เรื่อง ซอมพอถวายอินทร์ สุวรรณโคมคำนครแห่งสายนที
“ข้าแสนเมืองสิงห์ มีประกาศสำคัญจากสุวรรณโคมคำมาแจ้งต่อเวียงสรวง”
อีเอื้องรีบคว้ามือนายของมันที่นั่งนิ่งอยู่บนวอหาม ด้วยต่างก็ลุ้นเฝ้ารอคอย การสู่ขอจากเจ้าขุนอินทร์ถวายมานานแรมเดือน หรือการมาของเจ้าแสนเมืองสิงห์ในวันนี้ จะเป็นหมายสำคัญที่มาเพื่อการมงคลที่เฝ้ารอคอย อันจะหยุดยั้งมิให้เจ้านางคนงามต้องจากไปถึงทุ่งหลวง แต่ทุกอย่างก็มิใช่เช่นที่มันคาดการณ์ไว้
เจ้าแสนเมืองสิงห์อ่านประกาศจากสุวรรณโคมคำเสียงดังก้องกังวาล เมื่อสิ้นประกาศ สายตาคมกล้าต่างจากยามปกติที่ทรงเป็นคนรักสนุก ก็มองปราดมายังเจ้านางเกสร แลหันไปมองเจ้านางซอมพอคนงามของเจ้าขุนอินทร์ถวาย ที่แต่งองค์ทรงเครื่องชุดใหญ่ เพียงเห็นผ่านตา ก็รู้ได้ทันทีว่าที่นี่กำลังเกิดเรื่องใหญ่ กับหัวใจของเจ้ามหาชีวิตขุนอินทร์ถวาย หากเขามาช้ากว่านี้ เจ้านางซอมพอคงออกพ้นกำแพงเวียงสรวง จนยากที่จะเหนี่ยวรั้งไว้ได้เช่นในยามนี้
“นี่เวียงสรวงกำลังคิดทำการใดอยู่ฤา แล้วคณะเดินทางพวกนี้เล่า เป็นคนมาจากแคว้นใดกัน” ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ แต่เจ้าแสนเมืองสิงห์ ก็ยังคงเอ่ยถามแกล้งโง่
คณะรับตัวเจ้าสาวจากเวียงทุ่งหลวง มองชายบนหลังม้าด้วยความไม่พอใจ แต่ก็มิอาจหาญต่อกรกับคนที่ไม่รู้จักคุ้นเคย แลยังมีตำแหน่งเป็นถึงแสนมาจากเมืองใหญ่ทางเหนือเช่นสุวรรณโคมคำ ดูไปแล้วคนผู้นี้หาใช่เป็นเพียงแค่ขุนนาง แต่ยังอาจเป็นถึงเจ้าราชบุตรที่มีศักดิ์แลสิทธิ์ในการขึ้นครองแคว้น การไม่ยุ่งเกี่ยวกับเขาจึงจะถือว่าไม่สร้างปัญหา
เจ้านางเกสร พูดอันใดไม่ออก ได้แต่ยืนอึกอักไปมา จนขุนนางหัวหงอกข้างกาย ต้องลุกขึ้นกล่าวไล่คณะรับตัวเจ้าสาว แลนำทางพาพวกเขาออกไปก่อน เพราะหากยังยืนรั้งถ่วงเวลาเช่นนี้ต่อ อาจทำให้เจ้าแสนเมืองสิงห์ไม่พอใจ จนเรื่องส่งตัวเจ้าสาวไปเวียงทุ่งหลวง ล่วงรู้ไปถึงสุวรรณโคมคำ เมืองสรวงที่เล็กเพียงรังมด คงได้ถูกพญานาคินทร์จอมโมโหอย่างอินทร์ถวาย บุกมาพ่นไฟขยี้เมืองจนไม่เหลือชิ้นดี
พิธีส่งตัวที่เจ้านางเกสร เร่งจัดเตรียมอย่างรีบร้อน ถูกระงับลงทันควันราวกับถูกสายฟ้าฟาดใส่ เจ้านางเกสรถึงกับหน้าถอดสี ด้วยมิอาจเอาบ้านเมืองไปเสี่ยงกับโทสะของเจ้าผู้ครองนครองค์ใหม่ ที่มีอำนาจล้นมือล้นฟ้า แลขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดดุดันผู้นี้ไปได้
“หนึ่งปี...เจ้าพี่ขุนอินทร์ถวาย ทรงคิดถ่วงรั้งเวลาออกไป โดยใช้พิธีส่งพระศพมาเป็นข้ออ้างบังคับให้ทุกหัวเมืองต้องร่วมไว้อาลัย เช่นนี้ก็ดี…อย่างน้อยเจ้านางเกสรก็คงหยุดคิดการนี้ไปได้สักระยะ"
เจ้านางซอมพอยิ้มพอใจ เมื่อกำลังถูกหามกลับคืนพิมานเจ้านาง “อีฟั่น มึงมิได้ถูกกักบริเวณเช่นอีเอื้อง มึงจงเร่งตามเจ้าแสนเมืองสิงห์ผู้นั้นไป บอกเขาว่า ข้าซอมพอจักรอเจ้าขุนอินทร์ถวาย ขอพระองค์เร่งมารับตัวข้าไปที แม้นจะทรงออกคำสั่งบังคับถ่วงเวลาถึงหนึ่งปี แต่ก็ใช่ว่าแม่ญิงเจ้าเล่ห์เช่นเจ้านางเกสรจะมิทำเรื่องชั่วร้ายเช่นนี้อีก วันนี้นางเพียงตกใจ แต่อีกไม่นานดอก นางจักหายกลัวแลคิดหากลวิธีส่งตัวข้าออกไป”
“เจ้าข้า…” อีฟั่นรับคำ แล้วรีบแล่นไปตามคำบัญชาของผู้เป็นนาย
เจ้านางซอมพอประคองนิ้วที่สวมแหวนพญานาคินทร์ขึ้นมาจูบเบา ๆ นางรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เพียงการไว้ทุกข์ตามธรรมเนียม แต่นี่คือกำแพงล่องหน ที่เจ้าขุนอินทร์ถวายสร้างขึ้นเพื่อปกป้องนางไว้ จากชายชราแห่งเวียงทุ่งหลวง พระองค์ทรงใช้ความเศร้าโศกของแผ่นดิน มาเป็นเกราะคุ้มครองความรักของนางให้พ้นโพยภัย
“เจ้าขุนอินทร์ถวายช่างร้ายนัก ทรงใช้กฎเหล็กมาสั่งปิดประตูเวียงสรวงไว้ ไม่ให้ใครเข้ามาฉุดเอาตัวเจ้านางไปได้ในยามนี้” อีเอื้องกระซิบกระซาบด้วยความดีใจ ในขณะที่มันแลอีฟั่นกำลังช่วยเจ้านางของมันเช็ดเนื้อแป้งหนาออกจากผิวกายสาว พร้อมใบหน้าที่ยิ้มแย้มยินดีให้แก่กัน
แม้บรรยากาศในเวียงสรวงจะดูเงียบงันลงจนผิดหูผิดตาจากเมื่อรุ่งเช้า ด้วยกระดาษขาวตุงทิวสามขาถูกนำขึ้นประดับเมือง เพื่อไว้อาลัยต่อแผ่นดินที่สูญเสียเหล่านักรบผู้กล้าจากสงครามที่เพิ่งผ่านพ้น แลเจ้ามหาชีวิตฝนแสน-่าที่จากไป แต่สำหรับเจ้านางซอมพอแล้ว ภายใต้ตุงกระดาษสีขาว หัวใจของนางกลับเต้นแรงด้วยความหวัง นางจะใช้เวลาหนึ่งปีนี้เพื่อรั้งรอ...รอให้สุวรรณโคมคำพ้นช่วงเวลาแห่งความวิปโยคโศกเศร้า เพื่อที่พระองค์ในดวงใจ จะได้ทรงกรีธาทัพหรือขบวนขันหมากที่ยิ่งใหญ่กว่าใครในปฐพี มาหานางตามสัจจะที่ให้ไว้
“ข้าเจ้าจักรอพี่ยา...หนึ่งปีหรือนานกว่านั้น ข้าเจ้าก็จักรอ ขอเพื่อได้เป็นแม่ญิงหนึ่งเดียวขององค์มหาชีวิตแห่งสุวรรณโคมคำ ข้าชอมพอรอได้…”
นครสุวรรณโคมคำในยามนี้ ยังคงปกคลุมไปด้วยสีขาวบริสุทธิ์ของกระดาษสาแลธงทิวสีหม่นเศร้าที่โบกสะบัดไปตามกระแสแรงลมหนาวจากสายน้ำของ ฤดูฝนผ่านพ้นไปอย่างรวเร็ว ทุกชีวิตมีดับแลมีเกิด หมุนเวียนผ่านพ้นมิต่างกับฤดูกาล ข้าวกล้าในท้องทุ่งจากสีเขียวชะอุ่ม ยามนี้ได้เปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองอร่าม รอการเก็บเกี่ยวในอีกไม่ช้านาน เจ้าพรหมเสกเดินทางกลับไปเวียงชัยได้นานหลายเดือนแล้ว ตั้งแต่เสร็จสิ้นพิธีบรรจุพระศพเหนือถ้ำกษัตริย์ แต่ทั่วเมืองกลับยังคงมีแต่เสียงมโหรี ในท่วงทำนองเนิบช้าและโศกเศร้า ด้วยเหล่าประชาชน ยังคงต้องการแสดงความอาลัย น้อมส่งดวงพระวิญญาณของเจ้ามหาชีวิตฝนแสน-่าสู่แดนแถน
ท่ามกลางความวิปโยคนี้ ภาระอันหนักอึ้งบนผืนแผ่นดินทอง ได้ถูกส่งผ่านสู่รัชทายาทสายตรงผู้เข้มแข็ง ณ พระที่นั่งในหอคำหลวง แสงเทียนนับพันเล่ม ส่องสว่างกระทบเครื่องทอง เจ้าราชวงศ์ขุนอินทร์ถวายในฉลองพระองค์ชุดขาวขลิบทองประทับนั่งนิ่งสงบดุจรูปปั้นหินสลัก อยู่หน้าประลำพิธีใหญ่ แววตาที่เคยดุดันยามกรำศึก บัดนี้ฉายชัดถึงความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ที่ต้องแบกรับสืบต่อจากพระบิดา
เสียงสวดมนตราคาถาดังกระหึ่มกึกก้อง ตลอดสามวันสามคืน จนกว่าจะจบสิ้นพิธีเถลิงราชสมบัติของเจ้ามหาชีวิตพระองค์ใหม่แห่งแผ่นดินสุวรรณโคมคำ
ฝีเท้าที่แผ่วเบา แต่กังวานด้วยตบะบารมี ดังขึ้นจากเบื้องหลังคนร่างสูงใจที่ยังคงอยู่ในสมาธิ สตรีสูงศักดิ์ในชุดขาวสะอาดสะอ้านไร้เครื่องประดับอัญมณีมีค่า นางมีเพียงลูกประคำไม้จันทน์หอมในมือ พระนางดวงทิพย์พระราชชนนีผู้ละทิ้งลาภยศ ก้าวเท้าเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ได้เสด็จกลับคืนสู่หอคำหลวงอีกครั้ง เพื่อประกอบพิธีสำคัญให้แก่บุตรชาย
"อินทร์ถวายลูกแม่..." สุรเสียงของพระนางนุ่มนวลแต่เปี่ยมด้วยพลัง "อำนาจที่เจ้าถือครองในยามนี้ มิใช่เพื่อกดขี่ แต่เพื่อเกื้อกูล แผ่นดินสุวรรณโคมคำจักร่มเย็นหรือลุกเป็นไฟ บัดนี้ขึ้นอยู่กับปัญญาบารมีแลคมดาบในมือเจ้าแล้วหนา"
พระนางทรงหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ลงบนพระเศียรของพระราชบุตร เพื่อเป็นการอำนวยอวยชัยอย่างเป็นทางการ ในฐานะองค์ปฐมศาสนูปถัมภก ขยับฐานะขึ้นเป็นเจ้ามหาชีวิตขุนอินทร์ถวายอย่างเต็มภาคภูมิ
เหล่าขุนหลวงแลเจ้าเมืองจากทั่วทุกสารทิศ ต่างพากันเดินทางมาเพื่อน้อมเกล้าถวายความสวามิภักดิ์ดิ์ บรรยากาศการถวายเครื่องบรรณาการเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม ไร้ซึ่งเสียงหัวเราะสรรเสริญยินดีตามประสาผู้มีชัย มีแค่เพียงการก้มกราบแลการมอบพุ่มไม้เงินทองของมีค่าจากดินแดนตน เพื่อแสดงความจำนน แลยอมรับว่าตนยินดีที่จะอยู่ภายใต้การปกครองสูงสุด ในเจ้าหลวงพระองค์ใหม่อย่างขุนหลวงอินทร์ถวาย
ในบรรดาขบวนเหล่าเจ้านายนั้น เจ้าหาญอนุชาหนุ่มน้อยแห่งเวียงสรวง เดินทางมาในนามของตัวแทนจากเวียงสรวง แม้ในใจจะหวั่นเกรงต่อรัศมีอำนาจของเจ้าหลวงพระองค์ใหม่ แต่เขามีภารกิจลับที่สำคัญยิ่งกว่า ที่จะต้องมาคอยคิดรู้สึกถึงความหวาดกลัวในใจตน
เมื่อถึงคราวที่เวียงสรวงต้องเข้าเฝ้า เจ้าหาญคุกเข่าลงเบื้องหน้าพระพักตร์ พร้อมกับถวายพานเครื่องเงินเครื่องทอง รวมทั้งของสำคัญมีค่าอื่น แลผ้าทอมือลายประณีต แต่ใต้พับผ้านั้น มีหมายสำคัญที่เจ้านางซอมพอฝากฝังมากับตนอย่างลับที่สุดซ่อนอยู่ด้วย
แบบอีบุ๊ค 3 เล่มจบ :
เล่ม 1. https://shorturl.asia/e8Lbh
เล่ม 2 https://shorturl.asia/BxnNW
เล่ม 3.https://shorturl.asia/hCcXH
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??