เรื่อง เกิดใหม่ทั้งที ข้ามีระบบเทพแมงดา (NC ฮาเร็ม)
ตอนที่ 132: หมาป่าศิลาทะลวงค่าย
ตอนที่ 132: หมาป่าศิลาทะลวงค่าย
ภายใน้โเพาะฟักส่วนลึกของวิหารหลักปีศาจราตรี บรรยากาศรอบด้านระอุไปด้วยไอพลังปราณที่หมุนเวียนอย่างหนาแน่นและเข้มข้น แสงสลัวสีม่วงอมแดงฉายวาบจากผนังหินที่ปกคลุมด้วยเส้นใยชีวภาพและท่อน้ำเลี้ยงขนาดใหญ่ซึ่งเต้นตุบๆ ราวกับชีพจรของสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ กลิ่นอายคาวอ่อนๆ ของรังอสูรดั้งเดิมปะปนกับกลิ่นหอมของสมุนไพรวิญญาณและไอความร้อนที่แผ่ซ่านออกมาจากแร่ศิลาเหล็กทมิฬซึ่งกองเรียงรายอยู่รอบๆ ขอบสระฟักไข่ธรรมชาติ
เย่เจาจวิน ราชินีปีศาจราตรีผู้เลอโฉม ยืนสงบนิ่งอยู่บนแท่นหินยักษ์ใจกลาง้โ เรือนร่างระหงอันงดงามสมส่วนอวบอัดสะกดสายตาบัดนี้สวมชุดคลุมผ้าไหมสีดำขลิบม่วงเข้ม เส้นผมสีดำสนิทราวกับความมืดมิดของรัตติกาลแผ่สยายเต็มแผ่นหลัง ปีกสีขนนกอีกาคู่ใหญ่ด้านหลังขยับสยายและหุบเข้าเบาๆ เพื่อช่วยควบคุมกระแสลมปราณหยินปีศาจที่กำลังแผ่กระจายออกจากร่างของนาง ดวงตากลมโตคู่สวยเปล่งประกายสีม่วงเรืองรองอันเปี่ยมไปด้วยอำนาจสั่งการ ขณะที่สองมือเรียวงามทาบลงบนศิลาควบคุมหลักของรังไข่ฟักอสูร
ไม่ห่างกันนัก หลีเฮง ยืนกอดอกมองภรรยาเอกด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและชื่นชม ชายหนุ่มผู้นี้มีโฉมสะคราญหล่อเหลาปานเทพบุตร กายแกร่งของเขาสวมชุดรบสีครามเข้มผ่อนคลาย ขับเน้นบุคลิกสง่างามทะเล้นกวนประสาท ทว่ายามนี้ใบหน้าของเขากลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ใคร่รู้ และลุ้นระทึกอย่างปิดไม่มิด
"เจาจวิน... เจ้าไหวหรือไม่? แร่ศิลาเหล็กทมิฬล็อตใหญ่ที่ข้าให้พวกทาสปีศาจขุดส่งผ่านย่ามมิติมารมาจากเหมืองแร่ของกู๋เอ๋อร์นั้นมีน้ำหนักมหาศาล ยามที่ส่งผ่านกระแสพลังเข้าสู่รังฟัก มันอาจจะกดทับลมปราณของเจ้าได้" หลีเฮงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงความห่วงใยอย่างลึกซึ้ง
เย่เจาจวินหันใบหน้าหยาดเยิ้มกลับมามองสามีรัก แววตาของนางอ่อนแสงลงทันตาเมื่อสบสายตากับเขา นางยิ้มหวานพลางส่ายหน้าเบาๆ "ท่านพี่อย่าได้กังวลไปเลยเจ้าค่ะ หลังจากที่ข้าได้รับปราณหยางสวรรค์อันแกร่งกล้าและรหัสยีนสายพันธุ์เกราะศิลาที่ท่านสกัดมามอบให้แก่ข้าผ่านบทรักบำเพ็ญคู่เมื่อคืนนี้ ร่างกายและรังไข่ฟักหลักของข้าก็แข็งแกร่งขึ้นกว่าแต่ก่อนหลายเท่าตัว กระแสพลังแร่ศิลาเหล็กทมิฬเหล่านี้หาได้ทำให้ข้าเหน็ดเหนื่อยไม่ ตรงกันข้าม... มันกำลังทำหน้าที่เป็นสารอาหารและเกราะป้องกันชั้นเลิศให้แก่เด็กๆ ของเราเจ้าค่ะ"
คำว่า "เมื่อคืนนี้" ทำเอาหลีเฮงยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ ความรู้สึกซ่านเสียวสะท้านทรวงของการบดเบียดเนื้อแนบเนื้อ การกระแทกกระทั้นซอยสะโพกเข้าสู่ช่องทางรักอันคับแน่นเปียกชุ่มของเจาจวินยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำ ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะยื่นมือหนาไปลูบไล้สะโพกอวบอัดตึงเปรี๊ยะของนางอย่างแผ่วเบาเชิงหยอกล้อ จนราชินีคนงามค้อนขวับใส่ด้วยความเขินอายพลางขยับหนีเล็กน้อย
"ท่านพี่ล่ะก็... ยามนี้เป็นเวลาสำคัญของการวิวัฒนาการอัปเกรดสัตว์อสูรสายพันธุ์ใหม่นะเจ้าคะ อย่าเพิ่งสวมวิญญาณคนเจ้าชู้หน้าหนาตรงนี้สิเจ้าคะ" เจาจวินเอ่ยเย้าเสียงกระเส่า แผ่ปราณสีม่วงเข้มออกมาสะกดจิตควบคุมรังไข่ต่อ
หลีเฮงหัวเราะเบาๆ "เอาล่ะๆ ข้าไม่กวนเจ้าแล้ว เมียรัก เจ้าลุยต่อเถิด ข้าอยากเห็นเหลือเกินว่า 'อสูรหมาป่าเกราะศิลา' ร่างวิวัฒนาการใหม่นี้จะทรงอานุภาพเพียงใด"
เย่เจาจวินพยักหน้ารับอย่างจริงจัง นางหลับตาลงพริ้มพลางร่ายมนตร์ประสานจิตวิญญาณเข้ากับรังฟักธรรมชาติอย่างเต็มกำลัง ทันใดนั้น กระแสไอแร่สีดำขลับประดุจเหล็กไหลเหลวจากแร่ศิลาเหล็กทมิฬที่กองอยู่โดยรอบก็เริ่มหลอมละลายกลายเป็นของเหลวสีดำมะเมื่อม แผ่ซ่านลอยละล่องเข้าไปในสระฟักไข่อสุรกายขนาดยักษ์ที่มีไข่อสูรนับพันใบจมอยู่ครึ่งตัว
*ซู่... ซู่...*
เสียงของเหลวแร่ทมิฬแทรกซึมผ่านเปลือกไข่สีแดงคล้ำดังก้องกังวาน เปลือกไข่ที่เคยดูเปราะบางเริ่มปรากฏเส้นใยสีดำและสีทองเหลื่อมซ้อนทับกันอย่างหนาแน่น พลังงานหยินหยางที่หลีเฮงและเจาจวินร่วมกันสร้างขึ้นเมื่อคืนนี้ ทำหน้าที่เป็นตัวนำส่งรหัสพันธุกรรมเกราะศิลาของกู๋เอ๋อร์เข้าไปดัดแปลงโครงสร้างกระดูกและผิวหนังของตัวอ่อนสัตว์อสูรที่อยู่ภายในอย่างรวดเร็ว
"วิวัฒนาการอัปเกรด... จงตื่นขึ้นมา ฝูงอสูรหมาป่าเกราะศิลาของข้า!" เจาจวินลืมตาขึ้นเปล่งเสียงประกาศกร้าวอันทรงพลังสะท้านถ้ำ
*แก๊ก... เคร้ง! เคร้ง!*
เสียงเปลือกไข่แตกตัวเริ่มดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง รอยปริร้าวบนผิวไข่สีดำมะเมื่อมปรากฏขึ้นเป็นแนวตรง สระเพาะฟักปะทุเดือดพล่านด้วยฟองอากาศและไอปราณกระสับกระส่าย ขาคู่แรกที่ยื่นออกทะลายเปลือกไข่ออกมานั้นไม่ใช่กรงเล็บกระดูกสีขาวซีดแบบเดิมอีกต่อไป ทว่ามันคืออุ้งเท้าเหล็กสีดำสนิทที่หุ้มด้วยแผ่นหินเกราะเหล็กทมิฬหนาเตอะ ปลายกรงเล็บแหลมคมยาวดุจใบมีดเหล็กกล้าที่แผ่ไอร้อนจางๆ
ในที่สุด ฝูงสัตว์อสูรกายต่างมิติสายพันธุ์ใหม่ก็ก้าวเท้าขึ้นมาจากสระฟักไข่ทีละตัวๆ อย่างพร้อมเพรียง รูปร่างหน้าตาของพวกมันเปลี่ยนไปจาก "อสูรหมาป่าสองขา" รุ่นเดิมอย่างสิ้นเชิง จนหลีเฮงที่ยืนมองอยู่ถึงกับต้องผิวปากด้วยความทึ่ง
ร่างกายของอสูรหมาป่าเกราะศิลานี้มีขนาดใหญ่และล่ำสันกว่ารุ่นเดิมเกือบเท่าตัว ช่วงไหล่กว้างและบึกบึนขยายพิกัดรับน้ำหนัก ผิวหนังที่เคยบางและฉีกขาดง่ายถูกทดแทนด้วยแผ่นเกราะหินเหล็กทมิฬสีดำขลับหนาเตอะหุ้มห่อทั่วทั้งตัว แผ่นเกราะแต่ละชิ้นเรียงตัวซ้อนเหลื่อมกันประดุจเกราะเกล็ดมังกรทมิฬดูประณีต ทว่าแข็งแกร่งจนราวกับว่าแม้แต่ศัสตราวุธระดับสูงก็ไม่อาจเจาะทะลวงผ่านได้
ที่น่าเกรงขามยิ่งกว่านั้นคือ ตลอดแนวสันหลังตั้งแต่ช่วงต้นคอ ไหล่ ไปจนถึงโคนหางหนาปรากฏหนามศิลาแหลมคมงอกเงยปูดโปนออกมาเป็นทิวแถว หนามเหล่านี้ดำสนิทและมีความเงางามสะท้อนแสง มีสีส้มแดงเรืองๆ แฝงอยู่ตรงโคน ราวกับว่ามีพลังงานลาวาหลอมละลายซ่อนอยู่ภายใน ส่วนหัวของมันสวมเกราะหินหนาแน่นประดุจหมวกเหล็กศึก ดวงตาทั้งสองข้างสีแดงฉานเปล่งแสงอัคคีจางๆ ขับเน้นรังสีแห่งความกระหายเลือดและความดุดันน่าสะพรึงกลัวอย่างที่สุด
"นี่มัน... โคตรเท่เลยเมียรัก!" หลีเฮงสบถออกมาด้วยความสะใจพลางสาวเท้าเข้าไปลูบหัวอสูรหมาป่าเกราะศิลาตัวที่ใกล้ที่สุด ผิวเกราะศิลาเหล็กทมิฬของมันให้สัมผัสเย็นเยียบและหยาบกร้านดุจศิลาผา ทว่าแฝงด้วยความหนาและแน่นขนัดปานเหล็กกล้าชั้นยอด เจ้าหมาป่าเกราะศิลาครางต่ำในคอพลางเอาหัวหินแกร่งก้มลงมาคลอเคลียเข่าของหลีเฮงอย่างเชื่องเชื่อตามสัญชาตญาณความจงรักภักดี
"พวกมันไม่เพียงแต่มีร่างกายที่ถึกทนขึ้นเท่านั้น ทว่าโครงสร้างกระดูกและส่วนข้อต่อยังถูกปรับปรุงให้สามารถรองรับแรงกระแทกมหาศาลได้ด้วยเจ้าค่ะ" เย่เจาจวินเดินลงมาจากแท่นหินพลางอธิบายด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความยินดี "เมื่อพวกมันก้มหัวขดตัวม้วนเข้าหากัน เกราะสันหลังและหนามศิลาจะประสานเข้าด้วยกันกลายเป็นรูปทรงกลมมนทันที ทำให้สามารถกลิ้งชนด้วยความเร็วสูงทะลวงแนวป้องกันของศัตรูได้โดยที่ตัวมันไม่ได้รับบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย"
"ยอดเยี่ยม! เช่นนั้นจะรอช้าอยู่ทำไม ยามนี้ที่เหมืองแร่ศิลาเหล็กทมิฬของกู๋เอ๋อร์ยังมีพวกกลุ่มทหารเดนตายของเผ่าศิลาเหล็กโบราณซุ่มซ่อนสร้างค่ายกลป้อมหินต่อต้านพวกเราอยู่ไม่ใช่หรือ? ข้าจะนำฝูงอสูรหมาป่าเกราะศิลาห้าร้อยตัวแรกนี้ออกไปทดลองศึกจริงดูเสียหน่อย!" หลีเฮงเอ่ยด้วยแววตาเป็นประกายวับ ความคิดชั่วร้ายปนความสนุกแล่นเข้ามาในหัวสมองเพชรทันที
เย่เจาจวินยิ้มรับ "ข้าจะคุมรังฟักส่งกำลังหนุนตามไปเจ้าค่ะ ท่านพี่จงนำทัพหน้าหมาป่าหินหนามเหล็กกล้าเหล่านี้ไปแสดงฝีมือเถิด"
---
ณ เมืองย่อยเหมืองแร่ศิลาเหล็กทมิฬ
เสียงครืนครั่นระเบิดดังสะท้อนก้องทั่วหุบเขาศิลาสีดำที่คดเคี้ยวสลับซับซ้อน ควันปืนไฟและละอองดินหินตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ หน้าด่านอุโมงค์เหมืองแร่หลักบัดนี้กลายเป็นลานประลองยุทธ์อันดุเดือด ข้าศึกเผ่าศิลาเหล็กโบราณที่เหลือรอดอยู่หลายร้อยตัวซึ่งนำโดยขุนพลร่างยักษ์ผิวสีเทาดำสวมเกราะหินหนาเตอะ ได้ร่วมกันสร้างแนวป้อมค่ายกลศิลาขนาดยักษ์ปิดกั้นอุโมงค์ขุดแร่เอาไว้ พวกมันติดตั้งโล่ศิลาเหล็กขนาดมหึมาและอาวุธปืนไฟโบราณคอยระดมยิงกระสุนเหล็กเข้าใส่ทาสปีศาจขุดแร่และกองกำลังเฝ้าด่านจนไม่สามารถบุกเข้าไปได้
กู๋เอ๋อร์ ราชินีเผ่าเกราะศิลาผู้กลับใจยอมจำนนเป็นสนมรับใช้ ยืนกำค้อนศึกยักษ์แน่นอยู่บนเนินหินสูง แผงอกอวบอัดใหญ่โตคัพอีของนางกระเพื่อมไหวตามจังหวะหายใจด้วยความหงุดหงิด ผิวสีน้ำผึ้งแน่นตึงเปรี๊ยะของนางมีหยาดเหงื่อใสผุดพราว "พวกสวะเดนตายเหล่านี้ดื้อดึงยิ่งนัก! ป้อมค่ายกลหินของพวกมันมีพลังค่ายกลหนาแน่นขวางทางลึก หากข้าบุกเข้าไปเดี่ยวๆ อาจจะโดนปืนไฟระดมยิงจนเกราะสลายได้"
"ฮ่าๆๆ เมียรักของข้า อย่าได้ร้อนใจไปเลย!" เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลัง
กู๋เอ๋อร์หันกลับไปมองพลันพบกับร่างสง่างามของหลีเฮงที่เดินก้าวเดินเข้ามาด้วยท่าทางสบายใจเฉิบ โดยมี สืออิง ราชินีเผ่างูสวมชุดรัดรูปสีเขียวมรกตเดินเยื้องย่างตามมาข้างๆ ดวงตาทรงเสน่ห์ของสืออิงเหล่มองหลีเฮงอย่างระคนเอ็นดูปนหมั่นไส้ในความมั่นหน้าของสามี
"ท่านพี่หลีเฮง! ท่านมาแล้ว..." กู๋เอ๋อร์เอ่ยด้วยความยินดี แววตาที่เคยแข็งกร้าวของราชินีผู้ถือค้อนยักษ์บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความนอบน้อมเสน่หาอย่างสุดซึ้ง นางรีบเดินเข้าไปหาพลางโอบกอดแขนแกร่งของชายหนุ่มเข้าแนบกับเต้าทรวงอกคู่อวบใหญ่มหึมาของนางทันที ทำเอาหลีเฮงฟินจนแทบจะตัวลอย
"ท่านพี่พาสิ่งใดมาด้วยหรือเจ้าคะ? ข้ารู้สึกถึงไอพลังปราณหินและแร่ทมิฬที่คุ้นเคยยิ่งนัก" กู๋เอ๋อร์ถามพลางมองไปที่ขบวนเบื้องหลังของหลีเฮง
สืออิงยิ้มบางๆ พลางชี้นิ้วเรียวสวยไปที่ปากอุโมงค์ทางผ่าน "ดูนั่นสิ กู๋เอ๋อร์ น้องรัก... อสูรรุ่นใหม่ที่คุณชายของพวกเรานวดเฟ้นประสานยีนกับเย่เจาจวินมาทั้งคืนเพื่อวิวัฒนาการพวกมันขึ้นมาอย่างไรเล่า"
ทันทีที่สิ้นคำพูดของสืออิง ฝูงอสูรหมาป่าเกราะศิลาห้าร้อยตัวก็เยื้องย่างก้าวเดินออกจากเงามืดของซอกเขา เสียงเล็บเหล็กทมิฬกระทบพื้นศิลาเสียงดัง *คลิก! คลิก! คลิก!* ประดุจเสียงเดินทัพของกองทหารเกราะเหล็กผู้เย็นชา แววตาแดงฉานเปล่งแสงอัคคีจางๆ ของพวกมันหันไปจับจ้องยังแนวป้อมค่ายกลของเผ่าศิลาเหล็กโบราณเบื้องล่าง รังสีฆ่าฟันอันดุร้ายที่แผ่ออกมาทำให้บรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลงในพริบตา
"นี่มัน... เกราะของพวกมันผสานเข้ากับแร่ศิลาเหล็กทมิฬได้สมบูรณ์แบบถึงเพียงนี้เชียวหรือ!" กู๋เอ๋อร์เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ในฐานะราชินีเผ่าเกราะศิลา นางย่อมรู้ดีว่าการจะควบคุมพลังของแร่ชนิดนี้ให้ประสานเข้ากับผิวเนื้อสิ่งมีชีวิตนั้นยากเย็นแสนสาหัสเพียงใด ทว่าอสูรเบื้องหน้ากลับสวมใส่มันราวกับเป็นผิวหนังแท้ๆ ของตนเอง
"เอาล่ะ พวกเรามาทดสอบกำลังของพวกมันกันหน่อย" หลีเฮงแสยะยิ้มกว้าง แววตาสั่นระริกด้วยความยินดีสะใจ ชายหนุ่มยกมือขึ้นชี้ไปยังแนวรบของศัตรู "อสูรหมาป่าเกราะศิลาเอ๋ย! จงบุกทะลวงค่ายกลนั่นเสีย บดขยี้พวกมันให้ราบคาบ!"
*โฮก!!!*
ฝูงหมาป่าเกราะศิลาห้าร้อยตัวแผดเสียงคำรามลั่นสะท้านหุบเขา เสียงของพวกมันทุ้มต่ำและแฝงไปด้วยความแข็งแกร่งประดุจเสียงหินผาถล่มทลาย พวกมันพุ่งทะยานลงจากเนินหินสูงด้วยความเร็วสูงมุ่งตรงไปยังค่ายกลข้าศึกทันที
ทางฝั่งข้าศึกเผ่าศิลาเหล็กโบราณ เมื่อเห็นฝูงอสุรกายหน้าตาแปลกประหลาดหุ้มเกราะศิลาแหลมคมพุ่งเข้ามา ขุนพลร่างยักษ์ก็แผดตวาดสั่งการเสียงดัง "ยิง!!! ระดมยิงปืนไฟโบราณและสาดหอกซัดเหล็กกล้าออกไป! อย่าให้พวกมันเข้ามาใกล้ค่ายกลได้!"
*ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงปืนไฟโบราณแผดคำรามพ่นลูกตะกั่วเหล็กและเปลวไฟร้อนระอุพุ่งทะยานเข้าหาฝูงอสูรหมาป่าเกราะศิลาอย่างบ้าคลั่ง หอกซัดเหล็กกล้าปลายแหลมคมนับร้อยเล่มถูกสาดซัดราวดั่ง-่าฝนตกลงมาจากแนวป้อมปราการหิน
*เคร้ง! แก๊ง! แก๊ง! เคร้ง!*
เสียงโลหะและหินแกร่งปะทะกันดังกึกก้องสนั่นหวั่นไหว ทว่าภาพที่เกิดขึ้นต่อมากลับทำให้ทหารข้าศึกเผ่าศิลาเหล็กโบราณต้องตาค้างและอ้าปากค้างด้วยความสยดสยอง!
กระสุนปืนไฟและหอกซัดเหล็กกล้าอันทรงพลังเหล่านั้น เมื่อปะทะเข้ากับผิวเกราะศิลาเหล็กทมิฬสีดำขลับของฝูงหมาป่ากลับกระดอนออกไปราวกับปะทะเข้ากับกำแพงเหล็กกล้าหนาหมื่นลี้! ไม่มีแม้แต่อนุภาคกระสุนใดระคายผิวหนังของพวกมัน ผิวเกราะทมิฬไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนหรือรอยแตกร้าวแต่อย่างใด ฝูงอสูรหมาป่าเกราะศิลายังคงพุ่งรุกรบเข้าหาแนวป้องกันด้วยความเร็วคงเดิมโดยไม่มีการชะงักเลยแม้แต่น้อย
"ปีศาจ! พวกมันเป็นปีศาจชนิดใดกันแน่! เหตุใดปืนไฟและหอกเหล็กของพวกเราจึงไม่ระคายผิวพวกมันเลยสักนิด!" ทหารข้าศึกกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนกขวัญเสีย
ทหารกองหน้าของเผ่าศิลาเหล็กโบราณบางส่วนที่ใจกล้า รีบพุ่งตัวออกมาพร้อมกับชูดาบเหล็กกล้ายักษ์ฟันใส่ลำคอของหมาป่าเกราะศิลาสุดแรงเกิด
*ฉับ! เคร้ง!*
ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ ดาบเหล็กกล้าขนาดใหญ่ของข้าศึกกลับหักสะบั้นออกเป็นสองท่อนในทันทีเมื่อฟันโดนหนามศิลาแหลมคมที่งอกเงยปูดโปนอยู่บนไหล่ของอสุรกาย สัตว์อสูรเกราะศิลารุ่นใหม่ใช้หัวเกราะศิลาที่แข็งแกร่งกระแทกเข้าใส่ยอดอกของทหารคนนั้นจนกระดูกซี่โครงแตกละเอียด ร่างปลิวละลิ่วกระเด็นไปไกลหลายสิบจั้งก่อนจะแน่นิ่งไป
หลีเฮงที่มองดูอยู่บนเนินหินสูงหัวเราะลั่นอย่างสะใจลืมตัว "ฮ่าๆๆ! สะใจโว้ย! ถึกทนดั่งใจนึกจริงๆ ปืนไฟปัญญาอ่อนกับดาบผุๆ ของพวกสวะนั่นไม่ระคายผิวเด็กๆ ของข้าเลยสักนิด! กู๋เอ๋อร์ สืออิง พวกเจ้าเห็นหรือไม่! นี่แหละคือผลลัพธ์ของความเหนื่อยยากบำเพ็ญคู่ส่งยีนของข้า!"
สืออิงเอามือปิดปากหัวเราะเบาๆ แววตาเป็นประกายลึกลับ "เจ้าค่ะ ท่านพี่ช่างปรีชาสามารถยิ่งนัก รสรักของท่านเมื่อคืนนี้ช่างออกฤทธิ์ได้รวดเร็วและแข็งแกร่งปานนี้เชียว"
กู๋เอ๋อร์กอดแขนหลีเฮงแน่นขึ้น ใบหน้าของนางซับสีแดงระเรื่อด้วยความภูมิใจและหลงใหลในความเก่งกาจของสามี "ยอดเยี่ยมที่สุดเจ้าค่ะ! ข้าไม่เคยเห็นสัตว์อสูรตนใดมีความทนทานและเกราะศิลาหนาแน่นเท่านี้มาก่อนเลย"
ยามนี้ฝูงหมาป่าเกราะศิลาพุ่งเข้าประชิดแนวค่ายกลป้อมหินหนาแน่นของศัตรูแล้ว ระยะห่างเหลือเพียงไม่ถึงสามสิบก้าว ข้าศึกรีบใช้โล่ศิลาเหล็กขนาดยักษ์ตั้งแนวป้องกันซ้อนกันสามชั้นพร้อมกับแผ่พลังปราณประสานค่ายกลเพื่อสร้างม่านพลังดินคุ้มกันอย่างหนาแน่นสูงสุด
หลีเฮงแววตาเย็นเยียบลง ชายหนุ่มส่งกระแสจิตสั่งการผ่านยีนสายใยระบบทันที: "ฝูงอสูรหมาป่าเกราะศิลาทั้งหมด... ก้มหัวขดตัวม้วนเข้าหากัน! ใช้ท่าไม้ตายทะลวงค่ายกล!"
*โฮก!!!*
สิ้นกระแสจิตสั่งการ ฝูงหมาป่าเกราะศิลาห้าร้อยตัวต่างก้มหัวหมอบราบ ขาหน้าและขาหลังหดม้วนเข้าหาท้องน้อยอย่างพร้อมเพรียง ร่างกายที่หุ้มด้วยเกราะหินเหล็กทมิฬหนาเตอะขดงอเข้าหากันจนเกราะส่วนหลังและหนามศิลาแหลมคมภายนอกประสานสบกันจนเรียบเนียนไร้รอยต่อ
พริบตานั้น พวกมันแปรสภาพกลายเป็น **"ลูกบอลหินหนามเหล็กยักษ์"** ขนาดมหึมาห้าร้อยลูกที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเกือบหนึ่งจั้ง หนามแหลมคมรอบตัวชี้ชันส่องประกายวาววับสะท้อนแสงอัคคีสีส้มแดงจากพลังลาวาภายในตัวอ่อนที่ปะทุขึ้นมาเป็นแรงขับเคลื่อนส่งพลังงาน
*ครืน... ครืน... ครืน!!!*
ลูกบอลหินหนามเหล็กยักษ์ทั้งห้าร้อยลูกเริ่มหมุนกลิ้งด้วยความเร็วสูงดุจพายุทอร์นาโด ความเร็วในการกลิ้งทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ จนพื้นศิลาโดยรอบสั่นสะเทือนเกิดรอยแยกแตกร้าวเป็นทางยาว ละอองฝุ่นหินฟุ้งกระจาย พวกมันกลิ้งทะยานกระแทกเข้าใส่แนวป้องกันค่ายกลของข้าศึกด้วยพลังทำลายล้างที่สามารถบดขยี้ภูเขาได้ทั้งลูก!
*ตูม!!! ตูม!!! ตูม!!! ตูม!!!*
เสียงปะทะดังสนั่นกึกก้องกัมปนาทสะท้านเลื่อนลั่นราวกับฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย!
ม่านพลังปราณดินป้องกันของค่ายกลศิลาข้าศึกถูกลูกบอลหินหนามเหล็กกล้ากลิ้งพุ่งชนกระแทกจนเกิดรอยร้าวและระเบิดแตกกระจายออกในเสี้ยววินาทีแรก จากนั้นโล่ศิลาเหล็กหนาเตอะสามชั้นที่ข้าศึกภาคภูมิใจนักหนา ก็โดนลูกบอลหนามยักษ์กลิ้งบดขยี้ชนปะทะจนแตกละเอียดสลายกลายเป็นเศษหินและเศษผงในพริบตา!
"กรี๊ดดด! ช่วยด้วย! ค่ายกลพังแล้ว!"
"หนีเร็ว! หลบปุ่มหินหนามยักษ์เหล่านั้นเร็ว!..."
เสียงร้องโหยหวนของทหารเผ่าศิลาเหล็กโบราณดังขึ้นระงม ทว่าไม่มีใครสามารถหลบหนีพ้นความเร็วระดับพายุหมุนกลิ้งของอสุรกายเกราะศิลาได้ ลูกบอลหินหนามเหล็กยักษ์กลิ้งทับร่างของข้าศึกไปตามแนวลึก บดขยี้กระดูกและเกราะหินของพวกมันจนกลายเป็นเศษเนื้อและเลือดสาดกระจายเต็มพื้นหินสีดำ หนามแหลมคมรอบตัวลูกบอลทำหน้าที่ประดุจฟันเฟืองยักษ์ที่คอยบดเคี้ยวฉีกกระชากร่างของข้าศึกทุกตัวที่ผ่านทางอย่างไร้ความปราณี
ป้อมปราการค่ายกลหินที่ตั้งตระหง่านหนาแน่นอยู่หน้าปากทางอุโมงค์ บัดนี้ถูกลูกบอลหนามกลิ้งกระแทกทะลายจนทลายราบคาบเป็นหน้ากลอง ฝุ่นควันหินตลบอบอวลหนาทึบ บ่งบอกถึงจุดจบอันน่าอนาถของกองกำลังข้าศึกเดนตายในเหมืองแร่อย่างราบคาบสิ้นเชิงในเวลาเพียงอึดใจเดียว!
เมื่อควันเริ่มจางลง ลูกบอลหินหนามเหล็กยักษ์เหล่านั้นก็ค่อยๆ คลายตัวออก กลับสู่ร่างอสูรหมาป่าสองขาร่างเกราะศิลาตามเดิม พวกมันต่างยืนเหยียบย่ำบนเศษซากค่ายกลและร่างไร้วิญญาณของข้าศึกพลางชูคอขึ้นแผดเสียงคำรามประกาศชัยชนะดังก้องทั่วหุบเขาเหมืองแร่
*โฮก!!!*
หลีเฮงยืนมองทัศนียภาพแห่งชัยชนะเบื้องหน้าด้วยสายตาเบิกกว้าง หัวใจเต้นระทึกด้วยความปรีดาอย่างถึงที่สุด ชายหนุ่มยกมือขึ้นปัดฝุ่นหินที่ลอยขึ้นมาพลางหัวเราะร่าอย่างบ้าคลั่งสะใจ "ฮ่าๆๆ! สะใจจริงๆ โว้ย! นี่แหละคือพลังทำลายล้างที่ข้าต้องการ! ป้อมค่ายแข็งแกร่งเพียงใด ค่ายกลหนาแน่นปานไหน ก็ไม่อาจขวางกั้นพลังกลิ้งชนทะลายค่ายของหมาป่าศิลาของข้าได้! สะใจจริงๆ!"
กู๋เอ๋อร์มองดูเศษซากของเผ่าเก่าตนเองด้วยความรู้สึกทึ่งและนับถืออย่างที่สุด นางหันมาหาหลีเฮงพลางซบหน้าอกกว้าง "ท่านพี่หลีเฮง... ความสามารถในการอัปเกรดสัตว์อสูรของท่านช่างเหนือชั้นเกินกว่าที่ข้าจะจินตนาการได้ จากนี้ไปเหมืองแร่ศิลาเหล็กทมิฬแห่งนี้จะเป็นปราการเหล็กกล้าที่ไม่มีผู้ใดล่วงล้ำเข้ามาได้อีกแล้วเจ้าค่ะ"
สืออิงเยื้องย่างเข้ามาสะกิดไหล่หลีเฮงเบาๆ พลางยิ้มยั่ว "ยินดีด้วยนะเจ้าคะคุณชาย ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ขอบเขตพลังป้อมปราการของพวกเราแข็งแกร่งขึ้นเป็นอย่างมาก ทว่า... ท่านอย่าลืมรักษาสุขภาพเอวของท่านไว้ด้วยล่ะ คืนต่อๆ ไปยังมีพวกเราและพี่หญิงเจาจวินรอรับศึกรักจากท่านอยู่นะเจ้าคะ"
หลีเฮงหลุดหัวเราะกวนๆ พลางรั้งสืออิงเข้ามากอดข้างกายด้วยความหน้าด้าน "ฮ่าๆๆ เอวของข้าแข็งแกร่งระดับเหล็กกล้าอยู่แล้ว เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงหรอกสืออิงเมียรัก พลังของข้าไม่มีวันหมดสิ้นง่ายๆ แน่นอน!"
ทันใดนั้นเอง ในขณะที่หลีเฮงกำลังหัวเราะร่าชื่นชมความยินดีสะใจอยู่นั้น เสียงแจ้งเตือนอันแสนคุ้นเคยดังกังวานขึ้นในหัวสมองของเขาอย่างฉับพลัน
*ติ๊ง!*
หน้าจอระบบกึ่งโปร่งแสงสีทองสว่างวาบขึ้นเบื้องหน้า รายงานผลประเมินแต้มสะสมและสรุปรายการอัปเกรดสถานะล่าสุด
[ระบบเทพแมงดาขอรายงานการประเมินแต้มประจำวันและการทดสอบพลังรบ:]
- ผลการทดสอบกำลังรบยูนิตวิวัฒนาการใหม่: อสูรหมาป่าเกราะศิลา บุกทำลายแนวรบและป้อมค่ายกลของข้าศึกเผ่าศิลาเหล็กเดนตายสำเร็จ 100% พลังทำลายล้างและความถึกทนผ่านเกณฑ์ประเมินระดับสูง!
- แหล่งที่มาแต้มปันผลสะสมรายวัน: หุ่นเทพจำแลง ณ วังบุปผาหิมะ (การสวมรอยของหลินเสวี่ยเหยาและกู่ชิงชิงบำเพ็ญเพียรและขยายอิทธิพลดึงดูดผู้เลื่อมใส)
- แต้มปันผลที่ได้รับบวกเพิ่มในระบบ: +3,000 แต้ม
- ยอดแต้มสะสมคงเหลือล่าสุด: 57,500 แต้มพอดี (เพิ่มขึ้นจากยอดเดิม 54,500 แต้ม)
- แต้มวิบัติสะสมล่าสุด: 64 แต้ม (เพิ่มขึ้น +1 แต้ม เนื่องจากแรงสั่นสะเทือนจากการกลิ้งทะลายป้อมและการอัปเกรดสายพันธุ์ศิลาเหล็กทมิฬขยายฐานทัพใหญ่ เริ่มแผ่พลังวิญญาณรบดึงดูดการจับตาและเตรียมโดนจู่โจมจากเผ่าปีกข้ามมิติ/เผ่าวิหคโบราณที่ลาดตระเวนอยู่บนน่านฟ้าเบื้องบน)
- ค่าศักดิ์ศรีสะสมคงเดิม: -60 แต้ม (ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ยอดความหน้าหนาของโฮสต์ยังคงเหนียวแน่นมั่นคงดุจเดิมระบบขอคารวะ)
- เกราะพลังเมียคงเดิม: 8 หน่วย
หลีเฮงกวาดสายตามองรายละเอียดหน้าจอพลางมุมปากกระตุกเล็กน้อยเมื่อเห็นแต้มวิบัติขยับเพิ่มขึ้นเป็น 64 แต้ม แววตาของเขาฉายประกายจริงจังปนกังวลเมื่อเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้านอกหุบเขาไกลโพ้น ท้องฟ้าสีดำเริ่มมีเงาร่างเงาวูบวาบของอสูรติดปีกข้ามมิติบังเกิดขึ้นลอยละล่องประหนึ่งพายุเมฆาที่ใกล้จะโหมกระหน่ำเข้ามา
"แต้มสะสมขยับขึ้นเป็นห้าหมื่นเจ็ดพันห้าร้อยแต้มก็นับว่าดี... แต่ไอ้แต้มวิบัติหกสิบสี่แร้งทึ้งนั่นสิ ชนเผ่าปีกข้ามมิติเผ่าวิหคโบราณบนฟากฟ้าคงเริ่มรู้สึกถึงความเคลื่อนไหวของเราแล้ว" หลีเฮงเอ่ยพึมพำกับตัวเอง แววตาฉายแววเฉียบคม "ดีล่ะ! ในเมื่อทหารราบของข้าพร้อมรบและถึกทนเช่นนี้แล้ว ศึกต่อไปหากพวกติดปีกมันกล้าบินลงมารุกราน ข้าจะสอยพวกมันให้ร่วงลงมานอนแทบเท้าเมียๆ ของข้าให้หมดสิ้น!"
ชายหนุ่มแสยะยิ้มกวาดสายตามองฝูงอสูรหมาป่าเกราะศิลาที่พร้อมรับคำสั่งรบด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม พร้อมเผชิญหน้ากับศึกระทึกรอบทิศที่กำลังจะคุกคามเข้ามาในดินแดนปีศาจแห่งนี้!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
ปักหมุด
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??