เรื่อง เกิดเป็นขุนศึกเป้าใหญ่ พร้อมระบบเทพแมงดา NC
ตอนที่ 13: ลองของลืมเจ็บ!
ตอนที่ 13: ลองของลืมเจ็บ!
*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงเตะกระทืบลงแผ่นประตูไม้ด้านล่างและเสียงตะโกนด่าทออย่างหยาบคายเกรี้ยวกราด ดังลั่นก้องสะท้านไปทั่วทั่งบริเวณใต้เรือนไม้สักทองหลังใหญ่ของผู้ใหญ่บ้านป่าลี้ภัยยามเช้าตรู่ แสงแดดสีทองอ่อนๆ เพิ่งสาดส่องลอดผ่านกลุ่มหมอกหนาจางและยอดไม้ป่าสูงใหญ่ ปัดเป่าความหนาวเย็นชื้นแฉะของราตรีเมื่อคืนให้เจือจางลง ทว่าบรรยากาศสงบยามเช้ากลับต้องพังทลายลงด้วยเสียงตะโกนข่มขวัญยั่วยวนอารมณ์จากพวกไอ้ศรและสมุนอันธพาลหนุ่มฉกรรจ์กลุ่มใหญ่ที่ยืนถือท่อนไม้หน้าสามและกระบองไม้พลองกุดขู่ท้าทายล้อมเรือนไม้ไว้ทุกทิศทาง
ก่อนหน้านี้ เป้ากำลังนอนหลับสนิทและฝันถึงชีวิตในชาติปางก่อน ยามที่เขายังเป็นเพียงอดีตนักมวยกระสอบทรายจอมกวนโทสะที่โดนเตะต่อยล้มคว่ำคาเวที แสงไฟนีออนสว่างจ้าและเสียงระฆังดังเชียร์สลับประสานเสียงร้องโกลาหล ทว่าเมื่อเขาสะดุ้งตื่นขึ้นมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงในร่างขุนศึกเป้าโตผู้มีพลังคงกระพัน เป้าก็พบว่าตนเองกำลังนอนอยู่บนฟูกหนานุ่มใบตองแห้งในห้องนอนส่วนตัวอันอบอุ่นของผู้ใหญ่บ้าน กลิ่นหอมสะอาดของสบู่ป่าและกลิ่นดอกไม้หอมรัญจวนโชยพัดผ่านร่างบางของแม่หญิงชงโคที่นอนหลับพริ้มแก้มใสอมชมพูอยู่ข้างกายเขา ร่างกายอวบอัดเนียนละเอียดของสตรีคนงามใต้ผ้าห่มผืนหนาเผยส่วนโค้งเว้าของไหล่มนและทรวงอกตึงแน่นที่สั่นไหวเบาๆ ตามจังหวะการพรูลมหายใจอุ่นชื้น เป้าจ้องมองใบหน้างามคมเฉี่ยวชงโคด้วยความรู้สึกหวงแหนสะสาง และความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะปกป้องนางไว้ชั่วชีวิต
เป้าขยับตัวลุกขึ้นยืนบิดกายไล่ความเมื่อยล้า ร่างกายหนากำยำล่ำสันบึกบึนที่เคยโดน-่าธนูเสียบอกและดาบฟันสีข้างจนเลือดสาดนองท่วมร่างปางตาย บัดนี้กลับฟิตเปรียะ แผลที่อกซ้ายและสีข้างหายสนิทเนียนกริบตึงแน่นไร้ซึ่งร่องรอยของแผลเป็นเป็นที่น่าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก ชายหนุ่มอมยิ้มกริ่มชอบใจในพละกำลังปราณร้อนอันล้นหลามไหลพล่านอยู่ทั่วเรือนร่างราวน้ำเดือดเปี่ยมพลัง
ชายหนุ่มโน้มตัวลงก้มมองชงโคคนสวยที่ยังหลับใหลอย่างเหนื่อยอ่อนจากบทรักร่วมสวาทประสานหยินหยางเมื่อราตรีที่ผ่านมา เขาขยับดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมปิดปกป้องเรือนร่างนวลเนียนขาวนวลของหล่อนไว้อย่างทะนุถนอมประหนึ่งสมบัติล้ำค่าที่สุด ก่อนจะคว้าผ้าขาวม้าแดงผืนเก่งมาพันคาดรอบเอวหนาหนั่นกระชับแน่นหนาดูทะมัดทะแมง ยิ้มกวนส้น-ีนเตรียมลุกเดินไปลุยศึกปะทะไอ้พวกเศษนักเลงหน้าห้องเรือน
เป้าลอบตั้งสมาธิสั่งการระบบในสมองร่าย **"มนต์ลืมเจ็บ"** ทันทีในใจเพื่อเตรียมการลองวิชาใหม่ที่เพิ่งได้มาหมาดๆ จากสวาทสตรี
*วิ้ง...*
กระแสคลื่นพลังงานสีทองละเอียดแผ่ซ่านแล่นพล่านตัดขั้วระบบประสาทการรับรู้ความเจ็บปวดทั่วทั้งร่างกายของเป้าอย่างรวดเร็วประดุจสายฟ้าแลบ มันเข้าครอบงำปิดกั้นประสาทรับสัมผัสเจ็บปวดแต่ยังคงระดับความรู้สึกผิวหนังประสาทสัมผัสไวครบถ้วน เป้าก้าวขาหนาเหยียบลงกระดานไม้ก้าวลงบันไดเรือนไม้สักทีละขั้นประจันหน้ากับแก๊งไอ้ศรและพวกนักเลงรุมล้อมสิบกว่าคนที่ยืนแสยะยิ้มถืออาวุธหน้าสลอน ท่าทางของพวกมันดูพร้อมจะเข้ามารุมสับเป้าให้ขาดเป็นชิ้นๆ ชาวบ้านระแวกนั้นเริ่มเกาะกลุ่มเกราะรั้วยืนจับตามองกันกระซิบกระซาบด้วยความสงสัยว่าเหตุใดเป้าจึงนอนค้างในห้องชงโค
“ไอ้เป้า! แกตื่นลืมตาขึ้นมารายงานตัวรับทัณฑ์โทษเดี๋ยวนี้เลยโว้ย! ผู้ใหญ่บ้านมีคำสั่งด่วนให้ตามตัวแกไปรับการลงทัณฑ์ข้อหากระทำการขี้ขลาดปล่อยให้เสบียงคลังของค่ายโดนพวกข้าศึกบุกโจมตีและเผาทำลายคลังข้าวเมื่อวานนี้! หากแกยังซ่อนหัวหลบหลังสตรีอยู่บนเรือน ข้าจักบุกขึ้นไปลากหัวแกออกมากระทืบหน้าประตูเองโว้ย!” ไอ้ศรแหกปากร้องตะโกนลั่นลานดิน
“อุ๊ย... พี่ศรคนเก่งกับผองเพื่อนแต่เช้าตรู่เลยจ้ะ พกพาฟืนฟืนไม้พลองมาทำไมเยอะแยะปานนี้ล่ะจ๊ะ? หรือจักเอามาช่วยกันหักฟืนจุดเตาไฟต้มน้ำร้อนให้พี่เป้าได้อาบอุ่นสบายผิวเนื้อล่ะจ๊ะคนดี? แดดเช้าวันนี้ช่างสดใสน่าเดินเล่นกินลมชื่นชมวิวทิวทัศน์ริมคลองค่ายลี้ภัยจริงๆ เลยนะจ๊ะพี่ศรขา... หน้าดำหน้าแดงแต่เช้าเดี๋ยวแก่เร็วไม่รู้ด้วยนะจ๊ะ” เป้าพ่นคำกวนประสาทน้ำเสียงกะล่อนทะเล้นยิ้มกริ่มเป้าตุงส่งตาหวานพริ้มเกี้ยวพาราสีท้าทาย
ไอ้ศรเดือดดาลจัด เส้นอารมณ์ความอดทนขาดสะบั้นทันควัน ชี้หน้าตวาดแหวลั่นน้ำลายกระเซ็น “ไอ้เป้าปากสุนัขลามกหน้าด้าน! มึงยังกล้ากวนโทสะเล่นลิ้นล่วงเกินกูแต่เช้า! วันนี้ผู้ใหญ่บ้านสั่งลงโทษแกสถานเบาให้เฆี่ยนห้าทีข้อหาดูแลข้าวของไม่ดีปล่อยเสบียงโดนเผา แต่กูทนใบหน้ากวนตีนของมึงไม่ไหวแล้วโว้ย! วันนี้กูจะเอาเลือดปากมึงออกให้ได้ พวกมึง... รุมฟาดหวดมันให้ฟันร่วงหมดปาก ดาหน้ากระทืบมันให้แบนคามือเดี๋ยวนี้เลยโว้ย!”
สิ้นเสียงตวาดแผดร้อง พวกลูกสมุนร่างหนากล้ามโตสี่ห้าคน ได้แก่ ไอ้แดง ไอ้แคล้ว และไอ้ผล พากันเงื้อท่อนไม้หน้าสามหนาหนั่นและไม้พลองพะยูงหนักฟาดหวดเตะเข้าใส่แผ่นอก หลังหนา และสะโพกสอบของเป้าอย่างบ้าคลั่งไร้ความปรานีเสียงดังสนั่นลั่นลานค่ายป่า
*ปึก! ปั่ก! โครม! ตึง!*
แรงฟาดไม้หนาปะทะเข้าผิวเนื้อเสียงดังก้องปานทุบหนังควายแห้ง ทว่าเป้าหาได้เบี่ยงตัวหลบหนีหรือครางร้องโอดครวญสักแอะไม่ เขายังคงยืนนิ่งตระหง่านเด่น มนตร์ลืมเจ็บสะกดประสาททำหน้าที่ร้อยเปอร์เซ็นต์ บาดแผลความเสียหายสะเทือนลึกทางกายภาพถูกสกัดกั้นจนความรู้สึกเจ็บเป็นศูนย์ เป้าทำหน้าตาเฉยเมยบิดกายซ้ายขวาแสร้งบ่นปนหยอกล้อพวกรุมทุบด้วยความสมเพชและกวนอารมณ์
“ฮ้าว... พี่ๆ ทหารบ้านจ๋า ฟาดฟันเตะเบาปานนี้คิดว่าจะนวดกล้ามเนื้อให้พี่เป้าหายเมื่อยล้าที่แบกข้าวสารเมื่อวานรึจ๊ะ? ซ้ายทีขวาทีแรงอีกนิดสิจ๊ะ พี่เป้ายังไม่รู้สึกลำคอคันยุบยิบเลยนะจ๊ะเนี่ย ข้าวเช้ายังไม่ตกถึงท้องหรือไรถึงได้ไร้เรี่ยวแรงตีปานเด็กน้อยหัดปั้นดินน้ำมันปานนี้จ๊ะ? หรือกินข้าวกับก้างปลามาจ๊ะ หวดมาเลยจ้ะ หวดมาตรงหลังนี่แรงๆ เลยจ้ะพี่เป้าโปรดปราน!”
ไอ้แดงเงื้อไม้พลองสุดแขนฟาดเข้าที่บ่าซ้ายเป้าเต็มเหนี่ยว ทว่าท่อนไม้ไผ่หนากลับหักสะบั้นดังเปรี๊ยะกระจายเกลื่อนดิน ร่างเป้ายังคงไม่ไหวติง แต่ข้อมือไอ้แดงกลับสั่นสะท้านช้ำแดงสลดร้องไอ้ศรเสียงสั่น ไอ้แคล้วและไอ้ผลกระโดดเตะอัดสีข้างเป้าแต่ประหนึ่งเตะเสาเหล็กกล้า พวกมันเจ็บหน้าแข้งร้องโอดโอยหน้าเบี้ยวหน้าบิด
ไอ้ศรเห็นลูกน้องเดือดร้อนและเป้ายังคงยืนยิ้มกวนตีนอยู่ ก็เกิดความอับอายและโทสะพลุ่งพล่าน มันคว้ากระบองเหล็กไม้พะยูงหุ้มเหล็กหัวตะปูฟาดหวดลงมากลางบ่าขวาเป้าดังก้องกังวาน ปานทุบหินผารบ เป้าเพียงแต่คอเอียงยิ้มกะล่อนพ่นคำเยาะเย้ย
“เฮ้ย... ลูกพี่ศร... มันมีอาคมผีตายซากสิงร่างรึเปล่าวะ? ไม้ฟาดกระบองตีจนไม้หักเนื้อตัวมันแดงช้ำบางเบาแต่กลับไม่สะดุ้งครางเจ็บแถมยืนยิ้มกวนตีนหัวเราะสบายใจเฉิบน่ากลัวชะมัดยาดเลยโว้ย! ข้าไม่กล้าตีมันแล้วนะพี่ศร!” ลูกน้องหนุ่มเอ่ยกระซิบถามไอ้ศรน้ำเสียงสั่นใบหน้าเลิกล่กหน้าซีดเผือด
*ติ๊ง!*
เสียงกระดิ่งทองคำระดิ่งระบบดังระรัวถี่ยิบบ่งบอกข้อความในสมองเป้ากวนสะใจ
**[ ติ๊ง! ยินดีด้วย โฮสต์สะสมแต้มความเสียหายทางกายภาพผ่านมนต์ลืมเจ็บอย่างสมบูรณ์แบบไร้เจ็บปวดสักแอะ! แต้มกายาเหล็กไหลขั้น 7 พุ่งทะยานขึ้นอย่างมั่นคงและปลอดภัย! ]**
**[ รายงานระบบ: ค่าความทนมือทนตีน: 350/500, พละกำลัง: 4.0 ชั่ง... แหม ไอ้พวกอันธพาลหน้าโง่เริ่มมองโฮสต์เป้าโตเป็นผีดิบซอมบี้ป่าคงกระพันไม่รู้สึกลืมเจ็บแล้วนะโฮสต์คริๆ! ]**
เป้ากอดอกแสยะยิ้มกำลังจะก้าวขาเดินเข้าไปบีบคอไอ้ศรสั่งสอนบทเรียนหยิกแก้มเกี้ยวพาราสีต่อให้หายกวนประสาทสตรี...
ทว่า ในเสี้ยววินาทีระทึกขวัญทันใดนั้นเอง!
*กรุบกรับ! กรุบกรับ!*
เสียงกีบเกือกม้าศึกกระทบหินดินรบดังกึกก้องสะท้านสะเทือนสะท้อนก้องมาจากแนวป่าทึบทางเข้าค่ายป่าลี้ภัย ทรายดินสีส้มม้วนลอยฟุ้งกระจายหนาหม่น ควันดำลอยพัดพาพร้อมเสียงหวีดร้องแหกปากตื่นตระหนกตกใจของชาวบ้านป่าระวังด่านที่วิ่งกระเจิดกระเจิงหนีตายกระเจิงฝุ่นตลบ
ทหารม้าลาดตระเวนแคว้นพยัคฆ์ทมิฬ 12 นายสวมเกราะเหล็กสีดำทมิฬทะมึนแหลมคม สะพายหอกยาวเหล็กกล้าและดาบโค้งคมกริบคู่กาย ควบม้าศึกตัวใหญ่ปากมีฟองฟูฟัดฝ่ารั้วไม้ไผ่หนามป่าพังทลายทะลวงเข้ามาถึงลานดินใหญ่ล้อมกรูกระชับพื้นที่ค่ายลี้ภัยเข้ามาด้วยกระบวนรบดุดันจัดกระบวนอย่างรวดเร็วสมเป็นกองทหารศึกมืออาชีพผู้ช่ำชองศึกสงครามบุกสังหารเหี้ยมโหดสะกดสายตาทุกคน!
ไอ้ศรและพวกลูกสมุนอันธพาลหน้าห้องสะดุ้งตัวลนลานตัวสั่นลืมเลือนเรื่องรุมยำเป้าไปปลิดทิ้ง ใบหน้าของพวกนักเลงบ้านป่าบัดนี้ซีดเผือดราวกับคนตายเมื่อตระหนักว่าภัยสงครามของจริงมาถึงตรงหน้า ความตึงเครียดอันตรายระดับชีวิตคืบคลานเข้ามาบดขยี้ทันควัน เสียงกรีดร้องของพวกผู้หญิงและเด็กดังสอดประสานระงมอยู่เบื้องหลัง ขณะที่เป้าแววตาสลับเปลี่ยนกลับเป็นคมปลาบจริงจังขยับกำปั้นแกร่งขึ้นตั้งท่าเตรียมสู้ศึกสงครามป้องกันค่ายป่าลี้ภัยสู้ยิบตาด้วยความฮึกเหิม! ชายหนุ่มพร้อมที่จะเอาอกแกร่งพุ่งรับคมดาบข้าศึกและร่ายมนต์ทดลองวิชาปั๊มแต้มความถึกบึกบึนรอบถัดไปแล้วโว้ย!
(โปรดติดตามตอนต่อไป...)
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
ปักหมุด
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??