เรื่อง วิถีเซียนแสวงมรรคา
บที่ 4 คั่วชา
ทางด้านหลังของโรงน้ำชามีศาลาแปดเหลี่ยมตั้งอยู่หลังหนึ่ง ภายในศาลาแห่งนั้นได้วางกระทะเหล็กขนาดใหญ่ยักษ์ไว้ใบหนึ่ง ภายใต้เตาหินี่รองรับกระทะนั้นเพลิงพุ่งลิ้นไฟโชติช่วงขึ้นมาอย่างไม่หยุดหย่อน
อู๋จ่างกุ้ยในสภาพี่สวมเพียงเสื้อสั้นตัวบางสะอาดสะอ้าน มือทั้งสองข้างถือสากไม้รูปกระบองทรงกลมยาว กำลังทุ่มเทออกแรงคนคั่วยอดชาเขียวมรกตี่อยู่ในกระทะอย่างขะมักเขม้นและตั้งใจยิ่ง
แม่นางอู๋ยืนนิ่งเงียบอยู่ทางด้านข้างหนึ่ง นางเฝ้ามองดูท่าทางของท่านพ่อตนเองี่มีเหงื่อไหลซึมออกมาตามร่างกายราวกับหยาดฝน ก็อดี่จะแสดงสีหน้าแห่งความกังวลใจออกมาไม่ได้
"ท่านพ่อเจ้าคะ ท่านเพิ่งจะหายจากอาการไข้หวัดหนัก ไม่สู้ให้ลูกสาวเป็นคนมาลงมือทำแทนจะดีกว่าหรือคะ"
"ฝีมือในการคั่วใบชาของเจ้านั้นยังนับว่าขาดตกบกพร่องอยู่สักหน่อย ในเมื่อท่านอาจารย์กู้เดินทางมาเยือนถึงี่แล้ว ยังไงเสียพ่อก็ต้องเป็นคนลงมือคั่วชาด้วยตัวเองเท่านั้น"
พูดถึงตรงนี้ อู๋จ่างกุ้ยก็หยิบเอาฟืนใส่เข้าไปในเตาหินอย่างไม่ได้คิดอะไรมากนัก แล้วจึงกล่าวสืบต่อไปว่า
"อีกอย่าง หลังจากี่ข้าได้ดื่มชาหมึกของท่านอาจารย์ลงไปแล้ว ไม่เพียงแต่ไข้หวัดจะหายเป็นปลิดทิ้ง พละกำลังี่เหลือเฟืออยู่ในตัวก็ยังดูเหมือนจะใช้ไม่หมด หากไม่ได้ออกแรงเคลื่อนไหวร่างกายเสียบ้าง จะไม่เป็นการเสียของเปล่าหรอกหรือ"
"เจ้าจงออกไปช่วยต้อนรับท่านอาจารย์กู้ี่ข้างนอกหน่อยเถิด หากว่าท่านจะเดินทางไปี่อื่นแล้ว เจ้าก็จงอยู่เฝ้าโรงน้ำชาไว้ให้ดี"
"และจดจำไว้ว่า ในหลายวันนี้โรงน้ำชาของเราไม่จำเป็นต้องปิดร้านเพื่อพักผ่อน"
เมื่อได้ยินดังนั้น แม่นางอู๋ก็ก้มหน้าลงรับคำสั่งของบิดา นางผู้ี่มีหัวใจอันหนักอึ้งเดินกลับไปยังโรงน้ำชาตลอดเส้นทางี่ก้าวผ่าน พลางนึกย้อนถึงเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับท่านอาจารย์กู้ี่ท่านพ่อเคยเล่าให้ฟังอยู่บ่อยครั้ง
ในห้วงแห่งความทรงจำของนาง คำว่าท่านอาจารย์กู้ทั้งสามคำนี้ มักจะถูกเอ่ยถึงออกมาจากปากของอู๋จ่างกุ้ยอยู่เป็นประจำสม่ำเสมอ
นับตั้งแต่นางเริ่มจำความได้ เรื่องราวของชายผู้นี้ก็เป็นเช่นนี้เรื่อยมาในครอบครัวของนาง
หากว่าท่านสุภาพบุรุษผู้นั้น คือท่านอาจารย์กู้ี่มีบุญคุณอันใหญ่หลวงต่อครอบครัวของพวกเขามาตั้งแต่เมื่อหลายสิบปีก่อนจริง ๆ
เพียงแค่พิจารณาจากใบหน้าี่ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาแม้เพียงนิดเพียงข้อเดียวนี้ จะสามารถบ่งบอกได้หรือไม่ว่าท่านมิใช่คนธรรมดาสามัญทั่วไป แต่เป็นถึงเทพเซียนในนิทานพื้นบ้านี่เล่าขานกันมา?
โดยี่นางไม่ทันได้รู้ตัว แม่นางอู๋ก็ก้าวเดินมาจนถึงบริเวณโรงน้ำชาด้านหน้าเสียแล้ว
โรงน้ำชาในขณะนี้ แม้ว่าจะใช้คำบรรยายว่า ‘เสียงผู้คนดังสนั่นหวั่นไหว’ มาอธิบายก็คงไม่นับว่าเกินความจริงไปนัก โต๊ะน้ำชาทุกตัวล้วนถูกจับจองจนเต็มแน่นไปด้วยผู้คน บนพื้นดินก็ปรากฏรอยเท้าี่เปียกชื้นเพิ่มขึ้นมามากมายอย่างเห็นได้ชัด
ผู้คนส่วนใหญ่นั้นจำต้องนั่งรวมโต๊ะกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
บางคนี่ไม่มีี่นั่งว่างเหลืออยู่ ก็นั่งยอง ๆ อยู่ตรงบริเวณประตูโรงน้ำชาเพื่อรอคอยให้พายุฝน-่าใหญ่ี่ตกลงมาหยุดพักลงเสียก่อน
ใจของแม่นางอู๋ในยามนี้ล้วนจดจ่ออยู่ี่กู้หนิงอันเพียงผู้เดียว ในระหว่างี่นางเดินผ่านไปมานั้น มีแขกเรียกให้นางช่วยเติมน้ำชาให้ แต่นางก็เพียงแค่ชี้ไปี่เคาน์เตอร์ด้านข้างของโรงน้ำชาเพื่อให้พวกเขาลงมือจัดการชงด้วยตนเอง
บรรดาพ่อค้าหาบเร่ี่ใช้แรงกายเลี้ยงชีพอยู่บนถนนมู่หยุนสายนี้ ส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นหน้าเก่าหน้าเดิมของี่นี่ทั้งสิ้น
ดังนั้นต่อการกระทำในเชิง ‘เจ้าของร้านสะบัดมือ’ ของแม่นางอู๋เช่นนี้ ผู้คนจึงไม่ได้แสดงความขุ่นเคืองหรือความไม่พอใจออกมาแต่อย่างใด
ท้ายี่สุดแล้ว ตามปกติี่ผ่านมาอู๋จ่างกุ้ยในหลาย ๆ ครั้งก็เพียงแค่จัดเตรียมใบชาให้แก่พวกเขา แล้วจึงปล่อยให้พวกเขาลงมือชงชากันเองตามใจปรารถนา
โรงน้ำชาแห่งนี้ถือเป็นร้านเก่าแก่ี่มีชื่อเสียงขจรไกล กลิ่นของชาก็หอมเข้มข้นจับใจ อีกทั้งราคาก็ยังนับว่าไม่แพงจนเกินไป
หลายครั้งี่ผู้คนในยุทธจักรี่กำลังขัดสนเดินทางมาหลบฝนี่นี่ แม้ว่าพวกเขาจะเข้ามานั่งจับจองี่นั่งโดยไม่สั่งอะไร อู๋จ่างกุ้ยก็ไม่เคยว่ากล่าวตำหนิเลยสักครั้ง
ด้วยเหตุฉะนี้ คนในโรงน้ำชาแห่งนี้จึงมีมนุษยสัมพันธ์ี่ดีต่อกันอย่างค่อนข้างมาก...
ในบางครั้งี่มีพฤติกรรม ‘เอาใจใส่ลูกค้าไม่ทั่วถึง’ ปรากฏขึ้นบ้าง ทุกคนก็เพียงแค่หัวเราะเยาะหยอกล้อแล้วปล่อยให้มันผ่านพ้นไป
ในขณะเดียวกันนั้น กู้หนิงอันกำลังพูดคุยสนทนาเรื่องสารพัดกับกลุ่มพ่อค้าหาบเร่สามคนี่เข้ามานั่งร่วมโต๊ะเดียวกับเขาอยู่พอดี
แม่นางอู๋มองเห็นกู้หนิงอันจากระยะไกลว่าเขายังไม่ได้เดินทางจากไปไหน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใดกัน นางจึงรู้สึกถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกอย่างี่อธิบายไม่ถูก
เมื่อนางเดินเร็วมาจนถึงข้างกายของเขาแล้ว นางก็คิดทบทวนภายในใจอยู่ชั่วครู่หนึ่งว่าจะเรียกขานอีกฝ่ายอย่างไรดี
จากนั้นจึงตัดสินใจเอ่ยเสียงเบา ๆ ออกไปว่า "ท่านอาจารย์กู้... รบกวนท่านไปร่วมพูดคุยกันี่โต๊ะเก็บเงินสักครู่หนึ่งได้หรือไม่เจ้าคะ?"
"อืม?" กู้หนิงอันเงยหน้าขึ้นมองดูแม่นางอู๋อยู่ชั่วอึดใจหนึ่ง
จากนั้นเขาก็หันหน้ากลับไปหาคู่สนทนาแล้วยกมือพนมไหว้พ่อค้าหาบเร่สามคนบนโต๊ะ แล้วจึงกล่าวว่า "ทุกท่านโปรดรับประทานช้า ๆ ตามสบายเถิด ข้าขอตัวไปจัดการธุระก่อนสักครู่"
พ่อค้าหาบเร่ทั้งสามคนนั้นก็นับว่าเป็นคนี่มีสายตาช่างสังเกต พอเห็นท่าทางของแม่นางอู๋ี่เป็นดั่งหญิงสาวผู้มีความเอียงอาย แล้วมองดูนายท่านตรงหน้าี่หล่อเหลาเท่สง่าสงาม ทั้งยังเป็นคนี่วางตัวเข้ากับผู้คนได้เป็นอย่างดี ก็พากันคิดเชื่อมโยงไปในทางี่ผิดเพี้ยนทันที...
"ดี ๆ ๆ! ท่านอาจารย์กู้ไม่ต้องสนใจพวกข้าหรอก!"
"แม่นางอู๋ ท่านอาจารย์กู้คนนี้มีวรรณศิลป์ี่ยอดเยี่ยมเลิศเลอ ดูก็รู้ว่าเป็นนักปราชญ์ผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง ข้าว่าพวกเจ้าทั้งสองคนช่างเข้าคู่กันดีนัก!"
"เฮ้! พูดจาเลอะเทอะอะไรกันนี่! แม่นางอู๋อย่าไปสนใจคำพูดของเขาเลย พวกเจ้าไปทำธุระเถิด อย่าได้ให้พวกข้าเสียเวลาพูดคุยเรื่องหนหลังของพวกเจ้าเลย"
พ่อค้าหาบเร่ทั้งสามคนต่างก็พูดจาแซวหยอกล้อกันคนละคำสองคำ จนทำให้ใบหน้าอันงดงามของแม่นางอู๋เริ่มแดงระเรื่อขึ้นมาด้วยความขวยเขิน
แต่นางก็ทำเพียงแค่ใช้ดวงตาคู่นั้นี่งดงามดั่งดอกท้อ ‘ค้อน’ มองพวกเขาไปสักหนึ่งที โดยี่นางไม่ได้กล่าวคำโต้แย้งประการใดออกมา
กร๊าง!
กู้หนิงอันขยับม้านั่งไม้ยาวี่เขานั่งอยู่ออกไปเล็กน้อย แล้วพูดกับแม่นางอู๋ี่กำลังยืนเหม่อลอยอยู่ว่า "มัวมายืนเหม่อลอยอยู่ทำไมกันเล่า?"
"อ้า!" แม่นางอู๋ตกใจจนแทบจะเสียสติเมื่อได้ยินเสียงเรียก นางรีบชี้ไปทางทิศหนึ่งแล้วกล่าวว่า "เชิญทางนี้เลยเจ้าค่ะ"
กู้หนิงอันมองตามทิศทางี่นิ้วของนางชี้ไป แล้วเขาก็อดี่จะขมวดคิ้วสงสัยไม่ได้จึงพูดออกมาว่า "บ้านของเจ้าย้ายโต๊ะเก็บเงินไปตั้งอยู่ตรงหน้าส้วมตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?"
ซ่า!
แม่นางอู๋หันหัวกลับมาอย่างรวดเร็วทันที พอนางพบว่าตำแหน่งี่ตนเองชี้ไปนั้นไม่ได้มีความผิดพลาด นางก็หันกลับไปตอบโต้อีกครั้งว่า "ไม่ได้ผิดนี่คะ ส้วมไม่ได้อยู่ในทิศทางนี้!"
ทว่าพอในจังหวะี่นางหันกลับมา ก็พบว่ากู้หนิงอันได้เดินมุ่งหน้าไปทางโต๊ะเก็บเงินเสียแล้ว โดยี่เขาไม่ได้ยืนรอคอยนางอยู่ี่เดิมเลยแม้แต่น้อย
พอรู้ตัวว่าตนเองถูกหลอกล้อเล่นเข้าให้แล้ว แม่นางอู๋ี่ทั้งรู้สึกอับอายและโมโหก็กัดฟันกรอดแน่น "ท่านพ่อพูดไม่ผิดเลยจริง ๆ ... ผู้ชายี่ยิ่งหล่อเหลา ก็ยิ่งเก่งกาจเรื่องการหลอกลวง!"
ถึงแม้จะพูดออกมาเช่นนั้น แต่แม่นางอู๋ก็รีบเร่งฝีเท้าตามร่างของกู้หนิงอันไป เพื่อมุ่งหน้าไปยังโต๊ะเก็บเงินของโรงน้ำชา
ตู้ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าี่มีความสูงระดับเอวทั้งสองฝั่งถูกนำมาตั้งต่อเข้าด้วยกัน ก็กลายเป็นโต๊ะเก็บเงินี่เรียบง่ายของโรงน้ำชาแห่งนี้
โต๊ะเก็บเงินนั้นทาด้วยสีแดงเข้มดูภูมิฐาน บนโต๊ะมีของวางอยู่ไม่มากนัก มีเพียงถ้วยชาี่คว่ำวางอยู่หลายใบ ผ้าปูโต๊ะี่สะอาดสะอ้านหนึ่งผืน และกาดินเผาสีม่วงใบหนึ่งวางตั้งอยู่
กาดินเผาสีม่วงนั้นเปิดฝาทิ้งเอาไว้ ภายในบรรจุไปด้วยใบชาเก่าแก่ี่หลงเหลืออยู่บ้าง
ใบชาเหล่านี้ไม่ได้มีไว้สำหรับชงดื่ม แต่มีไว้เพื่อให้ผู้คนได้สูดดมกลิ่นหอมของชาไปพลาง ๆ ในขณะเดียวกันก็ใช้เป็นของประดับตกแต่งโต๊ะไปด้วยในตัว
กู้หนิงอันยกกาดินเผาสีม่วงใบนั้นขึ้นมา สูดดมกลิ่นหอมอย่างแผ่วเบา กลิ่นหอมี่หนักแน่นและนุ่มลึกของใบชาเก่าแก่ก็พัดโชยมาเข้าเต็มจมูกของเขา
"ท่านอาจารย์กู้!" แม่นางอู๋เห็นอีกฝ่ายเพิ่งจะ ‘แกล้ง’ ตนเองไปแล้วยังมีอารมณ์สุนทรีย์มายืนดมกลิ่นใบชาอีก นางจึงโกรธจนแทบจะระงับอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ถึงกับจ้องมองดูหน้ากู้หนิงอันอย่างไม่ยอมละสายตาเลยแม้แต่นิดเดียว
ราวกับว่านางต้องการจะใช้การจ้องมองด้วยวิธีนี้ เพื่อทำให้อีกฝ่ายเกิดความรู้สึกผิดขึ้นมาภายในใจ
อย่างไรก็ตาม วิธีการของนางเช่นนี้เกรงว่าคงจะใช้ผิดคู่ต่อสู้เสียแล้ว เพราะไม่ว่านางจะเติบโตขึ้นมากเพียงใด หรือรูปร่างหน้าตาจะเปลี่ยนไปงดงามขึ้นแค่ไหนก็ตาม
ในสายตาของกู้หนิงอันแล้ว นางก็ยังคงเป็นเจ้าหนู ‘เสี่ยวซานฮัว’ ตัวกลมป้อมอ้วนจ้ำม่ำี่น่าเอ็นดูคนเดิมนั้นเสมอ
เวลาค่อย ๆ ผ่านพ้นไปทีละนาทีทีละวินาที แม่นางอู๋จ้องเขม็งจนดวงตาเริ่มเมื่อยล้าเต็มทีแล้ว แต่ทว่ากู้หนิงอันี่อยู่ตรงหน้าก็ยังคงหมุนเล่นกาดินเผาสีม่วงในมืออยู่เช่นเดิม โดยี่ไม่มีทีท่าว่าจะให้ความสนใจนางเลยแม้แต่น้อย
สุดท้ายนางก็อั้นความรู้สึกไม่ไหว จึงตัดสินใจลดเสียงลงแล้วพูดว่า "ท่านอาจารย์กู้... ท่านจะเฝ้าดูกาดินเผาสีม่วงใบนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่กันเล่าเจ้าคะ?"
เสียง ‘แด๊ก’ ดังขึ้นอย่างแหลมคมชัดเจน!
แม่นางอู๋น้ำตาคลอเบ้าทันที สองมือของนางยกขึ้นมาประสานกันเพื่อปิดบังหน้าผากไว้โดยสัญชาตญาณ ดวงตาทรงดอกท้อี่เป็นประกายระริกด้วยน้ำใส ๆ นั้นเริ่มมีรอยแดงจาง ๆ ปรากฏขึ้นี่หางตา
ครั้งี่สองแล้วในวันนี้!
นับตั้งแต่นางยังเล็กจนเติบโตเป็นสาว ท่านพ่อยังไม่เคยแม้แต่จะคิดจะตีนางเลยสักครั้งหนึ่ง!
แต่วันนี้กลับต้องมาถูกผู้ชายคนเดียวกันนี้ดีดหน้าผากเข้าให้ถึงสองครั้งสองครา!
เพราะอารมณ์ี่ปั่นป่วนวุ่นวาย ใบหน้าี่ยังมีเนื้อหนังอวบอิ่มเล็กน้อยของแม่นางอู๋จึงสั่นเทาไปพร้อม ๆ กับริมฝีปากสีชาดี่เม้มแน่นนั้น
ดูจากท่าทางแล้ว ภายในโรงน้ำชาี่อบอวลไปด้วยกลิ่นชาแห่งนี้ กำลังจะมี ‘พายุฝน’ ตกออกมาจากตาของนางอยู่รอมร่อแล้ว!
กู้หนิงอันวางกาดินเผาสีม่วงใบนั้นลงบนโต๊ะ เขาขมวดคิ้วแล้วพูดออกมาว่า "พอเถอะน่า อย่าทำตัวเหมือนกับตอนี่เจ้ายังเป็นเด็กสิ เรื่องแค่นิด ๆ หน่อย ๆ ก็ทำน้ำตาไหลออกมาเสียแล้ว"
แม่นางอู๋พยายามสะกดกลั้นน้ำตาไว้อย่างสุดกำลัง นางกลืนก้อนความรู้สึกและเสียงพูดออกมาว่า "ท่านมีสิทธิ์ประการใดถึงได้มาตบตีข้าเช่นนี้!"
"เจ้าเป็นคนเรียกข้ามาเองแท้ ๆ แต่กลับไม่บอกว่ามีธุระเรื่องอะไร แถมยังใช้น้ำเสียงี่ดูเกรี้ยวกราดมาซักถามข้าเช่นนี้อีก..." กู้หนิงอันหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วจึงยิ้มพลางพูดต่อไปว่า "ข้าเพียงแค่จะสั่งสอนเจ้าสักหน่อย จะนับว่าเป็นอะไรไปเล่า?"
แม่นางอู๋ี่ในชั่วขณะหนึ่งยังตั้งตัวไม่ทันและปรับอารมณ์ไม่ถูก ก็ส่งเสียง "เอ่อ" ออกมาคำหนึ่ง ราวกับว่านางได้หลงลืมเรื่องบางประการี่สำคัญไป ในขณะนี้นางเริ่มรู้สึกจริง ๆ แล้วว่าตัวนางเองนั้นก็มีกิริยาี่ดูไม่ค่อยจะสุภาพเรียบร้อยเท่าไหร่นัก
ไม่ว่าสุภาพบุรุษรูปงามี่อยู่ตรงหน้าจะเป็นคนรู้จักของท่านพ่อในอดีตหรือไม่ก็ตาม หรือว่าเขาจะเป็น ‘เทพเซียน’ ในตำนานี่มีอิทธิฤทธิ์จริงหรือไม่ก็ตาม
แต่มีอยู่ข้อหนึ่งี่ตัวนางมั่นใจได้อย่างเต็มเปี่ยม นั่นก็คือเขาสามารถรักษาอาการไข้หวัดของท่านพ่อให้นางได้หายเป็นปกติได้จริง ๆ ... นั่นก็นับว่าเขาเป็นผู้มีพระคุณอันยิ่งใหญ่แล้ว
การี่นางไม่ได้กล่าวคำขอบพระคุณก็แล้วไปเถิด แต่นี่กลับมาตั้งท่าซักถามผู้มีพระคุณอย่างเสียมารยาทเช่นนี้ ตัวนางเองไปทำตัวไร้มารยาทขนาดนี้ได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ?
คงเป็นเพราะถูกตีจนมึนเซอะไปหมดแล้ว... คะฮึม คะฮึม คงเป็นเพราะตัวนางเองตั้งตัวไม่ทันนั่นเองล่ะนะ แม่นางอู๋คิดทบทวนวนเวียนอยู่สองสามที นางก็สามารถทำ ‘การสำรวจจิตใจตนเอง’ จนเสร็จสิ้นลงแล้ว...
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??