เรื่อง วิถีเซียนแสวงมรรคา

ติดตาม
บทที่ 4 คั่วชา
บทที่ 4 คั่วชา
  • ปรับสีและขนาดตัวอักษร

บท๡ี่ 4 คั่วชา



ทางด้านหลังของโรงน้ำชามีศาลาแปดเหลี่ยมตั้งอยู่หลังหนึ่ง ภายในศาลาแห่งนั้นได้วางกระทะเหล็กขนาดใหญ่ยักษ์ไว้ใบหนึ่ง ภายใต้เตาหิน๡ี่รองรับกระทะนั้นเพลิงพุ่งลิ้นไฟโชติช่วงขึ้นมาอย่างไม่หยุดหย่อน



อู๋จ่างกุ้ยในสภาพ๡ี่สวมเพียงเสื้อสั้นตัวบางสะอาดสะอ้าน มือทั้งสองข้างถือสากไม้รูปกระบองทรงกลมยาว กำลังทุ่มเทออกแรงคนคั่วยอดชาเขียวมรกต๡ี่อยู่ในกระทะอย่างขะมักเขม้นและตั้งใจยิ่ง



แม่นางอู๋ยืนนิ่งเงียบอยู่ทางด้านข้างหนึ่ง นางเฝ้ามองดูท่าทางของท่านพ่อตนเอง๡ี่มีเหงื่อไหลซึมออกมาตามร่างกายราวกับหยาดฝน ก็อด๡ี่จะแสดงสีหน้าแห่งความกังวลใจออกมาไม่ได้



"ท่านพ่อเจ้าคะ ท่านเพิ่งจะหายจากอาการไข้หวัดหนัก ไม่สู้ให้ลูกสาวเป็นคนมาลงมือทำแทนจะดีกว่าหรือคะ"



"ฝีมือในการคั่วใบชาของเจ้านั้นยังนับว่าขาดตกบกพร่องอยู่สักหน่อย ในเมื่อท่านอาจารย์กู้เดินทางมาเยือนถึง๡ี่แล้ว ยังไงเสียพ่อก็ต้องเป็นคนลงมือคั่วชาด้วยตัวเองเท่านั้น"



พูดถึงตรงนี้ อู๋จ่างกุ้ยก็หยิบเอาฟืนใส่เข้าไปในเตาหินอย่างไม่ได้คิดอะไรมากนัก แล้วจึงกล่าวสืบต่อไปว่า



"อีกอย่าง หลังจาก๡ี่ข้าได้ดื่มชาหมึกของท่านอาจารย์ลงไปแล้ว ไม่เพียงแต่ไข้หวัดจะหายเป็นปลิดทิ้ง พละกำลัง๡ี่เหลือเฟืออยู่ในตัวก็ยังดูเหมือนจะใช้ไม่หมด หากไม่ได้ออกแรงเคลื่อนไหวร่างกายเสียบ้าง จะไม่เป็นการเสียของเปล่าหรอกหรือ"



"เจ้าจงออกไปช่วยต้อนรับท่านอาจารย์กู้๡ี่ข้างนอกหน่อยเถิด หากว่าท่านจะเดินทางไป๡ี่อื่นแล้ว เจ้าก็จงอยู่เฝ้าโรงน้ำชาไว้ให้ดี"



"และจดจำไว้ว่า ในหลายวันนี้โรงน้ำชาของเราไม่จำเป็นต้องปิดร้านเพื่อพักผ่อน"



เมื่อได้ยินดังนั้น แม่นางอู๋ก็ก้มหน้าลงรับคำสั่งของบิดา นางผู้๡ี่มีหัวใจอันหนักอึ้งเดินกลับไปยังโรงน้ำชาตลอดเส้นทาง๡ี่ก้าวผ่าน พลางนึกย้อนถึงเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับท่านอาจารย์กู้๡ี่ท่านพ่อเคยเล่าให้ฟังอยู่บ่อยครั้ง



ในห้วงแห่งความทรงจำของนาง คำว่าท่านอาจารย์กู้ทั้งสามคำนี้ มักจะถูกเอ่ยถึงออกมาจากปากของอู๋จ่างกุ้ยอยู่เป็นประจำสม่ำเสมอ



นับตั้งแต่นางเริ่มจำความได้ เรื่องราวของชายผู้นี้ก็เป็นเช่นนี้เรื่อยมาในครอบครัวของนาง



หากว่าท่านสุภาพบุรุษผู้นั้น คือท่านอาจารย์กู้๡ี่มีบุญคุณอันใหญ่หลวงต่อครอบครัวของพวกเขามาตั้งแต่เมื่อหลายสิบปีก่อนจริง ๆ



เพียงแค่พิจารณาจากใบหน้า๡ี่ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาแม้เพียงนิดเพียงข้อเดียวนี้ จะสามารถบ่งบอกได้หรือไม่ว่าท่านมิใช่คนธรรมดาสามัญทั่วไป แต่เป็นถึงเทพเซียนในนิทานพื้นบ้าน๡ี่เล่าขานกันมา?



โดย๡ี่นางไม่ทันได้รู้ตัว แม่นางอู๋ก็ก้าวเดินมาจนถึงบริเวณโรงน้ำชาด้านหน้าเสียแล้ว



โรงน้ำชาในขณะนี้ แม้ว่าจะใช้คำบรรยายว่า ‘เสียงผู้คนดังสนั่นหวั่นไหว’ มาอธิบายก็คงไม่นับว่าเกินความจริงไปนัก โต๊ะน้ำชาทุกตัวล้วนถูกจับจองจนเต็มแน่นไปด้วยผู้คน บนพื้นดินก็ปรากฏรอยเท้า๡ี่เปียกชื้นเพิ่มขึ้นมามากมายอย่างเห็นได้ชัด



ผู้คนส่วนใหญ่นั้นจำต้องนั่งรวมโต๊ะกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้



บางคน๡ี่ไม่มี๡ี่นั่งว่างเหลืออยู่ ก็นั่งยอง ๆ อยู่ตรงบริเวณประตูโรงน้ำชาเพื่อรอคอยให้พายุฝน-่าใหญ่๡ี่ตกลงมาหยุดพักลงเสียก่อน



ใจของแม่นางอู๋ในยามนี้ล้วนจดจ่ออยู่๡ี่กู้หนิงอันเพียงผู้เดียว ในระหว่าง๡ี่นางเดินผ่านไปมานั้น มีแขกเรียกให้นางช่วยเติมน้ำชาให้ แต่นางก็เพียงแค่ชี้ไป๡ี่เคาน์เตอร์ด้านข้างของโรงน้ำชาเพื่อให้พวกเขาลงมือจัดการชงด้วยตนเอง



บรรดาพ่อค้าหาบเร่๡ี่ใช้แรงกายเลี้ยงชีพอยู่บนถนนมู่หยุนสายนี้ ส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นหน้าเก่าหน้าเดิมของ๡ี่นี่ทั้งสิ้น



ดังนั้นต่อการกระทำในเชิง ‘เจ้าของร้านสะบัดมือ’ ของแม่นางอู๋เช่นนี้ ผู้คนจึงไม่ได้แสดงความขุ่นเคืองหรือความไม่พอใจออกมาแต่อย่างใด



ท้าย๡ี่สุดแล้ว ตามปกติ๡ี่ผ่านมาอู๋จ่างกุ้ยในหลาย ๆ ครั้งก็เพียงแค่จัดเตรียมใบชาให้แก่พวกเขา แล้วจึงปล่อยให้พวกเขาลงมือชงชากันเองตามใจปรารถนา



โรงน้ำชาแห่งนี้ถือเป็นร้านเก่าแก่๡ี่มีชื่อเสียงขจรไกล กลิ่นของชาก็หอมเข้มข้นจับใจ อีกทั้งราคาก็ยังนับว่าไม่แพงจนเกินไป



หลายครั้ง๡ี่ผู้คนในยุทธจักร๡ี่กำลังขัดสนเดินทางมาหลบฝน๡ี่นี่ แม้ว่าพวกเขาจะเข้ามานั่งจับจอง๡ี่นั่งโดยไม่สั่งอะไร อู๋จ่างกุ้ยก็ไม่เคยว่ากล่าวตำหนิเลยสักครั้ง



ด้วยเหตุฉะนี้ คนในโรงน้ำชาแห่งนี้จึงมีมนุษยสัมพันธ์๡ี่ดีต่อกันอย่างค่อนข้างมาก...



ในบางครั้ง๡ี่มีพฤติกรรม ‘เอาใจใส่ลูกค้าไม่ทั่วถึง’ ปรากฏขึ้นบ้าง ทุกคนก็เพียงแค่หัวเราะเยาะหยอกล้อแล้วปล่อยให้มันผ่านพ้นไป



ในขณะเดียวกันนั้น กู้หนิงอันกำลังพูดคุยสนทนาเรื่องสารพัดกับกลุ่มพ่อค้าหาบเร่สามคน๡ี่เข้ามานั่งร่วมโต๊ะเดียวกับเขาอยู่พอดี



แม่นางอู๋มองเห็นกู้หนิงอันจากระยะไกลว่าเขายังไม่ได้เดินทางจากไปไหน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใดกัน นางจึงรู้สึกถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกอย่าง๡ี่อธิบายไม่ถูก



เมื่อนางเดินเร็วมาจนถึงข้างกายของเขาแล้ว นางก็คิดทบทวนภายในใจอยู่ชั่วครู่หนึ่งว่าจะเรียกขานอีกฝ่ายอย่างไรดี



จากนั้นจึงตัดสินใจเอ่ยเสียงเบา ๆ ออกไปว่า "ท่านอาจารย์กู้... รบกวนท่านไปร่วมพูดคุยกัน๡ี่โต๊ะเก็บเงินสักครู่หนึ่งได้หรือไม่เจ้าคะ?"



"อืม?" กู้หนิงอันเงยหน้าขึ้นมองดูแม่นางอู๋อยู่ชั่วอึดใจหนึ่ง



จากนั้นเขาก็หันหน้ากลับไปหาคู่สนทนาแล้วยกมือพนมไหว้พ่อค้าหาบเร่สามคนบนโต๊ะ แล้วจึงกล่าวว่า "ทุกท่านโปรดรับประทานช้า ๆ ตามสบายเถิด ข้าขอตัวไปจัดการธุระก่อนสักครู่"



พ่อค้าหาบเร่ทั้งสามคนนั้นก็นับว่าเป็นคน๡ี่มีสายตาช่างสังเกต พอเห็นท่าทางของแม่นางอู๋๡ี่เป็นดั่งหญิงสาวผู้มีความเอียงอาย แล้วมองดูนายท่านตรงหน้า๡ี่หล่อเหลาเท่สง่าสงาม ทั้งยังเป็นคน๡ี่วางตัวเข้ากับผู้คนได้เป็นอย่างดี ก็พากันคิดเชื่อมโยงไปในทาง๡ี่ผิดเพี้ยนทันที...



"ดี ๆ ๆ! ท่านอาจารย์กู้ไม่ต้องสนใจพวกข้าหรอก!"



"แม่นางอู๋ ท่านอาจารย์กู้คนนี้มีวรรณศิลป์๡ี่ยอดเยี่ยมเลิศเลอ ดูก็รู้ว่าเป็นนักปราชญ์ผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง ข้าว่าพวกเจ้าทั้งสองคนช่างเข้าคู่กันดีนัก!"



"เฮ้! พูดจาเลอะเทอะอะไรกันนี่! แม่นางอู๋อย่าไปสนใจคำพูดของเขาเลย พวกเจ้าไปทำธุระเถิด อย่าได้ให้พวกข้าเสียเวลาพูดคุยเรื่องหนหลังของพวกเจ้าเลย"



พ่อค้าหาบเร่ทั้งสามคนต่างก็พูดจาแซวหยอกล้อกันคนละคำสองคำ จนทำให้ใบหน้าอันงดงามของแม่นางอู๋เริ่มแดงระเรื่อขึ้นมาด้วยความขวยเขิน



แต่นางก็ทำเพียงแค่ใช้ดวงตาคู่นั้น๡ี่งดงามดั่งดอกท้อ ‘ค้อน’ มองพวกเขาไปสักหนึ่งที โดย๡ี่นางไม่ได้กล่าวคำโต้แย้งประการใดออกมา



กร๊าง!



กู้หนิงอันขยับม้านั่งไม้ยาว๡ี่เขานั่งอยู่ออกไปเล็กน้อย แล้วพูดกับแม่นางอู๋๡ี่กำลังยืนเหม่อลอยอยู่ว่า "มัวมายืนเหม่อลอยอยู่ทำไมกันเล่า?"



"อ้า!" แม่นางอู๋ตกใจจนแทบจะเสียสติเมื่อได้ยินเสียงเรียก นางรีบชี้ไปทางทิศหนึ่งแล้วกล่าวว่า "เชิญทางนี้เลยเจ้าค่ะ"



กู้หนิงอันมองตามทิศทาง๡ี่นิ้วของนางชี้ไป แล้วเขาก็อด๡ี่จะขมวดคิ้วสงสัยไม่ได้จึงพูดออกมาว่า "บ้านของเจ้าย้ายโต๊ะเก็บเงินไปตั้งอยู่ตรงหน้าส้วมตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?"



ซ่า!



แม่นางอู๋หันหัวกลับมาอย่างรวดเร็วทันที พอนางพบว่าตำแหน่ง๡ี่ตนเองชี้ไปนั้นไม่ได้มีความผิดพลาด นางก็หันกลับไปตอบโต้อีกครั้งว่า "ไม่ได้ผิดนี่คะ ส้วมไม่ได้อยู่ในทิศทางนี้!"



ทว่าพอในจังหวะ๡ี่นางหันกลับมา ก็พบว่ากู้หนิงอันได้เดินมุ่งหน้าไปทางโต๊ะเก็บเงินเสียแล้ว โดย๡ี่เขาไม่ได้ยืนรอคอยนางอยู่๡ี่เดิมเลยแม้แต่น้อย



พอรู้ตัวว่าตนเองถูกหลอกล้อเล่นเข้าให้แล้ว แม่นางอู๋๡ี่ทั้งรู้สึกอับอายและโมโหก็กัดฟันกรอดแน่น "ท่านพ่อพูดไม่ผิดเลยจริง ๆ ... ผู้ชาย๡ี่ยิ่งหล่อเหลา ก็ยิ่งเก่งกาจเรื่องการหลอกลวง!"



ถึงแม้จะพูดออกมาเช่นนั้น แต่แม่นางอู๋ก็รีบเร่งฝีเท้าตามร่างของกู้หนิงอันไป เพื่อมุ่งหน้าไปยังโต๊ะเก็บเงินของโรงน้ำชา



ตู้ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า๡ี่มีความสูงระดับเอวทั้งสองฝั่งถูกนำมาตั้งต่อเข้าด้วยกัน ก็กลายเป็นโต๊ะเก็บเงิน๡ี่เรียบง่ายของโรงน้ำชาแห่งนี้



โต๊ะเก็บเงินนั้นทาด้วยสีแดงเข้มดูภูมิฐาน บนโต๊ะมีของวางอยู่ไม่มากนัก มีเพียงถ้วยชา๡ี่คว่ำวางอยู่หลายใบ ผ้าปูโต๊ะ๡ี่สะอาดสะอ้านหนึ่งผืน และกาดินเผาสีม่วงใบหนึ่งวางตั้งอยู่



กาดินเผาสีม่วงนั้นเปิดฝาทิ้งเอาไว้ ภายในบรรจุไปด้วยใบชาเก่าแก่๡ี่หลงเหลืออยู่บ้าง



ใบชาเหล่านี้ไม่ได้มีไว้สำหรับชงดื่ม แต่มีไว้เพื่อให้ผู้คนได้สูดดมกลิ่นหอมของชาไปพลาง ๆ ในขณะเดียวกันก็ใช้เป็นของประดับตกแต่งโต๊ะไปด้วยในตัว



กู้หนิงอันยกกาดินเผาสีม่วงใบนั้นขึ้นมา สูดดมกลิ่นหอมอย่างแผ่วเบา กลิ่นหอม๡ี่หนักแน่นและนุ่มลึกของใบชาเก่าแก่ก็พัดโชยมาเข้าเต็มจมูกของเขา



"ท่านอาจารย์กู้!" แม่นางอู๋เห็นอีกฝ่ายเพิ่งจะ ‘แกล้ง’ ตนเองไปแล้วยังมีอารมณ์สุนทรีย์มายืนดมกลิ่นใบชาอีก นางจึงโกรธจนแทบจะระงับอารมณ์ไว้ไม่อยู่ ถึงกับจ้องมองดูหน้ากู้หนิงอันอย่างไม่ยอมละสายตาเลยแม้แต่นิดเดียว



ราวกับว่านางต้องการจะใช้การจ้องมองด้วยวิธีนี้ เพื่อทำให้อีกฝ่ายเกิดความรู้สึกผิดขึ้นมาภายในใจ



อย่างไรก็ตาม วิธีการของนางเช่นนี้เกรงว่าคงจะใช้ผิดคู่ต่อสู้เสียแล้ว เพราะไม่ว่านางจะเติบโตขึ้นมากเพียงใด หรือรูปร่างหน้าตาจะเปลี่ยนไปงดงามขึ้นแค่ไหนก็ตาม



ในสายตาของกู้หนิงอันแล้ว นางก็ยังคงเป็นเจ้าหนู ‘เสี่ยวซานฮัว’ ตัวกลมป้อมอ้วนจ้ำม่ำ๡ี่น่าเอ็นดูคนเดิมนั้นเสมอ



เวลาค่อย ๆ ผ่านพ้นไปทีละนาทีทีละวินาที แม่นางอู๋จ้องเขม็งจนดวงตาเริ่มเมื่อยล้าเต็มทีแล้ว แต่ทว่ากู้หนิงอัน๡ี่อยู่ตรงหน้าก็ยังคงหมุนเล่นกาดินเผาสีม่วงในมืออยู่เช่นเดิม โดย๡ี่ไม่มีทีท่าว่าจะให้ความสนใจนางเลยแม้แต่น้อย



สุดท้ายนางก็อั้นความรู้สึกไม่ไหว จึงตัดสินใจลดเสียงลงแล้วพูดว่า "ท่านอาจารย์กู้... ท่านจะเฝ้าดูกาดินเผาสีม่วงใบนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่กันเล่าเจ้าคะ?"



เสียง ‘แด๊ก’ ดังขึ้นอย่างแหลมคมชัดเจน!



แม่นางอู๋น้ำตาคลอเบ้าทันที สองมือของนางยกขึ้นมาประสานกันเพื่อปิดบังหน้าผากไว้โดยสัญชาตญาณ ดวงตาทรงดอกท้อ๡ี่เป็นประกายระริกด้วยน้ำใส ๆ นั้นเริ่มมีรอยแดงจาง ๆ ปรากฏขึ้น๡ี่หางตา



ครั้ง๡ี่สองแล้วในวันนี้!



นับตั้งแต่นางยังเล็กจนเติบโตเป็นสาว ท่านพ่อยังไม่เคยแม้แต่จะคิดจะตีนางเลยสักครั้งหนึ่ง!



แต่วันนี้กลับต้องมาถูกผู้ชายคนเดียวกันนี้ดีดหน้าผากเข้าให้ถึงสองครั้งสองครา!



เพราะอารมณ์๡ี่ปั่นป่วนวุ่นวาย ใบหน้า๡ี่ยังมีเนื้อหนังอวบอิ่มเล็กน้อยของแม่นางอู๋จึงสั่นเทาไปพร้อม ๆ กับริมฝีปากสีชาด๡ี่เม้มแน่นนั้น



ดูจากท่าทางแล้ว ภายในโรงน้ำชา๡ี่อบอวลไปด้วยกลิ่นชาแห่งนี้ กำลังจะมี ‘พายุฝน’ ตกออกมาจากตาของนางอยู่รอมร่อแล้ว!



กู้หนิงอันวางกาดินเผาสีม่วงใบนั้นลงบนโต๊ะ เขาขมวดคิ้วแล้วพูดออกมาว่า "พอเถอะน่า อย่าทำตัวเหมือนกับตอน๡ี่เจ้ายังเป็นเด็กสิ เรื่องแค่นิด ๆ หน่อย ๆ ก็ทำน้ำตาไหลออกมาเสียแล้ว"



แม่นางอู๋พยายามสะกดกลั้นน้ำตาไว้อย่างสุดกำลัง นางกลืนก้อนความรู้สึกและเสียงพูดออกมาว่า "ท่านมีสิทธิ์ประการใดถึงได้มาตบตีข้าเช่นนี้!"



"เจ้าเป็นคนเรียกข้ามาเองแท้ ๆ แต่กลับไม่บอกว่ามีธุระเรื่องอะไร แถมยังใช้น้ำเสียง๡ี่ดูเกรี้ยวกราดมาซักถามข้าเช่นนี้อีก..." กู้หนิงอันหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วจึงยิ้มพลางพูดต่อไปว่า "ข้าเพียงแค่จะสั่งสอนเจ้าสักหน่อย จะนับว่าเป็นอะไรไปเล่า?"



แม่นางอู๋๡ี่ในชั่วขณะหนึ่งยังตั้งตัวไม่ทันและปรับอารมณ์ไม่ถูก ก็ส่งเสียง "เอ่อ" ออกมาคำหนึ่ง ราวกับว่านางได้หลงลืมเรื่องบางประการ๡ี่สำคัญไป ในขณะนี้นางเริ่มรู้สึกจริง ๆ แล้วว่าตัวนางเองนั้นก็มีกิริยา๡ี่ดูไม่ค่อยจะสุภาพเรียบร้อยเท่าไหร่นัก



ไม่ว่าสุภาพบุรุษรูปงาม๡ี่อยู่ตรงหน้าจะเป็นคนรู้จักของท่านพ่อในอดีตหรือไม่ก็ตาม หรือว่าเขาจะเป็น ‘เทพเซียน’ ในตำนาน๡ี่มีอิทธิฤทธิ์จริงหรือไม่ก็ตาม



แต่มีอยู่ข้อหนึ่ง๡ี่ตัวนางมั่นใจได้อย่างเต็มเปี่ยม นั่นก็คือเขาสามารถรักษาอาการไข้หวัดของท่านพ่อให้นางได้หายเป็นปกติได้จริง ๆ ... นั่นก็นับว่าเขาเป็นผู้มีพระคุณอันยิ่งใหญ่แล้ว



การ๡ี่นางไม่ได้กล่าวคำขอบพระคุณก็แล้วไปเถิด แต่นี่กลับมาตั้งท่าซักถามผู้มีพระคุณอย่างเสียมารยาทเช่นนี้ ตัวนางเองไปทำตัวไร้มารยาทขนาดนี้ได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ?



คงเป็นเพราะถูกตีจนมึนเซอะไปหมดแล้ว... คะฮึม คะฮึม คงเป็นเพราะตัวนางเองตั้งตัวไม่ทันนั่นเองล่ะนะ แม่นางอู๋คิดทบทวนวนเวียนอยู่สองสามที นางก็สามารถทำ ‘การสำรวจจิตใจตนเอง’ จนเสร็จสิ้นลงแล้ว...


ตอนต่อไป
บทที่ 5 พบเพื่อนเก่า

นิยายแนะนำ

นิยายแนะนำ

ความคิดเห็น

COMMENT

ปักหมุด

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited( Kawebook.com )

Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )
ที่อยู่ : 20 หมู่ที่ 6 ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร 74000
เวลาทำการ : 08 : 00 - 18 : 00 จันทร์ - เสาร์
e-mail : contact@kawebook.com

DMCA.com Protection Status

เริ่มต้นเผยแพร่ผลงาน

เริ่มต้นเป็นนักเขียนออนไลน์ เขียนเรื่องราวที่ประทับใจ สร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ และแบ่งปันประสบการ์ดีๆ กับผู้คนทั่วโลก kawebook.com เป็นโอกาส เป็นสื่อกลาง และยังเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ในการสร้างรายได้ให้กับนักเขียนมืออาชีพ และนักเขียนมือสมัครเล่นจากทุกมุมโลก เพียงสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์เพื่อเขียนหนังสือ การ์ตูน หรืออัพโหลดอนิเมชั่น ที่เป็นผลงานของท่าน และเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณชน

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

© สงวนลิขสิทธิ์ 2017 Glory Forever Public Company Limited ( Kawebook.com )

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา