เรื่อง เกิดใหม่ทั้งที ข้ามีระบบเทพแมงดา (NC ฮาเร็ม)
ตอนที่ 113: เผชิญหน้าสมุนแมงมุม
ตอนที่ 113: เผชิญหน้าสมุนแมงมุม
ท่ามกลางาืมิดแะอบอ้าวปล่องถ้ำหินย้อยใต้ดินอันลึกล้ำ เสียงปะทุธารลาวาที่ไหลเอื่อยอยู่เบื้องล่างดังสะท้อนก้องกังวานระคายหูอยู่ตลอดเวลา ไอความร้อนเต้นระริกลอยพวยพุ่งขึ้นมาจนบรรยากาศรอบกายบิดเบี้ยวคล้ายกับห้วงมายา หากมิใช่เพราะอิทธิพลพลังจากเกราะพลังเมียที่มีมากถึงเจ็ดหน่วยคอยดูดซับความร้อนแะปรับสมดุลอุณหภูมิรอบกายให้คงที่ หลีเฮงก็คงจะร่างไหม้เกรียมเป็นตอตะโกไปนานแล้ว ร่างกายเขายังคงอบอุ่นสบายตัวอย่างน่าประหลาด ยิ่งได้รับการปรนนิบัติแผ่ปราณเย็นยะเยือกสตรีข้างกายอย่างสืออิง ราชินีเผ่างูผู้เลอโฉมคอยประคองร่างช่วยพยุงแะถ่ายทอดลมปราณเย็นเข้าสู่เส้นชีพจรผ่านฝ่ามือนุ่มนิ่ม ก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกกระปรี้กระเปร่าแะผ่อนคลายราวกับพักผ่อนอยู่ในตำหนักส่วนตัว มิใช่กลางสมรภูมิรังอสูรที่เต็มไปด้วยภยันตรายรอบด้าน
ขณะเดียวกัน เย่เจาจวิน ราชินีปีศาจราตรีสตรีผู้ครองบัลลังก์เกราะรบที่เดินนำหน้าเป็นโล่กำบังให้สามี ก็ยังคงย่างกรายด้วยท่วงท่าสง่างามประหนึ่งนางพญาเยือกเย็นผู้ไม่แยแสต่อสิ่งใด แสงไฟสีแดงส้มจากธารลาวาเบื้องล่างสาดสะท้อนผิวพรรณเนียนละมุนนางให้ดูเปล่งประกายงดงามทว่าแฝงความดุร้ายอันตราตรึงใจ เส้นใยแมงมุมสีส้มอมแดงขนาดยักษ์เท่าข้อมือที่ขึงพาดไขว้ไปมาตามผนังถ้ำแะหินย้อยส่งกระแสอัคคีไหลเวียนแล่นพล่าน ราวกับเป็นตาข่ายอัคคีที่ถักทอไว้เพื่อดักจับแะกลืนกินทุกชีวิตที่บังอาจล่วงล้ำเข้ามา
"ระวังตัวด้วยนะเจ้าคะท่านพี่ ใยไหมเพลิงข้างหน้านี้เริ่มหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ แล้ว หากเผลอไปแตะต้องเข้าแม้เพียงนิดเดียว มันจะรัดรึงแะแผดเผาร่างกายจนกว่าจะมอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านทันที" สืออิงกระซิบเสียงหวานข้างใบหูหลีเฮง ลมหายใจอุ่นๆ นางทำให้ชายหนุ่มรู้สึกสยิวซ่านที่ลำคอเบาๆ จนต้องแอบเอื้อมมือไปบีบคลึงบั้นเอวคอดกิ่วนางเป็นการตอบแทน ทำเอาขุนพลหญิงเผ่างูสั่นสะท้านเล็กน้อย ใบหน้าเนียนขาวขึ้นสีระเรื่ออย่างน่าเอ็นดู
"ไม่ต้องกังวลไปหรอกยอดรักข้า ยุทธศาสตร์ที่ข้าเตรียมการไว้จากวิหารรังเจาจวินได้รับการวางแผนมาเพื่อแก้ทางพวกมันโดยเฉพาะ" หลีเฮงกล่าวยิ้มๆ ท่าทางมั่นอกมั่นใจอย่างยิ่งยวด มือหนาแสร้งกุมดาบสั้นประดับอัญมณีล้ำค่าอย่างสง่างาม ทว่าร่างเขายังคงแอบหลบอยู่เบื้องหลังเงาร่างอรชรเย่เจาจวินอย่างมิดชิด ยึดมั่นในวิถีการเกาะเมียแะหลบหลังสตรีเพื่อเปิดใช้พลังป้องกันระบบเทพแมงดาอย่างมั่นคงเหนียวแน่น
แต่ความสงบราบรื่นมีอยู่ได้ไม่นานนัก
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าแะกรงเล็บแหลมคมขูดครูดกับศิลาผุกร่อนก็ดังระงมสะท้อนก้องมาจากด้านบน รอยแยกขนาดใหญ่บนเพดานถ้ำแะซอกหินมืดมิดรอบทิศทางเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง ฝุ่นหินระเบิดร่วงพรูลงมาประดุจ-่าฝน ก่อนที่เงาร่างทมิฬแดงจำนวนมหาศาลนับร้อยจะพุ่งตัวพรั่งพรูทิ้งตัวลงมาจากฟ้าอย่างรวดเร็วแะบ้าคลั่ง!
พวกมันคือ "ฝูงอสูรแมงมุมทหาร" สมุนรับใช้ระดับล่างสุดรังไหมเพลิง ร่างกายพวกมันมีขนาดใหญ่โตเท่าสุนัขล่าเนื้อตัวมหึมา ลำตัวสีดำมันปลาบปกคลุมด้วยขนหนามแหลมคมสีแดงปะทุไอความร้อน ขาทั้งแปดแหลมคมดั่งทวนเหล็กกล้าที่พร้อมจะสับทลายศัตรูให้ขาดสะบั้น แะที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือดวงตาสีเลือดนับสิบดวงบนใบหน้าที่จ้องมองกองทัพผู้บุกรุกด้วยความกระหายเลือด
"กรี๊ดดด! กรรจ์!" เสียงกรีดร้องสั่นประสาทฝูงอสูรแมงมุมทหารดังก้องกังวาน พวกมันอ้าขากรรไกรกว้าง พ่นใยไหมเพลิงพวยพุ่งออกมาจากปากพร้อมๆ กัน ใยสีแดงสดพุ่งทะยานผ่านอากาศประหนึ่งกระสุนเพลิงแะข่ายไหมอัคคียักษ์ที่ตกลงมาครอบคลุมทัพหน้าหลีเฮงอย่างแม่นยำแะรวดเร็ว
"อสูรหมาป่าสองขา" ที่ทำหน้าที่เป็นกองหน้าลาดตระเวนแะเป็นโล่เนื้อปะทะประชิดพยายามหลบหลีกตามคำสั่ง ทว่าปริมาณใยไหมเพลิงที่พ่นออกมามีมากเกินไป ใยไหมสีเพลิงที่มีความหนาแน่นเหนียวเหนอะหนะแะอุณหภูมิร้อนแรงราวกระแสน้ำลาวาพุ่งเข้าครอบคลุมร่างพวกมันทันที เมื่อใยไหมสัมผัสโดนผิวหนังที่ปกคลุมด้วยเกล็ดหนาหมาป่าสองขา มันจะหดตัวรัดกุมบีบคั้นร่างกายอย่างรวดเร็วประหนึ่งโซ่เหล็กกล้าที่เผาจนแดงฉาน
เสียง "ฟู่! ฟู่! ฟู่!" ความร้อนที่แผดเผาไหม้เกรียมบนเนื้อหนังอสูรหมาป่าสองขาดังระงมสลับกับควันไฟสีขาวอมขุ่นที่พวยพุ่งโชยกลิ่นไหม้เกรียม อสูรหมาป่าสองขาจำนวนหลายสิบตัวล้มกลิ้งเกลือกไปกับพื้นถ้ำ พยายามดิ้นรนฉีกกระชากใยไหมที่มัดตรึงขาทั้งสองแะลำตัวไว้อย่างแน่นหนา ทว่ายิ่งพวกมันดิ้นรนแะออกแรงดึงทึ้งมากเท่าใด ใยไหมเพลิงสีแดงกลับยิ่งทวีความร้อนแรงแะบีบรัดลึกเข้าเนื้อหนังจนปรากฏรอยแผลไหม้พุพองลึกถึงกระดูก พวกมันกรีดร้องลั่นด้วยความทรมานแะแสนเจ็บปวดขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวร่างกายไม่ได้แม้แต่น้อย ตกเป็นเป้านิ่งกลางลานศึกโดยสมบูรณ์!
เห็นสถานการณ์แนวหน้าตกอยู่ในขั้นวิกฤต ฝูงอสูรแมงมุมทหารร้อยกว่าตัวที่เกาะอยู่ตามโขดหินจึงชูขาหนามยาวเตรียมตัวกระโจนเข้าขย้ำแะใช้คมเขี้ยวสับสังหารอสูรหมาป่าสองขาที่ขยับไม่ได้เหล่านั้นเป็นอาหารอย่างกระหยิ่มใจ
"ท่านพี่! ทัพหน้าเราแย่แล้ว ใยไหมเพลิงพวกนี้ทำลายยากยิ่งนัก ให้ข้าใช้อิทธิฤทธิ์เพลิงพิษงูเย็นเข้าไปปะทะช่วยพวกมันออกมาก่อนดีหรือไม่เจ้าคะ?!" สืออิงร้อนรนใจ แววตานางเต็มไปด้วยความกังวล มือเรียวขยับเตรียมร่ายมนตร์เรียกอสรพิษปราณเย็นออกมาจากแขนเสื้อ
"ช้าก่อนสืออิง อย่าเพิ่งตื่นตระหนกไป" หลีเฮงเอ่ยห้ามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทว่าหนักแน่น แววตาเขาไม่มีประกายความขลาดกลัวแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม สมองเพชรเขากำลังหมุนวนประมวลผลกลยุทธ์จำลองแผนที่รบแะสั่งการยูนิตประสานงานอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าฟาด ชายหนุ่มเพ่งพินิจดวงตาจ้องมองผ่านหน้าต่างแผงควบคุมระดมพลสีทองใสระบบเทพแมงดาที่ฉายขึ้นในครรลองจักษุตนเองแต่เพียงผู้เดียว
เขามองเห็นสถานการณ์ทั้งหมดในมุมมองกว้างจากเบื้องบน ประหนึ่งแม่ทัพผู้มองสนามรบผ่านหมากกระดานพิชัยสงครามจำลองรบประสานงาน หลีเฮงวิเคราะห์ข้อมูลที่แสดงผลออกมาอย่างรวดเร็ว:
[ข้อมูลระบบ: ใยไหมเพลิงมีคุณสมบัติเกิดจากน้ำลายอสูรธาตุไฟเข้มข้น มีความต้านทานแรงกายภาพแะแรงดึงสูงมาก แต่จุดอ่อนร้ายแรงคือไม่ทนต่อพลังพิษที่มีความเป็นหยินสูงแะมีค่ากรดเข้มข้น การใช้กรดพิษเย็นจะทำลายสมดุลลมปราณอัคคีแะลบล้างโครงสร้างความเหนียวเส้นใยให้ขาดสะบั้นลงทันที]
"หึ! คิดจะใช้กรงขังไฟควบคุมกองทัพอสูรข้าอย่างนั้นหรือ? เสียใจด้วยนะเจ้าพวกสัตว์แปดขาหน้าโง่ วันนี้พวกเจ้าเจอปรมาจารย์แห่งการประสานหน่วยรบแล้ว!" หลีเฮงแสยะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ดวงตาฉายแววผู้ชนะ
หลีเฮงไม่รอช้า สั่งการผ่านกระแสจิตวิญญาณเชื่อมโยงร่วมรังในดวงดาราระบบทันที ส่งสัญญาณถึงหน่วยยิงระยะไกลที่ซุ่มตัวรอคอยอยู่แนวหลัง
"อสูรปีศาจพ่นพิษมารแนวหลังทั้งหมด! จงเคลื่อนขบวนประจำตำแหน่งโอบแนวข้างด้านขวาแะซ้ายด่วนที่สุด! จากนั้นเตรียมรวบรวมลมปราณเย็นแะเหลวพิษเข้มข้นในกระเปาะคอ เล็งเป้าหมายไปที่ใยไหมเพลิงสีแดงที่รัดตรึงฝูงหมาป่าสองขาอยู่เบื้องหน้า ห้ามยิงพลาดเป้าเด็ดขาด!"
ด้วยคำสั่งที่ฉับไวแะเด็ดขาดผ่านกระแสจิตรวมใจ อสูรปีศาจพ่นพิษมารซึ่งเป็นหน่วยรบกึ่งงูกึ่งอสูรท่อนล่างยาวเหยียดมีแผงหนามหลังแหลมคมชูเด่นนับร้อยตัว ก็พากันเคลื่อนพลอย่างรวดเร็วแะพร้อมเพรียง ท่อนหางพวกมันไถลครูดพื้นหินลื่นไหลปราดเปรียวดั่งลมพัด เล็ดลอดอ้อมผ่านซอกหินร้อนเข้ามาจัดตั้งแนวรบเป็นรูปครึ่งวงกลมอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยประหนึ่งทหารกล้าที่ผ่านการฝึกฝนมานับร้อยสงคราม พวกมันอ้าปากกว้างเผยกรามที่เต็มไปด้วยเขี้ยวซ้อนระบายลมปราณพิษเข้มข้นสีม่วงคล้ำออกมาจนอากาศรอบด้านส่งเสียงฉ่า
"ยิงได้! พ่นน้ำพิษกรดสลายวิญญาณออกไปพร้อมกัน!" หลีเฮงออกคำสั่งลั่นในดวงจิต
*ฟู่! ซู่! ซู่! ซู่!*
ในเสี้ยววินาทีนั้น อสูรปีศาจพ่นพิษมารแนวหลังก็พร้อมใจกันพ่นเหลวพิษกรดสีม่วงเข้มข้นที่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูงลิ่วแะเต็มไปด้วยปราณหยินเย็นยะเยือกพุ่งทะยานพวยพุ่งโค้งข้ามหัวแนวหน้าตกลงประดุจ-่าฝน-่าใหญ่ที่กระหน่ำซัดสาด เหลวพิษกรดเข้มข้นสีม่วงพุ่งเข้ากระทบเป้าหมายได้อย่างแม่นยำไร้ที่ติ มันตกลงบนเส้นใยไหมเพลิงที่กำลังแผดเผาแะรัดตรึงอสูรหมาป่าสองขาอยู่อย่างจัง
ทันทีที่กรดพิษน้ำเย็นสัมผัสกับเส้นใยไหมเพลิง ปฏิกิริยากัดกร่อนขั้นรุนแรงก็บังเกิดขึ้นในพริบตา! เสียงดัง *ฉ่า! ฟู่!* สะท้อนลั่นโถงอุโมงค์ถ้ำ ควันพิษหนาทึบสีม่วงสดพวยพุ่งลอยตัวสูงขึ้นชวนแสบจมูก กระแสลมปราณไฟร้อนระอุที่แฝงอยู่ในใยไหมแดงเพลิงเจอกับพลังหยินเย็นน้ำกรดพิษเข้มข้นเข้าข่มสะกดจนมอดดับไปในพริบตา แรงกัดกร่อนอันร้ายกาจกัดเซาะโครงสร้างใยแมงมุมที่เคยเหนียวแน่นยิ่งกว่าเหล็กกล้าจนละลายสลายยุ่ยกลายเป็นเมือกเหลวเหนอะหนะขาดสะบั้นเป็นท่อนๆ หลุดร่วงออกจากร่างอสูรหมาป่าสองขาแนวหน้าอย่างง่ายดายราวกับเศษกระดาษเปียกน้ำ
ที่สำคัญที่สุด ร่างอสูรหมาป่าสองขาไม่ได้รับอันตรายจากกรดพิษเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย เนื่องจากพันธุกรรมรังอสูรเดียวกันทำให้พวกมันมีภูมิคุ้มกันแะต้านทานต่อกรดพิษเพื่อนร่วมรังร้อยเปอร์เซ็นต์!
เมื่อร่างกายหลุดพ้นจากพันธนาการอัคคี อสูรหมาป่าสองขาก็ก้าวขาขึ้นมาอีกครั้ง รอยไหม้บนผิวหนังค่อยๆ สลายตัวด้วยพลังฟื้นฟูตนเอง ดวงตาทุกดวงพวกมันเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำสว่างโร่ด้วยโทสะแะแรงคลั่งแค้นที่เกือบจะถูกเผาทั้งเป็น พวกมันอ้าปากคำรามกึกก้องจนเพดานถ้ำสั่นสะเทือน เล็บเท้าตะกุยโขดหินจนประกายไฟกระเด็น
"ดีมาก! แนวหน้าพ้นเครื่องพันธนาการแล้ว! อสูรหมาป่าสองขาจงบุกตะลุมบอนขยี้พวกมันให้หมดสิ้น! อย่าให้เหลือแม้แต่ตัวเดียว!" หลีเฮงชี้นิ้วชักนำการศึก สั่งการรุกกลับเต็มกำลัง!
*โฮก! กรรจ์!*
ฝูงอสูรหมาป่าสองขานับร้อยพุ่งตัวไปข้างหน้าประหนึ่งลูกธนูสีดำที่หลุดลอยออกจากแล่ง พวกมันทะยานข้ามโขดหินลาดชันอย่างรวดเร็วแะกระโจนเข้าใส่ฝูงอสูรแมงมุมทหารที่เพิ่งตั้งตัวไม่ทันอย่างดุเดือด คมเขี้ยวอันแข็งแกร่งแะกรงเล็บคู่หน้าที่แหลมคมดั่งดาบเหล็กจ้วงแทงขย้ำฉีกกระชากร่างพวกแมงมุมไหมเพลิงอย่างโหดเหี้ยม
เสียงกะโหลกแมงมุมแตกละเอียดแะเสียงเนื้อฉีกขาดดังประสานปนเปกันอย่างน่าขนลุก อสูรหมาป่าสองขาสามสี่ตัวรุมขย้ำแมงมุมทหารทีละตัว กระชากขาแหลมคมออกเป็นชิ้นๆ แะขย้ำจนน้ำเลี้ยงลำตัวสีเขียวเหลืองข้นพุ่งกระจายนองพื้นถ้ำสะท้อนแสงไฟลาวา ฝูงแมงมุมทหารพยายามจะอ้าปากพ่นใยไหมเพลิงตอบโต้ ทว่าก็ถูกความเร็วอันน่าเหลือเชื่อหมาป่าสองขาเอี้ยวตัวหลบหลีกได้อย่างง่ายดาย แะหากมีตัวใดพยายามรวบรวมปราณพ่นใย อสูรปีศาจพ่นพิษมารที่แนวหลังก็จะพ่นกรดพิษเข้มข้นเข้าสกัดขัดขวางทันที ก้อนกรดพิษเหลวพุ่งทะลวงเป้าหมายแฉลบฉีกเนื้อตัวแะใบหน้าพวกแมงมุมจนละลายพุพองระเบิดแหลกเหลวเป็นควันขุ่นไปทีละรายสองราย
การรบประสานงานยูนิตรับ-รุกกองทัพอสูรภายใต้การสั่งการหลีเฮงดำเนินไปอย่างลื่นไหลแะไร้รอยต่อ ราวกับบทเพลงแห่งความตายที่ถูกบรรเลงขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบไร้จุดบกพร่อง การทำศึกตะลุมบอนดำเนินไปเพียงชั่วพริบตาเดียว ฝูงอสูรแมงมุมทหารนับร้อยที่เคยดูดุร้ายแะน่าเกรงขามก็ถูกฉีกกระชากจมกองเลือดแะน้ำพิษเน่าเปื่อยสลายตัวไปอย่างง่ายดายจนไม่หลงเหลือร่างใดต้านทานได้อีก ทางเดินถ้ำที่เคยตึงเครียดกลับกลายเป็นสมรภูมิที่กองทัพอสูรหลีเฮงได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาดโดยไร้การสูญเสียยูนิตหลักแม้แต่ตัวเดียว!
เย่เจาจวินที่เฝ้าจับตามองการต่อสู้อยู่เบื้องหน้า ถึงกับหันกลับมามองสามีตัวน้อยด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความประหลาดใจแะชื่นชมระคนเลื่อมใส นางแย้มยิ้มบางๆ เผยให้เห็นเสน่ห์อันเย้ายวนลุ่มลึกราชินีปีศาจราตรีอย่างเต็มเปี่ยม
"ยอดรักข้า... ความคิดแะการวางแผนศึกท่านช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก ข้าไม่เคยเห็นผู้ใดสั่งการกองทัพอสูรผสมผสานประสานงานได้แม่นยำรวดเร็วแะเด็ดขาดเช่นนี้มาก่อน ราวกับท่านมองเห็นเส้นทางการเคลื่อนพลแะจุดอ่อนทั้งหมดศัตรูจากเบื้องบนก็มิปาน ปัญญาท่านช่างฉลาดปราดเปรื่องสมกับเป็นสามีข้าจริงๆ" เย่เจาจวินกล่าวชื่นชมเสียงนุ่มหูพลางส่งสายตาหยาดเยิ้มส่งให้
หลีเฮงได้ทีจึงแสร้งทำเป็นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ท่าทางสง่าผ่าเผยอย่างผู้รอบรู้ ทว่าใบหน้าหนาเตอะเขากลับเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจแะลำพองใจในความฉลาดตนเอง เขาขยับกายเข้าไปใกล้แล้วเอื้อมมือไปโอบดึงร่างบางสะคราญตาเย่เจาจวินเข้ามากอดกระชับ แอบสูดกลิ่นหอมกรุ่นจากซอกคอระหงนางเบาๆ อย่างเนียนๆ ท่ามกลางกลิ่นไอสงคราม
"ฮ่าๆ เจาจวินชื่นชมข้าเกินไปแล้ว ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะแผนการสร้างกองทัพอสูรที่ยอดเยี่ยมพวกเราอย่างไรเล่า หากไม่มีการวิเคราะห์ปรับยีนปลดล็อกอสูรปีศาจพ่นพิษมารเจ้าแะเกราะคุ้มกันอันอบอุ่นนี้ ข้าก็คงไม่มีโอกาสแสดงกลยุทธ์อันเหนือชั้นเช่นนี้หรอก" ชายหนุ่มหยอดคำหวานออดอ้อนประจบเมียรักอย่างลื่นไหล
สืออิงที่ยืนมองอยู่ข้างๆ ก็ก้าวเข้ามาใกล้ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักใคร่เสน่หาไม่แพ้กัน นางเอ่ยขึ้นบ้างพร้อมน้ำเสียงสั่นสะท้านชวนฟัง
"นายท่านวางแผนการรบได้แยบยลจนอสรพิษน้อยเช่นข้าตื้นตันใจยิ่งนักเจ้าค่ะ ท่วงท่าสั่งการรบช่างเปี่ยมไปด้วยบารมีจักรพรรดิผู้ครองใต้หล้า สืออิงเลื่อมใสในตัวท่านที่สุดเลยเจ้าค่ะ"
หลีเฮงหันมามองขุนพลหญิงเผ่างูที่ส่งสายตาออดอ้อนน่าเอ็นดู ชายหนุ่มไม่รอช้าปัดสะโพกเบาๆ โอบกอดร่างนางเข้ามาแนบชิดอกอีกข้าง นวดลูบไล้บั้นท้ายงามงอนนุ่มนิ่มสืออิงผ่านอาภรณ์บางเพื่อส่งบัฟเกราะความเร็วให้แก่นางแะปลอบประโลมความตื่นตระหนกจนหญิงสาวต้องซบหน้าลงกับอกแกร่งเขาด้วยความเคลิบเคลิ้มยอมสยบในอ้อมแขน
"เอาล่ะ พวกเราเร่งเคลื่อนทัพต่อเถอะ ฝูงสมุนรอบนอกสลายตัวไปหมดแล้ว แต่ตัวการใหญ่แะแหล่งแร่ที่แท้จริงยังคงอยู่ด้านใน" หลีเฮงเอ่ยเตือนสติพร้อมคลายอ้อมกอด สั่งเคลื่อนพลเดินหน้าต่อไป
กองทัพผสมหลีเฮงแะเมียรักทั้งสองทะลวงด่านผ่านอุโมงค์แคบที่เกลื่อนไปด้วยซากชิ้นส่วนแะใยเหนียวกระจัดกระจาย ก้าวเดินลึกเข้าไปตามกลิ่นไอความร้อนปะทุรุนแรงธารลาวา จนกระทั่งในที่สุด พวกเขาก็เคลื่อนพลพ้นจากทางเดินแคบๆ แะย่างกรายทะลวงเข้าสู่ห้วงมิติใหม่เบื้องหน้า
มันคือ "ห้องโถงใหญ่ชั้นในที่เป็นรังหลัก" เผ่าแมงมุมไหมเพลิง!
ทัศนียภาพเบื้องหน้าช่างกว้างใหญ่ตระการตาแะแฝงไปด้วยความน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก โถงถ้ำขนาดยักษ์มีความกว้างขวางปานลานประลองเมืองใหญ่ เพดานถ้ำสูงลิบจนแทบมองไม่เห็นยอด มีหินย้อยสีเพลิงยักษ์ห้อยย้อยลงมาประดุจฟันสัตว์ประหลาด เบื้องล่างโถงใหญ่คือแอ่งทะเลลาวาเดือดพล่านขนาดมหึมาที่ส่งเสียงระเบิดฟองสีส้มเหลืองพวยพุ่งขึ้นมาตลอดเวลา ส่งผลให้แสงสว่างสีชาดแผ่สะท้อนวูบวาบปกคลุมทั่วทั้งโถงกว้าง แะที่น่าตื่นตาที่สุดคือ เหนือแอ่งลาวาเดือดพล่านสีเลือดนั้น มีตาข่ายใยแมงมุมยักษ์สีส้มทองทอประกายระยิบระยับขึงไขว้ถักทอพาดผ่านข้ามฝั่งลาวาราวกับสะพานแะป้อมปราการใยไหมทองคำขนาดมโหฬารที่เชื่อมต่อยอดโขดหินกลางธารไฟ
กลิ่นไอสมบัติแร่วิเศษแะกลิ่นอายอสุรระดับสูงแผ่กระจายรุนแรงคละคลุ้งจนทุกคนสัมผัสได้ การผจญภัยครั้งใหญ่ในรังหลักกำลังจะเริ่มปะทุขึ้นในไม่ช้านี้แล้ว!
---------------------------------------------------
[ประเมินผลระบบเทพแมงดา ประจำตอน]
* แต้มแมงดาคงเหลือ: 34,500 แต้ม (คงเดิม)
* แต้มวิบัติสะสม: 49 แต้ม (เพิ่มขึ้น +1 แต้ม จากผลการใช้กลยุทธ์จำลองรบระบบเพื่อเข้าคุมเกมศึกแะเอาตัวรอดโดยละเลยการฝึกปราณตนเอง)
* เกราะพลังเมีย: 7 หน่วย (คงเดิม สมาชิกขุนพลสตรีหลักยังอยู่ครบถ้วน)
* ค่าศักดิ์ศรีสะสม: -56 แต้ม (คงเดิม รักษามาตรฐานการหน้าหนาพึ่งพาภรรยาแะหลบหลังสตรีระหว่างออกศึกรบได้อย่างมั่นคงไม่ลดลง)
* สถานะปัจจุบัน: 'ทะลวงผ่านรังรบชั้นนอกสำเร็จ / เข้าสู่โถงรังหลักไหมเพลิงเพื่อเตรียมรับมือเผชิญหน้าขุนพลแมงมุมเพลิงระดับสูง'
---------------------------------------------------
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
ปักหมุด
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??