เรื่อง ซอมพอถวายอินทร์ สุวรรณโคมคำนครแห่งสายนที

ติดตาม
บทที่ 35. ตอนที่ 3. ช้างเผือกงาดำ
บทที่ 35. ตอนที่ 3. ช้างเผือกงาดำ
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

“เจ้านางไยต้องห่วงหากัน ที่นี่กับเมืองคนไกลกันมากโข อย่าได้คิดถึงห่วงหากันเลย เจ้านางจงไปมีชีวิตของตนเถิด การภายหน้า จะมีเรื่องอีกมากมายให้เจ้าต้องจัดการ ไม่เหลือเวลาให้คิดถึงกันดอก”

พ่ออุ๊ยคำอินเดินเข้าไปเป่ากระหม่อมให้หลานชายเป็นครั้งสุดท้าย “ข้าเคยหลงคิดว่าดวงชะตาของเจ้าจักได้เป็นใหญ่เหนือคนเมืองแมน ไม่คิดเลย ว่าจักต้องไปเป็นใหญ่ในเมืองคน ขอองค์อินทร์ถวายโปรดเมตตามัน”

ชายชรากับไม้เท้ากระพรวนสำริด ยืนมองดูคนทั้งสามแลช้างมงคล อันเป็นสัญลักษณ์ของผู้มากล้นบารมี ก้าวเดินจากไปจนพ้นช่องเขาขาด สายหมอกเบาบางเริ่มหมุนตัวเข้าประสานกัน จนปิดทางผ่านระหว่างแดนฟ้าและแดนคน เจ้าซอมพอจะเหลียวกลับไปมอง กลับถูกขุนหลวงอินทร์ถวายห้ามไว้

“อย่าเชียวหนาเจ้า เมืองบังบดลับแลล้วนเต็มไปด้วยข้อห้าม ก้าวเท้าออกเดินหน้าแล้ว อย่างคิดมองย้อนไปด้านหลัง หากเจ้ามิอยากเดินวนจนหลงอยู่ในป่าเขานี้ไปจนวันตาย”

“ข้าหารู้เรื่องเหล่านี้ไม่ แต่เอาเถิดข้าเชื่อพระองค์” นางยิ้มให้คนรูปงาม ที่ยามนี้ดูเหมือนพระองค์จะงามสง่ามากกว่าเดิม งามล้ำรัศมีบรามีปกห่มคลุมกาย

ภายใต้ท้องฟ้าที่สว่างวาบ ขบวนของขุนหลวงอินทร์ถวายก็โผล่พ้นเข้าเขตป่าเขา สภาพป่ากลับมาเป็นปกติ มิได้หนาทึบบังตาเช่นป่าบรรพกาล ขุนหลวงอินทร์ถวายชี้นำทางให้สิงห์คำเดินนำ มุ่งหน้าสู่สุวรรณโคมคำ เพื่อสะสางบัญชีแค้นกับท้าวเสือฟ้าแลพระชายาจันทร์แดง รวมทั้งการตัดสินความต่อเมืองน้อยใหญ่ ที่พระองค์บัญชาการให้ไปตีหักเอาเมืองมา

ยังเขตชายป่ารอยต่อป่าเขาดงดำ เสียงฝีเท้าช้างนับสิบเชือกเหยียบย่ำใบไม้แห้งดังสับสน ครูบาช้างและเหล่าควาญเนื้อตัวมอมแมมด้วยตรากตรำตามหาขุนหลวงอินทร์ถวายมาตลอดหลายวัน ต่างหยุดชะงักเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนมหาศาลจากพื้นดิน และกลิ่นสาบสัตว์มงคลที่รุนแรง จนช้างต่อในขบวนต่างพากันชูงวงร้องแปร๋นด้วยความยำเกรงสับสน

“ครูบา! ดูนั่น!” ควาญช้างหนุ่มตะโกนพลางชี้มือไปยังม่านหมอกที่กำลังแหวกออก

เบื้องหน้าของพวกเขา ปรากฏร่างของพญาเศวตงาดำ ที่เยื้องกรายออกมาอย่างสง่างาม ผิวกายสีเผือกผ่องตัดกับงาสีดำขลับดั่งเหล็กไหล รัศมีอำนาจของมันข่มจนช้างทุกเชือกในบริเวณนั้น ต้องย่อเข่าลงโดยสัญชาตญาณ และบนหลังพญาคชสารก็มีขุนหลวงอินทร์ถวายประทับนั่งอยู่ พระองค์สะพายดาบสรีกัญไชยหลุบคำไว้บนบ่า ประทับนั่งคู่กับเจ้านางซอมพอ ราวกับเทพเจ้าที่ถือกำเนิดจากป่าลึก

“ขุนหลวง! เป็นพระบารมีโดยแท้! ดียิ่งนักที่พระองค์ปลอดภัย” ครูบาช้างรีบลงจากหลังช้างเข้ามากราบราบกับพื้นดิน น้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความปิติที่เห็นพระองค์ทรงรอดพ้นจากภยันตรายที่ครอบงำอำพราง มิหนำซ้ำยังได้พญาช้างวิเศษคู่บารมี ที่หาได้ยากยิ่งจนคิดว่ามันเป็นเพียงตำนานเรื่องเล่าขาน

ในขณะนั้นเองเสียงควบม้าและเสียงโห่ร้องก็ดังมาจากอีกทิศทางหนึ่ง พญาพรหมเสกนำกองกำลังเสือดำ พร้อมด้วยเหล่านักรบฝีมือดี ควบม้าฝ่าพงหญ้าเข้ามาสมทบ ทันทีที่พญาพรหมเสกเห็นขุนหลวงประทับอยู่บนช้างเผือกงาดำ เขาก็รีบกระโดดลงจากหลังม้า คุกเข่าลงแสดงความเคารพอย่างสูงสุดต่อหน้าพระเชษฐา

“พี่ท่าน! ดีนักที่พระองค์ปลอดภัย ข้าร้อนรุ่มใจเป็นล้นพ้น ยามนี้ข้าได้จัดการทุกอย่างตามรับสั่งครบถ้วนสมบูรณ์ดีแล้ว จึงเร่งเดินทางมาที่นี่เพื่อตามหาพระองค์" พญาพรหมเสกมองเห็นสตรีอีกนางที่ประทับนั่งเคียงกายเจ้าเหนือหัว ก็ให้โล่งอกดีใจเป็นซ้ำสอง “ดียิ่งนัก เจ้านางซอมพอก็อยู่กับพระองค์”

“กูพบนางด้วยความบังเอิญ แลเพราะความบังเอิญนี้ กูจึงมิต้องเป็นผีเฝ้าป่า การศึกเป็นอย่างไรบ้าง”

“เจ้าดาราบถแลแสนเป็ง มีชัยเหนือเมืองปาว แลเจ้าหาญ เจ้าแสนเมืองสิงห์ เจ้าโยนยางคำเจ้ามาลาและเจ้าสิงหา ก็มีชัยเหนือเวียงทุ่งหลวง และยังสามารถตีเมืองเล็กเมืองน้อยในบริวารทุ่งหลวงแตกอีกห้าเมือง โดยที่ฝั่งเราแทบไม่เสียเลือดเสียเนื้อพระเจ้าข้า แลยามนี้แม่เจ้าเกสรและขุนนางที่สมคบคิดจากเวียงสรวง รวมทั้งเจ้านายเชื้อสายทั้งเวียงทุ่งหลวงแลเมืองปาว ก็ถูกข้านำใส่คอกคังแยกไว้ที่หาดชายน้ำของ ให้ผู้คนใกล้ไกลแลเห็น ว่าผู้คิดคดทรยศต่อเราสุวรรณโคมคำนั้นมีจุดจบเช่นไร แลหัวของขุนหลวงชรา ข้าก็เสียบประจานไว้ที่แห่งนั้นเช่นกัน”

ขุนหลวงอินทร์ถวายพยักหน้า แววตาคมกล้าเปล่งประกายแห่งชัยชนะ “ดีมากพญาพรหมเสก...ศึกด้านนอกมึงทำได้ดี แต่ศึกในเวียงสุวรรณโคมคำ กูกำลังจะกลับไปชำระความด้วยตัวกูเอง”

ขุนหลวงทรงมองไปยังสิงห์คำ ที่ยืนนิ่งสงบดุจเงาอยู่ข้างพญาคชสาร ก่อนจะหันไปสั่งการด้วยน้ำเสียงทรงพลังที่ประกาศก้องไปทั่วป่า

“ครูบาช้าง! พญาพรหมเสก! จงจัดขบวนทัพ! ให้พญาเศวตงาดำนำหน้าขบวน กูจะยาตราทัพกลับคืนสุวรรณโคมคำในบัดเดี๋ยวนี้ เมื่อถึงเวียงให้ตั้งโรงพิธีบวงสรวงใหญ่ กูจักสถาปนาพญาคชสารเชือกนี้ขึ้นเป็น ‘พระยาเศวตคชไชยบารมี’ ช้างมงคลประจำแผ่นดินกูนี้สืบไป!”

ครูบาช้างและเหล่าควาญ รวมทั้งกองกำลังของพันแก้วลูนที่อยู่เพียงไม่กี่ตัวคน จากความอ่อนล้ากลับคืนมามีชีวิตชีวาขึ้นทันตาเห็น แสงอาทิตย์อัสดงสาดส่องลงมากระทบงาสีดำและตัวดาบสรีกัญไชย จนเกิดเป็นแสงสีทองดูน่าเกรงขาม ขบวนช้างและม้าเริ่มเคลื่อนตัวมุ่งหน้านครใหญ่ริมฝั่งของ ทิ้งความลี้ลับของเมืองหมอกแก้วไว้เบื่องหลัง เหลือเพียงตำนานบทใหม่ที่กำลังจะถูกเขียนขึ้นด้วยเลือดและสัจจะวาจาของขุนหลวงอินทร์ถวาย!

ประตูเมืองสุวรรณโคมคำถูกเปิดกว้างออก มิใช่เพื่อต้อนรับมหามิตร หากแต่เป็นการเปิดทางให้ความยิ่งใหญ่ที่สั่นสะเทือนไปถึงรากกำแพงเมือง นักรบกองกำลังเสือดำในชุดสีดำขลับ ยืนขนาบข้างทางยาวเหยียด ดาบในมือวาววับรับกับแสงอาทิตย์ที่กำลังจะลาลับขอบฟ้า

ที่หน้ากำแพงเวียง ร่างของนักโทษที่เป็นถึงท้าวเสือฟ้าพญาแห่งเวียงหนองแส แลบุตรสาวที่มีตำแหน่งเป็นถึงอดีตพระชายาจันทร์แดง ในเจ้ามหาชีวิตฝนแสน-่าที่ล่วงลับ ถูกคุมตัวออกมาจากคุกใต้ดินในสภาพโซ่ตรวนรัดรึงทั้งมือตีน ร่างกายที่เคยผยองจองหอง บัดนี้กลับทรุดโทรมหม่นหมอง เจ้าอินทร์สรงที่ถูกล่ามโซ่ตรวน กอดน้องสาวตัวน้อยทั้งสองไว้ เพื่อปลอบนางมิให้หวาดกลัว ท่ามกลางเหล่าขุนนางที่เคยแปรพักตร์ ซึ่งต่างได้รับโทษกันทั้งสิ้นทุกตัวคน บัดนี้พวกมันต่างคุกเข่าก้มหน้านิ่ง ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงด้วยเกรงอำนาจคนบนหลังช้าง

ไกลออกไปในกลุ่มสตรีฝ่ายใน พระชายาชาวเยว่ ในฉลองพระองค์เต็มยศตามขัตติยนารีเมืองเหนือ ยืนประทับมองดูขบวนเสด็จด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับสั่นระริกด้วยความขุ่นมัว

‘แปรรร๋น!’

เสียงโกญจนาทของสัตว์มงคลดังกึกก้องจนแผ่นดินสะเทือน ทันทีที่ร่างของพญาเศวตงาดำ ก้าวพ้นประตูเวียงเข้าสู่ด้านใน ความเงียบงันปนความตระหนกพลันครอบคลุมไปทั่วสารทิศ ผิวกายขาวบริสุทธิ์ดุจสังข์และงาสีดำขลับดั่งนิลกาฬส่งรัศมีข่มขวัญผู้คนให้หมอบกราบลงโดยศิโรราบ

ขุนหลวงอินทร์ถวายประทับสงบนิ่งอยู่บนกูบคำ แววตาคมกล้าดุจพญาอินทรีจ้องมองลงมายังเหล่ากบฏที่คุกเข่าอยู่เบื้องล่าง ข้างกายพระองค์นั้นคือเจ้านางซอมพอ ที่บัดนี้นุ่งซิ่นไหมคำ สวมสร้อยลูกปัดแก้วแลคำเต็มแผงคอ คล้องห่มผ้าพาดไหล่ไหมคำของชาวเมืองแมนหมอกแก้ว อันเจ้าบัวบุรีมอบให้เป็นของแทนใจ นางงดงามและเปี่ยมไปด้วยอำนาจจนพระชายาชาวเยว่ต้องกำหมัดแน่นบนตักตน ความชิงชังพลุ่งพล่านขึ้นในอก เมื่อเห็นสายตาที่ขุนหลวงทอดมองแม่ญิงผู้นั้น...มันเป็นสายตาที่ไม่เคยมีไว้เพื่อมองนาง

ท้าวเสือฟ้าถึงกับคอตกก้มต่ำมองแต่พื้นดิน ความมั่นใจที่เคยมีมลายสิ้น เมื่อเห็นพญาคชสารในตำนานปรากฏอยู่ตรงหน้าพร้อมกับคนที่ตนหมายใจให้ตายตกไปจากแผ่นดิน

“ไหนพ่อท่านบอกข้าว่าเป็นความลวง...แล้วเหตุใดเล่า อินทร์ถวายถึงได้ช้างลักษณะงามตามตำราโบราณถึงเพียงนี้!” เสียงกระซิบต่อว่าที่เต็มไปด้วยความตัดพ้อและหวาดกลัวของบุตรสาว ยิ่งตอกย้ำความพ่ายแพ้เข้าในใจของท้าวเสือฟ้าอีกหน

เขาก้มหน้านิ่ง สะกดกลั้นความแค้นที่ผสมปนเปไปกับความสมเพชในใจตน ช้างเชือกนี้คือคำยืนยันจากฟ้าดินว่า ขุนหลวงอินทร์ถวายคือผู้มีบุญญาธิการเหนือแผ่นดินสุวรรณโคมคำหามีผู้ใดเทียบเท่า แลอาคมใดที่เคยใช้ล่อลวงหมายชิงชัยเอาบ้านเมือง บัดนี้ได้ถูกทำลายลงสิ้นแล้วด้วยบารมีแห่งขัตติยาอธิราชผู้ประทับอยู่บนหลังช้างเผือกงาดำ


อ่านฟรีจนจบ 147 ตอน ปิดจบติดเหรียญถาวร

แบบอีบุ๊ค 3 เล่มจบ :

เล่ม 1. https://shorturl.asia/e8Lbh

เล่ม 2 https://shorturl.asia/BxnNW

เล่ม 3. https://shorturl.asia/hCcXH

ตอนต่อไป
บทที่ 36. ตอนที่ 1. ว่าความสำเ...

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา