เรื่อง ทะลุมิติมาเป็นองค์ชายตกอับ ขอพลิกชะตากอบกู้ราชวงศ์ต้าเฉียน
"ฝ่าบาท กระหม่อมทราบว่าท่านทรงเป็นห่วงท่านอ๋อง แต่ท่านคือเจ้าแผ่นดินแห่งแคว้นต้าเฉียน หากท่านเป็นอะไรไป แคว้นต้าเฉียนของพวกเราย่อมตกอยู่ในอันตรายถึงขั้นล่มสลายไ้พ่ะย่ะค่ะ" หวังลี่ซื่อยังคงกล่าวด้วยความร้อนรน
"ล่มสลาย? พวกเจ้าคิดว่าพวกมันจะบุกเข้ามาไ้หรือ?" จ้าวฉงหย่วนแค่นหัวเราะ ดวงตาดั่งเสือทอประกายคมกล้า
ในสายตาของเา เห็น-่าฝนลูกศรถูกยิงออกมาจากกำแพงเมืองเป็นระลอก เสียงกึกก้องเมื่อครู่ราวกับสายฟ้าฟาด ดังระเบิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทุกครั้งี่เกิดเสียงระเบิดจะตามมาด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวนนับไม่ถ้วน ทว่าเมื่อไปทั่วเมืองโยวโจว เหล่าราษฎรยังคงใช้ชีวิตตามปกติ ใครมีหน้าี่อะไรก็ทำสิ่งนั้น ไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย แม้จะมีเสียงตะโกนฆ่าฟันดังมาจากนอกเมือง
นี่ไม่ใช่ความด้านชา แต่เป็นความเชื่อมั่นอย่างสุดซึ้งี่มีต่อจ้าวติ้ง
มีจ้าวติ้งอยู่ โยวโจวย่อมไร้กังวล! ราษฎรโยวโจวยิ่งไร้กังวล!
"กลับโรงเตี๊ยม!"
จ้าวฉงหย่วนสะบัดแขนเสื้อ เดินนำมุ่งหน้าไปยังโรงเตี๊ยมภายในเมืองโยวโจว
ก่อนหน้านี้มัคคุเทศก์ี่รับหน้าี่นำทางไ้จัดเตรียมโรงเตี๊ยมไว้ให้พวกเาเรียบร้อยแล้ว แม้จะยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของโยวโจวอย่างเด่นชัด... ทว่ามันกลับมืดมิดเสียจนน่าใจหาย
แต่สำหรับจ้าวฉงหย่วนี่เพิ่งไ้เห็นกับตาว่าบุตรชายปกครองโยวโจวไ้ดีเพียงนี้ เรื่องนี้จึงไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป
เสียงเข่นฆ่าดำเนินไปจนถึงกลางดึกจึงสงบลง แม้จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นนอกเมือง แต่เมื่อดูแสงไฟจากบ้านเรือนนับหมื่นหลังในเมือง จ้าวฉงหย่วนก็พอจะเดาไ้คร่าว ๆ ในใจว่ากองกำลังชายแดนี่บุกรุกมาคงไม่ไ้รับผลประโยชน์อะไร
ภายใต้แสงไฟสลัว จ้าวฉงหย่วนนั่งอยู่ี่โต๊ะโดยมีหวังลี่ซื่อยืนอยู่อย่างนอบน้อมด้านข้าง
"กงกง เจ้าคิดว่าเยียนอ๋องเป็นอย่างไร?" หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ จ้าวฉงหย่วนก็เอ่ยปากขึ้น
"เยียนอ๋องย่อมต้องดีเยี่ยมพ่ะย่ะค่ะ" หวังลี่ซื่อตอบ
"อย่าพูดจาตามน้ำกับข้า ข้าอยากฟังว่าในใจเจ้าคิดอย่างไรกันแน่"
จ้าวฉงหย่วนหวังลี่ซื่อด้วยสายตาี่เปี่ยมไปด้วยอำนาจ ในขณะนี้แม้จะยังสวมชุดคลุมธรรมดา แต่กลิ่นอายความน่าเกรงขามซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของจักรพรรดินั้นไม่ไ้ลดน้อยลงเลย
หวังลี่ซื่อยิ้มอย่างขมขื่นแล้วกล่าวว่า "ฝ่าบาท กระหม่อมรู้สึกว่าเยียนอ๋องทรงดีเยี่ยมจริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการปกครองดินแดน หรือการแสดงออกยามี่ศัตรูบุกประชิดชายแดนในวันนี้ ล้วนคู่ควรกับคำว่าดีเยี่ยม เพียงแต่สิ่งเดียวี่ยังขาดไปคือเยียนอ๋องทรงใกล้ชิดกับราษฎรจนเกินไป ด้วยเหตุนี้ กระหม่อมจึงกังวลว่าในภายหน้าพระองค์อาจจะสูญเสียความน่าเกรงขามพ่ะย่ะค่ะ"
"สูญเสียความน่าเกรงขาม?" จ้าวฉงหย่วนแค่นหัวเราะ "เจ้ารู้ว่าข้าไม่ชอบคำพูดของพวกหนอนหนังสือพวกนั้นี่สุด เรื่องี่ว่าฮ่องเต้ต้องประทับอยู่ในวังลึก ไม่แปดเปื้อนโลกีย์ ให้ความสำคัญกับความน่าเกรงขามของโอรสสวรรค์ ทั้งหมดล้วนเป็นคำพูดของพวกบัณฑิตคร่ำครึ"
"โบราณว่าไว้ น้ำสามารถพยุงเรือไ้และก็สามารถคว่ำเรือไ้เช่นกัน ข้าเป็นฮ่องเต้แห่งแคว้นต้าเฉียนและยังเป็นประมุขร่วมของแคว้นต้าเฉียน หากประมุขตัดขาดจากราษฎร แล้วจะเข้าใจความทุกข์ยากของโลกมนุษย์ไ้อย่างไร?"
"อดีตฮ่องเต้ในตอนนั้นก็เพราะเชื่อคำของพวกบัณฑิตคร่ำครึเหล่านั้น และต่อมายังหลงเชื่อวิชาของพวกนักพรต จึงทำให้ราชสำนักแคว้นต้าเฉียนปั่นป่วน ตระกูลใหญ่มีอำนาจล้นฟ้า ข้าตรากตรำปกครองมาตลอดยี่สิบปีก็ยังคงไร้กำลังี่จะแก้ไข เรื่องการกดขี่ราษฎรเกิดขึ้นบ่อยครั้ง แม้แต่นโยบายี่ข้าผลักดันก็ถูกปฏิบัติแบบต่อหน้าอย่างลับ ๆ อย่างหนึ่ง ซึ่งไ้ผลน้อยมาก"
"ด้วยเหตุนี้ ข้าจึงจัดตั้งสำนักซือหลี่เจี้ยนขึ้นมาด้วยตนเอง เพื่อใช้ควบคุมคณะเสนาบดี และถึงขั้นต้องปลอมตัวมาสืบข่าวด้วยตนเอง เพื่อดูว่าราษฎรแคว้นต้าเฉียนใช้ชีวิตกันอย่างไร"
"แล้วตอนนี้เจ้ายังจะมาบอกข้าว่าเยียนอ๋องใกล้ชิดกับราษฎรเกินไป จนจะสูญเสียความน่าเกรงขามอย่างนั้นหรือ? ลี่ซื่อ เจ้ากลายเป็นพวกบัณฑิตคร่ำครึไปแล้วหรืออย่างไร?" จ้าวฉงหย่วนชายตาหวังลี่ซื่อ
ฝ่ายหลังเมื่อสัมผัสไ้ถึงสายตาของจ้าวฉงหย่วน ก็ตกใจจนเหงื่อไหลโชก
เาติดตามจ้าวฉงหย่วนมาหลายปี ย่อมเข้าใจว่านายเหนือหัวของตนปรารถนาจะสร้างผลงานยิ่งใหญ่เพียงใด ทว่าปัญหาี่อดีตฮ่องเต้ทิ้งไว้มีมากเกินไป พวกบัณฑิตคร่ำครึี่เลี้ยงไว้ต่างก็ครองตำแหน่งสำคัญในราชสำนัก อีกทั้งยังมีแคว้นศัตรูจ้องอย่างกระหาย การขยับเพียงจุดเดียวส่งผลกระทบไปทั่วร่าง ทำให้ผู้เป็นยอดคนี่มีความทะเยอทะยานอย่างเากลับไร้กำลังี่จะแสดงฝีมือ
เมื่อไ้ยินคำนี้ หวังลี่ซื่อตกใจจนตัวเย็นเฉียบ เาทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นเสียงดัง
"กระหม่อมมิกล้าพ่ะย่ะค่ะ"
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง จ้าวฉงหย่วนลุกขึ้นเดินไปี่หน้าต่าง ผ่านแสงจันทร์อันนวลตาไปยังจวนเยียนอ๋องี่ยังคงสว่างไสวและกำแพงเมือง
"ลี่ซื่อ พรุ่งนี้กลับวังกันเถิด"
หวังลี่ซื่อถามว่า "ฝ่าบาท แล้วเหยี่ยนโจวยังจะไปอีกหรือไม่ขอรับ?"
แคว้นต้าเฉียนมีทั้งหมดเก้าแคว้นยี่สิบสี่เมือง ถัดจากโยวโจวก็คือเหยี่ยนโจว
แม้จะไม่เหมือนโยวโจวี่ติดกับแคว้นหนานเฉินและแคว้นเป่ยเหลียง แต่เหยี่ยนโจวก็เป็นพื้นี่กันชนของแคว้นต้าเฉียนเช่นกัน
"ไม่ไปแล้ว" จ้าวฉงหย่วนส่ายหน้า "เมื่อไ้พบเยียนอ๋อง ข้าก็เบาใจแล้ว รู้ว่าเจ้าเด็กนั่นใช้ชีวิตไ้ไม่เลว ข้ายิ่งสบายใจ ส่วนทางด้านเหยี่ยนโจวนั้น เมื่อโยวโจวไร้กังวล เหยี่ยนโจวย่อมไร้กังวล"
"ถ้าเช่นนั้น ยังต้องเรียกตัวเยียนอ๋องกลับเมืองหลวงหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?" หวังลี่ซื่อถามอีกครั้ง
"ไม่ต้อง ข้าจากเมืองหลวงมานานแล้ว มีฮองเฮาทรงว่าราชการหลังม่าน พระราชนัดดาทรงดูแลบ้านเมือง คณะเสนาบดีช่วยบริหารราชการ ข้าไม่วางใจ และเหล่าขุนนางในราชสำนักก็น่าจะรอจนแทบขาดใจแล้ว" จ้าวฉงหย่วนโื
แต่ดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นไ้ จึงหันไปถามหวังลี่ซื่อว่า "ลี่ซื่อ โยวโจวมั่งคั่งถึงเพียงนี้ ตามหลักแล้วภาษีอากรควรจะเพิ่มขึ้น แต่เหตุใดฎีกาี่กรมพระคลังส่งมาให้ข้ายังคงเหมือนเดิมทุกประการ แม้แต่เรื่องของโยวโจวก็ไม่เคยเอ่ยถึงกับข้าเลย?"
"เอ่อ..." หวังลี่ซื่ออึกอักก่อนจะกล่าวอย่างแผ่วเบาว่า "ฝ่าบาท ท่านเคยคิดหรือไม่ว่านอกจากเยียนอ๋องจะหลอกท่านแล้ว พระองค์ยังหลอกกรมพระคลังไปด้วย..."
"หืม?" จ้าวฉงหย่วนหันกลับมาด้วยสีหน้าตกตะลึง "เจ้าหมายความว่าเจ้าเด็กนั่นไม่เพียงแต่หลอกข้า แต่ยังหลอกกรมพระคลังด้วยหรือ?"
เสียงของจ้าวฉงหย่วนดังขึ้นทันทีหลายระดับ เาถามหวังลี่ซื่อด้วยน้ำเสียงแหลมสูง
"ก็ประมาณนั้นพ่ะย่ะค่ะ" หวังลี่ซื่อเกาจมูกอย่างเคอะเขิน พูดจบก็เกาศีรษะอย่างเขินอาย
จ้าวติ้งสามารถปิดบังฮ่องเต้ไ้ ย่อมต้องปิดบังกรมพระคลังก่อน หากภาษีเพิ่มขึ้น ขุนนางกรมพระคลังย่อมออกไม่ช้าก็เร็ว
"เจ้าคนสารเลว!" จ้าวฉงหย่วนโกรธจนตัวสั่น "กลับไปตรวจสอบพวกขุนนางกรมพระคลังให้ดี ข้าอยากจะรู้นักว่าเจ้าเด็กนั่นติดสินบนกรมพระคลังอย่างไร"
จ้าวฉงหย่วนกัดฟันหวังลี่ซื่อ
ให้ตายเถอะ จ้าวติ้งไม่เพียงแต่หลอกเา แต่ยังหลอกขุนนางกรมพระคลังอีกด้วย?
ผ่านไปครู่หนึ่ง จ้าวฉงหย่วนก็กล่าวอย่างแผ่วเบาว่า "ลี่ซื่อ เราติดเงินเจ้าเด็กนั่นเท่าไหร่แล้วนะ?"
"หืม? ฝ่าบาท ท่าน...?"
ใบหน้าแก่ ๆ ของหวังลี่ซื่อเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามในทันที จ้าวฉงหย่วนจิบน้ำชาบนโต๊ะ แล้วหวังลี่ซื่ออย่างไม่ยี่หระ
"ทำไมล่ะ? ในเมื่อลูกชายหลอกพ่ออย่างข้าไ้ ทั้งยังไม่ยอมเสียภาษีให้ราชสำนักดี ๆ ข้าจะหาผลประโยชน์จากเาสักหน่อยไม่ไ้หรือ?"
เอ่อ...
หวังลี่ซื่อพูดไม่ออก
บนหน้าผากปรากฏเป็นจุดจุดจุดขึ้นมาทันที
นั่นน่ะลูกชาย พูดออกไปอาจจะบอกว่าไม่เป็นไร แต่ท่านี่เป็นพ่อเนี่ยนะ?
แต่คำพูดนี้ ต่อให้ตีหวังลี่ซื่อจนตายเาก็ไม่กล้าพูดออกมา จึงไ้แต่ฝืนใจตอบว่า "ฝ่าบาท พวกเราติดเงินเยียนอ๋องรวมทั้งหมดหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นตำลึงเงินพ่ะย่ะค่ะ"
"แล้วเงินสินเชื่อเพื่อการบริโภคี่เาให้เราคือเท่าไหร่?"
"สี่แสนตำลึงพ่ะย่ะค่ะ" หวังลี่ซื่อตอบอย่างฝืน ๆ
"แค่สี่แสนตำลึงเองหรือ"
จ้าวฉงหย่วนเดาะลิ้น สีหน้าดูเสียดายอย่างยิ่ง "น่าเสียดายี่น้อยไปหน่อย"
หวังลี่ซื่อ "..."
"พรุ่งนี้เช้าตามข้าไปซื้อของ สุราหยกนารีนั่นเอามาอีกห้าร้อยจิน ข้าจะค่อย ๆ ดื่ม แล้วก็น้ำหอมอะไรนั่น จัดมาให้ข้าสักเจ็ดแปดพันขวดไว้พกติดตัวระหว่างทาง ยังมีสบู่หอมนั่นอีก ของหอมเช่นนี้ คนในวังหลังของข้าน่าจะชอบ แล้วก็ยังมี..."
เมื่อไ้ยินจ้าวฉงหย่วนนั่งนับรายการสิ่งของในหอการค้าตระกูลจ้าวราวกับเป็นสมบัติของตนเอง หวังลี่ซื่อก็อยากจะเอาหน้าซุกไว้
นี่คือฝ่าบาทของตนจริง ๆ หรือ?
ถึงตอนนี้ เาดูเหมือนจะเข้าใจแล้วว่านิสัยชอบขุดหลุมฝังคนของจ้าวติ้งนั้นสืบทอดมาจากใคร… คำกล่าวี่ว่าไม่ใช่คนครอบครัวเดียวกัน ไม่เข้าประตูบ้านเดียวกัน ช่างถูกต้องยิ่งนัก มีพ่อี่ชอบหลอกลูกขนาดนี้ ก็ไม่แปลกี่จะมีลูกี่หลอกพ่อไ้...
ยามดึกสงัด
จ้าวติ้งี่เพิ่งลงมาจากหอสังเกตการณ์เมือง จู่ ๆ ก็จามออกมาหนึ่งครั้ง
"แปลกจริง ใครกันี่กำลังคิดถึงข้า เอาพวกมันไปขังในคุกใต้ดินของจวนเยียนอ๋องให้หมด กลับไปค่อย ๆ เค้นข้อมูล ข้าอยากจะรู้นักว่าใครมันช่างกล้าส่งพวกมันมาแย่งปืนใหญ่เสินอู่ของข้า?" เากวาดสายตาเชลยี่เพิ่งััมาไ้แล้วโื
นิยายแนะนำ
นิยายแนะนำ
ความคิดเห็น
COMMENT
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เพื่อสร้างประสบการณ์นำเสนอคอนเทนต์ที่ดีให้กับท่าน รวมถึงเพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์ที่ดีบนบริการของเว็บไซต์เรา หากท่านใช้บริการเว็บไซต์นี้ต่อไปโดยไม่มีการปรับตั้งค่าใดๆ นั่นเป็นการแสดงว่าท่านอนุญาตยินยอมที่จะรับคุกกี้บนเว็บไซต์และนโยบายสิทธิส่วนบุคคลของเรา
0.00
0.00









userA???
???? ??? ? ???? ?? ??