เรื่อง เกิดใหม่ทั้งที ข้ามีระบบเทพแมงดา (NC ฮาเร็ม)
ตอนที่ 145 ฝ่าค่ายกล
ตอนที่ 145 ฝ่าค่ายกล
ท่ามกลางาืมิดอันหนาวเหน็บเหนือผืนดินแดนขั้วโลกใต้ สายลมกรีดร้องคลุ้มคลั่งคล้ายเสียงคำรามของปีศาจร้ายโบราณที่ถูกปลุกจากการจำศีลอันยาวนาน ผืนแผ่นดินเบื้องล่างสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นจากรอยแยกของธารน้ำแข็งน้ำเงินครามที่ปริแตกขยายกว้าง ไอเย็นเยือกแข็งเข้มข้นระดับสูงสุดแผ่ซ่านปกคลุมทัศนวิสัยจนมืดบอด มหาบ่อแร่ขั้วโลกใต้ที่ควรจะเป็นแหล่งสะสมแร่วิเศษอันรุ่งโรจน์ บัดนี้กลับกลายเป็นลานประหารตามธรรมชาติที่พร้อมจะฝังกลบสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่บังอาจเหยียบย่างล่วงล้ำเข้ามา
น่านฟ้าเหนือรังมังกรโบราณปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆพายุสีดำสนิทราวกับน้ำหมึก ละอองหิมะสีดำทึบหมุนคว้างกวาดต้อนเข้าปะทะกองทัพอสูรของหลีเฮงอย่างไม่ปรานี พายุหิมะสีดำนี้ไม่เพียงแต่ขัดขวางการมองเห็น แต่ไอเย็นที่แฝงอยู่ยังแทรกซึมผ่านชั้นเกราะและลมปราณคุ้มกันเพื่อแช่แข็งจุดชีพจรและทำลายสติสัมปชัญญะของสิ่งมีชีวิตอย่างโหดเหี้ยม
ตูม! ตูม! ตูม!
เสียงระเบิดก้องกังวานเกิดขึ้นกลางเวหาอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความตึงเครียดของศึกสงครามเดือดพล่าน เจียงหวี่ ราชินีปักษาวายุ สยายปีกสีฟ้าครามคู่งามยาวเหยียด ร่างกายที่งดงามประดุจรูปสลักชั้นเลิศของนางเคลื่อนไหวโผบินฉวัดเฉวียนฝ่าละอองน้ำแข็งอย่างคล่องแคล่ว ปราณวายุสายฟ้าของนางแผ่พุ่งออกไปเกื้อหนุนฝูงอสูรบินพิฆาตหรือมิวทาลิกส์นับสิบตัวที่โผบินรุดหน้าเข้าปะทะกับศัตรูเหนือน่านฟ้า
คู่ต่อสู้ของพวกมันคือ "ฝูงปักษาผลึกเหมันต์" นับร้อยตัวที่โผบินลงมาจากกลุ่มเมฆพายุผลึกน้ำแข็งราวกับฝนดาวตก ร่างกายของนกโบราณเหล่านี้โปร่งแสงราวกับผลึกน้ำแข็งแก้วแกะสลัก สะท้อนแสงอัสนีเหมันต์สีน้ำเงินครามแล่นแปลบปลาบสะดุดตา ทว่าความงามนั้นกลับแฝงไปด้วยจิตสังหารอันบ้าคลั่ง ดวงตาทุกคู่ส่องแสงสีแดงเลือดน่าขนลุก พวกมันกางปีกผลึกกว้างขวาง กระพือลมหนาวเพื่อสร้างกระแสพายุสะท้อนความเย็นยะเยือก ก่อนจะสะบัดขนปีกเพื่อยิง "ศรน้ำแข็งโบราณ" แท่งยักษ์แหลมคมนับร้อยพันเล่มสาดซัดเข้าใส่แนวรบของฝูงอสูรบินพิฆาตดุจ-่าฝน
เจียงหวี่เบิกตากว้างพร้อมเปล่งเสียงร้องกังวานเตือนภัย "ระวัง! หลบหลีกพายุศรน้ำแข็งเหล่านั้นเสีย! อสูรบินพิฆาต จงใช้ความเร็วลมกรดอ้อมหลบเข้าด้านข้าง!"
สิ้นเสียงสั่งการอันไพเราะของราชินีปักษาวายุ ร่างของนางก็หมุนวนกลางอากาศด้วยทักษะยุทธเวหาอันเหนือชั้น นางเอียงร่างหลบเลี่ยงศรน้ำแข็งยักษ์ที่พุ่งถากแก้มไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด ความเย็นของศรน้ำแข็งโบราณส่งผลให้ปลายผมยาวสีน้ำเงินของนางจับตัวเป็นน้ำแข็งในพริบตา ทว่านางไม่สนใจความหนาวเหน็บนั้น สองมือเรียวบางวาดโค้งปลดปล่อยมวลพายุลมปราณวายุสีฟ้าหมุนกวาดต้อนตัดทำลายค่ายกลที่ฝูงปักษาผลึกเหมันต์ใช้ปะางานสนับสนุนกันจนแตกสลายไปหลายส่วน
ฝูงอสูรบินพิฆาตใต้บังคับบัญชาของเจียงหวี่ขยับกระพือปีกหนังสีม่วงเข้ม บิดตัวตีลังกาหลบหลีกศรน้ำแข็งและสายฟ้าสะท้อนไอเย็นที่ผ่าเปรี้ยงปร้างลงมาอย่างฉวัดเฉวียน ก่อนจะสะบัดหางที่ม้วนขดเป็นเกลียวไปข้างหน้า พ่นกระสุนกรดเดือดผสมอัคคีระเบิดเพลิงสีส้มแดงสว่างไสวสวนกลับเข้าใส่กลางกลุ่มฝูงปักษาผลึกเหมันต์อย่างดุดัน
เฟี้ยว! ตูม! ตูม! ตูม!
กระสุนกรดระเบิดเพลิงปะทะเข้ากับขนปีกแก้วของฝูงปักษาผลึกเหมันต์อย่างจัง เกิดเสียงระเบิดก้องกังวานเปลวไฟสีส้มแดงลุกโชนตัดกับท้องฟ้าทมิฬขั้วโลก พลังงานกรดร้อนจัดปนปราณอัคคีแผดเผากัดกร่อนละลายผลึกแก้วของข้าศึกจนพวกมันส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูงด้วยความทรมาน ควันกรดเดือดระเหยกลายเป็นหมอกควันสีขาวปนส้มฟุ้งกระจายไปทั่วชั้นบรรยากาศ ก่อนจะจับตัวเป็นน้ำแข็งร่วงหล่นลงมาเป็นฝนกรดแช่แข็งเกลื่อนกลาดน่านฟ้า
ทว่า เบื้องล่างธารน้ำแข็งอันกว้างใหญ่นั้น หลีเฮงยืนตระหง่านอยู่กลางขบวนรบ ท่ามกลางกระแสลมพายุหิมะสีดำพัดกระหน่ำจนเสื้อคลุมขนสัตว์ผืนหนาสะบัดไปมา ชายหนุ่มไม่ได้มีท่าทางหวาดหวั่นต่ออันตราย แม้ว่าทัศนวิสัยจะเลวร้ายลงเรื่อย ๆ แต่เขายังคงชูนิ้วขึ้นปัดผ่านหน้าจอของระบบสีทองด้วยความรวดเร็วตามสไตล์หนุ่มหน้าหนาจอมวางแผน
"ไอ้ระบบบ้า! เจ้าปันผลแต้มให้ข้าสามพันแต้มในเช้าวันใหม่ก็จริง แต่ในเวลาเช่นนี้ทำไมสภาพอากาศมันถึงได้โหดร้ายทารุณปานนี้วะ? แต้มสะสมของข้าพุ่งถึงเก้าหมื่นแต้มแล้วก็จริง แต่ถ้าข้าแข็งตายเป็นไอศกรีมหลากสีก่อนจะได้ใช้แต้ม มันจะมีประโยชน์อันใด!" หลีเฮงสบถพึมพำในใจอย่างฉุนเฉียว
ทันใดนั้น เสียงเตือนของระบบก็ดังขึ้นในหัวสมองของเขาพร้อมหน้าต่างสีทองลอยเด่น
*ติ๊ง!*
[ระบบเทพแมงดา แจ้งเตือนโฮสต์ผู้หน้าหนาเกาะเมียกินแรง: ตรวจพบไอเย็นมังกรขั้วโลกใต้ระดับจักรพรรดินีมังกรเยือกแข็งบรรพกาลหลงปิงเอ๋อร์รั่วไหลออกมาทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ระบบได้ทำการประเมินและสะสมค่าแต้มวิบัติเพิ่มขึ้นอีก +1 แต้ม ส่งผลให้แต้มวิบัติสะสมในปัจจุบันอยู่ที่ 75 แต้ม]
[คำแนะนำที่เป็นมิตรจากระบบ: ในสภาพแวดล้อมที่หนาวเย็นถึงขีดสุดเช่นนี้ หากโฮสต์ยังคงเอาแต่ยืนหลบหลังภรรยาโดยไม่ออกแรงทำสิ่งใด เส้นชีพจรและไขข้อท่อนเอวอันล้ำค่าของโฮสต์อาจจะถูกแช่แข็งอย่างถาวร ส่งผลต่อสมรรถภาพในกางเกงในมารสีชมพูเรืองแสงในค่ำคืนถัด ๆ ไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขอให้โฮสต์เร่งหาหนทางแก้ไขก่อนที่ท่อนเอวสุดแกร่งจะกลายเป็นน้ำแข็งแกะสลักเปล่าประโยชน์!]
"หน็อยแน่! แกเตือนฉันเรื่องอื่นก็ได้ แต่มาเตือนเรื่องกางเกงในสีชมพูกับไขข้อท่อนเอวนี่มันหยามเกียรติชายชาตรีเกาะเมียกินอย่างข้าชัด ๆ!" หลีเฮงขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด่ากราดในใจ ก่อนจะรีบสงบสติอารมณ์แล้วตะโกนสั่งการทหารราบอย่างรวดเร็ว
"กองกำลังราบอสูรเกราะศิลาทั้งหมด จงตั้งค่ายกลกระดองเต่าศิลาเดี๋ยวนี้! กางแผงโล่ศิลาทมิฬหนาเตอะขึ้นเหนือศีรษะ ป้องกันน่านฟ้าระดับล่างไว้ให้มั่น หากฝูงนกผลึกแก้วตัวใดร่วงหล่นลงมาโจมตีแบบพลีชีพ จงใช้แรงกระแทกศิลาบดขยี้มันให้เป็นจุน!"
โฮก! โฮก!
เสียงคำรามทุ้มต่ำของเหล่าอสูรเกราะศิลาขนาดใหญ่ดังสะท้อนก้องกังวาน พวกมันก้าวเหยียบธารน้ำแข็งยักษ์อย่างพร้อมเพรียง ยื่นแขนศิลาหนาที่เปี่ยมไปด้วยพละกำลังยกแผ่นโล่หินทมิฬหนาเป็นวาขึ้นเหนือหัว ปะาโล่ศิลาเข้าด้วยกันจนกลายเป็นหลังคาหินธรรมชาติขนาดมหึมาปกคลุมกองทัพบกเกือบทั้งหมด ทำหน้าที่เป็นแนวรับระดับล่างเพื่อผ่อนคลายความกดดันให้แก่แนวหน้าและทัพเวหาเบื้องบน
อย่างไรก็ตาม ศึกเหนือน่านฟ้ายิ่งนานวันยิ่งทวีความตึงเครียดและเลวร้ายลงอย่างเห็นได้ชัด
แม้ว่าเจียงหวี่จะแสดงทักษะการหลบเลี่ยงอันยอดเยี่ยมปานเทพธิดาร่ายรำ และฝูงอสูรบินพิฆาตจะพ่นกรดเดือดระเบิดเพลิงเผาผลาญจนปีกของปักษาผลึกเหมันต์ละลายพังทลายร่วงไปหลายสิบตัว แต่ทว่าม่านพลังงานโบราณชั้นนอกที่กักเก็บไอเย็นมังกรของหลงปิงเอ๋อร์กลับทำหน้าที่เป็นแหล่งจ่ายลมปราณไร้ขีดจำกัดอย่างน่าสะพรึงกลัว
ทุกครั้งที่ปักษาผลึกเหมันต์ได้รับความเสียหายจนผลึกแก้วร้าวรานหรือแหลกเหลว แสงอัสนีเหมันต์สีน้ำเงินครามจากม่านพลังงานจะแล่นผ่านอากาศรวดเร็วปานสายฟ้า พุ่งเข้าสมานแผลและประกอบร่างสร้างขนปีกแก้วน้ำแข็งของพวกมันกลับมาเป็นปกติในชั่วพริบตา ผิดกับฝูงอสูรบินพิฆาตและเจียงหวี่ที่ต้องใช้พลังลมปราณและปราณวายุไปอย่างสิ้นเปลืองในการปะทะแต่ละครั้ง ลมหายใจของราชินีปักษาวายุเริ่มหอบถี่ ปีกคู่งามขยับช้าลงทีละน้อยเนื่องจากกระแสลมปราณที่เริ่มขาดช่วง
หลีเฮงใช้เนตรวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์ด้วยแววตาเคร่งเครียดเป็นประวัติการณ์ "แย่แล้ว... ขืนปะทะกันในยุทธเวหายืดเยื้อเช่นนี้ต่อไป ทัพฟ้าของเจียงหวี่จะต้องหมดพลังและอ่อนแรงจนพ่ายแพ้แน่นอน เพราะพวกนกคริสตัลนั่นมีแหล่งพลังงานจากม่านมังกรคอยเติมเต็มไม่จำกัด ข้าต้องเร่งแก้เกมเพื่อตัดวงจรเติมพลังงานของม่านพลังน้ำแข็งนี้!"
ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึก ไอหนาวเหน็บที่กรูเข้ามาทำให้ปอดของเขาแทบจะจับตัวเป็นก้อนน้ำแข็ง หลีเฮงหันไปออกคำสั่งกับกองทัพสนับสนุน "เปิดใช้งานพลังปะาของค่ายกลเกราะศิลากับทัพหนุนเดี๋ยวนี้! ฝูงหมาป่าสองขาทุกตัว จงกลืนกินและย่อยสลายผลึกลาวาเพลิงปะทุที่พกติดตัวข้ามมิติมาเพื่ออุ่นระบบร่างกายและปล่อยกระแสปราณความร้อนแผ่ออกมาสะเทือนแนวม่านหิมะ ต้านทานไอเย็นยะเยือกของม่านพลังงานโบราณชั้นนอก!"
เหล่าอสูรหมาป่าสองขาที่แฝงยีนจากแดนอัคคีรีบอ้าปากกว้าง กลืนกินก้อนศิลาลาวาเพลิงสีส้มแดงระอุร้อนเข้าไปในท้องทันทีเพื่อหวังจะเปิดใช้ระบบความร้อนในร่างกายสู้กับความเหน็บหนาว แสงอุ่นร้อนเรืองรองสีส้มอ่อนเริ่มแผ่ออกจากผิวกายของพวกมัน ควันอุ่นบางเบาลอยขึ้นบรรเทาความหนาวเย็นรอบข้างไปได้ชั่วระยะหนึ่ง
ทว่า ความอบอุ่นนั้นคงอยู่ได้เพียงอึดใจเดียวเท่านั้น!
คล้ายกับว่าการกระทำของหลีเฮงไปกระตุ้นสัญชาตญาณการป้องกันตัวเองของม่านโบราณและไอเย็นมังกรของจักรพรรดินีมังกรหลงปิงเอ๋อร์ที่ซ่อนอยู่เบื้องล่างก้นบึ้งของธารน้ำแข็ง กระแสปราณมังกรบรรพกาลระดับสูงรั่วไหลพุ่งพรวดออกมาจากรอยแยกกว้างขึ้นอย่างฉับพลัน เกิดเสียง 'กึก... กึก...' ของการแช่แข็งเฉียบพลันใต้พิภพ ไอหนาวสีฟ้าครามเข้มข้นไหลบ่าท่วมท้นเข้าสู่ขอบเขตลานรบประดุจน้ำป่าไหลหลาก
ฟึ่บ!
มวลอากาศร้อนและไอร้อนจากลาวาเพลิงที่เหล่าหมาป่าพยายามแผ่ออกมาพลันปลาสนาการไปในพริบตา ราวกับหยดน้ำสลัดลงในกองเพลิงมลายสูญไร้ร่องรอย อุณหภูมิโดยรอบดิ่งฮวบลงต่ำกว่าจุดเยือกแข็งอย่างบ้าคลั่ง สภาพแวดล้อมเลวร้ายถึงขีดสุดจนน่าประหวั่นพรั่นพรึง
"บ้าน่า! ไอเย็นมังกรระดับสูงนี้รุนแรงเกินไปแล้ว! พลังความร้อนจากลาวาเพลิงระดับนี้กลับโดนมันแช่แข็งกลืนกินจนดับมอดไปทันทีเลยรึ?!" หลีเฮงเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก ร่างกายของเขาเริ่มสั่นระริกแม้จะอยู่ใต้เสื้อคลุมขนอสูรหนาเตอะ
ความเยือกเย็นอันโหดร้ายแทรกซึมลึกเข้าสู่ผิวหนาและเนื้อตัวของเหล่าอสูรเกราะศิลาและหมาป่าสองขา เส้นลมปราณที่ไหลเวียนพลังงานชีวิตของพวกมันเริ่มแข็งตัวเป็นก้อนเกล็ดคราม ขาขนาดใหญ่ยักษ์ของอสูรเกราะศิลาเริ่มขยับเขยื้อนด้วยความยากลำบาก ผิวหินแหลมหนาแตกร้าวส่งเสียงลั่น 'เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ' ทุกครั้งที่โดนสายลมไอหนาวมังกรกรีดผ่าน แผงโล่ศิลาคุ้มกันด้านล่างเริ่มแตกร้าวพร้อมจะทลายลงมาทุกเมื่อ
"กรี๊ด!"
เสียงร้องอุทานสั้น ๆ ด้วยความอ่อนล้าดังขึ้นข้างกายหลีเฮง ชายหนุ่มหันขวับไปมองทันทีและพบว่า เย่เจาจวิน ภรรยาหลวงผู้สง่างามและทรงพลังกำลังยืนตัวสั่นน้อย ๆ สองมือเรียวบางของนางประกบเข้าหากันแน่นเพื่อกางกั้น "อาณาเขตเงาราตรี" พลังปราณปีศาจสีดำทมิฬแผ่ขยายกว้างใหญ่กระจายเป็นม่านพลังกึ่งโปร่งแสงครอบคลุมรอบกายของหลีเฮงและขบวนทัพบางส่วน คอยแบกรับต้านทานแรงกดดันไอเย็นมังกรระดับสูงและหอกน้ำแข็งที่ร่วงหล่นลงมาแทนสามีอย่างสุดกำลัง
ทว่า ใบหน้างดงามที่เคยเปล่งปลั่งจับจิตของราชินีปีศาจราตรี บัดนี้กลับซีดเผือดขาวราวกับกระดาษ ริมฝีปากบางแห้งผากสั่นระริก หยาดเหงื่อเย็นผุดขึ้นตามหน้าผากมนก่อนจะจับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งเม็ดเล็ก ๆ ในทันที แววตาสีเข้มฉายแววอ่อนล้าอิดโรยอย่างรุนแรงเนื่องจากดวงจิตปีศาจและลมปราณราตรีในร่างถูกเค้นออกมาใช้ปกป้องหลีเฮงต้านทานไอหนาวระดับสูงเป็นเวลานานจนใกล้จะหมดขีดจำกัดสูงสุด
"เจาจวิน! เจ้าไหวหรือไม่?!" หลีเฮงใจหายวาบ ชายหนุ่มโผเข้าไปประคองกอดร่างระหงอวบอัดของภรรยาหลวงไว้ในอ้อมแขนทันที สัมผัสจากร่างของนางหนาวเย็นยะเยือกประดุจก้อนน้ำแข็งแก้วแกะสลัก ดิ่งความเย็นยะเยือกเข้าสู่ฝ่ามือของเขาจนเกือบจะแข็งค้าง
เย่เจาจวินพยายามพิงซบอกอุ่นของสามีพลางส่ายหน้าเบา ๆ ลมหายใจอุ่นเบาบางพ่นออกมาเป็นควันขาว "ท่าน... ท่านพี่... ข้ายังไหวเจ้าค่ะ... แต่พลังเย็นของมังกรบรรพกาลข้างล่างนี้... มันแข็งแกร่งและหนาแน่นเกินไป... มันกำลังสูบกินลมปราณราตรีของข้า... จนเส้นชีพจรเริ่มตีบตัน... ข้ากางม่านเงาต้านรับได้อีกไม่นานแล้ว..."
ยังไม่ทันที่คำพูดของนางจะจบลง ม่านป้องกันน้ำแข็งโบราณที่โคจรอยู่รอบเขตเหมืองแร่พลันส่งเสียงหมุนวนครืดคราดน่าสะพรึงกลัว คล้ายกับวงล้อโบราณขนาดยักษ์เริ่มบิดตัวขับเคลื่อน พลังความเย็นสีครามหมุนเหวี่ยงก่อตัวเป็นคลื่นพายุหิมะครามระลอกมหึมาสูงเสียดฟ้า มันพัดกระหน่ำบีบอัดพื้นที่ว่างของสนามรบให้หดแคบลงเรื่อย ๆ ทุกทิศทาง บังคับให้ขบวนทัพทั้งหมดหลบหนีไปไหนไม่ได้ และพร้อมจะแช่แข็งสะกดทุกชีวิตให้จมอยู่ใต้ธารน้ำแข็งชั่วนิรันดร์
ครืน!
สายลมกรรโชกหมุนวนหอบเอาหิมะครามเกล็ดใหญ่พัดถล่ม ทัศนวิสัยโดยรอบดับมืดบอดสนิทคล้ายโลกทั้งใบถูกกลืนกินเข้าไปในปากอสูรกายน้ำแข็ง แสงสว่างจาง ๆ จากอัสนีเหมันต์สะท้อนเงารอยร้าวสีฟ้าครามปริแตกพุ่งพล่านเข้าโอบล้อมรอบตัวหลีเฮงและเย่เจาจวินอย่างน่าสยดสยอง ความหนาวเหน็บเยือกแข็งถึงกระดูกจนสั่นสะท้านเกือบจะลามไปถึงแก่นจิตใจของหลีเฮง
"ท่านพี่..." เย่เจาจวินเอ่ยเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ ร่างระหงทรุดฮวบลงในอ้อมแขนของหลีเฮงอย่างไร้เรี่ยวแรง เปลือกตาคู่สวยของนางค่อย ๆ ปิดลง สีหน้าอ่อนล้าอย่างถึงที่สุดและสลบแน่นิ่งไปต่อหน้าต่อตา!
"เจาจวิน! เจาจวิน!" หลีเฮงกอดร่างของภรรยาหลวงไว้แน่น แววตาคมกริบสั่นไหววูบด้วยความเครียดและกดดันระดับสูงสุด รอบตัวของเขาถูกปิดกั้นด้วยกำแพงน้ำแข็งครามหนาทึบและรอยร้าวสีฟ้าครามที่พร้อมจะบดขยี้แช่แข็งพวกเขาทั้งหมดภายในพริบตาเดียว!
หลีเฮงจ้องมองพายุหิมะและรอยร้าวสีครามล้อมรอบกาย ชายหนุ่มสมองหมุนวนคิดวิเคราะห์แผนการพลิกสถานการณ์ในเศษเสี้ยววินาทีก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินแก้ และความเย็นยะเยือกจะดับลมหายใจของพวกเขาไปตลอดกาล!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
ปักหมุด
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??