เรื่อง เกิดใหม่ทั้งที ข้ามีระบบเทพแมงดา (NC ฮาเร็ม)
ตอนที่ 133: ภัยเงามืดเหนือท้องฟ้า
ตอนที่ 133: ภัยเงามืดเหนือท้องฟ้า
ภายหลังความพ่ายแพ้อย่างราบคาบของกองกำลังเดนตายแห่งเผ่าิาเหล็กโบราณ เมืองย่อยเหมืองแร่ิาเหล็กทมิฬแห่งนี้ก็ตกอยู่ภายใต้าควบคุมของหลีเฮงอย่างสมบูรณ์ พื้นที่รอบหุบเาที่เคยเต็มไปด้วยซากปรักหักพังแะเขม่าควันไฟจากศึกครั้งก่อน บัดนี้ได้รับาบูรณะแะปรับโครงสร้างอย่างขะมักเขม้น เสียงกระทบของจอบเสียมโลหะกับผนังถ้ำแร่ดังสะท้อนก้องกังวาน ทาสปีศาจร่างยักษ์จากแดนหิมะข้ามมิติที่ถูกส่งผ่านมาตามคำสั่งของหลีเฮงต่างทำงานร่วมกับทหารปีศาจแมงมุมทหารแะอสูรเฝ้าด่านอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
หลีเฮง ยืนกอดอยู่ชะง่อนผาสูงชันที่ยื่นอมาเหนือเหมืองแร่ สายลมร้อนชื้นในดินแดนปีศาจพัดโบกสะบัดชายเสื้อคลุมสีครามเข้มของเาให้ปลิวไสว ใบหน้าหล่อเหลาราวกับภาพวาดของชายหนุ่มประดับด้วยรอยยิ้มพึงพอใจอย่างยิ่งยวด ข้างกายของเามีร่างอันแน่นสะบึมอวบอัดของ กู๋เอ๋อร์ ราชินีเผ่าเกราะิาผู้เลอโฉมยืนเบียดกระแซะอยู่ไม่ห่าง ผิวกายสีน้ำผึ้งเนียนละเอียดปราศจากเกราะหินสลัดทิ้งเผยความนุ่มนิ่มเย้ายวนใจ ทรวงคู่อวบใหญ่มหึมาคัพอีของนางบดเบียดเข้ากับท่อนแขนแกร่งของหลีเฮงอย่างไร้ความเกรงเกรงใจ แขนเรียวสวยโอบกอดสามีหนุ่มอย่างทะนุถนอมประหนึ่งกลัวว่าเาจะบินหายไป
"ท่านพี่หลีเฮง... าจัดระเบียบโครงสร้างเหมืองแร่นี้ดำเนินไปด้วยดีเหลือเกินเจ้าค่ะ แร่ิาเหล็กทมิฬที่พวกลูกน้องขุดขึ้นมาได้ ถูกจัดแบ่งส่งผ่านย่ามมิติมารไปยังรังหลักของพี่หญิงเจาจวินอย่างสม่ำเสมอ แหล่งแร่แห่งนี้อุดมสมบูรณ์ยิ่งนัก อีกไม่นานเมืองย่อยแห่งนี้จะแกร่งกล้าจนไร้ผู้ต้านทานแน่นอนเจ้าค่ะ" กู๋เอ๋อร์เอ่ยน้ำเสียงหวานหยาดเยิ้มปนแง่งอนพลางเงยหน้าช้อนดวงตากลมโตมองหลีเฮงด้วยความเสน่หารักใคร่สูงสุด
หลีเฮงยกมือหนาขึ้นมาลูบไล้เส้นผมยาวสลวยสีทองแดงของนางพลางบีบแก้มเนียนนุ่มเบาๆ อย่างรักใคร่ "เป็นเพราะความช่วยเหลือของเจ้าอย่างไรเล่ากู๋เอ๋อร์ หากไม่ได้เจ้าคอยควบคุมดูแลพวกทหารเผ่าิาเหล็กที่ยอมสวามิภักดิ์ าขุดค้นแร่ระดับสูงเช่นนี้คงล่าช้าไปมาก ยามนี้ฐานทัพย่อยของเราได้รับาปรับปรุงอย่างเป็นระบบ ทั้งค่ายกลรั้วใยเหนียวหน่วงลาวาเดือดของเสี่ยวเหลียน แะฝูงอสูรหมาป่าเกราะิาที่พร้อมรบอยู่พื้นดิน ข้าบแล้วว่าอยู่กับข้า... เจ้ามีแต่จะสบายขึ้น"
"ท่านพี่ล่ะก็... ปากหวานเสียจริง ยามอยู่เตียงหินในเหมืองแร่ท่านก็นวดบำบัดเสียจนข้าตัวอ่อนปวกเปียกแทบไม่มีแรงบินหนี ยามนี้ยังจะมาเอ่ยวาจาละลายใจข้าอีก" กู๋เอ๋อร์ค้อนขวับหลบสายตาพลางใบหน้าแดงซ่านด้วยความเขินอาย นึกถึงท่วงท่าร่วมรักซอยกระแทกกระทั้นที่หลีเฮงบดขยี้จุดเสียวของนางจนเสร็จสมพรั่งพรูน้ำรักขาวข้นละลายใจิาของนางเมื่อตอนก่อนหน้า
สืออิง ราชินีเผ่างูสวมชุดรัดรูปสีเขียวมรกตเดินส่ายสะโพกเอวบางนวยนาดเข้ามาสมทบ ใบหน้าเรียวสวยได้รูปประดับด้วยรอยยิ้มลึกลับเย้ายวนใจ ดวงตาสองสีเปล่งประกายคมกริบจ้องมองหลีเฮง "คุณชาย... ช่างมีความสุขท่ามกลางเหล่าภรรยาเสียจริงนะเจ้าคะ ทว่าข้าอยากเตือนท่านสักนิด ยามนี้สายสืบอสรพิษของข้าที่คอยลาดตระเวนรอหุบเาเริ่มตรวจพบพลังปราณที่แปลกปลอมแผ่กระจายมาจากชั้นบรรยากาศด้านอย่างผิดปกติ"
หลีเฮงขมวดคิ้วเล็กน้อย "ลมปราณแปลกปลอมจากท้องฟ้าหรือ? เฟยเฟยก็ลาดตระเวนอยู่เหนือแนวป่าไม่ใช่หรืออย่างไร?"
"พลังเวหาของเฟยเฟยนั้นร้อนแรงประดุจวิหคเพลิง ทว่ากระแสพลังที่ข้าสัมผัสได้ในครานี้กลับเป็นปราณลมพายุที่บิดเบี้ยวแะเต็มไปด้วยกลิ่นอายของพลังข้ามมิติอันแปรปรวน มันไม่ใช่กลิ่นอายของปีศาจทั่วไปในดินแดนแห่งนี้เจ้าค่ะ" สืออิงเตือนอย่างเคร่งขรึมจริงจัง
ทันใดนั้นเอง ยังไม่ทันที่หลีเฮงจะได้เอ่ยปากซักถามข้อมูลเพิ่มเติม เสียงระบบเทพแมงดาที่แสนคุ้นเคยก็ดังกังวานกระชั้นชิดในหัวของเาอย่างน่าตกใจ
*ติ๊ง!*
[ระบบตรวจพบสัญญาณคุกคามภัยพิบัติทางน่านฟ้า! กระแสลมแปรปรวนระดับสูงสุดกำลังมุ่งตรงมายังพิกัดเหมืองแร่ิาเหล็กทมิฬ ขอเตือนให้โฮสต์แะัเตรียมพร้อมตั้งรับสถานาณ์ฉุกเฉิน!]
เสี้ยววินาทีต่อมา บรรยากาศเหนือน่านฟ้าหุบเาแร่พลันเปลี่ยนแปรไปอย่างน่าสะพรึงกลัว!
*โฮก... ฟู่... ครืน!!!*
เสียงลมพายุหมุนคำรณแผดร้องอย่างบ้าคลั่งดังกึกก้องฟากฟ้าประหนึ่งเสียงกู่ร้องของอสูรยักษ์ยุคโบราณ ท้องฟ้าเบื้องที่เคยปลอดโปร่งพลันถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆาดำทะมึนหนาทึบที่เคลื่อนตัวเข้ามารวมกันอย่างรวดเร็วปานลมกรด บดบังแสงดวงจันทร์แะดวงดาราในดินแดนปีศาจจนมืดมิดในพริบตา ละอองไอปราณเยืเย็นแะกลิ่นคาวลมพายุรุนแรงโชยพัดกระหน่ำจนฝุ่นหินแดงรอบเหมืองฟุ้งกระจายตลบอบอวล
"แย่แล้ว! นั่นมันไม่ใช่เมฆฝนธรรมดา!" หลีเฮงแผดเสียงเตือน แววตาของเาเฉียบคมจับจ้องไปที่กลุ่มเมฆาดำเหนือน่านฟ้า
ในท่ามกลางกลุ่มเมฆาทะมึนสีดำขลับ ปรากฏเงาร่างสลัวของสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์นับร้อยนับพันสายตัวกำลังบินร่อนลงมาด้วยความเร็วสูงประดุจสายฟ้าแลบ พวกมันคือ **"เผ่าปีกข้ามมิติ"** หรือที่รู้จักในนาม **"เผ่าวิหคโบราณ"** กองกำลังทหารร่อนเวหาชั้นยอดที่มีโครงร่างเหมือนมนุษย์กึ่งปักษาสวมเกราะหนังสีเงินวาว มีปีกขนเหล็กแหลมกล้าคู่ใหญ่สองข้างด้านหลัง ดวงตาของพวกมันเปล่งประกายสีเหลืองอำพันดุร้ายกระหายเลือด
ผู้นำทัพลอยเวหาเบื้องหน้าคือผู้บัญชาาปีกวิหค ร่างกายสูงใหญ่น่าเกรงขาม ปีกเหล็กกล้าสยายกว้างสั่นพัดพาพายุคมมีดวายุพัดกระหน่ำกดดันลงเบื้องล่าง มือหนาของมันถือหยาวสลักอักขระอัคคีเรืองแสงแดงฉาน แววตาเดียดฉันท์จับจ้องมายังทาสปีศาจขุดแร่แะป้อมค่ายกลพื้นดิน
"เจ้าพวกสวะสัญชาติปีศาจชั้นต่ำ! อาจหาญบังอาจมายึดครองแหล่งแร่ทมิฬแะส่งพลังกระตุกค่ายกลเวหาของพวกเรา! จงมอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านภายใต้พระเพลิงแห่งสวรรค์เสียเถิด!" ผู้บัญชาาปีกวิหคแผดเสียงประกาศก้องดุจเสียงอัสนีบาตฟาดฟัน
สิ้นเสียงสั่งา กองทหารลาดตระเวนบินชั้นยอดนับร้อยต่างโห่ร้องลั่นเวหา พวกมันสะบัดปีกร่อนรบแะระดมปาหยาวสลักอักขระอัคคีที่กำแน่นอยู่ในมือร่วงหล่นลงมาจากสรวงสวรรค์ดุจห่าฝนไฟกรดระเบิด!
*ฟิ้ว... ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!*
หอัคคีขนาดยักษ์พุ่งปักเข้าใส่จุดค่ายกลแะสิ่งปลูกสร้างชั่วคราวรอบเหมืองแร่ทันที อักขระสีแดงหระเบิดอส่งเปลวไฟนรกระอุพุ่งวาบเผาไหม้ทำลายล้างทุกสิ่งในรัศมีสิบจั้ง ป้อมค่ายใยแมงมุมเหนียวหน่วงที่เคยแกร่งแะรั้วใยไหมทองคำของเสี่ยวเหลียนเมื่อเจับไฟอัคคีสวรรค์สลักอักขระเช่นนี้ก็เริ่มลุกไหม้เกรียมเสียหายจนเละเทะ ค่ายกลสลายตัวเนื่องจากพลังป้องกันธาตุไฟปะทะกันอย่างรุนแรง
นจากหยาวอัคคีแล้ว ทหารบินเผ่าวิหคโบราณยังพากันโยนหินระเบิดเพลิงสีดำก้อนมหึมาลงมาขยี้พื้นดินอย่างไม่ปราณี
*ครืน... ตูม!!!*
หินระเบิดเพลิงร่วงหล่นตกใส่หลังคาโรงเรือนขุดแร่แะหอรบป้องกันจนหักโค่นพังพินาศ ควันไฟสีดำเขม่าหนาทึบแะเปลวเพลิงสีแดงส้มพวยพุ่งขึ้นสู่น่านฟ้าราวกับทะเลเพลิงนรก เปลวไฟท่วมค่ายปีศาจเกิดเสียงกรีดร้องแะเสียงเตือนภัยของพวกทาสปีศาจดังระงมทั่วบริเวณ
"ฝูงอสูรหมาป่าเกราะิา! เตรียมพร้อมตั้งรับบุกทะลวง!" หลีเฮงตะโกนสั่งาสุดเสียง หวังจะใช้กำลังรบภาคพื้นดินที่เพิ่งอัปเกรดมาต้านทาน
ทว่าความจริงกลับโหดร้ายยิ่งนัก! ฝูงอสูรหมาป่าเกราะิานับร้อยตัวคำรามลั่นหุบเา พวกมันขดตัวม้วนเข้าหากันเป็นลูกบอลหินหนามเหล็กยักษ์หมุนหมุนกลิ้งชนกระแทกด้วยพลังมหาศาลเพื่อเตรียมพุ่งเข้าชนข้าศึก ทว่าศัตรูของพวกมันหาได้ยืนอยู่พื้นดินไม่! พวกมันลอยตัวร่อนรบอยู่เหนือน่านฟ้าที่ความสูงนับสิบจั้ง ลูกบอลหินหนามยักษ์กลิ้งไปมาชนเศษซากตึกรามบ้านช่องพังพินาศกระแทกฝุ่นหินกระจาย ทว่าไม่อาจเอื้อมบินขึ้นไปแตะต้องปลายเท้าของเผ่าปีกข้ามมิติได้เลยแม้แต่น้อย!
อสูรหมาป่าเกราะิาพยายามตะเกียกตะกายกระโดดขึ้นสูง ทว่าเมื่อร่างกายลอยตัวขึ้นไปได้เพียงครึ่งทาง ก็ตกเป็นเป้านิ่งกลางอากาศทันที
*ฉึก! ตูม!*
หอัคคีพุ่งปักปะทะเข้าใส่ร่างของพวกมันอย่างจัง ถึงแม้ผิวเกราะิาเหล็กทมิฬจะหนาแน่นแะทานต้านรับาแทงฟันพื้นดิน ทว่าแรงระเบิดของเพลิงอักขระอัคคีที่อัดกระแทกกลางอากาศทำให้พวกมันเสียหลักร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นอย่างแรง สัตว์อสูรรุ่นเก่า (อสูรหมาป่าสองขารุ่นบุกเบิกที่ไม่มีเกราะิาหุ้มกาย) โดนระเบิดเพลิงแผดเผาร่างกายจนไหม้เกรียมฉีกขาดล้มตายลงไปหลายสิบตัวในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ
"โธ่โว้ย! ยิงไม่ถึง! โจมตีไม่โดน!" หลีเฮงทุบกำปั้นลงเนินหินด้วยความเจ็บใจ ของเาแทบจะระเบิดด้วยความอึดอัดทรมาน
นี่คือข้อจำกัดที่ใหญ่หลวงแะวิกฤตที่สุดนับตั้งแต่เาตั้งค่ายรบในดินแดนปีศาจมา! ัของเาแข็งแกร่งแะถึกในารบพื้นดินั่เกราะิาแะใยไหมเหนียวหน่วง ทว่ายามเผชิญหน้ากับ **"หน่วยรบต่อสู้ทางอากาศ"** ของฝ่ายตรงข้ามที่รวดเร็ว ลอบร่อนโจมตี แะทิ้งระเบิดทำลายล้างจากมุมสูงเช่นนี้ ทหารราบของเากลับกลายเป็นเพียงแผ่นกระดานรอรับเป้านิ่งอย่างไร้พลังโต้กลับที่มีประสิทธิภาพ!
เสี่ยวเหลียน ราชินีแมงมุมไหมเพลิงเหาะทะยานขึ้นมาประคองหลีเฮง ใบหน้าสวยเก๋ของนางฉายแววกังวลใจหนัก "ท่านพี่! ค่ายกลป้อมใยไหมเพลิงโดนเพลิงอัคคีเผาละลายจนใช้าไม่ได้ อสูรปีศาจพ่นพิษมารก็พยายามพ่นกรดพิษตอบโต้ขึ้นไปแล้ว ทว่าพวกมันรวดเร็วปานปักษาร่อนบินหลบหลีกได้ง่ายดาย อีกทั้งระยะโจมตีทางอากาศของพวกเราสั้นเกินไป อยู่ตรงนี้มีแต่จะเสียกำลังอสูรไปเปล่าประโยชน์เจ้าค่ะ!"
กู๋เอ๋อร์ใช้ค้อนศึกฟาดสกัดหอัคคีเล่มหนึ่งจนระเบิดเปรี้ยง สะเก็ดไฟกระเซ็นโดนผิวกายสีน้ำผึ้งแน่นเปรี๊ยะของนางจนเป็นรอยปื้นสีเขม่า "ท่านพี่หลีเฮง! พวกเผ่าบินมันมีความได้เปรียบเหนือน่านฟ้า หลบเข้าไปในโตรกผาก่อนเถิดเจ้าค่ะ ในซหินแคบพวกมันจะไม่สามารถใช้กำลังร่อนเวหาโยนระเบิดเพลิงได้อย่างสะดวก!"
หลีเฮงกวาดสายตามองภาพความเสียหายพินาศย่อยยับรอบกาย ค่ายปีศาจลุกท่วมด้วยเปลวเพลิงสีเลือด อสูรรูปแบบเก่าล้มตายส่งกลิ่นสาบควันไฟ แะฝูงหมาป่าิาต่างครางต่ำบาดเจ็บสะบักสะบอมด้วย-่าฝนระเบิดเพลิง หัวใจของชายหนุ่มีัด้วยความเครียดแค้น ความรู้สึกไร้าต่อสู้ทางอากาศทำให้เาตระหนักถึงความจริงอันโหดร้ายว่า ัอสูรของเามีจุดบกพร่องที่ร้ายแรงที่สุดหากต้องาครองใต้หล้า!
"ถอย! ัทั้งหมด... จงถอยร่นเข้าไปกำบังแนวรบในโตรกผาถ้ำแร่เดี๋ยวนี้! สั่งให้อสูรปีศาจพ่นพิษมารคอยพ่นละอองพิษสร้างม่านหมพิษบดบังสายตาตามแนวหุบเา ห้ามอประจัญบานกลางแจ้งเด็ดขาด!" หลีเฮงแผดตวาดสั่งาอย่างรวดเร็วเฉียบคม
*โฮก!!!*
เสียงอสูรคำรามรับคำสั่งอย่างเชื่อฟัง ฝูงอสูรหมาป่าเกราะิาแะทหารปีศาจต่างรีบกู่ร่นถอยหลังลากร่างที่บาดเจ็บเข้าไปตามซเาหินลาดชันแะมุดเข้าสู่อุโมงค์เหมืองแร่ิาทมิฬอันลึกล้ำอย่างรวดเร็ว โดยมีสืออิงแะเสี่ยวเหลียนคอยนำทัพประสานรบถอยหลบอย่างรัดกุม ขณะที่กู๋เอ๋อร์กวัดแกว่งค้อนยักษ์สร้างม่านกำแพงหินทลายนิมิตป้องกันสะเก็ดอัคคีระเบิดที่ไล่ตามบดขยี้อย่างรุนแรง
*ตูม! ตูม! ตูม!*
เสียงระเบิดไฟไล่หลังไล่ต้อนดังสะท้อนก้องกัมปนาทจนปากทางอุโมงค์ถ้ำถล่มลงมาบางส่วนปิดกั้นสายตาจากภายน ในที่สุด ัที่เหลื็มุดเข้ามาหลบภัยอยู่ในซโถงถ้ำส่วนลึกได้อย่างปลอดภัย ทว่าสภาพาณ์ด้านนเหมืองแร่นั้นพังยับเยินไม่มีชิ้นดี คราบควันเขม่าเกาะติดกำแพงถ้ำ บรรยากาศภายในห้องโถงหินเงียบสงัดแะเต็มไปด้วยความกดดันตึงเครียดอย่างรุนแรง
หลีเฮงทรุดกายลงนั่งแท่นิายักษ์ ใบหน้าหล่อเหลาเต็มไปด้วยคราบฝุ่นถ่านสีดำ ชายหนุ่มยกมือขึ้นกุมขมับครุ่นคิดอย่างหนัก พลางปล่อยลมหายใจอยาวเหยียดด้วยความโมโหโทโส
"บัดซบเอ๊ย... พวกนกกระปูดบินข้ามมิติมันเล่นงานเรากลางอากาศรวดเร็วเช่นนี้ หากเราไม่มีหน่วยรบต่อสู้ทางอากาศคอยระวังภัยปกป้องน่านฟ้า ต่อให้อัปเกรดยูนิตดินถึกปานใด ก็เป็นได้เพียงเป้านิ่งกลางลานประหารเท่านั้น!" หลีเฮงสบถอมาอย่างเหลืออด แววตาของเาสั่นระริกด้วยความรู้สึกตึงเครียดของสถานาณ์
ระบบในหัวของเาสั่นสะทือนกระเตื้องขึ้นทันทีเพื่อรายงานสถานะความวิบัติที่พุ่งพรวดพราด
*ติ๊ง!*
[ระบบประเมินผลความเสียหายแะผลกระทบจากภัยพิบัติทางอากาศจากชนเผ่าวิหคโบราณ:]
- ค่ายกลป้องกันแะสิ่งปลูกสร้างป้องกันเขตเหมืองแร่ทมิฬได้รับความเสียหายพังยับเยิน 80%
- สูญเสียขุมกำลังสัตว์อสูรรุ่นเก่าแะระบบป้องกันภาคพื้นดินบางส่วน
- แต้มวิบัติสะสมสะท้อนกลับพุ่งขึ้นสูงอย่างฉับพลัน: +1 แต้มภัยพิบัติทางอากาศ (จากเดิม 64 แต้ม ยกระดับแต้มวิบัติรวมสะสมเป็น: 65 แต้ม ระดับอันตรายแดงฉานเปรียบประดุจกลิ่นเนื้อมารล่อตีนศัตรู!)
- แต้มแมงดาคงเหลือปัจจุบันในระบบ: 57,500 แต้มพอดี (ได้รับแต้มสะสมรายวันเพิ่มเติมจากหุ่นเทพสวมรอยวังหิมะ +3,000 แต้ม)
หลีเฮงเหลือบมองหน้าจอแสดงแต้มวิบัติ 65 แต้มพลางมุมปากกระตุก "สวรรค์เอ๋ย แต้มวิบัติตั้งหกสิบห้าแต้ม! ยิ่งข้าขยายกองกำลังขุดแร่แะสร้างค่าย ยิ่งดึงดูดศัตรูระดับสูงข้ามมิติเข้ามาจู่โจม ยามนี้หากคลื่นสงครามระลถัดไปพวกเผ่าปีกข้ามมิติยกรวมทัพหลวงมาถล่ม ค่ายกลเหมืองแร่นี้คงพินาศราบคาบเป็นหน้ากลองแน่"
ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนพลางเดินวนไปวนมาด้วยความตระหนักรู้อย่างลึกซึ้ง แววตาสั่นสะทอนด้วยเปลวเพลิงแห่งความทะเยอทะยานแะปัญญาคิดหาทางรอด "ข้าไม่มีทางยอมให้เด็กๆ ของข้าตายเปล่าเด็ดขาด! ข้าขาดหน่วยรบต่อสู้ทางอากาศอย่างรุนแรง... ข้าจำเป็นต้องมียูนิตคุ้มครองน่านฟ้าขนาดยักษ์คอยสกัดกั้นแะฉีกกระชากไอ้พวกปักษาสวรรค์นั่นให้ร่วงลงมา!"
เย่เจาจวินที่เฝ้าจับตามองผ่านกระจกจิตสื่อสารหลัก รีบส่งปราณวิญญาณจำลองร่างเสมือนมาโผล่ข้าข้างกายของสามีหนุ่ม ใบหน้างามสะคราญของราชินีปีศาจราตรีเต็มไปด้วยความจริงจัง "ท่านพี่... ตามตำราภูมิศาสตร์ปีศาจโบราณของแคว้นข้า ถัดไปจากหุบเาแร่ิาเหล็กทมิฬทิศตะวันอเฉียงเหนือประมาณห้าร้อยลี้ มีพื้นที่หนึ่งนามว่า **'หนองน้ำโบราณขนาดยักษ์'** สถานที่แห่งนั้นเป็นดินแดนที่พายุลมกรดพัดโบกสะบัดตลอดทั้งปี แะที่ใจกลางบึงน้ำลึกนั้นมี **'ซากวิหารอสูรลมพายุ'** สถิตอยู่เจ้าค่ะ"
หลีเฮงหันขวับไปมองทันที "ซากวิหารอสูรลมพายุหรือ? เจาจวิน... ที่นั่นมีสิ่งใดซ่อนอยู่กันแน่?"
เย่เจาจวินพยักหน้ารับ "ที่แห่งนั้นเป็นสุสานรวบรวมเศษกระดูกแะจิตวิญญาณแห่งอสูรสายเวหาโบราณชั้นสูง หากท่านพี่สามารถคุมับุกฝ่าอุปสรรคสัตว์ปีศาจบึงหนองน้ำแะเข้าไปยังยอดวิหารแห่งนั้นได้ ท่านพี่จะสามารถกระตุ้นกระบวนาของระบบเพื่อทำาดึงแะสกัดรหัสยีนส์ของอสูรบินโบราณได้เจ้าค่ะ! เมื่อสกัดรหัสยีนส์สำเร็จ ข้าจะสามารถนำมันมาทำปฏิกิริยากับไข่อสูรในรังฟักหลักเพื่อวิวัฒนาาอัปเกรดยูนิตเป็นสัตว์อสูรบินเวหา ยูนิตคุ้มครองน่านฟ้าระดับสูงคอยรับศึกแะต่อสู้กับพวกเผ่าวิหคโบราณได้สำเร็จอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ!"
คำบเล่าของเย่เจาจวินทำเอาแววตาของหลีเฮงเปล่งประกายประกายแห่งความหวังวาบขึ้นทันตา ความเครียดกดดันที่เคยมีพังทลายสลายไปครึ่งหนึ่ง ทดแด้วยความมุ่งมั่นเอาคืนอย่างรุนแรง
"ยอดเยี่ยมที่สุดเมียรักของข้า! หนองน้ำโบราณแะวิหารอสูรลมพายุอย่างนั้นรึ... ในเมื่อพวกปีกข้ามมิติมันกล้าลอยหน้าลอยตาพ่นไฟเผาค่ายข้าจากที่สูง ข้าก็จะบุกหนองน้ำโบราณสกัดรหัสยีนสร้างหน่วยรบบินเวหาที่แข็งแกร่งที่สุดขึ้นมาไล่ฉีกกระชากปีกขนเหล็กของพวกมันให้เกลี้ยงน่านฟ้า!" หลีเฮงแสยะยิ้มกว้างดุร้ายกวนประสาท แววตาเต็มไปด้วยประกายาปฏิวัติสงคราม
ชายหนุ่มหันกลับมาสั่งากู๋เอ๋อร์ เสี่ยวเหลียน แะสืออิงด้วยน้ำเสียงทุ้มแกร่งสง่าเด็ดขาด "พวกเจ้าสามคนคุมกองกำลังอสูรหมาป่าเกราะิาที่เหลือปักหลักป้องกันทางเข้าอโตรกผาเหมืองแร่นี้ไว้อย่างหนาแน่นที่สุด คอยสกัดแะล่อลวงพวกมันหากพวกมันกล้าบุกรุกมุดอุโมงค์เข้ามา ส่วนข้า... ข้าจะนำกำลังหน่วยล่าปีศาจพ่นพิษมารส่วนหนึ่งร่วมกับเย่เจาจวิน บุกทะลวงหนองน้ำโบราณขนาดยักษ์เพื่อชิงรหัสยีนอสูรลมพายุกลับมา!"
"เจ้าค่ะท่านพี่! พวกข้าจะรักษาปราาเหมืองแร่แห่งนี้ด้วยชีวิต ขอให้ท่านพี่เดินทางปลอดภัยแะนำรหัสยีนอสูรบินกลับมาปราบพวกนกป่าเหล่านั้นให้ได้นะเจ้าคะ!" สตรีทั้งสามนางต่างตอบรับด้วยความมั่นใจแะเสน่หารักใคร่ พร้อมก้มศีรษะยืนยันความภักดีต่อสามีหนุ่มอย่างไม่มีวันเสื่อมคลาย
หลีเฮงสูดหายใจเข้าลึก ร่างกายพร้อมรบกระโดดก้าวอนำทางมุ่งหน้าสู่ารบครั้งใหม่ ดินแดนหนองน้ำโบราณกำลังรอคอยเาอยู่ แะนี่จะเป็นสงครามเวหาที่จะตัดสินน่านฟ้าทั้งหมดของดินแดนปีศาจแห่งนี้!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
ปักหมุด
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??