เรื่อง เกิดเป็นขุนศึกเป้าใหญ่ พร้อมระบบเทพแมงดา NC
ตอนที่ 34: ปล้นค่ายข้าศึก
ตอนที่ 34: ปล้นค่ายข้าศึก
พายุฝนฟ้าะกระหน่ำัาลงมา่าบ้าคลั่งเืหุบเขาึอันืิใน่ำืนี้ ะแหนาวพัดโชยแรงหวีดหวิวดุจแผ่นดินจะถล่มสลาย สายฝนเทกระหน่ำปานฟ้าจะถล่มลงมา สลับกับสายฟ้าแลบแปลบปลาบที่แผดผ่าลงมาฉีกม่านหมอกความืิของคืนนี้ให้สว่างวาบเป็นแสงสีเงินน่ากลัวยามที่เสียงฟ้าร้องครืนครั่นดังสนั่นสะเทือนป่าไผ่ สายน้ำฝนที่ตกลงมา่าหนักหน่วงไม่ลืมหูลืมตาผสมปนเปกับดินแดงของภูเขาจนกลายเป็นโคลนตมเหนียวเหนอะไหลท่วมทะลักไปตามทางลาดชันของไหล่เขาป่าไผ่ บรรยากาศหนาวสะท้านคุกคามจนสติสัมปชัญญะของสิ่งมีชีวิตแทบมลายสิ้น ดินโคลนและหินผาเปียกลื่นสะดุดล้มสร้างอุปสรรคต่อการคืบคลานเป็นเท่าทวีคูณ
ท่ามกลางวิกฤตพายุฝนอันหนาวเหน็บรุมเร้า ร่างของชายฉกรรจ์ทหารบ้านสิบห้าชีวิตวิ่งหมอบต่ำก้าวเท้าฝ่าโคลนแดง่าทุลักทุเล ทุกคนต่างเนื้อตัวเปียกปอนปานลูกหมาตกน้ำ ลมหายใจหอบกระชั้นถี่ส่งควันขาวโชยออกมาเจือจางในความเย็นยะเยือกของสายฝน ความเหนื่อยล้าสะสมและความหวาดกลัวคุกคามภัยสงครามในดวงตาของทหารบ้านหนุ่มๆ เริ่มปะทุขึ้นมา ทว่าเมื่อพวกเขามองแผ่นหลังกว้างใหญ่แข็งแกร่งของผู้นำค่ายป่าไผ่ ความกลัวและความย่อท้อเหล่านั้นพลันมลายหายไปสิ้น เปลี่ยนเป็นความฮึกเหิม่าน่าประหลาด
เป้า ขุนศึกหนุ่มในชุดกางเกงขาก๊วยผ้าเนื้อหนาสีเข้มเปียกชุ่ม ท่อนบนเปลือยเปล่าท้าทายสายฝนและลมหนาวอันเย็นยะเยือก นำขบวนทหารบ้านวิ่งบุกฝ่าโคลนตมแดงด้วยท่าทางมั่นคงดุจพยัคฆ์ร้ายนำฝูงล่าเหยื่อยาม่ำื แผงอกกว้างสีทองแดงและแผ่นหลังหนาของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเม็ดฝนที่ไหลรดลงมาตามมัดกล้ามแกร่งตึงแน่นของพลังลมปราณกายาเหล็กทมิฬ ขั้น 8 ที่ขยายตัวตึงเปรี๊ยะ
"พี่เป้าเจ้าคะ... ด้านขวาของค่ายเสบียงย่อยข้าศึกเป็นแนวเนินเขาลาดชันสูงชันที่ดินหินค่อนข้างขรุขระ ทางทิศนี้ะแฝนพัดแรงจัดจนแทบไม่มีเวรยามข้าศึกคอยตรวจการณ์เลยเจ้าค่ะ" มะลิที่ลอบแฝงตัวนำทางล่วงหน้ากระซิบรายงานสู้สายฝนที่พัดสาดซัดเข้ามาตามใบหน้าหวานเนียนของนาง "พวกมันคิดไม่ถึงแน่นอนว่าจะมีใครกล้าบ้าบิ่นบุกปีนฝ่าพายุโคลนถล่มข้ามหน้าผาสูงชันขึ้นมาทางนี้ได้เจ้าค่ะ"
"ดีมากมะลิคนดีของพี่! พี่น้องทั้งหลาย... ก้าวตามข้ามา เร่งฝีเท้าเข้าอย่าได้ชักช้าสะดุดโคลนล้มล่ะ!"
เป้าสั่งการด้วยน้ำเสียงทุ้มเฉียบขาดทรงพลังกังวานสู้เสียงฟ้าร้อง ขุนศึกหนุ่มพุ่งนำตัวกระโจนทะยานขึ้นสู่แนวหน้าผาลาดดินเหนียวที่ลื่นลื่น่าแคล่วคล่องว่องไว พละกำลัง 11.0 ชั่งสะท้อนกระแสปราณกายาแกร่งหนุนส่งร่างใหญ่ให้ปีนข้ามรั้วค่ายไม้ไผ่หนาขัดแตะของข้าศึกไปเป็นคนแรกได้่าราบรื่นปานวิหคเหินเวหา เป้าสะบัดท่อนแขนแกร่งโหนตัวลงมาคว้าจับดึงเอาร่างของหนุ่มทหารบ้านฉกรรจ์ที่เปียกปอนลื่นไถลข้ามรั้วตามขึ้นมาทีละคน่ารวดเร็วดุจการชักรอก ดึงตัวทหารบ้านทั้งสิบห้าคนขึ้นมาด้านในค่ายได้่าปลอดภัยเงียบกริบ
ภายในค่ายเสบียงย่อยของข้าศึก แสงไฟคบเพลิงมอดดับไปเกือบหมดเพราะโดนพายุฝนกระหน่ำซัด ทหารแคว้นพยัคฆ์ทมิฬส่วนใหญ่นอนคุดคู้อยู่ในกระท่อมคาหญ้าแห้งเพื่อหนีหนาว มีเพียงเวรยามไม่กี่คนที่เดินสั่นสะท้านจับดาบอยู่ในความมืด
ทว่า ในจังหวะที่พวกเป้ากำลังเร่งก้าวเท้าเล็ดลอดตรงไปยังโรงคลังเก็บข้าวสารและแป้งธัญพืชข้าศึก ทหารยามข้าศึกสี่คนเดินถือโคมคลุมผ้ากันฝนก้าวสวนมุมตึกที่ตั้งคลังเสบียงมาประจันหน้าเข้า่าจัง แสงโคมสะท้อนสาดส่องพบร่างของขบวนเป้าทันควัน
"เฮ้ย! มีพวกสวมรอยลอบบุกค่าย!..."
*ฉึ่ก! ฉึ่ก! เปรี้ยง!*
เป้าไม่เปิดโอกาสให้พวกมันแผดเสียงร้องเตือนภัยจนหมดคำ ขุนศึกหนุ่มเปิดใช้งานมนต์ลืมเจ็บ กระโจนร่างกำยำสูงใหญ่เข้าใส่กลางวงล้อมข้าศึกรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด ดาบโค้งเหล็กของข้าศึกสองเล่มฟาดฟัลงมาปะทะเข้าที่แผงอกซ้ายและท่อนแขนขวาของเป้าเสียงดัง *ตึ้ง! ตึ้ง!* คมดาบคมกริบทำได้เพียงกรีดแผลทางยาวซึมเลือดสีแดงบางเบา ซึ่งแผลแห้งสนิทสมานตัวรวดเร็วปานปาฏิหาริย์ภายใต้อำนาจวิชากายาเหล็กทมิฬ ขั้น 8
เป้ากวัดแกว่งดาบคู่ฟาดฟักวาดล้างทหารยามจนล้มคว่ำจมดินโคลนแดง เลือดแดงสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนดินเหนียว ทันใดนั้น ร่างมหึมาหนาใหญ่ของหัวหน้าค่ายข้าศึกผู้คุมเสบียงก็ก้าวพรวดพราดถือาด้ามยาวก้าวออกมาจากกระท่อมใหญ่ แววตาของมันดุดันและส่งเสียงคำรามข่มขวัญพุ่งเข้าหาเป้า หมายจะฟัร่างชายหนุ่มให้ขาดสะบั้นครึ่งท่อน
"ไอ้เด็กค่ายป่าสามหาว! มารับคมาข้า!" มันแผดเสียงเหี้ยมเกรียมสะท้อนสายฝน
เป้าแสยะยิ้มะ่ทว่าเหี้ยมเกรียม ชายหนุ่มโยนดาบในมือทิ้ง แสร้งทำตัวะ่ใช้เิมวยไทยโาคาดเืขยับวิถีาที่ฟัฟาดลงมา่าฉวัดเฉวียน เป้าขยับฉากหลีกฉับพลันก่อนจะเบี่ยงกายสืบเท้าหมุนตัวเหวี่ยงท่อนขาแกร่งสีทองแดงเตะเจาะยางเข้าที่พิกัดข้อพับข้อต่อเข่าซ้ายของหัวหน้าค่ายข้าศึก่าจังเต็มเหนี่ยว
*กร๊อบ! ปึก!*
เสียงกระดูกเข่าข้าศึกแตกสะบั้นลั่นดังลั่นฝ่าพายุฝน ร่างใหญ่มหึมาของหัวหน้าค่ายร่วงทรุดลงกองกับโคลนตมแดงร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวดทรมาน เป้าไม่ปล่อยโอกาสให้ตั้งตัวได้อีก เขาพุ่งเข้าประชิดใช้สองมือหนาแกร่งปานคีมเหล็กรวบกอดกระชากคอเสื้อและเอวสอบของหัวหน้าค่ายยักษ์ยกขึ้นเืศีรษะ่าง่ายดายด้วยพละกำลังสิบเอ็ดชั่ง ก่อนจะเหวี่ยงร่างมหึมาลอยปลิวคว้างข้ามลานกว้างไปกระแทกชนรั้วค่ายไม้ไผ่หนาจนหักพังย่อยยับล้มคว่ำแน่นิ่งหมดสติไปทันที
ทหารบ้านสิบห้าคนตะลึงในเิมวยและความถึกทนดุจปีศาจของหัวหน้าค่ายของพวกตน ก่อนจะพากันตั้งสติกรูกันเข้าไปแบกขนข้าวสารและเสบียงอาหารใส่กระสอบกลับค่าย่ารวดเร็วพรั่งพรู ดึงเอาของใช้จำเป็นและอาหารแห้งกลับค่ายป่าไผ่ได้สำเร็จล้นหลาม
---
ในระหว่างที่ขบวนขนเสบียงเร่งก้าวเดินฝ่าพายุโคลนแดงข้ามลาดเขาขรุขระเพื่อกลับค่ายป่าไผ่ หน้าต่างโปร่งแสงสีทองของระบบพลันเด้งสว่างจ้าผุดเตือนขึ้นตรงหน้าเป้าท่ามกลาง-่าฝนกระหน่ำ่าป่วนประสาท
*“ติ๊ง! ศึกปล้นเสบียงทัพหน้าสำเร็จงดงามปานวีรบุรุษจอมะ่! ร่างกายเปียกปอนปานลูกหมาตกน้ำแต่ได้รับความอึดสะสมต้านพายุฝนรบหนักเต็มพิกัด! ยินดีด้วย ได้รับแต้มสะสมระบบโาพุ่งขึ้นสู่ 2500 แต้มเรียบร้อยแล้วจ้า! (ค่าความทนมือทนตีนเพิ่มขยายเป็น 900/1000 แข็งถึกทนทายาดปานศิลาทมิฬแล้วจ้าโฮสต์!)”*
เป้าแสยะยิ้มบางๆ ปัดภาพระบบทองทิ้งไป่ารวดเร็วเพื่อจดจ่อกับทางลาดข้ามเขาที่เปียกลื่นเหนอะหนะและเต็มไปด้วยดินสไลด์พังทลาย
---
*ครืนนน... ซู่!*
เสียงดินถล่มเืก้อนหินก้อนใหญ่ร่วงหล่นลงมาตามทางข้ามเขาทิศตะวันตก ยามฝนกระหน่ำเช่นนี้ ทางเดินข้ามเหวึดินแคบเหนียวเปียกลื่นจนน่าใจหาย ดินโคลนไหลลาดชันถล่มทลายลงสู่เหวเบื้องล่าง่าบ้าคลั่ง ทหารบ้านคนหนึ่งที่กำลังแบกกระสอบข้าวสารหนักอึ้งอยู่กึ่งกลางขบวนพลันลื่นไถลดินถล่มเสียหลักก้าวพลาด ร่างกายร่วงหล่นละลิ่วลงสู่ขอบหน้าผาชันที่เบื้องล่างมีคมหอกและสิ่งกีดขวางแหลมคมของข้าศึกปักสวนทางกีดขวางไว้คุกคามชีวิต!
"ช่วยด้วย! พี่เป้า! ข้าจะตกแล้ว!..." ทหารบ้านหนุ่มกรีดร้องระงมสู้สายฝน
"อย่าขยับ!"
เป้าตาโตกระโจนทะยานร่างสีทองแดงฝ่าสายฝนพุ่งตัวสไลด์ลงหน้าผา่าไม่คิดชีวิต ขุนศึกหนุ่มพุ่งตัวกระโดดเอาแผ่นหลังแกร่งหนาของตนเองลงไปทับซ้อนปิดทับคมหอกข้าศึกเบื้องล่างที่ปักสวนขึ้นมา เสียงคมหอกกระแทกปะทะผิวหนังดัง *ปึก! ปึก! ปึก!* ดังลั่นสะท้อนฝน เป้าใช้หลังแกร่งต่างโล่ป้องกันรองรับคมหอกคมหนามแหลมคมแทงกระทบผิวหนังจนหอกไม้หักสะบั้นกระจัดกระจายหล่นลงดินแดงเพื่อยื้อเวลา และใช้สองมือหนาแกร่งดึงรั้งโอบกอดข้อเท้าและมือของทหารบ้านผู้โชคร้ายคนนั้นไว้ได้ทันท่วงที ท่ามกลางเสียงหวีดร้องหวาดตระหนกของทหารบ้านคนอื่นๆ ที่ยืนดูอยู่เบื้องบนหน้าผาด้วยความลุ้นระทึก
"ดึงมันขึ้นไปเร็วเข้าโว้ย! ข้ายังยื้อและรับไหว!" เป้าแผดเสียงคำรามลั่นสู้เสียงฟ้าร้องสยบความตึงเครียดกล้ามเนื้อ
เหล่าทหารบ้านที่แนวหลังรีบตั้งสติกุลีกุจอโยนเถาวัลย์ฉุดรั้งร่างของเพื่อนทหารบ้านและเป้าขึ้นมาจากขอบเหวชันได้่าปลอดภัยหวุดหวิดสำเร็จลุล่วง ทหารบ้านคนนั้นทรุดลงก้มกราบเท้าเป้าด้วยน้ำตาชโลมปนเม็ดฝน ซาบซึ้งและทึ่งในความกล้าหาญเสียสละเอาชีวิตเข้าแลกของขุนศึกหนุ่ม่าจับใจที่สุดในชีวิตของตนเอง เพื่อนทหารบ้านคนอื่นๆ ต่างกวาดสายตาจ้องมองเป้าด้วยความเลื่อมใสชื่นชมปานผู้คุ้มครองสยบภัย
เป้าหยัดกายลุกขึ้นยืนตรงข้ามเขา รอยแดงของคมหอกบนแผ่นหลังแกร่งหนาของพลังกายาเหล็กทมิฬ ขั้น 8 ค่อยๆ เลือนหายไปในสายฝน แววตาคมกริบดุดันสะท้อนประกายความแค้นพร้อมที่จะบดขยี้แคว้นข้าศึกในศึกหลวงใหญ่ที่กำลังจะถึงนี้่าเด็ดเดี่ยวและไร้ความหวาดกลัวใดๆ ทั้งสิ้น!
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
ปักหมุด
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??