เรื่อง เหล่าหวานใจ กับนายพูดไม่เก่ง
ชายหนุ่มผู้ถูกท้าทายไม่ได้เอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดตอบกลับไป เขาเพียงแค่ยืนนิ่งงันอยู่กับที่ นัยน์ตาคมกริบทอดมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความสงบราบเรียบ ไร้ซึ่งร่องรอยของความเหน็ดเหนื่อย หรือความตื่นเต้นใดๆ
ท่ามกลางเสียงหอบหายใจของหยกนภา ธีร์ทำเพียงแค่ขยับปลายเท้าเพียงเล็กน้อย ปรับเปลี่ยนจุดศูนย์ถ่วงของร่างกายให้สมดุล แผ่นหลังของเขาตั้งตรง ลาดไหล่ผ่อนคลายแต่แฝงไปด้วยความระแวดระวัง ท่วงท่าการยืนของเขาไร้ซึ่งช่องโหว่ ราวกับป้อมปราการที่ไม่มีวันพังทลาย
หยกหรี่ตาลง มองประเมินท่าทีที่สงบนิ่งราวกับผิวน้ำที่ไร้คลื่นลมของชายหนุ่มตรงหน้า
ในฐานะครูฝึกผู้เชี่ยวชาญศิลปะการต่อสู้ เธอคุ้นเคยกับการอ่านภาษากายของมนุษย์เป็นอย่างดี คนทั่วไปเมื่อต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีที่รวดเร็วแะรุนแรง มักจะแสดงอาการตื่นตระหนก เกร็งกล้ามเนื้อ หรือกระพริบตาถี่ๆ... แต่กับผู้ชายคนนี้ ทุกสัดส่วนในร่างกายของเขาถูกควบคุมเอาไว้อย่างสมบูรณ์แบบ แม้กระทั่งจังหวะการหายใจ็ยังคงราบเรียบแะสม่ำเสมอ ราวกับว่าการต่อสู้ที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อเสี้ยววินาที เป็นเพียงแค่การเดินเล่นในสวนหลังบ้าน
หนักแน่น... เฉียบขาด... แะเยือกเย็นสุดๆ
หยกนภาลอบกลืนน้ำลาย รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏชัดขึ้นบนใบหน้าสวยเท่ของเธอ ลึกๆ แล้วเธอยอมรับอย่างหมดใจเลยว่า ผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้ คือ 'ของจริง'
เขาคือผู้ชายที่ผ่านการหล่อหลอมมาจากประสบการณ์อันโชกโชน ผ่านความเป็นความตายมาจนความกลัวไม่สามารถทำอันตรายเขาได้อีกต่อไป... ชายคนนี้ ไม่ใช่แค่ผู้ชายที่บังเอิญโชคดีเกิดมามีสายเลือดของสิรินทรา กรุ๊ป แต่เขาคือคนที่คู่ควร... คู่ควรกับการที่เื่นสนิทของเธอเฝ้ารอคอยมาตลอดชีวิต... ไม่สิ! ต้องบอกว่า เป็นคนที่ 'พวกเธอ' เฝ้ารอคอยมานานแสนนานต่างหากล่ะ!
"เตรียมรับมือนะ!"
หยกตะโกนก้อง รวบรวมสมาธิแะพลังงานทั้งหมดที่มี พุ่งทะยานเข้าใส่ร่างสูงใหญ่อีกครั้ง!
คราวนี้ ครูฝึกสาวไม่ได้ใช้ความเร็วเพียงอย่างเดียว แต่เธอแฝงชั้นเชิงแะเทคนิคขั้นสูงของยูโดเข้าไปด้วย เธอแสร้งทำเป็นพุ่งเข้าไปหมายจะคว้าคอเสื้อด้านขวา แต่จังหวะที่เข้าประชิด เธอพลิกข้อมือ หลอกล่อให้สับสน แล้วลดตัวลงต่ำอย่างรวดเร็ว หวังจะรวบเอวแะสอดขาเข้าขัดเื่ทุ่มเขากระแทกพื้นด้วยท่าที่รุนแรงที่สุด
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ร่างของหญิงสาวพุ่งเข้ามาประชิดตัวนั้นเอง!
สัญชาตญาณดิบที่ฝังรากลึกอยู่ในไขสันหลังของธีร์็ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น การตอบสนองของเขาไม่ได้ผ่านกระบวนการคิดวิเคราะห์ของสมอง ไม่ได้นึกถึงกฎกติกาการแข่งขัน ไม่ได้สนใจเรื่องการจับคอเสื้อตามแบบฉบับของยูโด
ร่างกายของเขาจดจำรูปแบบการเคลื่อนไหวนี้ในฐานะ 'ภัยคุกคาม' ที่พุ่งเป้าเข้าาำร้าย
พริบตานั้น ธีร์ไม่ได้ถอยหนี แต่เขากลับก้าวเท้า 'สวน' พุ่งเข้าหาจุดศูนย์ถ่วงของหญิงสาวที่กำลังย่อตัวลงต่ำ! แขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อไม่ได้เอื้อมไปคว้าเสื้อยูโดของเธอ แต่กลับปัดท่อนแขนของเธอทิ้งด้วยความรุนแรงแะแม่นยำ พร้อมกับสอดแขนอีกข้างเข้าล็อกที่บริเวณลำคอแะหัวไหล่ของเธออย่างล็อกตายตัว!
มันคือทักษะการต่อสู้ระยะประชิดที่มุ่งเน้นการทำลายล้างคู่ต่อสู้ให้จบสิ้นในกระบวนท่าเดียว!
หยกเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อพบว่าตัวเองถูกล็อกจุดหมุนของร่างกายเอาไว้จนขยับไม่ได้ เธอรับรู้ได้ทันทีว่าท่วงท่านี้ไม่ใช่วิชายูโด!
"เฮ้ย! ผิดกติกา..."
ตึงงงง!!!
ยังไม่ทันที่เสียงตะโกนประท้วงของครูฝึกสาวจะหลุดรอดออกมาจนจบประโยค ร่างของหยกนภา็ถูกเหวี่ยงลอยคว้างขึ้นไปในอากาศ ก่อนจะถูกทุ่มฟาดลงมากระแทกกับเบาะทาทามิอย่างรุนแรง!
แรงสั่นสะเทือนดังสนั่นไปทั่วทั้งโถงฝึกซ้อม ธีร์จัดการรวบรัดตัดตอนการต่อสู้ทั้งหมดภายในเวลาไม่ถึงสองวินาที ชายหนุ่มคุกเข่าลงข้างหนึ่ง มือยังคงจับล็อกแขนของหญิงสาวเอาไว้ในท่าที่พร้อมจะหักกระดูกทิ้งได้ทุกเมื่อ หากนี่คือสนามรบจริง
วินาทีนั้น... บรรยากาศรอบลานเบาะทาทามิพลันตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า!
เหล่านักเรียนแะครูฝึกนับสิบชีวิตที่นั่งชมการประลองอยู่ ต่างพาัอ้าปากค้าง นัยน์ตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะส่งเสียงหายใจ
นี่เป็น 'ครั้งแรก' ในประวัติศาสตร์ของสำนักฝึกแห่งนี้... ที่พวกเขาได้เห็นภาพของมาดอนน่าแห่งโรงฝึก ผู้ซึ่งแข็งแกร่งแะไม่เคยพ่ายแพ้ให้กับผู้ชายหน้าไหน ถูกจับทุ่มลงไปนอนแผ่หลาอยู่บนพื้นเบาะอย่างหมดสภาพ แะรวดเร็วปานสายฟ้าแลบขนาดนี้!
ธีร์ที่เพิ่งดึงสติกลับมาได้ว่าตนเองกำลังอยู่ในสถานที่ฝึกซ้อมกีฬา ไม่ใช่สมรภูมิรบ ชายหนุ่มรีบคลายมือที่ล็อกแขนของหญิงสาวออกทันที เขาขยับตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ มองดูผลงานของตนเองด้วยแววตาที่เรียบเฉย ทว่าลึกๆ แล้วเขา็แอบกังวลนิดๆ ว่าสัญชาตญาณที่รุนแรงของตนเองอาจจะทำให้เื่นของเพียงฟ้าได้รับบาดเจ็บ
แต่ทว่า...
"ฮะๆๆๆ... ฮ่าๆๆๆ!"
เสียงหัวเราะใสแจ๋วที่เต็มไปด้วยความเบิกบานใจ กลับดังขึ้นมาจากคนที่นอนหงายอยู่บนพื้น!
หยกนภาไม่ได้แสดงอาการเจ็บปวด หรือโกรธเคืองที่ตนเองต้องเสียหน้าต่อหน้านักเรียนทั้งสำนักเลยแม้แต่น้อย หญิงสาวชันศอกลุกขึ้นมานั่ง ใบหน้าสวยเท่ของเธอเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มกว้างที่ดูสดชื่นแะมีชีวิตชีวายิ่งกว่าเดิม นัยน์ตาของเธอเป็นประกายระยิบระยับเมื่อได้สัมผัสกับความแข็งแกร่งที่เหนือกว่าอย่างแท้จริง
ธีร์ยืนมองท่าทีนั้นด้วยความแปลกใจ ก่อนจะค่อยๆ ยื่นมือหนาของตนเองส่งไปตรงหน้าหญิงสาว
หยกมองมือที่หยาบกร้านนั้น เธอยิ้มกว้างขึ้นอีกนิด ก่อนจะยื่นมือไปจับมือของเขาเอาไว้แน่น แล้วออกแรงดึงตัวเองให้ลุกขึ้นยืน
ทันทีที่ทรงตัวได้ ครูฝึกสาว็ยกมือขึ้นปัดฝุ่นที่ชุดยูโดของตนเองเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่ม แล้วเอ่ยคำรามตำหนิด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ
"นายนี่มัน... ขี้โกงชะมัดเลย! เมื่อกี้มันไม่ใช่วิชายูโดนี่นา... นายทำผิดกติกานะรู้ไหม!?"
ธีร์ไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้านกับข้อกล่าวหานั้น ชายหนุ่มล้วงมือข้างหนึ่งเข้าไปในกระเป๋ากางเกง ก่อนจะตอบกลับด้วยใบหน้าแะน้ำเสียงที่เรียบเฉยแะหน้าตายที่สุดในโลก
"็คุณ... ไม่ได้บอกผมก่อนนี่ครับ ว่ามันมี 'กติกา' ด้วย"
คำตอบที่ทื่อมะลื่อแะตรงไปตรงมาจนหาข้อโต้แย้งไม่ได้ ทำเอาหยกถึงกับชะงักไปชั่วครู่ ก่อนที่หญิงสาวจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นลานฝึกอีกครั้ง
"ฮ่าๆๆ! เออแฮะ! ฉันไม่ได้บอกกติกานายก่อนจริงๆ ด้วย!" หยกส่ายหน้าไปมาอย่างยอมจำนน เธอไม่ได้คิดจะโกรธ หรือถือสาหาความกับคำตอบนั้นเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับั เธอกลับรู้สึกถูกใจในความซื่อตรงแะไม่อ้อมค้อมของผู้ชายคนนี้เสียด้วยซ้ำ
"แต่ถึงยังไง็เถอะ..." หยกหันมามองเขาด้วยแววตาชื่นชม "การเคลื่อนไหวแะการตอบสนองของนายเมื่อกี้นี้... มันสุดยอดมากเลยนะ! ทั้งรวดเร็ว เฉียบขาด แะไม่มีการเคลื่อนไหวไหนที่สูญเปล่าเลย... สมแล้วล่ะ ที่เป็นทหารรับจ้างระดับแนวหน้าน่ะ"
ธีร์ทำเพียงแค่คลี่ยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เป็นการรับคำชมนั้นอย่างสุภาพ
"เอาเป็นว่า... ถ้าวันไหนนายว่างๆ นาย็แวะาี่นี่สิ มายืดเส้นยืดสาย ออกกำลังกายที่สำนักฝึกของฉันหน่อย"
หยกเอ่ยปากเชิญชวนอย่างเป็นทางการ ขณะที่ทั้งสองคนกำลังก้าวเดินออกจากลานเบาะทาทามิ มุ่งหน้ากลับไปหาเพียงฟ้าที่ยืนรออยู่ "ถึงแม้มันอาจจะไม่ได้ตื่นเต้น ดุเดือด หรืออันตรายเหมือนสมัยตอนที่นายยังอยู่ในสนามรบ็เถอะนะ... แต่กับคนที่คุ้นชินกับการขยับร่างกายอย่างนาย ฉันว่า... การได้มาเสียเหงื่อที่นี่ มัน็คงจะดีกว่าการให้นายนั่งๆ นอนๆ อยู่เฉยๆ ในบ้านนั่นแหละนะ"
"ได้ครับ..." ธีร์พยักหน้ารับคำเชิญอย่างว่าง่าย "เดี๋ยวถ้ามีเวลาว่าง ผมจะแวะมาครับ"
"นายรับปากแล้วนะ! ต้องมาให้ได้จริงๆ นะเว้ย!" หยกทำหน้าร่าเริงสดใส ยกนิ้วชี้ขึ้นมาขู่ทีเล่นทีจริง "เพราะถ้านายเบี้ยว หรือไม่ยอมมาล่ะ็... ฉันจะบุกไปลากคอนาย ออกมาจากคฤหาสน์ของ 'ตาแก่สิรินทร์'นั่นด้วยตัวเองเลย คอยดูสิ!"
สรรพนามที่หลุดออกมาจากปากของหญิงสาว ทำเอาธีร์ถึงกับเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ
ตลอดเวลาที่เขาอยู่ในประเทศไทย เขาได้ยินแต่ผู้คนเรียกขานปู่ของเขาด้วยความเคารพยำเกรง ทั้ง 'ท่านประธาน' 'เจ้าสัว' หรือไม่็ 'คุณสิรินทร์'... มีแต่ผู้หญิงห้าวคนนี้นี่แหละ ที่กล้าเรียกประธานใหญ่แห่งสิรินทรา กรุ๊ป ว่า 'ตาแก่' ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ แถมยังดูเป็นธรรมชาติเสียจนเขาอดทึ่งไม่ได้
ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังขบคิดถึงความสนิทสนมระหว่างเื่นของคู่หมั้นกับครอบครัวของเขาอยู่นั้น จู่ๆ หยกนภาที่เดินนำหน้าอยู่็หยุดชะงัก หญิงสาวหมุนตัวกลับมาหาเขา ก่อนจะเอ่ยถามคำถามที่ไม่มีปี่มีขลุ่ยขึ้นมา
"จริงสิ... ฉันขอถามอะไรนายอย่างนึงนะ ธีร์"
"ครับ?"
นัยน์ตาที่เคยขี้เล่นแะมีชีวิตชีวาของหยก แปรเปลี่ยนเป็นความจริงจังแะนิ่งขรึมขึ้นมาในชั่วพริบตา เธอจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
"นายคิดว่า... เพียงฟ้า เป็นผู้หญิงที่ 'สวย'ไหม?"
ธีร์ชะงักไปเล็กน้อย เขาไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ เธอถึงถามคำถามแบบนี้ขึ้นมา ชายหนุ่มเบือนหน้าไปมองร่างระหงของนางพญาสาวที่กำลังยืนกอดอกรอพวกเขาอยู่ที่ริมโถงทางเดิน แสงไฟที่สาดส่องลงมากระทบกับใบหน้าสวยสะกดแะผิวพรรณที่ขาวผ่องของเธอ ทำให้เธอดูโดดเด่นแะงดงามราวกับรูปสลัก
ธีร์หันกลับมาสบตาหยก ก่อนจะให้คำตอบด้วยความสัตย์จริงอย่างไม่ต้องหยุดคิด
"สวยครับ..." ธีร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแะมั่นคง "เธอเป็นผู้หญิงที่สวยมาก... สวยที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาเลยล่ะครับ"
เมื่อได้ยินคำตอบที่ซื่อตรงแะไม่มีความลังเลเจือปน หยก็พยักหน้ารับช้าๆ รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้า ก่อนที่เธอจะก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด แล้วเอ่ยถ้อยคำที่เป็นดั่งคำเตือนแะคำฝากฝังจากใจของเื่นสนิท
"ถ้าอย่างนั้น... นาย็จงจดจำคำพูดของนายเอาไว้ให้ดีนะ ธีร์... แะนายต้องดูแลผู้หญิงคนนั้นให้ดีที่สุดด้วย"
น้ำเสียงของหยกเต็มไปด้วยความจริงจังแะห่วงใย "ในฐานะเื่นสนิทที่โตมาด้วยั... ฉันรู้ดีว่ายัยฟ้าต้องแบกรับภาระที่หนักหนาขนาดไหน แะฉัน็รู้ดีที่สุด ว่าผู้หญิงคนนั้น... 'เฝ้ารอคอย'การกลับมาของนาย นานแสนนานขนาดไหน"
หยกจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่ม ราวกับจะส่งผ่านความรู้สึกทั้งหมดไปให้ถึงใจเขา "เธอรอนายมาโดยตลอด... เธอปฏิเสธผู้ชายทุกคนบนโลก ปิดกั้นตัวเองจากสังคมเพียงเื่รักษาสัญญา แะเ็บรักษาสิ่งที่ดีที่สุดเอาไว้เื่มอบให้กับนายเพียงคนเดียว... ถ้าเกิดวันไหน ที่นายทำตัวงี่เง่า ทำให้ผู้หญิงคนนั้นต้องเสียใจ หรือมีน้ำตาแม้แต่หยดเดียวล่ะ็..."
ครูฝึกสาวยกกำปั้นขึ้นมาชูตรงหน้าเขา แววตาดุดันเอาเรื่อง "ต่อให้นายจะเป็นทหารรับจ้างระดับแนวหน้ามาจากไหน... ฉัน็จะตามไป 'อัด'นายให้เละคามือฉันเลย คอยดู!"
คำขู่ที่เต็มไปด้วยมิตรภาพแะความรักที่มีต่อเื่นสนิท ทำให้ธีร์สัมผัสได้ถึงความผูกพันอันลึกซึ้งของพวกเธอ ชายหนุ่มไม่ได้รู้สึกโกรธ หรือรู้สึกถูกคุกคาม แต่เขากลับรู้สึกอุ่นใจที่เพียงฟ้ามีเื่นที่ดีแะคอยปกป้องเธอแบบนี้
ธีร์มองกำปั้นเล็กๆ ที่ชูอยู่ตรงหน้า ก่อนจะคลี่ยิ้มบางๆ ออกาี่มุมปาก แล้วเอ่ยตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแะหน้าตายสุดๆ
"็ดีครับ... แต่ว่า วันนี้... คุณเพิ่งจะโดนผม 'จับทุ่ม' ลงไปนอนกองกับพื้นเลยนะครับ หยก"
คำพูดหน้าตายแะแสนจะซื่อตรงที่สวนกลับมาดื้อๆ ทำเอาหยกนภาที่กำลังทำหน้าขึงขังจริงจังถึงกับชะงักกึกไปในทันที!
ดวงตาของครูฝึกสาวเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากที่กำลังจะอ้าปากข่มขู่ต่อถูกแช่แข็งเอาไว้กลางอากาศ ใบหน้าสวยเท่ที่เคยมั่นใจเกินร้อยเริ่มซับสีเลือดขึ้นมาจางๆ ด้วยความรู้สึกกระดากอายที่ถูกอีกฝ่ายงัดเอาความจริงอันน่าอดสูเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วมาตอกหน้ากลับอย่างจัง
"อ... ไอ้บ้าเอ๊ย!"
หยกสบถอุบอิบในลำคอ หญิงสาวยกมือขึ้นเกาหัวตัวเองแกรกๆ เื่แก้เก้อ ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นแล้วเถียงกลับเสียงแข็งอย่างไม่ยอมแพ้ "อันนั้นฉันไม่นับย่ะ! เมื่อกี้นายโกงต่างหากล่ะ! ขอบอกเอาไว้เลยนะ ถ้ายกเมื่อกี้ฉันเอาจริงขึ้นมา แล้วเราสู้ัแบบไม่มีกฎกติกาจริงๆ ล่ะ็... นายไม่มีทางสู้ฉัน หรือเอาชนะฉันได้ง่ายๆ หรอกนะ จะบอกให้!"
ธีร์ทอดสายตามองท่าทีโวยวายแก้เก้อของหญิงสาวตรงหน้า ชายหนุ่มไม่ได้เอ่ยปากโต้เถียง หรือพยายามจะเอาชนะคะคานอะไรกับเธออีก เขาเพียงแค่ระบายยิ้มบางๆ ออกาี่มุมปาก แล้วส่ายหน้าเบาๆ ให้กับความดื้อรั้นที่ไม่ยอมแพ้ใครของเื่นคู่หมั้น
ทั้งสองคนเดินเคียงคู่ักลับมายังบริเวณริมโถงทางเดิน ซึ่งมีร่างระหงของเพียงฟ้ากำลังยืนกอดอกรอคอยพวกเขาอยู่
ทันทีที่เดินมาถึงตัวนางพญาสาว หยก็ยืดตัวขึ้นตั้งตรง ก่อนจะยกมือขวาขึ้นทำท่าวันทยาหัตถ์ตะเบ๊ะแบบทหารอย่างแข็งขัน พร้อมกับฉีกยิ้มกว้างแล้วเอ่ยรายงานด้วยน้ำเสียงขี้เล่น
"รายงานตัวค่ะท่านประธาน! ดิฉันได้ทำการเอาตัว 'ว่าที่สามี'ของท่าน มาส่งคืนให้ถึงมืออย่างปลอดภัย ไร้รอยขีดข่วนแล้วค่ะ!"
เพียงฟ้าที่เห็นท่าทางทะเล้นของเื่นสนิท ็อดไม่ได้ที่จะหลุดอมยิ้มออกมา หญิงสาวกวาดสายตามองสำรวจร่างกายของธีร์เื่ความแน่ใจว่าเขาไม่ได้บาดเจ็บตรงไหน ก่อนจะหันกลับมาส่งสายตาหยอกเย้าให้กับเื่นสาวห้าว แล้วเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงสะใจนิดๆ
"เป็นยังไงบ้างล่ะคะ คุณครูฝึกผู้ไร้พ่าย..." เพียงฟ้าเลิกคิ้วขึ้นสูง "รสชาติของการได้ลิ้มรส 'ความพ่ายแพ้' ให้กับผู้ชายเป็นครั้งแรกในชีวิตน่ะ... มันรู้สึกยังไงบ้างล่ะคะ?"
โดนเื่นสนิทแทงใจดำเข้าให้อีกดอก หยก็ถึงกับร้องโวยวายออกาันที
"อะไรั! ฉันไม่ได้แพ้ซะหน่อยนะ ยัยฟ้า!" หยกชี้ไม้ชี้มือไปทางชายหนุ่มหน้าตาย "หมอนี่ต่างหากที่ผิดกติกา! เขาใช้วิชาบ้าบออะไร็ไม่รู้มาจับฉันทุ่ม มันไม่ใช่วิชายูโดเลยสักนิด แบบนี้ในวงการต่อสู้เขาเรียกว่าการฟาวล์อย่างชัดเจนเลยนะเว้ย!"
เพียงฟ้าส่ายหน้าช้าๆ รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอยิ่งกว้างขึ้นเมื่อเห็นอาการดิ้นรนของเื่น "ฉันว่านะ หยก... งานนี้มันเป็นเพราะเธอเองต่างหากล่ะ ที่ไม่ได้อธิบายกฎกติกาการต่อสู้ให้เขาฟังอย่างละเอียดตั้งแต่แรกน่ะ... จะไปโทษเขาฝ่ายเดียวได้ยังไงั"
"อ้าว! ็ฉันบอกเขาไปตั้งแต่แรกแล้วไง ว่าเราจะมาดวลัด้วยวิชา 'ยูโด' น่ะ!" หยกเถียงกลับคอเป็นเอ็น อ้างอิงถึงประโยคสนทนาก่อนหน้านี้ "ในเมื่อฉันบอกว่าเป็นยูโด เขา็็น่าจะรู้แะมีสามัญสำนึกเรื่องกติกาพื้นฐานอยู่แล้วสิ ว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้น่ะ!"
"นี่เธอจะบ้าเหรอ หยก?" เพียงฟ้าสวนกลับทันควัน ปกป้องคู่หมั้นของตนเองอย่างเต็มที่ "ใช่ว่าทุกคนบนโลกใบนี้ จะต้องไปนั่งท่องจำ หรือรู้กฎกติกาการแข่งขันของกีฬายูโดซะหน่อย! ยิ่งกับเขาที่คุ้นเคยแต่กับการใช้สัญชาตญาณเอาชีวิตรอด... เธอจะไปคาดหวังให้เขามารู้ลิมิตกติกาการกีฬาพวกนี้ได้ยังไงัล่ะ!"
"แต่เขา็บอกเองนะว่าเคยฝึกมาบ้างน่ะ! คนเคยฝึก็ต้องรู้สิ!"
"เคยฝึกมาบ้าง มันไม่ได้แปลว่าจะต้องรู้ลึกถึงกติกาการแข่งขันทุกข้อไหมล่ะ! เธอเล่นพุ่งเข้าไปใส่เขาก่อนแบบนั้น สัญชาตญาณของเขา็ต้องสวนกลับเป็นธรรมดาอยู่แล้ว!"
ภาพการโต้เถียงัไปมาอย่างดุเดือดระหว่างสองสาวเื่นสนิท หญิงสาวผู้สง่างามระดับซีอีโอกับครูฝึกสาวมาดทอมบอย ต่างฝ่ายต่าง็งัดเอาเหตุผลแะตรรกะของตนเองมาฟาดฟันัอย่างไม่มีใครยอมใคร โดยมีชายหนุ่มผู้เป็นหัวข้อของบทสนทนายืนนิ่งเป็นรูปปั้นอยู่ตรงกลาง
ธีร์ยืนล้วงกระเป๋ากางเกง นัยน์ตาคมกริบทอดมองใบหน้าของเพียงฟ้า สลับกับใบหน้าของหยกนภาที่กำลังเถียงัคอเป็นเอ็น
ภาพตรงหน้า... มันทำให้กลไกความทรงจำในสมองของเขาทำงานโดยอัตโนมัติ
มันทำให้เขาหวนนึกไปถึงใบหน้าของเื่นสนิทร่วมรบทั้งสองคนของเขา... 'แซม'สุดยอดสไนเปอร์ขี้เล่นชาวอเมริั แะ 'โลแกน'ผู้นำทีมบุกจอมบ้าสงครามชาวแคนาดา
ไอ้บ้าสองคนนั้น ็มักจะมีเรื่องให้ต้องมาคอยยืนโต้เถียง ทะเลาะเบาะแว้ง แะด่าทอัด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่องอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอุดมการณ์สงคราม เรื่องยุทธวิธี หรือแม้กระทั่งเรื่องรสชาติของเสบียงอาหารกระป๋อง พวกมันสามารถหยิบยกเอามาเถียงัได้เป็นวรรคเป็นเวร
แต่ทว่า... ในท้ายที่สุดแล้ว เมื่อถึงเวลาที่ต้องก้าวเท้าเข้าสู่สมรภูมิรบ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับดง-่ากระสุนแะความเป็นความตาย... ไอ้สองคนที่ชอบเถียงัแทบตายเมื่อวินาทีที่แล้ว ็จะกลายมาเป็น 'เื่นสนิท' ที่สอดประสานการทำงานัได้อย่างไร้ที่ติ แะเป็นเื่นที่เขาสามารถฝากฝังชีวิต เอาแผ่นหลังพิง แะไว้ใจให้พวกมันช่วยระวังหลังให้ได้อย่างหมดหัวใจ
ความจริงแล้ว... ตลอดหลายวันที่เขาเดินทางกลับมาใช้ชีวิตในคฤหาสน์อันหรูหรา แม้ว่าเขาจะชอบความสงบแะเป็นคนไม่ค่อยชอบพูดจาสุงสิงกับใคร แต่ลึกๆ ในใจของเขา... มันกลับมีความรู้สึก 'โหวงๆ' ว่างเปล่า เหมือนขาดหายอะไรบางอย่างไป
เขาขาดหายเสียงโวยวาย ขาดหายมิตรภาพที่ดิบเถื่อน แะขาดหายความมีชีวิตชีวาแบบที่เขาเคยได้รับจากพวกพ้อง
แต่ทว่าในเวลานี้... พอเขาได้มายืนมองดูผู้หญิงสองคนนี้... คนหนึ่งเป็นถึงนางพญาผู้สูงศักดิ์ อีกคนเป็นครูฝึกสาวสุดห้าว... กำลังยืนเถียงัเป็นเ็ๆ เื่ปกป้องแะเอาชนะั ความอบอุ่นบางอย่าง็ค่อยๆ ่ัขึ้นาดแทนความรู้สึกโหวงๆ ในอก
ธีร์อดไม่ได้ที่จะระบายรอยยิ้มบางๆ ออกาี่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้เสแสร้ง แต่มันออกมาจากความรู้สึกสบายใจอย่างแท้จริง
ทว่า... รอยยิ้มของเขาอยู่ได้เพียงไม่นาน เมื่อจู่ๆ สองสาวที่กำลังเถียงัหน้าดำหน้าแดง ็พร้อมใจัหยุดชะงัก แล้วหันขวับมาพุ่งเป้าโจมตีใส่เขาแทน!
"นี่ ธีร์!" หยกชี้นิ้วาี่หน้าอกของเขา "นายเป็นลูกผู้ชายไม่ใช่เหรอฮะ! กล้าทำ็ต้องกล้ารับสิ! ฉันบอกนายแล้วนะว่าจะดวลัด้วยยูโด นาย็ต้องรู้กติกาอยู่แล้วสิ ใช่ไหม!?"
"คุณไม่ต้องไปฟังที่ยัยนี่พูดเลยนะคะ ธีร์!" เพียงฟ้าแทรกขึ้นาันควัน แตะแขนเขาเบาๆ "คุณพูดบอกยัยนี่ไปตรงๆ เลยสิคะ ว่ายัยนี่ไม่ได้บอกกติกาคุณล่วงหน้า ดังนั้นผลการต่อสู้เมื่อกี้นี้ มันจึงไม่ถือว่าเป็นโมฆะ! คุณชนะขาดลอยค่ะ!"
"เฮ้ย! ไม่โมฆะได้ไง! เขาทำฟาวล์ชัดๆ!"
"็เธอไม่อธิบายให้ชัดเจนเองนี่!"
ธีร์ที่ถูกดึงเข้าไปเป็นกรรมการตัดสินอยู่ตรงกลางสมรภูมิฝีปาก ถึงกับกะพริบตาปริบๆ ชายหนุ่มมองใบหน้าสวยๆ ของผู้หญิงสองคนที่กำลังจ้องมองเขาอย่างคาดคั้น สลับัไปมาอยู่สองสามรอบ
สมองอันชาญฉลาดของเขาที่มักจะประมวลผลหาทางหนีทีไล่ได้เสมอ กำลังประเมินสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว...
ขืนตอบเข้าข้างใครคนใดคนหนึ่งไป... มีหวังได้เกิดสงครามโลกครั้งที่สามขึ้นตรงนี้แน่ๆ...
เมื่อประเมินแล้วว่าสถานการณ์นี้ไม่มี 'ชัยชนะ' ในเชิงยุทธวิธี ธีร์จึงตัดสินใจเลือกใช้ทักษะการเอาตัวรอดที่เนียนที่สุดเท่าที่เขาจะนึกออกได้ในเวลานี้
ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาแผ่วเบา สลัดภาพของทหารรับจ้างสุดแกร่งทิ้งไป ก่อนจะทำหน้านิ่ง หันไปมองหน้าคู่หมั้นสาว แล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้เดียงสา แะไม่เข้ากับสถานการณ์เลยแม้แต่นิดเดียว
"เอ่อ... ฟ้าครับ..." ธีร์กะพริบตา "เย็นนี้... ที่บ้านเรา มีอะไรกินเหรอครับ?"
...
ความเงียบเข้าปกคลุมวงสนทนาไปชั่วอึดใจ
เพียงฟ้าที่กำลังเตรียมตัวจะอ้าปากเถียงกับเื่นต่อ ถึงกับชะงักกึก หญิงสาวกะพริบตาปริบๆ มองใบหน้าหล่อเหลาที่เรียบเฉยของชายหนุ่มตรงหน้า สมองของเธอใช้เวลาประมวลผลอยู่เพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่ความจริงจะกระจ่างชัด
พรืดดด!
นางพญาสาวผู้เคร่งขรึมแะสง่างามอยู่เสมอ หลุดเสียงหัวเราะพรืดใหญ่ออกมาอย่างห้ามไม่อยู่! หญิงสาวยกมือขึ้นปิดปาก ขำจนไหล่สั่นไหว นัยน์ตาสีเข้มทอประกายขบขันแะเอ็นดูผู้ชายตรงหน้าอย่างถึงที่สุด
ผู้ชายคนนี้... เมื่อตอนที่อยู่บนเครื่องบิน เขาเคยบอกหน้าตายว่าตัวเอง 'พอมีประสบการณ์เรื่องผู้หญิงมาบ้าง' แต่ทว่า พอเอาเข้าจริงๆ เมื่อกี้ตอนที่เธอแค่เอ่ยปากชมเขาด้วยความจริงใจ เขากลับแสดงท่าทีขัดเขิน ทำตัวไม่ถูก แะหลบตาเธอเสียอย่างนั้น
แะพอมาถึงสถานการณ์ที่ต้องรับมือกับผู้หญิงสองคนที่กำลังเถียงั... เขากลับงัดเอาทักษะการ 'เปลี่ยนเรื่อง' หน้าตาย ลื่นไหลเป็นปลาไหลใส่สเกต เื่หนีเอาตัวรอดออกจากสถานการณ์อันตรายได้อย่างหน้าตาเฉย! มันช่างเป็นความย้อนแย้งที่ดูน่ารักแะมีเสน่ห์จนเธออดขำไม่ได้จริงๆ
ในขณะที่เพียงฟ้ากำลังหัวเราะร่วน หยกนภาที่เพิ่งจะตั้งสติได้ ็ระเบิดเสียงโวยวายออกาันที
"เฮ้ย! อะไรัเนี่ย!" หยกกระทืบเท้าเบาๆ ชี้หน้าธีร์ด้วยความมันเขี้ยว "นี่นายอย่าาำเนียนเปลี่ยนเรื่องหน้าตายแบบนี้นะเว้ย! ตอบคำถามของพวกเรามาก่อนสิเฮ้ย! สรุปว่ากติกา..."
"พอเถอะๆ หยก..."
เพียงฟ้าพยายามกลั้นหัวเราะ ก่อนจะก้าวเข้าไปจับแขนเื่นสนิทเื่ช่วยไกล่เกลี่ยสถานการณ์ หญิงสาวตัดสินใจยอมถอยให้ก้าวหนึ่งเื่ยุติปัญหา "เอาเป็นว่า... ฉันยอมรับให้็ได้ ว่าตาหมอนี่ทำผิดกติกาจริงๆ... ผลการประลองเมื่อกี้นี้ ถือเป็นโมฆะ็แล้วันะ โอเคไหม?"
หยกกอดอก เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย "หึ! ็แค่นั้นแหละ... ยอมรับความจริงซะตั้งแต่แรก็หมดเรื่อง!"
เมื่อเห็นว่าเื่นสนิทอารมณ์ดีขึ้นแล้ว เพียงฟ้า็คลี่ยิ้มหวาน ก่อนจะเอ่ยปากชวน "ไหนๆ วันนี้เรา็มาเจอัแล้ว... เย็นนี้ เธอไปทานมื้อเย็นที่บ้านคฤหาสน์ด้วยัไหมล่ะ? คุณปู่ท่านบ่นคิดถึงเธออยู่พอดีเลยนะ"
ทว่า คำเชิญชวนอันแสนอบอุ่นนั้น กลับถูกครูฝึกสาวปฏิเสธกลับมาอย่างรวดเร็ว
"ไม่อ่ะ... ไว้วันหลังดีกว่า"
หยกส่ายหน้าปฏิเสธ ก่อนจะเหยียดยิ้มที่มุมปาก นัยน์ตาของเธอทอประกายเจ้าเล่ห์แะซุกซน หญิงสาวจงใจปรายตามองไปที่ธีร์ ก่อนจะหันมากระซิบประโยคที่ทำเอาคนฟังถึงกับขนลุกซู่
"เอาไว้วันที่เธอ... สามารถ 'งาบ'พ่อทหารรับจ้างกล้ามโตคนนี้ลงท้องได้สำเร็จเมื่อไหร่ล่ะ็... ค่อยโทรมาชวนฉันไปฉลอง็แล้วันะ ฟ้า"
หยกขยิบตาให้เื่นสนิทอย่างมีความหมายลึกซึ้ง "แต่ว่านะ... เธอ็ต้องรีบๆ ทำเวลา จัดการเขาให้เร็วๆ หน่อย็แล้วันะ... เพราะอย่าลืมสิ ว่าตอนนี้ ทั้งฉัน... แล้ว็ยัย 'โรส'น่ะ... พวกเรากำลังยืน 'รอต่อคิว'เธอัอยู่นะจ๊ะ!"
คำทิ้งท้ายที่เปรียบเสมือนระเบิดลูกใหญ่ ทำเอาธีร์ที่ยืนฟังอยู่ถึงกับขมวดคิ้วมุ่นด้วยความมึนงงขั้นสุด
ชายหนุ่มผู้มีสติปัญญาเฉียบแหลมในสนามรบ กลับกลายเป็นคนโง่เขลาในสมรภูมิคำศัพท์แสลงของวัยรุ่นไทย เขาไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าไอ้คำว่า 'งาบ' ในบริบทนี้มันแปลว่าอะไร? จะให้ไปงาบกินใคร? แล้วไอ้คำว่า 'รอต่อคิว' นี่มันคืออะไรั? พวกเธอไปเข้าคิวซื้อของ หรือเข้าคิวทำอะไรัตั้งแต่เมื่อไหร่?
ธีร์อ้าปากเตรียมจะเอ่ยถามเื่คลายความสงสัย ทว่า เพียงฟ้ากลับไม่ได้แสดงอาการขัดเขิน หรือตกใจกับคำพูดสองแง่สองง่ามของเื่นสนิทเลยแม้แต่น้อย
ในทางกลับั นางพญาสาวแห่งสิรินทรา กรุ๊ป กลับคลี่ยิ้มกว้างที่มุมปาก นัยน์ตาสีเข้มของเธอทอประกายความมั่นใจแะเย้ายวนอย่างปิดไม่มิด
"เรื่องนั้น... เธอไม่ต้องมาสั่งสอนฉันหรอกย่ะ หยก"
เพียงฟ้าตอบกลับเื่นสนิทด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "เมื่อคืนนี้... ฉันยอมรับว่าฉันกะพลาดไปหน่อย ที่มัวแต่นอนรอ นึกหวังว่าเขาจะเป็นฝ่ายเริ่มต้น 'จัดการ' กับฉันก่อน..."
เพียงฟ้าปรายตาหวานเชื่อมหยดย้อยมามองหน้าธีร์ ก่อนจะประกาศเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของตนเองออกมาอย่างชัดเจน
"แต่สำหรับ 'คืนนี้'น่ะ... ฉันเตรียมแผนการเอาไว้หมดแล้ว... แะคืนนี้นี่แหละ ที่ฉันจะเป็นฝ่าย 'ลุย'แะจัดการเขาด้วยตัวของฉันเอง!"
สองสาวเื่นสนิทสบตาั ก่อนจะฉีกยิ้มกว้าง แะหัวเราะคิกคักออกมาอย่างมีเลศนัย เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความลับแะแผนการบางอย่างที่รู้ัอยู่แค่สองคน
ในขณะที่ ธีร์... ร้อยโทหนุ่มผู้เคยผ่านสมรภูมิเดือดมานับไม่ถ้วน ได้แต่ยืนกะพริบตาปริบๆ ท่ามกลางความมึนงง แม้สมองของเขาจะยังไม่เข้าใจว่าสองสาวกำลังพูดถึงเรื่องอะไรัแน่ แต่ทว่า...
ซู่...
ขนอ่อนที่หลังคอของหมาป่าหนุ่ม พลันลุกซันขึ้นมาโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณระวังภัยขั้นสูงสุดของเขากำลังส่งเสียงกรีดร้องเตือนดังก้องอยู่ในหัว... เขาเริ่มรู้สึก 'สังหรณ์ใจไม่ดี' อย่างประหลาด ว่าค่ำคืนนี้ที่กำลังจะมาถึง... มันอาจจะเป็นสมรภูมิรบที่รับมือได้ยากลำบากยิ่งกว่าการเผชิญหน้ากับดงกระสุนปืนเสียอีก!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??