก่อนจะหันขวับไปหาหัวหน้าหน่วยกิลด์ทมิฬที่ยืนดูสถานการณ์อยู่ฝั่งตรงข้าม
"เฮ้ย! พวกกิลด์ทมิฬ! ช่างเรื่องสิทธิ์ในการลงมือจัดการนังแวมไพร์นอกคอกนั่นไปก่อน! ตอนนี้เราต้องพักรบแล้วหันมาร่วมมือกัน บดขยี้ไอ้ตัวป่วนนี่ซะ!"
หัวหน้าหน่วยกิลด์ทมิฬในเกราะดำหรี่ตามองซากศพที่นอนกองอยู่บนพื้น ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะในลำคออย่างเห็นด้วย
"หึ... ข้าก็ไม่ได้อยากจะร่วมมือกับพวกหน้าไหว้หลังหลอกอย่างกิลด์แสงศักดิ์สิทธิ์นักหรอกนะ... แ่ในเมื่อไอ้สวะในชุดคลุมนั่นัหยามเกียรติพวกเรา ข้าจะยอมสงบศึกชั่วคราวก็แล้วกัน!"
พูดจบ หัวหน้ากิลด์ทมิฬก็ชูดาบยักษ์ขึ้นฟ้า ตะโกนก้อง "ทุกคนเปลี่ยนเป้าหมาย! ล้อมไอ้เด็กในชุดคลุมนั่นเอาไว้! อย่าให้ัหนีรอดไปได้แม้แ่ก้าวเดียว!!"
สิ้นเสียงคำราม สมาชิกทั้งสองกิลด์ใหญ่ที่เคยจะฆ่ากันเองเมื่อครู่ ก็หันปลายอาวุธทั้งหมดพุ่งเป้ามาที่ชายหนุ่มปริศนาเพียงคนเดียวทันที
เซลีนเห็นสถานการณ์พลิกผันก็รีบตะโกนเตือน "นี่เจ้าบ้า!! มัวยืนบื้ออะไรอยู่ รีบหนีไปสิ! พวกัเป็นพวกสายต่อสู้ระดับสูงทั้งนั้นนะ เจ้ารับมือพร้อมกันเป็นร้อยคนไม่ไหวหรอก!!"
เรนหันไปมองแวมไพร์สาวที่กำลังตะโกนหน้าดำหน้าแดงด้วยความเป็นห่วง (หรือเปล่า?) ก่อนจะยักไหล่เบาๆ แล้วหันกลับมาประจันหน้ากับกองทัพย่อมๆ สองกิลด์ใหญ่
"หนี? ทำไมผมต้องหนีด้วยล่ะครับ?"
เรนหัวเราะร่วน แววตาภายใต้ฮู้ดสีหม่นฉายแววหิวกระหายอย่างปิดไม่มิด มือทั้งสองข้างกระชับอาวุธแน่น
"ก็บอกแล้วไง... ว่าผมกำลังขาดคนช่วยหาร EXP พอดี... วันนี้พวกแกล้างคอรอแจกสเตตัสให้ฉันได้เลย!!"
การต่อสู้เปิดฉากขึ้นอย่างดุเดือด แม้เรนจะสวมผ้าคลุมปกปิดตัว แ่ความเร็วและพละกำลังเขาก็เป็นจริง ชายหนุ่มตวัดดาบและหอกในมือ ร่ายรำทะลวงแนวหน้าทั้งสองกิลด์อย่างบ้าคลั่ง ในขณะเดียวกัน เซลีนที่ถูกผนึกพลังเวทก็ชักมีดสั้นคู่ออกมาประกบหลังเรน อาศัยทักษะการต่อสู้ระยะประชิดสายนักฆ่า คอยปาดคอพวกที่พยายามลอบโจมตีจากมุมอับ
เวลาผ่านไปเพียงอึดใจเดียว สมาชิกกิลด์ระดับล่างนับสิบคนก็ลงไปนอนกองแทบเท้าทั้งสอง
ทว่า... สถานการณ์กลับไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิด เมื่อ 'ตัวจริง' ทั้งสองกิลด์ใหญ่เริ่มขยับตัว
"อย่ามัวแ่เข้าไปตายโง่ๆ! พวกสายประชิดเผ่าอสูรดาหน้าเข้าไปตรึงัไว้! แนวหลังเผ่าเทวทูตเตรียมร่ายเวท!!" เสียงตะโกนสั่งการหัวหน้าหน่วยกิลด์แสงศักดิ์สิทธิ์ดังลั่น
พริบตานั้น นักรบเกราะดำจากกิลด์ทมิฬกว่าสิบคนที่มีเขาสั้นๆ บนศีรษะ ก็พุ่งทะยานเข้ามาหาเรน พวกัคือ [เผ่าอสูร]สายนักสู้ เรนตวัดดาบฟันเข้าที่กลางอกอสูรหนึ่งเลือดากระเซ็น แ่แทนที่ัจะ้ลง ักลับแสยะยิ้มกว้าง นัยน์ตาสีแดงฉานวาวโร์ขึ้นพร้อมกับความเร็วและพละกำลังที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด!
เคร้ง!! เปรี้ยงง!!
ดาบเรนปะทะกับขวานยักษ์พวกัเกิดประกายไฟ
"ชิ... บัพสายเลือดคลุ้มคลั่ง (Berserker's Blood) สินะ ยิ่งเจ็บยิ่งเก่งน่ารำคาญชะมัด!" เรนสบถเบาๆ
ยังไม่ทันที่เขาจะสลัดหลุดจากวงล้อมพวกเผ่าอสูรบ้าเลือด วงเวทสีทองอร่ามหลายสิบวงก็สว่างวาบขึ้นเหนือศีรษะ บนท้องฟ้าปรากฏร่างนักเวท [เผ่าเทวทูต]สยายปีกสีขาวบริสุทธิ์ พวกเขากำลังร่ายเวททำลายล้างด้วยความเร็วที่เหนือกว่านักเวททั่วไปถึงสองเท่าจากบัพ [ปัญญาแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์]!
ตูม!! ตูม!! ตูม!!
หอกแสงศักดิ์สิทธิ์นับสิบพุ่งตกลงมาราวกับ-่าฝน เรนต้องดึงตัวเซลีนหลบหลีกอย่างทุลักทุเล แม้สเตตัสเขาจะสูงทะลุ 600 แ่การต้องปกป้องคนอื่นไปด้วย และรับมือกับการประสานงานระดับท็อปสองเผ่าพันธุ์ที่มีบัพสุดโกงพร้อมกันเป็นร้อยคน... ัเริ่มจะตึงมือเกินไปแล้ว!
"นี่เธอเปิดรอยแยกมิติหนีไม่ได้เลยจริงๆ ใช่ไหม!?" เรนหันไปตะโกนถามแวมไพร์สาวขณะใช้หอกปัดป้องเวทแสง
"ก็ใช่น่ะสิ! สกิลข้าโดนเสาบ้านั่นผนึกไว้มิดเลย!" เซลีนกัดฟันตอบ พลางตวัดมีดสั้นป้องกันตัว
"ถ้างั้น... ถ้าจะหนีก็เหลืออยู่วิธีเดียวแล้วล่ะ!"
เรนสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะตะโกนออกไปสุดเสียง
"หนีไปก่อน!! ไว้เจอกันที่เมือง!!"
เซลีนขมวดคิ้วมุ่น หันขวับมามองหน้าชายหนุ่มใต้ฮู้ดอย่างเอาเรื่อง "เจ้าบ้าไปแล้วรึไง!? จะให้ข้าหนียังไงในเมื่อโดนล้อมกรอบหมดทางแถมสกิลก็ใช้ไม่ได้แบบนี้!?"
แ่เรนไม่ได้เอ่ยอธิบายอะไร ชายหนุ่มเพียงแค่มองหน้าเธอ ก่อนจะใช้ท่อนแขนแกร่งรวบเข้าที่เอวบางเซลีนอย่างรวดเร็ว แล้วออกแรงดึงร่างเธอเข้ามาประชิดตัวแผ่นหลังเธอแนบสนิทกับอกเขา
"อ๊ะ! จ... เจ้าจะทำอะ—"
"ถ้าใช้สกิลเปิดมิติหนีไม่ได้ ก็เหลือแค่ต้องใช้ขาสองข้างวิ่งแล้วล่ะคุณจ้าวแห่งความว่างเปล่า!"
เรนย่อเข่าลงต่ำ รวบรวมพลังกล้ามเนื้อ ทั้งหมดไปไว้ที่ขาทั้งสองข้าง ก่อนจะถีบตัวพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยพละกำลังมหาศาลราวกับจรวด!
ตูมมม!!
พื้นดินบริเวณที่เขาเคยยืนอยู่แตกร้าวเป็นวงกว้าง ร่างชายหนุ่มในชุดคลุมที่อุ้มแวมไพร์สาวเอาไว้ พุ่งข้ามหัวแนวหน้าเผ่าอสูรและทะลุผ่านวงล้อมออกไปอย่างหน้าตาเฉย!
"เฮ้ย!! ัโดดข้ามไปแล้ว!!"
สมาชิกทั้งสองกิลด์ได้แ่แหงนหน้ามองตามร่างนั้นด้วยความตกตะลึงอ้าปากค้าง ก่อนที่ผู้นำพวกัจะได้สติและตะโกนลั่น
"มัวยืนบื้ออะไรอยู่เล่า!! ตามัไปสิวะ!!"
เมื่อเท้าสัมผัสพื้นดินนอกวงล้อม เรนก็ไม่รอช้า สับเท้าวิ่งด้วยค่าความเร็ว เกือบ 700 แต้ม พุ่งฝ่าดงไม้ราวกับพายุ ทว่าเป้าหมายเขาไม่ได้มุ่งตรงกลับเมืองในทันที แ่เขาวิ่งอ้อมไปที่พุ่มไม้ใหญ่ห่างออกไปไม่ไกลนัก
ที่ตรงนั้น อลิน่าที่เพิ่งได้รับสัญญาณตะโกนบอกให้ 'หนีไปก่อน' กำลังยืนลุกลี้ลุกลนเตรียมจะวิ่งหนี แ่เธอก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นเรนพุ่งพรวดเข้ามาหาด้วยความเร็วแสง
"เรน! น... นั่นนายอุ้มใคร— ว้ายย!!"
เรนไม่มีเวลาอธิบาย เขาปล่อยมือข้างหนึ่งที่อุ้มเซลีนลง แล้วเปลี่ยนท่าเป็น 'หนีบ' ร่างแวมไพร์สาวระดับ S เอาไว้ใต้รักแร้ซ้ายราวกับหิ้วกระสอบข้าวสาร! ก่อนจะใช้ท่อนแขนขวาที่ว่างอยู่ รวบเอวพรานสาวอลิน่าขึ้นมาหนีบไว้ที่ใต้รักแร้ขวาในท่าเดียวกันเป๊ะ!
"ป... ปล่อยข้านะไอ้มนุษย์ไร้มารยาท!! ข้าเป็นถึงจ้าวแห่งความว่าง— อ๊อก!" เซลีนโวยวายหน้าแดงก่ำ แ่แรงลมที่ตีเข้าหน้าทำเอาเธอพูดไม่ออก
ส่วนทางด้านอลิน่าที่โดนรวบตัวมาหนีบไว้แบบไม่ทันตั้งตัว ตอนแรกเธอตกใจแทบสิ้นสติ แ่เมื่อใบหน้าเธอแนบชิดกับแผงอกแกร่ง กลิ่นอายบุรุษเพศและผลกระทบจากออร่าค่า CHA (เสน่ห์ 91 แต้ม)เรน ก็พุ่งเข้าจู่โจมหัวใจเธออย่างจัง
ตึกตัก... ตึกตัก...
ใบหน้าพรานสาวแดงซ่านไปถึงใบหู สมองเธอขาวโพลน สับสนและไม่เข้าใจตัวเองเลยว่า ทำไมในสถานการณ์ความเป็นความตายแบบนี้... เธอถึงได้รู้สึกปลอดภัยและหัวใจเต้นแรงกับผู้ชายที่เอาแ่ทำหน้ามึนคนนี้ได้ขนาดนี้กัน!
เรนไม่ได้สนใจอาการสาวๆ ใต้วงแขนเลยสักนิด เขาสับเกียร์หมาพุ่งทะยานหลบหลีกต้นไม้ด้วยความเร็วสูงสุด ทิ้งห่างกองทัพเผ่าอสูรและเทวทูตที่วิ่งไล่ตามมาเบื้องหลังมองไม่เห็นแม้แ่ฝุ่น
...
สิบนาทีต่อมา ณ หน้าประตูเมืองศูนย์กลาง
เรนพุ่งผ่านเขตแดนปลอดภัย เข้ามาในเมืองได้อย่างฉิวเฉียด ก่อนจะวางร่างสองสาวลงกับพื้นอย่างนุ่มนวล
ห่างออกไปไม่ไกล กองกำลังนับร้อยกิลด์ทมิฬและกิลด์แสงศักดิ์สิทธิ์เพิ่งจะวิ่งหอบแฮ่กๆ ตามมาถึงหน้าประตูเมือง พวกัได้แ่ยืนกระทืบเท้า กัดฟันกรอดด้วยความเคียดแค้น เพราะเมื่อก้าวเข้าสู่เขตเมืองศูนย์กลาง กฎเหล็กระบบคือ 'ห้ามผู้เล่นโจมตีกันเองเด็ดขาด'
"ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้สวะชุดคลุม!! อย่าให้ข้าเจอตัวแกข้างนอกนะโว้ยยย!!" เสียงคำรามอาฆาตหัวหน้ากิลด์ดังลั่นมาถึงกำแพงเมือง
เรนยืนล้วงกระเป๋า หันกลับไปมองพวกที่ดิ้นพล่านอยู่หน้าประตูเมือง ก่อนจะแสยะยิ้มกวนประสาทและโบกมือบ๊ายบายให้พวกัอย่างอารมณ์ดี... ทิ้งให้ความแค้นสองกิลด์ใหญ่ปะทุเดือดแทบกระอักเลือดตายอยู่ตรงนั้นเอง
[จบบทที่ 17]
[หน้าต่างสถานะ]
ชื่อ:เรน (Reborn)
เผ่าพันธุ์:มนุษย์ | อายุ:17
ดาว:โลก (6204)
คลาส:ผู้กลืนกินพรสวรรค์ (Talent Devourer)
เลเวล:61 (EXP: 16.2%)
Rank:Null (ข้อผิดพลาดระบบ - บัพสถานะ +240%)
พลังชีวิต (HP):26,360 | มานา (MP):9,140
อาวุธสวมใส่:
ดาบเหล็กกล้าเจือเวท (Rank D), หอกทหารผ่านศึก (Rank D), ธนูพราน (Rank D)
[สถานะหลัก]
STR:201+482 รวม 683(พลังโจมตีทางกายภาพ +1,366)
AGI:197+472 รวม 669(ความเร็วโจมตี +669% / โอกาสหลบหลีก +334%)
VIT:201+482 รวม 683(พลังป้องกันกายภาพ +683 / อัตราฟื้นฟูเลือดมหาศาล)
INT:193+463 รวม 656(พลังโจมตีเวทมนตร์ +1,312)
DEX:198+475 รวม 673(ความแม่นยำ +673 / โอกาสติดคริติคอล 100%+)
MND:193+463 รวม 656(พลังป้องกันเวทมนตร์ +656 / ฟื้นฟูมานา +656 ต่อนาที)
[สถานะรอง]
CHA (เสน่ห์):91 | LUK (โชค):14
[สกิลพิเศษประจำตัว]
เนตรแห่งความเข้าใจ (Wisdom Eye)
มือแห่งการย่อยสลาย (Predatory Touch)
ภาชนะที่ไร้ก้นบึ้ง (Bottomless Vessel)
อำพรางสัจธรรม (True Veil)
วิวัฒนาการผ่านการเซ่นสังเวย (Plunderous Evolution)
[สกิลที่สกัดมาได้ (10/∞)](ทุกสกิลเสื่อมถอยเป็น Rank F)
เนตรอัมพาต (Paralyzing Gaze)
ก้าวพริบตาพิษ (Toxic Blink)
ออร่าข่มขวัญ (Intimidating Aura)
สัญชาตญาณนักล่า (Predator's Instinct)
กายาเหล็กกล้า (Iron Body)
ย่างก้าวพรานป่า (Hunter's Step)
โล่ศิลา (Stone Aegis)
พละกำลังคนยักษ์ (Giant's Might)
ภูผานิรันดร์ (Eternal Fortress)
ย่างก้าวเงาทมิฬ (Dark Shadow Step)
[ไอเทมสวมใส่]
ผ้าคลุมผู้พากเพียร (Relic - Growth Type) - สถานะเปิดใช้งานฮู้ด: ปกปิดตัวขั้นสมบูรณ์ (???)
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??